ที่บ้านตระกูลจาง
จางฉินกับจางหู่ให้พ่อบ้านเดินทางไปเชื้อเชิญหมอมีชื่อในอำเภอมาช่วยรักษาถึงบ้านเพราะอับอายต่อสภาพของตนจนไม่กล้าออกจากบ้านไปไหนพวกเขาเกาแขนของตนไปๆ มาๆ แต่นั่นกลับทำให้พิษยาผงหมามุ่ยติดไปตามซอกเล็บหนักเข้าก็ลุกลามไปถึงใบหน้า ลำตัว ยิ่งอาบน้ำก็ยิ่งกระจายไปทั่วร่างกายเวลานี้ใบหน้าของพวกเขาถลอกแดง เนื้อตัวก็เป็แผลจากการเกาอย่างทนคันไม่ไหวหมอที่มารักษาไม่เคยเห็นอาการเช่นนี้มาก่อน จากการตรวจสอบเบื้องต้นวิเคราะห์ได้ว่าพิษนี้ไม่ร้ายแรงถึงตายแค่ทำให้เกิดการเจ็บป่วยแต่เพียงภายนอกเท่านั้น หากอดทนต่อไปจนพิษหมดฤทธิ์ของมันตามธรรมชาติก็จะหายได้เองดังนั้นจึงจัดยาต้มยาทาแต่เพียงบรรเทาอาการคันและแนะนำให้อดทนอาจใช้น้ำเกลือแช่ตัวเพื่อช่วยล้างพิษ ปัญหาคือเมื่อแผลทั้งตัวแช่ลงไปในน้ำเกลือทั้งสองต่างก็ทนปวดแสบปวดร้อนไม่ไหว กว่าอาการคันจะค่อยดีขึ้นก็ผ่านไปสามวันเต็มๆและกว่าทุกอย่างกับแผลจะหายสนิทก็ผ่านไปอีกนับสิบวัน
สิบสองวันที่ผ่านมานับแต่ที่ถูกสองพ่อลูกตระกูลจางบุกรุกล้วนดำเนินไปตามตารางชีวิตเดิมเมื่อพวกนายช่างอู๋ช่วยสร้างรั้วสูงที่มีความมั่นคงแข็งแรงจนเสร็จจึงวางใจได้เปราะหนึ่งประกอบกับหลายวันหลายคืนที่ผ่านมาก็มิได้มีเหตุการณ์ผิดปกติอะไรจึงไม่ได้ให้พวกอาเฮยช่วยเฝ้ายามอีก ทว่าแต่ละคืนหยางเถาอวี้ยังไม่ประมาทสั่งให้อาเหม่ยกับเสี่ยวเหลยออกมาจากมิติของรุ่ยเอ๋อและคอยลาดตระเวณเฝ้ายามรอบบ้านในตอนกลางคืน“หากมีใครกล้าแหลมหน้าเข้ามาในเขตรั้วบ้านล่ะก็นะเสี่ยวเหลย เ้าเรียกสายฟ้าลงมาผ่าพวกมันให้หัวโกร๋นไปเลยเข้าใจหรือไม่แต่ไม่ต้องถึงตายนะ ข้าี้เีขึ้นโรงขึ้นศาล”
‘เข้าใจขอรับนายหญิงไว้ใจข้ากับท่านแม่ได้เลย รับรองแม้แต่แมลงวันสักตัวข้าก็ไม่ยอมให้รุกล้ำเข้ามาเด็ดขาด’เสี่ยวเหลวตอบ
“แหมๆๆ โม้ไปหรือเปล่ากระทั่งแมลงวันเ้าก็ไม่คิดละเว้นหรืออย่างไร” หยางเถาอวี้หยอกกลับทันควัน เสียงฮี้ๆขำของอาเหม่ยดังลั่นมิติเคล้ารอยยิ้มของรุ่ยเอ๋อ
‘แหะๆ ข้าน้อยเปรียบเปรยขอรับ’เสี่ยวเหลยแก้ตัวแทบไม่ทัน ยิ่งระดับพลังสูงขึ้น สติปัญญาของมันก็เพิ่มขึ้นตามเวลานี้ตัวมันกับอาเหม่ยบ่มเพาะพลังจนแตะย่างเข้าสู่ระดับสองตอนปลายแล้วอีกทั้งด้วยสายเือาชาอัสนีระดับพลังยังเริ่มแซงหน้าอาเหม่ยผู้เป็แม่ไปอย่างเห็นได้ชัดส่วนหยางเถาอวี้ก็ไม่น้อยหน้า เนื่องจากมีสองแม่ลูกม้าอสูรคอยช่วยเฝ้ายามให้ในตอนกลางคืนนางจึงวางใจ สามารถบ่มเพาะพลังจนลมปราณในจุดตันเถียนควบแน่นกลายเป็หยดน้ำได้สำเร็จทะลวงเข้าสู่ขั้นมัชฌิมตอนต้นเป็ที่เรียบร้อย
การฝึกพลังปราณในขั้นมัชฌิมเป็ขั้นการฝึกรวมพลังแสงไว้ที่ปลายนิ้วจนกลายเป็ดัชนียุทธ์เหมาะสมและเกื้อหนุนต่อการสกัดจุด เพลงยุทธ์ในระดับนี้จึงเน้นท่าร่างที่โจมตีด้วยการสกัดจุดลมปราณเป็หลักส่งเสริมด้วยท่าเท้าท่องแสงซึ่งมีท่วงท่ารวดเร็วคล่องแคล่วยิ่งขึ้นกว่าท่าเท้ากำเนิดแสงไปอีกระดับ
นอกจากนี้ยังมีเคล็ดวิชาซ่อนแสงในเงามืดซึ่งเป็เคล็ดวิชาสำหรับลบกลิ่นอาย ปกปิดพลังปราณและเร้นกายในเงามืดทำให้ผู้ฝึกปราณที่มีระดับสูงกว่าไม่อาจตรวจพบหรือมองเห็นร่างหยางเถาอวี้ต้องฝึกโคจรเคล็ดวิชานี้ไว้ตลอดเวลาเพื่อให้คล่องแคล่วจนถึงระดับเป็หนึ่งเดียวกับกายและจิตจึงจะส่งผลให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดถึงขั้นลบตัวตน
...
ในที่สุดบ้านหลังใหม่ก็เป็รูปเป็ร่างขึ้นจนใกล้เสร็จสมบูรณ์แล้วขาดแต่รายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ อีกสองสามวันก็คาดว่าจะเรียบร้อยไม่ช้ากว่าระยะเวลาสองอาทิตย์ที่กำหนดไว้แต่เดิม วันนี้หยางเถาอวี้ตั้งใจจะพายายจางเข้าอำเภอไปหาซื้อเครื่องใช้ในบ้านหลังยามอู่นาง้าพวกโต๊ะ เก้าอี้ ตู้ เตียงใหม่ เครื่องนอนใหม่สำหรับพวกตนและเรือนพักของคนงานที่เตรียมไว้รวมถึงอ่างหรือโอ่งน้ำสำหรับจัดวางไว้ในห้องน้ำใหม่ทุกห้องข้อหลังนี้ตื่นเต้นที่สุดสำหรับนางแล้ว อีกไม่กี่วันก็จะได้ใช้ห้องน้ำที่ได้สุขลักษณะดีขึ้นกว่าปัจจุบัน(ไปไกลโข) แล้วสินะ อันที่จริงห้องน้ำในมิติส่วนตัวที่หยางเถาอวี้ขอให้รุ่ยเอ๋อช่วยปรับพื้นที่และสร้างเป็ห้องสุขาส่วนตัวแล้วเสร็จั้แ่ที่เถ้าแก่หลี่เมี่ยนนำโถส้วมกับวงปูนมาส่งเมื่อห้าวันก่อนทั้งยังมีห้องอาบน้ำอีกด้วย แต่ดันขาดโอ่งใส่น้ำนางเลยยังไม่ได้ใช้บริการห้องน้ำส่วนตัวเสียที
ระหว่างที่กำลังเดินหาซื้อสิ่งของที่้านั่นเองจู่ๆ ก็ได้ยินเสียงะโเรียกจากด้านหลัง
“ยายจางๆ คุณหนูหยาง โปรดหยุดก่อน”เสียงชายผู้หนึ่งะโเรียก
“เสียงใครนะ คุ้นหูนัก”ยายจางเอ่ยขณะชักชวนให้หลานสาวตัวน้อยหยุดฝีเท้าเมื่อหันไปเห็นเ้าของเสียงจึงได้ตบอกตนเบาๆ
“นึกว่าใครที่ไหนที่แท้เถ้าแก่เมิ่งนี่เอง” ยายจางกล่าวทักทายขึ้นหลังจากที่เถ้าแก่เมิ่งเดินมาถึงจุดที่พวกนางหยุดยืนรอ
“คารวะเถ้าแก่เมิ่งเ้าค่ะ”หยางเถาอวี้ยอบกายลงคารวะเถ้าแก่เมิ่งด้วยมารยาทอันงดงาม
“มิต้องมากมารยาทๆ ข้ารอพวกเ้าอยู่หลายวันแล้วแต่พวกเ้ากลับไม่มาหาข้าซักที” เถ้าแก่เมิ่งหอบหายใจเล็กน้อยที่เร่งฝีเท้าเพื่อจะเดินตามสองยายหลานให้ทัน
“เอ๋ มีเหตุอันใดหรือเ้าคะ”“มีเหตุอันใดหรือเ้าคะ” สองยายหลานเอ่ยถามขึ้นแทบจะพร้อมกันด้วยความแปลกใจ
“ก็จะอะไรซะอีกละ ยาสูตรที่พวกเ้าให้มาขายดีเป็เทน้ำเทท่าจนผลิตแทบไม่ทันอยู่แล้วน่ะสิ”เถ้าแก่เมิ่งพูดเสียงเบาด้วยไม่แน่ใจว่าเื่ที่หยางเถาอวี้เป็คนให้สูตรยามาสมควรถูกเผยแพร่ออกไปหรือไม่ทั้งนี้มิใช่เพราะเขาคิดไม่ซื่อแต่เป็เพราะกังวลถึงปัจจัยรอบด้านหลายอย่างเช่นความปลอดภัยของพวกนางสองยายหลาน
“อ้อ เป็เช่นนั้นหรือเ้าคะน่าดีใจยิ่ง” สองยายหลานแสดงความดีใจกับเถ้าแก่เมิ่งโดยลืมคิดไปว่าเื่นี้ก็เกี่ยวข้องกับพวกตนด้วย
“พวกเราไปคุยกันที่ร้านของข้าก่อนเถอะจะได้จิบชาไปด้วย เื่นี้ค่อนข้างยาว”เถ้าแก่เมิ่งชักชวนให้ทั้งสองไปที่ร้านสมุนไพรของตนนอกจากเป็ส่วนตัวกว่าการยืนคุยกันกลางถนนแล้วยังปลอดภัยกว่าด้วย
“ได้เ้าค่ะ”สองยายหลานรับคำแล้วก็ชวนให้เถ้าแก่เมิ่งเดินไปขึ้นรถม้าซึ่งจอดอยู่ไม่ไกลจากบริเวณนั้นนักจะได้โดยสารไปด้วยกันทีเดียว
เมื่อถึงร้านขายสมุนไพรเถ้าแก่เมิ่งรีบเชื้อเชิญคนทั้งสองเข้าไปยังห้องรับรองแขกที่บริเวณหลังร้านหลังจากเรียกให้เด็กในร้านยกน้ำชามาให้ทุกคนแล้วจึงเริ่มต้นกล่าวต่อไป
“พวกเ้าคงจำได้ข้าได้พูดเอาไว้แล้วว่าหากสูตรยาน้ำมันตะไคร้หอมกับยาแก้บิดได้ผลและขายออกข้าจะแบ่งส่วนกำไรให้แก่พวกเ้าซึ่งเป็เ้าของสูตรยา นี่เป็เื่ที่หนึ่งส่วนเื่ที่สองก็คือเวลานี้ได้ผลตอบรับที่ดียิ่งจากผู้ที่ซื้อไปทดลองใช้ข้าขายจนหมดเกลี้ยงร้านแล้วก็เลยให้คนไปหาซื้อต้นตะไคร้กับข่ามาทำขายเพิ่มเพราะพวกเ้าไม่มาส่งสมุนไพรเสียทีแต่ไม่รู้ว่าเพราะอะไรประสิทธิภาพของยาที่ได้กลับสู้ยาชุดที่ทำจากต้นตะไคร้และข่าที่พวกเ้านำมาให้ทดลองไม่ได้”เถ้าแก่เมิ่งเล่าเื่ต่างๆ ให้ฟังตามลำดับ
“มีเื่เช่นนี้ด้วยหรือเ้าคะพวกข้าก็เก็บต้นตะไคร้กับข่ามาจากชายป่าหมื่นอสูรเท่านั้นมิได้มีสิ่งใดแปลกไปจากปกติเลยนะเ้าคะ” ยายจางเอ่ยอย่างกังขาส่วนหยางเถาอวี้ได้แต่แอบหัวเราะในใจต้นตะไคร้กับข่าชุดที่นางมอบให้เถ้าแก่เมิ่งทดลองปรุงยาเป็ชุดที่เก็บมาจากป่าก็จริงยังมิใช่ชุดที่นางลงมือปลูกไว้ในมิติส่วนตัวของรุ่ยเอ๋อ ทว่านางได้แอบพรมน้ำทิพย์เอาไว้จะมีตะไคร้กับข่าที่ไหนเลียบแบบได้เล่า อย่างนี้เรียกว่าแผนการผูกขาดตลาดใช่หรือไม่หึๆๆ
“นั่นสิเ้าคะ” หยางเถาอวี้เอ่ยสนับสนุนคำพูดของยายจาง
“ข้าก็ประหลาดใจแต่ข้อเท็จจริงก็เป็ไปดังที่เล่าให้พวกเ้าฟังนั่นแหละดังนั้นข้าจึงรอพวกเ้าทั้งสองมาหลายวันแล้ว หวังว่าพวกเ้าจะแวะมาขายสมุนไพรให้จะได้ตกลงเื่ส่วนแบ่งและแก้ไขปัญหาข้อนี้ให้ลุล่วง แต่พวกเ้าก็ไม่มาเสียทีรอจนข้าร้อนใจไปหมดแล้ว ไอ้ครั้นจะไปตามหาพวกเ้าถึงบ้านข้าก็ไม่รู้ว่าพวกเ้าอยู่ที่ไหนกัน”
“ที่แท้ก็เป็เช่นนี้นี่เอง”ยายจางพอจะเข้าใจความร้อนรนของเถ้าแก่เมิ่ง
“เอาอย่างนี้นะ เื่ส่วนแบ่งข้ายินดีแบ่งกำไรให้พวกเ้าห้าส่วน ข้าเก็บไว้แค่ห้าส่วน พวกเ้าพอใจหรือไม่”เถ้าแก่เมิ่งเสนอ
“นี่ออกจะมากเกินไป พวกข้าขอแค่สามส่วนก็พอเ้าค่ะ”สองยายหลานสบตากัน ยายจางส่งพยักเพยิดเป็เชิงให้หยางเถาอวี้เป็ผู้ตัดสินใจเช่นเคย
“พวกเ้าพอใจแค่สามส่วนจริงหรือ”เถ้าแก่เมิ่งย้ำถาม
“เท่านี้ก็เพียงพอแล้วเ้าค่ะ”หยางเถาอวี้ยืนยัน สูตรยาง่ายๆ แค่สองสูตร ค่าลิขสิทธิ์เท่านี้นับว่าเพียงพออีกอย่าง นางก็วางกับดักไว้แล้ว อย่างไรเถ้าแก่เมิ่งก็ต้องพึ่งพานาง
“เอาเถอะๆงั้นข้าจะคิดราคาตะไคร้กับข่าของพวกเ้าให้ในราคาพิเศษเลยก็แล้วกันนะ” เถ้าแก่เมิ่งนับว่ามีใจยุติธรรมไม่น้อยเมื่อเห็นว่าสองยายหลาน้าส่วนแบ่งไม่มากเท่าที่ตนตั้งใจจะมอบให้จึงคิดเพิ่มราคาสมุนไพรให้พวกนางเป็การตอบแทน
“ตกลงเ้าค่ะ แต่เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาขุ่นเคืองใจกันในภายหลังข้าคิดว่าพวกเราทำสัญญากันให้เป็กิจจะลักษณะดีหรือไม่เ้าคะ” หยางเถาอวี้เห็นเถ้าแก่หลี่เมี่ยนไม่ได้คิดถึงจุดนี้จึงเอ่ยทัก
“อ้อ ได้ๆข้ามัวแต่ตื่นเต้นจึงลืมนึกถึง เดี๋ยวข้าจะไปร่างสัญญามาให้นะ รอสักครู่”
ไม่นานเถ้าแก่หลี่เมี่ยนก็เดินออกมาพร้อมหนังสือสัญญาซึ่งมีเนื้อหาชัดเจนคล้ายคลึงกับสัญญาที่เคยทำกับเถ้าแก่หลี่เมี่ยนหยางเถาอวี้อ่านเสร็จจึงลงนามไป
“เช่นนั้นวันนี้พวกเ้ามีสมุนไพรมาด้วยหรือไม่”เถ้าแก่เมิ่งรีบถามต่อเมื่อจัดการเื่สัญญาเรียบร้อย
“ต้องขออภัยอย่างยิ่งเ้าค่ะวันนี้พวกเรามาหาซื้อเครื่องใช้ไม้สอย จึงมิได้นำสมุนไพรติดตัวมาด้วย”อันที่จริงนางจะควักต้นตะไคร้กับข่าออกมาตรงนี้เลยก็ยังได้ เพราะนางนำสมุนไพรเหล่านี้เข้าไปปลูกในมิติส่วนตัวนานแล้วเวลานี้ขยายพันธุ์จนแทบกลายเป็ไร่อยู่รอมร่อ แต่ยายจางคงต้องงุนงงสงสัยถึงที่มาแน่หากนางทำเช่นนั้น
“งั้นวันพรุ่งนี้เล่า พวกเ้าจะนำมาส่งให้ข้าได้หรือไม่ข้ารับไม่อั้น พวกเ้ามีเท่าไหร่ก็ขนมาได้เลย”เถ้าแก่เมิ่งร้อนใจอยากจะได้สมุนไพรมาผลิตยาโดยเร็วที่สุดและมากที่สุด
“ได้เ้าค่ะพรุ่งนี้ข้าจะเก็บมาให้ท่านมากๆ เชียวเ้าค่ะ” หยางเถาอวี้รับคำ
“โอ้ ดียิ่งนักๆงั้นข้าจะไปหยิบส่วนแบ่งกำไรก้อนแรกมาให้พวกเ้าก่อน ข้าทำบัญชีไว้แล้ว” นี่นับเป็ความซื่อสัตย์ของเถ้าแก่เมิ่งหรือจะบอกว่าเขามองการณ์ไกลไม่เห็นแก่ผลประโยชน์เล็กๆ น้อยๆแต่นึกถึงเม็ดเงินกำไรก้อนโตที่กำลังจะตามมาก็ไม่อาจทราบได้ครั้นแล้วเถ้าแก่เมิ่งจึงลุกออกไปหยิบเงินมามอบให้สองยายหลาน
“นี่คือส่วนแบ่งกำไรสามส่วนงวดแรกถือเป็เงินขวัญถุงสำหรับการเริ่มต้นธุรกิจระหว่างพวกเรานะ”เถ้าแก่เมิ่งกล่าวพร้อมกับส่งมอบถุงเงินให้เขารู้ดีว่าพวกนางในเวลานี้ร่ำรวยจากการขายโสมคนพลังปราณให้เขาคราวก่อนเงินจำนวนเพียงสามส่วนของกำไรก้อนแรกนี้คงไม่นับว่ามากมายสำหรับพวกนางอีกต่อไป
หยางเถาอวี้รับถุงเงินมาพร้อมกับเปิดออกดูภายในถุงมีเงินถึงสิบตำลึงทองทีเดียว
“ไอ้หยางวดแรกก็ได้มากถึงเพียงนี้เชียวหรือเ้าคะเถ้าแก่เมิ่ง” หยางเถาอวี้อุทาน
“ไม่มากไปหรอกๆ ในเมื่อสูตรยาได้ผลดีข้าย่อมต้องตั้งราคาตามเนื้อผ้า ข้าคิดเงินแพงสำหรับผู้มีฐานะอันจะกินแต่หากเป็คนยากจน ข้าก็ลดราคาให้พวกเขานะ เ้าเห็นด้วยหรือไม่”เถ้าแก่เมิ่งเล่าพร้อมถามความเห็น
“ดีเ้าค่ะยาสองสูตรนี้ดูเหมือนเป็ยาสามัญก็จริง ทว่าชาวบ้านอย่างเราหากใครเป็บิดแล้วไม่มียารักษา ย่อมต้องปวดท้องทรมานอย่างยิ่งเถ้าแก่เมิ่งทำเช่นนี้ ถือเป็การสั่งสมบุญอย่างหนึ่งเชียวนะเ้าคะ”หยางเถาอวี้กับยายจางต่างเห็นด้วย
“เช่นนั้นข้าก็สบายใจงั้นข้าจะรอสมุนไพรจากเ้าในวันพรุ่งนี้นะ” เถ้าแก่เมิ่งกล่าว
“พรุ่งนี้ข้าจะมาส่งให้ท่านอย่างแน่นอนเ้าค่ะงั้นวันนี้พวกข้าต้องขอตัวก่อนนะเ้าคะเรายังเลือกเครื่องใช้ไม่ได้ครบตามที่้าเ้าค่ะ” หยางเถาอวี้ออกตัวอำลา
“ได้ๆๆ เชิญพวกเ้าตามสบายเถอะพรุ่งนี้ค่อยพบกันใหม่”
ครั้นแล้วสองยายหลานจึงมุ่งหน้ากลับไปสั่งซื้อเครื่องเรือนต่อจนครบและเนื่องจากข้าวของทุกชิ้นมีขนาดใหญ่ เถ้าแก่แต่ละร้านจึงรับปากว่าจะนำไปส่งให้ที่บ้านในอีกสองวันข้างหน้าให้พอดีกับที่เรือนใหม่สร้างเสร็จสมบูรณ์พอดี ยกเว้นโอ่งน้ำขนาดย่อมสองใบกับกระบวยตักน้ำที่หยางเถาอวี้ยืนยันนั่งยันว่าจะขนกลับไปเอง(รอไม่ไหวแล้ว ขอให้ข้าได้เข้าห้องน้ำห้องท่าอย่างสบายใจั้แ่คืนนี้เสียทีเถอะ -นางคร่ำครวญ)
ระหว่างทางกลับบ้านหยางเถาอวี้ลองคำนวณดู ระยะเวลาแค่สองอาทิตย์ กับปริมาณสมุนไพรไม่มากพวกนางยังได้ส่วนแบ่งกำไรถึงสิบตำลึงทอง หากว่าเพิ่มปริมาณการผลิตและมอบสูตรยาใหม่ให้กับเถ้าแก่เมิ่งอีกซักสองสามสูตรเดือนๆ หนึ่งพวกนางมิได้กำไรเป็ร้อยตำลึงเลยหรือนี่ ช่างดียิ่งนักต่อไปนี้ก็นับว่าหมดห่วงกับค่าใช้จ่ายประจำวันได้แล้วใช่หรือไม่
แต่ครั้นเมื่อนึกถึงค่าใช้จ่ายในการฝึกยุทธ์ไม่ต้องพูดอื่นไกล แค่ราคาหินแปรปรวนที่นางกำลังอยากได้ก็ให้ปวดหัวยิ่งแล้วเพราะมันช่างแพงแสนแพง ลำพังแค่เก็บเงินส่วนแบ่งจากการขายยาต่อให้ได้เดือนละร้อยตำลึงทอง สงสัยทั้งชาติก็คงไม่ได้ซื้อ นางยังคงต้องหาวิธีปั๊มเงินต่อไปสินะ