ห้องเครื่อง
ศรีไพรเดินสำรวจทั่วบริเวณตื่นตาตื่นใจกับ ห้องครัวที่ใหญ่โตเหมือนห้องครัวในโรงแรมขนาดใหญ่ มีวัตถุดิบทั้งสดและแห้งเครื่องเทศใหม่เก่าแขวนเรียงรายขาหมูแห้งแขนไว้ที่ราวด้านข้างหน้าต่าง หมูเส้นหมูแผ่นไข่ปลา แขวนเรียงรายสุดอลังการ
หลายคนกำลังสารวนกับการทำเครื่องเสวยสำหรับคนในวังหลวง ที่มีนับพันชีวิต
พ่อครัวแม่ครัว เรียกแบบนี้ก็ไม่ผิดเพราะแต่ละคนสวมิญญานักปรุงที่ตั้งหน้าตั้งตาทำอาหารราวกับว่าชีวิตนี้เกิดมาเพื่อมัน ศรีไพรอมยิ้มเหมือนเหมือนตัวศรีไพรเลยที่ทำงานจนตาย เอหรือว่าดื่มจนตาย
“อู๊ยยยยดูสิของกำนัลที่ฝ่าาประทานมาล้วนมีแต่ของดีๆ”
เฟยฟางยิ้มบางๆ
“แจกจ่ายกันไปในหมู่พวกเราดีไหมท่านลุง เราทุกคนล้วนเหนื่อยล้ามาหลายวันกว่าฝ่าาจะยอมเสวย”
“หากเ้าไม่ถือสาว่านี่ของที่ฝ่าาประทานมาให้เ้า เช่นนั้นก็แจกๆๆๆ แจกจ่ายกันไปให้ทั่ว”
เฟยฟางยิ้ม ยืนคอยแจกจ่ายและรับการคารวะจากขันทีและนางในห้องเครื่อง
“เฮอะของพวกนี้ล้วนเป็ความดีความชอบของเข่อชิง เ้าจัดแจงราวกับว่า”
ป้าตื้อเบ้ปากอยากจะพูดมากกว่านั้นแต่ลุงซุนกลับมองมาด้วยสายตาตำหนิ
“ยายแก่หุบปากแกเสียถ้าไม่มีเฟยฟางข้าเกรงว่าหัวจะหลุดจากบ่า”
“ตาแก่กคิดได้อย่างไรกันนางก็แค่ไปช่วยคลี่คลายสถานการณ์ที่แกกลัวจนคิดไปไกลว่าฝ่าาจะลงทัณฑ์”
ลุงซุน ถอนหายใจ
“ใครจะรู้พระทัยของฝ่าาได้เล่าแต่ถึงเวลานั้นข้ายอมรับว่ากลัวจริงๆ ถ้าไม่มีนางมาช่วยไว้ทัน เพราะนั่นคือกระเพาะสุกร”
“ไม่มีใครสั่งปะาคนที่ทำให้ตัวเองกินทั้งๆ ที่หิวมาหลายวันเพียงเพราะ….. เอากระเพาะสุกรไปปรุงอาหารหรอก หามันคือกระเพาะสุกรใช่ไหม”
ป้าตื้อทำสีหน้าตื่นใ เมื่อตระหนักได้ว่ามันคือกระเพาะสุกรสิ่งต้องห้าม
ลุงซุนพยักหน้า
“กระเพาะสุกรแต่นางกลับปรุงมันออกมาเสียดิบดีแล้วยังหั่นบั้งเสียสวยงาม ฝ่าาจึงมีบัญชาให้ถอดกระเพาะสุกรออกจากอาหารน่ารังเกียจเสีย”
ลุงซุนพูดอย่างโล่งอก
“แต่ต้องยอมรับว่าเข่อชิงนางมีพร์เครื่องเสวยที่นางปรุงใครกันคิดได้เช่นนาง”
“เฟยฟางนางแก้ต่างราวกับเป็เข่อชิง พูดในสิ่งที่ข้าคิดไว้และข้าไม่กล้าพูดแต่นางกลับกล้าที่จะเอ่ยมันออกมาต่อหน้าฝ่าา”
“เื่นี้พวกเราทุกคนล้วนรู้ดี ไม่จำเป็ต้องพูดก็คิดเหมือนกันวัตถุดิบในห้องเครื่องมีสิ่งไหนบ้างที่ไม่ได้ลองนำไปปรุงเครื่องเสวยให้กับฝ่าา ยกเว้นกระเพาะสุกรนั่น เช่นนั้นจึงถือว่าเข่อชิงมีความชอบ”
“แต่เฟยฟางก็แก้ต่างให้ข้า ยายแก่ข้าอยากให้เ้าได้เห็นตอนที่นางเข้าไป แล้วฝ่าาเห็นใบหน้างดงามอ้่อนหวานของนาง ฝ่าาอ่อนลงอย่างเห็นได้ชัดแล้วยังไม่กล้าที่จะกล่าวโทษด้วยความเป็ฮ่องเต้เป็โอรส์จะต้องยโสในเื่ที่ฮ่องเต้คนอื่นยโสแต่ด้วยท่าทีของเฟยฟางนางทำให้ฝ่าาเปลี่ยนไป”ป้าตื้อเบ้ปาก
“ใช่ซี้เข่อชิงของข้านางไม่ได้มีกิริยาอ่อนหวานเพราะนางเป็นางในห้องเครื่องวันๆ ล้างจานหั่นผัก ก่อไฟ”
“ก็จริงของแก ท่าทางของนางหากเข้าเฝ้าฝ่าาเกรงว่าจะต้องถูกตัดหัวั้แ่ยังไม่ได้พูดด้วยซ้ำไป เอาเป็ว่าต่อแต่นี้นี่คือความลับของห้องเครื่องของเราเข่อชิงปรุง เฟยฟางยกไปถวาย ทุกอย่างจึงลงตัว และห้ามใครพูดออกไปโดยเฉพาะแก…ในเมื่อเื่มาถึงขั้นนี้แล้วโทษฐานหลอกลวงเบื้องสูงไม่มีใครรอดสักคนเพราะเราทุกคนที่นี่ต่างรู้ว่าเข่อชิงปรุง ทางที่ดีควรปิดเื่นี้ไม่ให้ฝ่าารู้ ”
ป้าตื้อถอนหายใจ
“เพราะนางเฟยฟางนางไม่น่าเข้าไป”
ลุงซุนขมวดคิ้ว
“เ้าอย่าได้กล่าวโทษนางในตอนนั้นใครก็ได้ที่ช่วยคลี่คลายสถานการณ์ ข้าจึงขอบคุณ เ้าอยากเป็หม้ายหรือไร”
ป้าตื้อส่ายหน้าไปมา
“แล้วเข่อชิงเล่าจะบอกนางว่าอย่างไร”ลุงซุนยิ้มมุมปาก
หยิบทองออกมาจากอกเสื้อสองก้อน
“เอาสิ่งนี้มอบให้นางแล้วก็ไปเลือกเอาของกำนัลจากฝ่าาที่เฟยฟางสักชิ้นสวยๆ แล้วบอกนางว่าฝ่าา ..เย็นนี้ฝ่าา้าเสวยเครื่องเสวยที่มีรสจัดเหมือนมื้อกลางวัน”
ป้าตื้อถอนหายใจสงสารศรีไพรจับใจ
แต่ตัดมาที่ศรีไพร
“ฮ่าาาา อี้เอ่อร์ที่เ้าพูดมาจริงหรือเฟยฟางนางพูดแทนข้าจนฮ่องเต้มอบของกำนัลเหล่านี้มาหรือ”
เลือกหยิบสายสร้อยที่ทำจากหินสี แม้จะสวยแต่ราคาจะเท่าไหร่กัน
“จริงๆ พี่เข่อชิงข้าเจ็บใจแทนพี่เหนื่อยแทบตาย แต่นางกลับได้ความดีความชอบไป”
“ใครสน ข้าไม่ได้อยากไปหมอบคลานต่อหน้าฮ่องเต้อะไรนั่นเสียหน่อย ข้าแค่อยากจะช่วยพวกเ้ากับวิกฤติครั้งนี้”
“จริงๆ นะพี่เข่อชิง ในตอนนั้นก็ถือว่าเป็เื่ใหญ่ แต่พอมาตอนนี้สิ่งที่สำคัญคือพี่ที่ต้องปรุงเครื่องเสวยให้กับฝ่าาตลอดไป พวกเขาก็ควรจะเอาใจท่านหน่อย แล้วข้าไม่อยากให้พี่เรียกฝ่าาว่าฮ่องเต้ควรเรียกว่าฝ่าา”
ศรีไพรยิ้ม
“ไอ้น้องนี่มันใช้ได้แฮะ ก็ได้ก็ได้ไม่ต้องเอาใจหรอกที่นี่สบายกว่าที่ข้าจากมา อย่างน้อยก็แค่ปรุงอาหารแล้วก็ได้พัก”
หันไปเจอเข้ากับสายตาตำหนิของป้าตื้อ
“แอบมาสุมหัวทำอะไรกันอีก”
“ป้าเราเพิ่งจะมานั่งอี้เอ่อร์เพิ่งจะไปรับของแจกจากเฟยฟางมาเลยนำมาแบ่งกับพี่เข่อชิง”อี้เอ่อร์แก้ตัว ป้าตื้อถอนหายใจ
“ข้าไม่ได้ว่าอะไร เ้ากินอะไรหรือยังเล่าเข่อชิง เอ้านี้ ลุงซุนฝากมาให้เ้า”
น้ำเสียงอ่อนลงวางก้อนทองลงบนโต๊ะกับปิ่นปักผมอีกอัน
“สวยจัง แล้วนี่ทองจริงหรือเปล่า”ศรีไพรเอ่ยปากชมปิ่นอันนั่น หยิบทองมากัดไปงั้นๆ ก็จำเขามาว่าต้องกัด
อี้เอ่อร์มีสีหน้าว่าเสียวฟัน
“ของจริง มีอะไรที่ปลอมได้อีกในวังหลวงแห่งนี้ เป็ของกำนัลที่เ้าปรุงเครื่องเสวยถูกพระทัยฝ่าา”
ศรีไพรยิ้มกว้างโยนทองในมือกะน้ำหนัก
“ดีจังปรุงอาหารครั้งหนึ่งได้เท่านี้ก็เอาแล้ว ปิ่นปักผมอันนี้สวยจังฝ่าาประทานมาเลยหรือ”
ป้าตื้อยิ้มเศร้าๆ เมื่อเห็นท่าทีดีอกดีใจของเข่อชิง ั้แ่เล็กจนโตเข่อชิงที่มีนิสัยมุทะลุแต่ฉลาดกว่าคนอื่นนางชอบหาทางเอาตัวรอดจนป้าตื้อต้องดุด่านาง มีครั้งนี้กระมังที่ป้าตื้ออดสงสารนางเสียไม่ได้นางช่างทำตัวเป็ทองไม่รู้ร้อนได้ดีจริงๆ หากเป็คนอื่นคงโวยวายไปแล้ว แต่นางกลับพอใจในของเล็กน้อย
“มันเป็ของเ้า ข้าดีใจที่เ้าชอบมัน”
ป้าตื้อก้มหน้าด้วยรู้สึกผิด
“ชอบซี้ ฮ่าาาๆๆๆ ปิ่นรักจากฝ่าาเชียว เขาว่าปิ่นแสดงความรักมิใช่หรือ”
พูดไปยิ้มไป พลางคิดว่าฮ่องเต้แก่ๆ แบบนั้นคงมีสนมนับร้อยนับพัน ให้ปิ่นใครไปบ้างจะจำได้หรือ ครั้งแรกที่ให้คงั้แ่สามสิบปีที่แล้วละมั้งป่านนี้คงหมดรักฮองเฮาที่แก่ไปด้วยกันแล้ว
อี้เอ่อร์ปิดปากหัวเราะคิกคัก
“ไม่แน่นะพี่เข่อชิง”
“ไม่เอาหรอกอ่าาาข้าไม่อยากเป็สนม”
ยิ้มทั้งสีหน้าและดวงตา อี้เอ่อร์พูดเบาๆ
“ฝ่าาก็ไม่มองนางในก้นครัวเหมือนเราหรอกพี่”
ป้าตื้อทำเสียงจิ๊จ๊ะกับสองสาว
“มื้อเย็นฝ่าาอยากจะเสวยอาหารที่รสชาติเผ็ดร้อนเหมือนเมื่อมื้อกลางวันข้าให้เฟยฟางมายืนดูเ้าปรุงเผื่อว่าฝ่าาจะถามแล้วข้ามีเื่จะขอร้องเ้า”
“้ป๊าาาาาาป้าคิดอะไรอยู่ทำไมต้องให้เฟยฟางมาดูพี่เข่อชิงปรุงนางมิจำเคล็ดลับการปรุงของพี่เข่อชิงไปจนสิ้นหรือ”
อี้เอ่อร์ที่ไม่ยอม พูดขัดขึ้น
“มันจำเป็เข่อชิง ไว้ข้าจะเล่าให้ฟังแต่เ้าสองคนต่อนี้ไปห้ามบอกว่าเข่อชิงคือคนที่ปรุงเครื่องเสวยเมื่อกลางวันเพราะฝ่าาปักใจเชื่อไปแล้วว่าเป็เฟยฟาง เราทั้งหมดกำลังหลอกลวงเบื้องสูง แต่นั่นเพราะความจำเป็ข้าเองก็มีส่วนผิดที่ไม่ยอมให้เ้าไปกับตาแก่ซุน เฟยฟางนางจึงต้องรับหน้าแทนเ้า”
อี้เอ่อร์ถอนหายใจทำสีหน้าเหมือนจะร้องไห้ ศรีไพรนิ่งงันก้มมองมือตัวเอง
“ได้ ให้นางมาดูจะได้ตอบคำถามได้ถูก”
“ข้ารู้ว่าเ้าไม่ใช่คนโง่เข่อชิง ต่อไปหากให้ของกำนัลจากฝ่าาข้าจะให้เฟยฟางนำมาให้เ้าได้เลือกก่อนใคร”ป้าตื้อพูดเอาใจ
“เชอะนางก็ได้ความดีความชอบอยู่ดี ข้าละเกลียดจริงๆ คนที่แอบอ้างเอาความดีความชอบของคนอื่นไปแบบนาง”
อี้เออ่ร์พูดเบาๆ เหมือนบ่น
มันเคยเกิดขึ้นแล้วเคยเกิดขึ้นบ่อยไปสำหรับศรีไพรไม่ได้รู้สึกอะไรแต่ที่ผ่านๆ มามันคือบทเรียนที่ศรีไพรไม่มีทางพลาดอีกแล้ว
ศรีไพรยิ้มกว้างเปลี่ยนสีหน้าทันที
“เข้าใจแล้ว ไป๊อี้เอ่อร์ไปเตรียมวัตถุดิบสำหรับปรุงเครื่องเสวยเย็น อ่อข้าวานเ้าสั่งคนที่หุงข้าวสำหรับฝ่าาเสวยว่าหุงให้มันแข็งกว่านี้หน่อยอย่าให้เละเป็โจ๊กกินกับอาหารรสจัดไม่อร่อย”
ดึงมืออี้เอ่อร์ให้ลุกขึ้น ป้าตื้อถอนหายใจโล่งอกตอนแรกคิดว่าเข่อชิงนางจะต้องโวยวายแต่เปล่าเลยนางนิ่งกว่าที่คิดไว้ หรอนาวงกำลังจะเติบโตขึ้นหรือนางเริ่มจะเข้าจะอะไรๆในวังหลวงได้ดีขึ้นกว่าแต่ก่อน
“แล้วเ้าคิดจะทำอะไรให้ฝ่าาเสวยในเมื่อเย็นนี้”
“อากาศไม่ได้หนาวนี่ ร้อนๆ แบบนี้ก็ควรจะกินน้ำพริก”
“น้ำพริก”
อี้เอ่อร์กับป้าตื้ออุทานขึ้นพร้อมกัน
ตำหนักฝ่าา
เป่ยกงกงเก็บม้วนฎีกาที่หนิงหลงอ่านเสร็จแล้วเข้าไว้ในตะกร้า
หนิงหลงที่ยืนข้างหน้าต่างเหม่อมองออกไปด้านนอก แต่ท่าทีผ่อนคลาย
“กงกงท่านว่าเครื่องเสวยเมื่อกลางวันเป็อย่างไรบ้าง”
เป่ยกงกงประสานมือ
“รสชาติเผ็ดร้อนแต่กลมกล่อมลงตัวััแปลกใหม่ของกระเพาะหมู ที่จะว่าเหนียวก็ไม่จะว่ากรอบก็ไม่เชิงแล้วยังเห็ดหอมที่ช่วยแบ่งรสเผ็ด ยามเคี้ยวและกลืนกลิ่นกะเพราหอมขึ้นจมูก โดยรวมแล้วสุดยอดพ่ะย่ะค่ะ”
หนิงหลงยิ้มใบหน้าหล่อยิ่งหล่อเหลาขึ้นไปอีก
“ข้าปีนี้24ปีแล้วเพิ่งจะเคยกินอาหารรสชาติแบบนี้ กงกงท่านชิมเพียงคำเดียวก็บอกได้เพียงนี้เชียวหรือ”
เป่ยกงกงยิ้มจะบอกอย่างไรว่าหลังจากที่เฟยฟางยกถาดอาหารไป เป่ยกงกงสั่งให้เฟยฟางยกเครื่องเสวยที่เหลือไปยังห้องของเป่ยกงกงเพื่อชิมเมนูนี้อย่างละเอียด
“แล้วฝ่าาคิดว่า เครื่องเสวยนี้เป็อย่างไรบ้าง”ถามกลับ
“ข้าแทบจะอดใจรอจนถึงมื้อเย็นไม่ได้ อยากจะเห็นว่านางจะนำเครื่องเสวยอะไรมาให้ข้าได้ลิ้มลองอีก”
เป่ยกงกงประสานมืออมยิ้ม
“มิได้รอแต่เครื่องเสวย ฝ่าาทรงรอคนยกเครื่องเสวยด้วยถูกต้องหรือไม่”
“นางงดงามจน…ข้าไม่อยากจะเชื่อว่านางจะปรุงเครื่องเสวยได้ เราไปดูนางปรุงเครื่องเสวยที่ห้องเครื่องดีไหม”
"ไม่พ่ะย่ะค่ะยิ่งกดดันพวกเขาและห้องเครื่องวุ่นวายทั้งกลิ่นควันไฟและกลิ่นอาหารฝ่าาจะทนได้หรือ"
"ไม่ไปก็ได้"
ใบหน้าหล่อพูดด้วยน้ำเสียงเรียบๆแต่เป่ยกงกงรู้ดีว่าไม่ค่อยสบอารมณ์เท่าไหร่นัก
เป่ยกงกงยิ้ม
“นางงดงามอ่อนหวาน มากความสามารถกล้าคิดกล้าพูด จึงไม่ควรอยู่แต่ในห้องเครื่อง”
หนิงหลงพยักหน้าขึ้นลง
ที่ห้องเครื่อง
“ฝ่าา24แล้วแต่ยังไม่แต่งตั้งฮองเฮาเวลาที่ผ่านมาทำศึกา กับแคว้นน้อยใหญ่พอกลับวังหลวงก็หวาดระแวงกลัวว่าแคว้นที่เคยทำาจะส่งคนมาวางยาลอบสังหารไม่ยอมเสวยอะไร นานๆ เข้าก็กลายเป็ไม่อยากเสวย หมอหลวงจึงหาวิธีให้คนในห้องเครื่องทำอาหารที่ยั่วน้ำลายฝ่าาจนต้องอยากเสวย”
อี้เอ่อร์เล่าไปพร้อมกับสับหมูไปด้วย
“อ่อ ทำาตั้ง24ปีกินนอนในสนามรบจนเคยพอมาเจอของดีดีเลยไม่อยากกิน เกิดอาการเบื่ออาหาร อี้เอ่อร์แล้วหากว่าฝ่าาไม่ยอมเสวยจริงๆ นี่พวกเราจะถูกปะาจริงๆ หรือ”
“พี่เข่อชิงท่านก็ลองนึกถึงคนที่โมโหหิวแต่ไม่มีอะไรถูกใจสักอย่างแล้วยังเป็ถึงฮ่องเต้ก็จะหาที่ลง จริงไหม”
ศรีไพรนึกวาดภาพ ฮ่องเต้ที่แก่หงำเหงือกสวมเสื้อคลุมัสีเหลืองทอง อ้วนลงพุง เพราะกินแต่หมูแต่ไก่ และของดีๆ เลี่ยนๆ กำลังโมโห กวาดถ้วยจานบนโต๊ะจนเกลี้ยงร้องอยากจะกินของเผ็ดๆ
“ฮ่าาาาขำจริงๆ ไม่เป็ไรข้า(อี่ศรี)มาแล้ววันนี้จะกินอะไรดีเพคะฝ่าา”
ศรีไพรลุกขึ้นประสานมือข้างเอวย่อตัวลงเลียนแบบนางใน
อี้เอ่อร์อมยิ้ม พี่เข่อชิงเปลี่ยนไป