เช้าวันหยุด แพรไหมนั่งรถกลับแถวชานเมืองั้แ่ฟ้ายังไม่สว่างดี สองข้างทางค่อย ๆ เปลี่ยนจากตึกสูงและถนนวุ่นวายในเมือง กลายบ้านหลังเล็กที่คุ้นตา ความรู้สึกบางอย่างในใจค่อย ๆ หนักขึ้นเรื่อย ๆ ยิ่งใกล้ถึงโรงพยาบาล หลังจากลงรถ เธอก็รีบตรงไปที่ตึกผู้ป่วยทันที
พี่ชายของเธอยังคงนอนนิ่งอยู่บนเตียงเหมือนเดิม เครื่องมือแพทย์ส่งเสียงดังเป็จังหวะสม่ำเสมอ แพรไหมเดินเข้าไปนั่งข้างเตียง ก่อนค่อย ๆ จับมือภาคภูมิไว้เบา ๆ
“ไม่ต้องห่วง แพรจะหาเงินมารักษาพี่ให้ได้”
หลังจากนั่งอยู่พักใหญ่ เธอก็ออกมาคุยกับหมอตามนัด เื่แผนการรักษาใหม่ยังคงเหมือนเดิมและจำเป็ต้องเริ่มให้เร็วที่สุด แม้ว่าค่าใช้จ่ายในครั้งนี้จะสูงมากก็ตาม
“สรุปคุณแพรจะให้หมอเริ่มแผนการรักษาเลยใช่มั้ยครับ”
“ค่ะ”
“ดีเลยครับ งั้นทางเราก็จะส่งตัวคนไข้เข้าไปโรงพยาบาลใหญ่ และเร่งดำเนินตามแผนที่ทีมแพทย์วางเอาไว้ให้เร็วที่สุด หมอว่าเป็ผลดีมากต่อคนไข้ อีกไม่นานคุณแพรอาจจะได้ฟังข่าวดีแน่นอนครับ”
“ขอบคุณค่ะหมอ ยังไงฝากดูแลพี่ชายฉันด้วยนะคะ”
“วางใจได้เลยครับ”
ร่างบางเดินออกมาจากห้องหมออย่างเหม่อลอย มือกำเอกสารแน่นจนยับไปหมด ในหัวของเธอตอนนี้เอาแต่คิดเงิน ในเมื่อตอบตกลงไปแล้วก็ต้องหามาให้ได้
“แพรไหม?”
เสียงผู้ชายคนหนึ่งดังขึ้นจากด้านหลัง เธอชะงักทันทีก่อนหันกลับไปมอง ชายหนุ่มร่างสูงในชุดเสื้อเชิ้ตยืนอยู่ไม่ไกล สีหน้าดูใไม่แพ้กัน พอเห็นเธอชัด ๆ เขาก็หัวเราะออกมาเบา ๆ อย่างไม่อยากเชื่อ
“พี่ติณณ์!” อีกฝ่ายยิ้มกว้างทันที
“โห โตจนพี่แทบจำไม่ได้”
ติณณ์ เพื่อนสนิทของพี่ชายเธอสมัยเด็ก บ้านอยู่ติดกันมาั้แ่ยังเล็ก เคยวิ่งเล่นด้วยกันแทบทุกวัน แต่หลังจากทั้งสองเรียนจบมัธยมก็เริ่มห่างกันไปเจอกันบ้างแค่ปีละไม่กี่ครั้ง จนกระทั่งติณณ์ย้ายไปทำงานที่อื่นเลยแทบไม่ได้เจอกันอีก
“กลับมาตอนไหนคะ”
“พักนึงแล้วแหละ พอดีพี่กลับมาทำธุรกิจที่นี่ รอบนี้คงอยู่ยาว ๆ” เขาตอบ ก่อนมองเธอั้แ่หัวจรดเท้า “แล้วเราล่ะ เป็ยังไงบ้างเรียนจบรึยัง”
“ยังค่ะ แต่ก็ปีสุดท้ายแล้ว”
“พี่ได้ยินข่าวว่าไอ้ภูมิเกิดอุบัติเหตุพี่ใมาก พอกลับมาก็เลยรีบมาเยี่ยม ตอนนี้อาการเป็ยังไงบ้างแล้ว”
“คุณหมอจำเป็ต้องปรับแผนการรักษา เพื่อให้ร่างกายฟื้นฟูเร็วขึ้นค่ะ คงอีกไม่นานเราน่าจะได้ยินข่าวดี”
“พี่เป็กำลังใจให้นะ ยังไงไอ้ภูมิก็ต้องตื่นขึ้นมาเจอทุกคนเร็ว ๆ นี้แน่นอน แต่ว่า…เมื่อกี้เราบอกว่าเรียนอยู่ด้วย แล้วเื่ค่ารักษาพยาบาล?”
คำถามนั้นทำให้เธอเงียบไปทันที ถึงจะไม่ได้ตอบ แต่สีหน้าของเธอก็ชัดเจนพออยู่แล้วชายหนุ่มถอนหายใจเบา ๆ ก่อนพูดเสียงอ่อนลง
“ถ้ามีอะไรให้ช่วย ก็บอกพี่นะ”
“แพรเรียนไปด้วย แล้วก็ว่าจะหางานพาร์ทไทม์ทำไปด้วยค่ะ” เขามองเธอนิ่งแววตาค่อนข้างเป็ห่วง ก่อนจะยื่นมือมาแตะไหล่เธอเบา ๆ
“ถ้ามีปัญหาเื่เงินก็บอกพี่ได้เลย ไม่ต้องเกรงใจ”
“ขอบคุณนะคะ”
“เดี๋ยวพี่เข้าไปเยี่ยมไอ้ภูมิสักหน่อย”
“ค่ะ แพรก็ว่าจะกลับแล้ว พรุ่งนี้มีเรียนแต่เช้า งั้นไว้เจอกันใหม่นะคะพี่ติณณ์”
“เดี๋ยวก่อน แอดไลน์ไว้หน่อยก็ดีเผื่อมีอะไรฉุกเฉินก็ทักหาพี่ได้ตลอด อย่าลืมล่ะ เื่เงินถ้ามีปัญหาบอกพี่ได้ พี่ยินดีช่วย ยังไงไอ้ภูมิก็คือเพื่อนรักคนหนึ่งของพี่ และแพรก็เหมือน…น้องสาวพี่ด้วยเหมือนกัน”
ขณะที่เธอเงยหน้ามองเขา แววตาคู่นั้นกลับทำให้เธอรู้สึกแปลกไป ไม่ใช่สายตาอบอุ่นแบบพี่ชายข้างบ้านที่คุ้นเคยในความทรงจำอีกต่อไป แต่เป็สายตาที่อ่อนโยน และซ่อนความรู้สึกบางอย่างไว้มากเกินกว่าจะมองข้าม
เหมือน…เขากำลังมองเธอในฐานะผู้หญิงคนหนึ่ง ไม่ใช่น้องสาวของเพื่อนสนิท แต่แพรไหมก็รีบตัดความคิดนั้นทิ้งไปทันที เพราะสำหรับเธอ ยังไงเขาก็คือพี่ติณณ์คนเดิม เด็กผู้ชายบ้านข้าง ๆ ที่โตมาด้วยกันมาั้แ่เล็กเท่านั้นเอง
มหาวิทยาลัย
แพรไหมกลับมาเรียนตามปกติ ขณะนั่งเลกเชอร์แต่อาจารย์พูดอะไรอยู่แทบไม่เข้าหัวเลยสักคำ ก่อนจะก้มมองโทรศัพท์ใต้โต๊ะเงียบ ๆ ไล่อ่านข้อความสมัครงานที่ตัวเองส่งไว้เมื่อคืนอีกครั้ง
เธอสมัครแทบทุกอย่างที่คิดว่าตัวเองจะทำได้ ทั้งงานแปลเอกสาร งานสอนพิเศษ งานพิธีกร และงานพาร์ทไทม์อีกหลายอย่าง แต่ลึก ๆ เธอก็รู้ดีว่า ต่อให้ทำพร้อมกันทั้งหมด ก็ยังหาเงินได้ไม่เร็วพออยู่ดี
ตืด…ตืด
เสียงแจ้งเตือนดังขึ้นกะทันหัน เธอสะดุ้งใเล็กน้อยก่อนจะรีบเปิดโทรศัพท์ดู
พี่ติณณ์ : วันเสาร์นี้ว่างมั้ย เห็นบอก่นี้หางานทำ พี่จ้างไปงานเลี้ยงเป็เพื่อนพี่หน่อย
เธอไล่สายตาอ่านข้อความซ้ำอีกครั้ง พยายามไม่คิดมาก ก่อนจะตอบตกลงอีกฝ่ายไป สถานการณ์แบบนี้อะไรที่จะพอสร้างรายได้ให้เธอ ก็ต้องรับเอาไว้ก่อน
แพรไหม : โอเคค่ะ
อีกด้าน ภายในห้องประชุมชั้นบนสุดของบริษัท บรรยากาศเต็มไปด้วยความเคร่งเครียดจากโปรเจกต์ใหม่มูลค่าหลายพันล้านที่กำลังจะเปิดตัวปลายปีนี้
ภาพแบบร่างโครงการ luxury residence ถูกฉายขึ้นบนจอขนาดใหญ่กลางห้อง ขณะที่ทีมบริหารแต่ละฝ่ายกำลังรายงานปัญหาที่ค้างอยู่
“ฝั่งนักลงทุนยุโรปยังไม่อนุมัติ final design ครับ” พนักงานคนหนึ่งพูดขึ้นพลางเปิดสไลด์ถัดไป
“เขาบอกว่างานยังไม่มี identity มากพอสำหรับตลาด luxury”
“สรุป” ามองหน้าอีกฝ่ายนิ่งพร้อมกับเอ่ยน้ำเสียงเรียบ
“ฝั่งนั้นเสนอให้ดึงสตูดิโอของคุณติณณ์เข้ามาช่วยดู design direction ครับ”
“ตอนนี้งานของเขาค่อนข้างดังในวงการครับ โดยเฉพาะโรงแรมกับ luxury commercial space หลายโครงการในสิงคโปร์กับญี่ปุ่นก็ใช้ทีมเขา” พนักงานอีกคนก็ช่วยเสริม
“นักลงทุนชอบสไตล์งานเขามากครับ ถ้าได้ร่วมงาน ดีลน่าจะปิดง่ายขึ้น”
าเอนหลังพิงเก้าอี้ช้า ๆ ดวงตาคมมองชื่อบนเอกสารตรงหน้า ก่อนจะเอ่ยน้ำเสียงเรียบ
“แล้วเ้าตัวตอบว่ายังไง”
“ทางนั้นตอบรับประชุมเบื้องต้นแล้วครับ พรุ่งนี้่บ่าย ทีมเขาจะเข้ามาคุยรายละเอียดที่บริษัทครับ”
“ดี งั้นฉันเข้าประชุมเอง”
“ครับคุณา”
“แต่ถ้าเป็ไปได้ ฉันก็อยากเจอเขาด้วยนะ ไหน ๆ จะทำงานร่วมกันแล้วก็ควรเจอกันสักหน่อย”
“ผมว่ายังไงคุณติณณ์ก็น่าจะมาด้วยตัวเองนะครับ”
“ชื่ออะไรนะ?”
“คุณติณณ์ครับ”
“ไม่คุ้นชื่อเลยแฮะ งั้นเอาตามนั้นแล้วกัน บอกไปด้วยว่าฉันอยากเลี้ยงข้าวสักมื้อ”
“รับทราบครับคุณา”
“ปิดการประชุม”