'ท่านแม่ หลงเอ๋อร์เป็เด็กดี ไม่ดื้อ ไม่ซน ท่องตำราตามที่ท่านแม่สอนได้ทุกตัวแต่เหตุใดเสด็จพ่อถึงไม่มาหาลูกเลยเล่าเ้าคะ?'
'ท่านแม่ เหตุใดเสด็จพ่อห้ามไม่ให้ลูกเรียกพระองค์ว่าเสด็จพ่อเล่าเ้าคะ ลูกทำสิ่งใดผิดไปหรือ?'
'ท่านแม่ เหตุใดฮ่องเต้ถึงให้คนโบยลูกทั้งที่ลูกไม่ได้ทำร้ายองค์หญิงใหญ่เล่าเ้าคะ?'
'ท่านแม่อย่าทิ้งหลงเอ๋อร์นะเ้าคะ ท่านแม่ต้องอยู่กับหลงเอ๋อร์นะ ท่านแม่ อึก'
"ท่านแม่ ท่านแม่!"
เสียงร้องพึมพำดังมาจากร่างบางที่นั่งพิงเสาในศาลากลางน้ำแสนงดงามดังขึ้นเป็ระยะ ทำให้เหล่าองครักษ์ทั้งหลายเริ่มขยับตัวระวังภัยให้แก่นายผู้สูงศักดิ์
"ท่านแม่อย่าทิ้งหลงเอ๋อร์ อึก!" ใบหน้าสวยแสนงดงามยิ่งกว่าเทพ์กระสับกระส่ายราวกับติดอยู่ในห้วงแห่งความทุกข์ทรมานตกอยู่ในสายตานับสิบคู่ที่หลบซ่อนตัวอย่างมิดชิด แต่กระนั้นก็ไม่มีใครกล้าแตะต้องร่างบางในชุดนักรบสีแดงเพลิงหุ้มด้วยเกราะสีดำสนิทประทับตราสัญลักษณ์ของฮ่องเต้แห่งแคว้นจ้านบ่งบอกถึงสถานะที่แสนสูงศักดิ์นี้เลย
"ฝันร้ายอีกแล้วสินะ" ไม่นานบุรุษร่างสูงใหญ่กำยำวัยสมเป็นักรบแสนองอาจก็เดินเข้ามาอย่างสง่าผ่าเผยและทรงอำนาจ พร้อมทหารองครักษ์ ข้าราชบริพารประจำกายทำให้เหล่าองครักษ์เงาที่อยู่บริเวณนั้นต่างก้มลงทำความเคารพต่อฮ่องเต้ผู้เป็เ้าแห่งแผ่นดิน
น้ำเสียงแสนดุดันและทรงพลังถูกเอ่ยออกมาเมื่อดวงตาเรียวรีดุจพญาเหยี่ยวปะทะเข้ากับความทุกข์ทรมานที่ปรากฏอยู่บนใบหน้างดงามของธิดาบุญธรรมของตน
"ฝ่าา ช่วยท่านแม่ของหลงเอ๋อร์ด้วยเถิดเพคะ อึก โบยหลงเอ๋อร์ก็ได้ แต่ได้โปรด ช่วยท่านแม่ อึก" เสียงพึมพำกับคราบน้ำตาของร่างบางที่ยังหลับใหลและตกอยู่ในห้วงฝันที่แสนโหดร้ายทำให้มือคู่แกร่งเอื้อมออกไปรั้งให้ร่างน้อยๆ เข้ามาอยู่ในอ้อมอกเพื่อปลอบโยน
"หลงเอ๋อร์ พ่ออยู่ตรงนี้ ทุกอย่างมันจบแล้ว ฝันร้ายผ่านพ้นไปแล้ว" สุรเสียงที่มักจะดุดันอยู่เสมออ่อนโยนลงจนข้าราชบริพารััได้ ไม่เคยมีสตรีนางใดที่ได้รับความอ่อนโยนจากฮ่องเต้ที่ได้ชื่อว่าเทพแห่งาผู้โเี้องค์นี้มาก่อนกระทั่งผู้ที่ได้ชื่อว่าเป็ฮองเฮาคู่กาย
"ใครที่มันทำเ้าเจ็บ พ่อจะทวงคืนความยุติธรรมให้เ้า!" แววตาที่เคยจ้องมององค์หญิงน้อยอย่างอ่อนโยนสว่างวาบขึ้นมาด้วยไฟแห่งโทสะ เมื่อนึกถึงสิ่งที่ธิดาบุญธรรมต้องพบเจอมาตลอดชีวิต หากวันนั้นมารดาของนางเลือกที่จะมาแคว้นจ้าน มาเป็ฮองเฮาเคียงคู่พระองค์ วันนี้เด็กน้อยก็คงเป็บุตรในสายเื เป็รัชทายาทแห่งแคว้นจ้านผู้สูงศักดิ์ ไม่ใช่ถูกเหยียบย่ำศักดิ์ศรี มีชีวิตมิต่างกับทาสคนหนึ่งทั้งที่บิดาของนางคือฮ่องเต้เ้าของแผ่นดินแบบนี้
"ฮวาเอ๋อร์ ข้าให้สัญญา จะดูแลปกป้องนางไม่ให้ใครมันมาเหยียบย่ำลูกสาวของเ้าได้อีก และชายสารเลวผู้นั้น ข้าจะให้มันชดใช้ให้เ้าและลูกของเ้าอย่างสาสม!"
"อึก อืออ"
"องค์หญิงทรงฟื้นแล้ว ค่อย ๆ ลุกพ่ะย่ะค่ะ!" ขันทีวัยชราคนรีบก้มตัวลงทำความเคารพ องค์หญิงเฟยหลง องค์หญิงในเหว่ยหยางฮ่องเต้ ผู้ครองแคว้นจ้านหนึ่งในสามแคว้นที่แสนยิ่งใหญ่
"กงกง ลุกขึ้น เหตุใดเปิ่นกงถึงมานอนอยู่ที่นี่.." หญิงสาวที่ยังคงมึนงงกับตัวเองด้วยพิษไข้ที่เล่นนางจนสลบไปถึงหนึ่งวันเต็มเอ่ยถามขันทีคนสนิทของบิดาบุญธรรม
"องค์หญิงถูกพิษไข้เล่นงานสลบไประหว่างรอฝ่าาที่สระไข่มุก ฝ่าาจึงทรงพาองค์หญิงมาที่ตำหนักเหนือบูรพาพ่ะย่ะค่ะ" ขันทีคนเอ่ยอธิบายแต่ไม่ได้บอกถึงความโกลาหลที่เกิดขึ้นจากความดื้อดึงขององค์หญิงน้อยผู้นี้ที่ช่างอดทนเก่งเหลือเกินจนโดนพิษไข้เล่นงานเกือบเอาชีวิตไม่รอด นางไม่ได้รู้เลยว่าตัวเองนั้นสำคัญกับเ้าแห่งแผ่นดินแคว้นจ้านเพียงไร หมอหลวงและข้าราชบริพารมากมายรวมถึงตนต้องอยู่ภายใต้ความกดดันเสมือนย่างเท้าก้าวลงไปในนรกแล้วข้างหนึ่งถึงหนึ่งวันเต็ม เพราะมีพระเนตรคู่ดุดันแผ่รังสีแห่งความกดดันจ้องมองการรักษาอยู่ตลอด
"ลำบากกงกงแล้ว เปิ่นกงอยากเจอเสด็จพ่อ" ใบหน้าที่ยังคงซีดเซียวแต่ทว่าอาการป่วยกลับไม่สามารถปิดบังความงดงามได้เลยแม้เพียงเสี้ยว
"หลงเอ๋อร์!" ไม่ทันที่ขันทีจะได้เอ่ยตอบ เสียงเข้มทรงอำนาจก็ดังขึ้นพร้อมร่างกำยำในอาภรณ์แสนสง่างามยิ่งที่เดินเข้ามาอย่างเร่งรีบทำให้ขันทีรีบถอยออกมาอย่างรู้งาน
"ถวาย.."
"ไม่ต้อง เ้าไม่สบายอยู่ เหตุใดถึงเร่งรีบมาทั้งที่เ้าไม่สบายอยู่ หือ เหตุใดเ้าถึงดื้อเพียงนี้!" ร่างหนาพุ่งเข้าไปประคองร่างเล็กของบุตรนอกสายเืเอาไว้อย่างทะนุถนอม พรางสำรวจว่าบนร่างกายที่บอบบางแต่อดทนเก่งยิ่งกว่าบุรุษนี่ยังมีที่ใดที่าเ็และเล็ดลอดสายตาพระองค์ได้อีกบ้าง
"หม่อมฉันมีเื่จะกราบทูลขอพระราชทานอนุญาตจากเสด็จพ่อเพคะ!"
'ฮ่องเต้มีราชโองการ บัดนี้ชนเผ่าในเขตชายแดนเหนือทั้งหมดสมัครใจยินยอมถวายความจงรักภักดีต่อฮ่องเต้และแคว้นจ้าน ฮ่องเต้มีรับสั่ง รับมิตรไมตรี ผูกสัมพันธ์แคว้นจ้านและชนเผ่าดุจพี่น้อง ต่อแต่นี้ให้ไปมาหาสู่ทำมาค้าขายได้อย่างอิสระ เื่ภายในแคว้นจ้านไม่ยุ่งเกี่ยวแต่หากมีผู้ใดรุกรานชนเผ่าน้อยใหญ่ แคว้นจ้านยินดีร่วมศึก ปกป้องดุจพี่ปกป้องน้องแต่นี้สืบไป จบราชโองการ'
องค์หญิงเฟยหลงได้รับคำสั่งจากฮ่องเต้ให้นำ ทัพเฮยหลง หรือ ทัพัทมิฬ ไปปราบชนเผ่าน้อยใหญ่แถบชายแดนแคว้นจ้านทั้งสี่ทิศนอกเหนือความดูแลของแม่ทัพทั้งสองฝ่ายที่ก่อความวุ่นวาย ออกปล้นฆ่าชาวบ้านสร้างความเดือดร้อนไม่หยุดหย่อน แต่ทว่าองค์หญิงบุตรแห่งเทพแห่งาไม่ได้ตะบี้ตะบันนำกองกำลังทหารที่แสนแข็งแกร่งของนางฆ่าฟันศัตรูอย่างบ้าคลั่งแต่กลับเข้าผูกมิตรยื่นไมตรีและข้อเสนอที่เป็ธรรมเพื่อให้ชนเผ่าที่กระจายตัวไม่ขึ้นกับแคว้นใดยอมจงรักภักดีต่อฮ่องเต้และแคว้นจ้าน
จากศัตรูที่สร้างปัญหาแปรเปลี่ยนเป็มิตรที่พร้อมเป็กำลังเสริมให้แก่แคว้นจ้าน แลกกับการที่แคว้นจ้านจะให้ความคุ้มครองและการสนับสนุนเื่อาหารที่ขาดแคลนให้เป็สิ่งตอบแทน การกระทำขององค์หญิงเฟยหลงทำให้นับวันยิ่งมีผู้มีความสามารถจากชนเผ่าน้อยใหญ่ต่างเข้าสวามิภักดิ์เป็พันธมิตรที่พร้อมสนับสนุนแคว้นจ้านมากขึ้น
กองกำลังทหารของแคว้นจ้านเดิมทีก็แข็งแกร่งอยู่แล้วเพราะมีผู้นำทัพเป็เทพาอย่างฮ่องเต้เหว่ยหยางที่ปรีชาสามารถเื่การรบ รวบรวมแผ่นดินและขึ้นครองบัลลังก์ั้แ่สิบห้าหนาว ยิ่งแข็งแกร่งมากขึ้นไปอีกจนเริ่มสร้างความหวาดกลัวให้อีกสองแคว้นใหญ่ที่เป็รองเื่กำลังทหารอย่างแคว้นอิงและแคว้นฟงเฉิน
'ฮ่องเต้มีราชโองการ องค์หญิงเฟยหลงสร้างความดีความชอบ ปราบโจรและผู้รุกรานทั่วทั้งสี่ทิศ ดูแลรักษาชายแดน พัฒนาชีวิตความเป็อยู่ของราษฎร นำความสงบสุขมาให้แก่แผ่นดินตลอดหลายปีที่ผ่านมา ทั้งยังรวบรวมชนเผ่าน้อยใหญ่ให้สวามิภักดิ์ต่อแคว้นจ้าน ถือเป็คุณูปการอันใหญ่หลวงยิ่งต่อแผ่นดิน บัดนี้จึงพระราชทานยศเป็ 'กู้หลุนเฟยหลงกงจู่' นับแต่นี้สืบไป จบโองการ!'
แม้จะเป็เพียงบุตรบุญธรรมแต่ทว่าองค์หญิงเฟยหลงที่ใช้ปรีชาสามารถทั้งบุ๋นและบู๊นำความสงบมาสู่แผ่นดินจ้าน ทำให้ยิ่งมีความดีความชอบจนได้รับการเถลิงยศในตำแหน่งองค์หญิงที่สูงที่สุดในราชวงศ์
แม้จะมียศเป็เพียงองค์หญิงแต่ทว่าอำนาจที่แท้จริงของนางกลับเป็รองเพียงฮ่องเต้เท่านั้น กระทั่งแม่ของแผ่นดินก็ไม่อาจเทียบเทียม ด้วยเหตุฮองเฮาในเหว่ยหยางฮ่องเต้ได้รับเพียงตำแหน่งแต่ไร้อำนาจเพราะฮ่องเต้เหว่ยหยางไม่้าแบ่งอำนาจ สร้างวังหลังที่แสนวุ่นวายดังเช่นฮ่องเต้คนอื่น อีกทั้งยังไม่ปล่อยให้ขุนนางมีอำนาจในมือ จนสามารถต่อรองกับผู้ครองบัลลังก์ได้ หลังขึ้นครองบัลลังก์พระองค์จึงรวมอำนาจทั้งหมดไว้ที่ตัวเอง ทำให้ไม่มีขุนนางคนใดสามารถคัดค้านการแต่งตั้งองค์หญิงนอกสายเืองค์นี้ได้แม้จะไม่พอใจก็ตาม