ตอนที่สิบ Beyond the journey end 10
ในเื่นี้ท่านนักพรตทำได้หลายอย่างมากั้แ่การทำคุณไสยที่ทำให้นางสนมคนหนึ่งสามารถทำให้พระเอกหลงใหลได้พักหนึ่งก่อนที่นางเอกจะทำลายคุณไสยไปหรือมีการเล่นคุณไสยสาปแช่งทำให้ล้มป่วย หรือการใช้หนอนกู่ ลอบสังหารคนต่างๆ
เรียกว่าหากผมรอดชีวิตไปได้จะศึกษาศาสตร์พวกนี้เสียหน่อย
แต่ตอนนี้ผม้าอะไรที่ตรงไปตรงมากว่านั้น
นอกจากการให้เขาเขียนยันต์ะเิที่ปาไปให้ะเิหรือยันต์ป้องกันที่พอจะทำให้ผมป้องกันการโจมตีแบบไม่รู้ตัวได้แม้จะใส่เกราะไหมฟ้าที่เป็ของท่านบรรพบุรุษเก็บอยู่ในจวนแล้วก็ตาม
อีกอย่างคือ
วัสดุศาสตร์และเคมี
หากไม่นับนางเอกที่สามารถผลิตผงฟูขนมเค้ก เครื่องสำอาง ลิปสติกต่างๆเอามาขายได้อย่างเชี่ยวชาญ
ท่านนักพรตคือตัวเลือกที่รองลงมาของผมในด้านผู้ที่เชี่ยวชาญการเล่นแร่แปรธาตุ
โชคดีในโชคร้ายก็ว่าได้
เพราะการทำธุรกิจที่ไม่ยอมรามือของนางเอกทำให้กิจการขนาดกลางและเล็กนั้นเจ๊งกันเป็แถวๆ
แม้ว่ากิจการขนาดใหญ่อย่างผมหรือ โหวกง อ๋องคนอื่นๆจะประลองกับร้านค้าของนางเอกได้หลายตอนก็ตาม
แต่บรรดาคนตัวเล็กนั้นเจ๊งไปก่อนหน้านั้นนานแล้วจากการที่ร้านค้าของนางเอกนั้นขายดีกว่า
คิดดูว่าแม้กระทั่งตระกูลกว๋อกงอย่างผมผู้ดูแลอย่างอาหู่ถึงกับหลั่งน้ำตา
คิดว่าร้านเล็กๆจะทนทานต่อการแข่งขันของั์ใหญ่ได้หรือ?
ร้านค้าเล็กที่สายป่านสั้นกว่าทุนสำรองน้อยกว่าก็ต้องปิดตัวไปตามๆกัน
ทำให้อาหู่สามารถซื้อตัวคนของบรรดาร้านเล็กๆพวกนี้ให้ติดตามผมได้ตามสมควร
เรียกว่ามีคนหลายร้อยคนคุกเข่ากันอย่างศีรษะติดพื้น
“ฟังให้ดีนายท่านของข้ามีเมตตาจึงไดด้ช่วยเหลือพวกเ้าในยามลำบากเช่นนี้อย่าได้ลืมบุญคุณข้าวน้ำแม้สักหนึ่งถ้วยหนึ่งจาน”
อาหู่เชิดหน้ากล่าวอย่างเย่อหยิ่งต่อคนที่น้ำตาไหลพรากก้มศีรษะติดกับพื้น
“ขอบคุณนายท่าน ขอบคุณมากพวกข้าเองก็ไม่เหลือทางไปอีกแล้ว ขอบคุณนายท่านที่มอบทางรอดให้กับพวกข้าฮือออ”
พวกร้านค้าที่ผมซื้อตัวมาตีอกชกหัวกันใหญ่
“เอาล่ะ เอาล่ะ ไม่ต้องเศร้าเสียใจไปข้าเองก็ไม่ได้ดีไปกว่าพวกเ้า ไปสู่สถานที่ใหม่นั้นอันตรายและเสี่ยงมากกว่าพวกเ้าทนความลำบากได้หรือไม่?”
ผมกล่าวอย่างเป็ห่วง
เื่การย้ายสถานที่และคนสมัยโบราณนั้นมันติดที่มาก
“นายท่านโปรดวางใจบุกน้ำลุยไฟข้าไม่เคยบ่ายเบี่ยง”
บรรดาคนที่คุกเข่าก้มหน้ากับพื้นรับคำอย่างแข็งขัน
ผมสอบถามภายหลังพบว่าอาหู่นั้นทำการเลือกคนที่สิ้นไร้ไม้ตรอกกิจการเจ๊งจนไม่มีทางเลือก หากสกุลเย่เราไม่ช่วยเอาไว้
พวกเขาคงต้องขายตัวไปเป็ทาสจริงๆ
เฮ้อ
ผมถอนหายใจ
นี่ล่ะหนทางของทุนนิยมที่มักชอบบอกว่าคนอ่อนแอก็แพ้ไป
แต่คนเราน่ะมักจะมองกิจการคือของรุ่นต่อรุ่นที่จะสืบทอดต่อสู่ลูกหลาน
ไม่ใช่กิจการที่จะทำลายขายทิ้งเมื่อไรก็ได้อย่างแิทุนนิยมยุคปัจจุบัน
ผมหันมาคำรับนักพรตและนักบู๊ที่ทำตนเองมีศักดิ์ศรีกว่าพวกช่างฝีมือโดยการยืนหลังตรงท่าทางเ็าไม่ถ่อมตนไม่เย่อหยิ่งสมกับเป็พวกจอมยุทธ