ชายหนุ่มในชุดคลุมสีดำสนิทเดินซอยเท้าอย่างเร่งรีบ ตัวเขานั้นลืมไปว่าในฤดูหนาวนั้นกลางคืนจะมาถึงเร็วกว่าปกติ
ท้องฟ้ายามนี้เริ่มมืดครึ้ม เวลานี้มีเพียงแสงสว่างของดวงจันทร์เต็มดวงขนาดใหญ่ ที่ส่องแสงนวลลงบนผืนแผ่นดิน
วาสเดินทางกลับมาได้ครึ่งทางแล้ว ชายหนุ่มกำลังคิดอย่างหัวเสียว่าทำไมตนถึงได้ลืมพกคบเพลิงมาด้วย
แต่ทันใดนั้นร่างในชุดคลุมก็หยุดชะงักกึก ยืนนิ่งอยู่บนท้องถนนที่เงียบเชียบและโดดเดี่ยว
ก่อนที่ร่างในชุดคลุมจะะโถอยหลังหลบลูกธนูที่ยิงมาจากมุมอับสายตาได้อย่างฉิวเฉียด
“บ้าเอ้ย! มันรู้ตัวแล้ว”เสียงสบถดังมาจากป่าข้างทาง ก่อนจะปรากฏร่างมนุษย์ 5 ร่างเดินถืออาวุธครบมือออกมาจากข้างทาง
“เฮ้ย! ไอ้กระจอก ทิ้งของมีค่าไว้ซะแล้วพวกฉันจะปล่อยแกไป”ชาย1ใน5นั้นะโออกมาราวกับโจรกระจอกในละครทีวีพลางชี้ดาบในมือขู่
วาสนำมือล้วงไปหยิบอาวุธจากถุงมิติออกมาแทนคำตอบ มือข้างหนึ่งกุมหอกระดับ 3 แน่น
“เหอะ! ถ้าอยากตายนักก็จัดให้ พวกเรา อ๊ะ!..”วาสไม่ปล่อยโจรตรงหน้าที่พูดมากราวกับผู้ร้ายเกรดcพูดมากอีกต่อไป ชายหนุ่มขว้างหอกในมือเต็มแรง ส่งผลให้หอกพุ่งแทงทะลุเข้าที่ช่องท้องโจรคนหนึ่ง
อ๊ากกก!
“บัดซบ! พวกเราฆ่ามัน”โจรอีก4คนที่เหลือกระจายตัวพยายามล้อมกรอบวาสไว้
วาสตัดสินใจคว้าหอกระดับ3 อีกอันออกจากถุงมิติและพุ่งเข้าหาโจรที่อยู่ใกล้ตัวที่สุด และแทงไปยังใบหน้าของโจรคนนั้น
โจรที่เป็เป้าหมายเอียงหัวหลบได้ฉิวเฉียด วาสไม่ปล่อยจังหวะให้พลาดไป ชายหนุ่มสะบัดตัวหมุนไปอีกทิศหนึ่งส่งผลให้หอกเฉือนเข้าที่ชายโครงของโจรอีกผู้หนึ่งที่อาศัยจังหวะวาสพลาดมาโจมตีด้านหลัง
โจรที่โดนหอกเฉือนไปที่ชายโครงร้องโหยหวน ดูเหมือนว่าหอกของวาสจะเฉือนเข้าเนื้อเขาลึกพอสมควร มือหนึ่งจึงกุมปากแผลห้ามเืไว้
วาสไม่รอช้าสะบัดหอกแทงเข้าไปยังศีรษะโจรที่าเ็อยู่ คมหอกแทงทะลุเข้าไปมิดด้ามดับลมหายใจของโจรชั่วอย่างรวดเร็ว
โจรที่เหลืออีก3คนชะงักอยู่กับที่ 1ในนั้นยืนขาสั่นพับๆหน้าซีดจวนจะเป็ลมอยู่เต็มที
วาสถอนหอกออกจากใบหน้าของโจรที่เขาพึ่งจะสังหารอย่างช้าๆในใจเต้นระรัวแม้นี้จะไม่ใช่การฆ่าคนครั้งแรกของเขาแต่ก็อดตื่นเต้นไม่ได้ วาสปั้นหน้านิ่งก่อนจะหันไปมองโจรที่เหลือ
โจรทั้ง3สะดุ้งเฮือก เวลาผ่านไปไม่กี่นาที พวกของเขาตายไป1 าเ็สาหัสอีก1
“เอายังไงดีหัวหน้า”ชายที่ยืนขาสั่นเอ่ยถามอย่างหวาดกลัว ชายหัวหน้ากลุ่มกลืนน้ำลายเข้าไปอึกใหญ่ก่อนจะพูดเสียงเข้มว่า
“อย่าไปกลัวโว้ย! มันแค่โชคดีเท่านั้น ต่อไปฉันจะใช้สกิลของฉันจัดการมันเอง”ชายหัวหน้ากลุ่มพูดพลางกระชับโล่ขนาดใหญ่และดาบในมือแน่นก่อนจะใช้สกิลออกมา
สกิลโล่ทะลวงศึก!
โล่ในมือหัวหน้าโจรเรืองแสงก่อนที่ร่างของชายหัวหน้าโจรจะพุ่งไปข้างหน้าอย่างแรงราวกับมีไอพ่นอยู่ด้านหลัง
วาสเบิกตากว้างอย่างตื่นตระหนก ก่อนที่สกิลสุดยอดสัญชาตญาณของเขาจะทำงานอัตโนมัติ ร่างชายหนุ่งในชุดคลุมพยายามเบี่ยงตัวหลบ แต่น่าเสียดายที่โล่ของชายหัวหน้าโจรมีขนาดใหญ่ที่ทั้งยังพุ่งมาด้วยความเร็วเหนืุ์จึงทำให้ส่วนหนึ่งของโล่ชนเข้ากับร่างกายวาส
ร่างในชุดคลุมกระเด็นไปด้านข้างอย่างรุนแรงก่อนจะกระแทกเข้ากับต้นไม้ดังปัง!
“ฮ่าๆๆ เป็ยังไงละไอ้กระจอกเจอสกิลของฉันเข้าไป”ชายหัวหน้าโจรกล่าวอย่างสะใจ
วาสกัดฟันข่มความเ็ปก่อนจะพุ่งเข้าหาชายหัวหน้าโจรอย่างเกรี้ยวกราด ก่อนจะแทงหอกใส่หัวหน้าโจรไม่ยั้ง
“เฮ้ย!”หัวหน้าโจรไม่คิดว่าวาสจะโจมตีสวนเขาอย่างรวดเร็วเช่นนี้จึงได้แต่ยกโล่ในมือตั้งรับเป็พัลวัน
เคร้ง!เคร้ง!เคร้ง!..
เสียงปลายหอกแหลมกระทบเข้ากับโล่ดังถี่ยิบไม่เว้นจังหวะ
“รออะไรอยู่ละโว้ย รีบมาช่วยฉันสิไอ้พวกเวร”หัวโจระโอย่างหัวเสีย แต่ไม่ทันแล้ว วาสจงใจแทงหอกไปยังจุดเดียวกันตลอดเวลาในที่สุดโล่ของหัวหน้าโจรก็ปรากฏรอยแตกร้าว
ดวงตาภายใต้หน้ากากไม้วาวโรจน์อย่างหน้ากลัว ก่อนที่ร่างในชุดคลุมจะเกร็งกำลังทั้งหมดไปที่แขนจนกล้ามเนื้อปูดโปนและแทงหอกออกไปเต็มกำลัง
ปัง! อ๊ากกก!
หอกยาวแทงทะลุโล่ไปก่อนจะทะลุเข้าไปยังกลางอกของชายหัวหน้าโจร วาสกระชากหอกออกมาอย่างเืเย็น
ดวงตาของหัวหน้าโจรไร้ประกายก่อนที่ร่างของเขาจะล้มลงแผ่หลาอยู่ที่พื้น
เหวอ!
โจรที่เหลือ2คน เมื่อเห็นหัวหน้าตนพลาดท่าตายตกไปก็ร้องอย่างขวัญเสีย วิ่งกระจายไปทั้ง2ทาง
วาสแค่นเสียงก่อนจะดึงมีดที่เหน็บอยู่ข้างเอวออกมาแล้วสะบัดมือปามีดไปยังโจรคนหนึ่งอย่างรวดเร็ว
ฉึก!
มีดเล่มบางแทงทะลุเข้าไปศีรษะเป้าหมายอย่างแม่นยำ ส่งผลให้ร่างนั้นเซถลาไปข้างหน้าหมดลมหายใจทันที
วาสค่อยๆเดินอย่างเชื่องช้าไปยังโจรคนแรกที่ถูกเขาโจมตี โจรผู้นี้ยังคงนอนหอบหายใจโดยมีหอกแหลมคาอยู่ที่ท้อง
“วะ..ไว้ชีวิตผมเถอะ”เสียงข้อร้องที่ดังอย่างแ่เบาดังขึ้นท่ามกลางป่าที่มืดมิด ทว่าวาสไม่สนใจ ชายหนุ่มดึงหอกออกมาจากท้องของเขาอย่างเืเย็น
อ๊ากกก! ฉึก!
โจรกรีดร้องอย่างเ็ปก่อนจะโดนวาสปิดปากโดยการแทงหอกเข้าไปที่ศีรษะอย่างแรง
วาสกวาดตามองรอบๆ ก่อนจะถอนหายใจออกมาน่าเสียดายเขาปล่อยมันรอดไปได้คนหนึ่ง
วาสเก็บทรัพย์สมบัติทั้งหมดรอบตัว ทั้งของตนและของโจรที่ดักปล้นเขา ก่อนจะรีบเดินจากไปโดยทิ้งศพเ่าั้ไว้
“หยุด!”เสียงะโก้องดังมาจากบนกำแพงเมือง ยามที่เป็คนของกิลด์อัศวินแห่งแสงร้องะโเมื่อเขาเห็นร่างในชุดคลุมแปลกหน้าที่กำลังเดินมาที่เมืองของเขา
“แกเป็มนุษย์หรือเปล่า เปิดเผยตัวซะ!”
ชายหนุ่มในชุดคลุมทำตามอย่างว่าง่าย เขาเปิดผ้าคลุมที่ปิดหน้าขึ้น ก่อนจะถอดหน้ากากไม้ที่สวมไว้อยู่ออก
เมื่อยามที่เป็คนของกิลด์อัศวินเห็นว่าชายตรงหน้าเป็มนุษย์ก็พยักหน้า ก่อนจะะโบอกให้เปิดประตูเมืองให้เขา
วาสเมื่อเข้ามาในเมืองได้แล้วก็รีบมุ่งหน้ากลับไปยังร้านของไออ้อนเพื่อรักษาอาการาเ็
“กลับมาแล้วงั้นรึเ้าหนูวาส”ไออ้อนเอ่ยถามเมื่อเห็นวาสเดินเข้ามาในร้าน วาสผงกหัวทักทายไออ้อนเล็กน้อย
“แล้วเป็ไงละหือ ล่ามอนเตอร์วันนี้?”
“ไอ้ล่ามอนเตอร์นะไม่เท่าไหร่หรอกปู่ แต่ดันเจอโจรดักปล้นกลางทางตอนขากลับนี้สิ กว่าจะจัดการได้เล่นเอาเหนื่อย”วาสบ่นกระปอดกระแปด
“ฮ่าๆๆ เ้านี้ดวงไม่ดีเลยจริงๆนะ แต่ก็ยังดีที่รอดมาได้ เอาเถอะ ไปอาบน้ำกินข้าวซะเพราะวันนี้เ้ากลับมาช้าข้าเลยได้ไปกินข้าวอยู่บาร์รากหญ้าคนเดียวเลย เชอะ!” สิ้นคำไออ้อนก็สะบัดหน้าหนีก่อนจะเดินปึงปัง กลับขึ้นห้องไป
วาสส่ายหน้าเอือมระอากับท่าทางราวเด็ก3ขวบของไออ้อน ชายหนุ่มเดินไปถอดสัมภาระภายในห้องของตนก่อนจะเอาผ้าเช็ดตัวพาดบ่าเดินไปห้องน้ำ
ร่างชายหนุ่มผมดำวัย21ส่องสะท้อนอยู่ภายในกระจก อวดร่างเปลือยกำยำท่อนบนที่เต็มไปด้วยกล้ามเนื้อเป็มัดสมส่วน บริเวณซีกด้านซ้ายตอนนี้มีรอยช้ำสีม่วงเขียวขนาดใหญ่ประดับอยู่
‘ขนาดโดนแค่เฉียดๆยังหนักขนาดนี้ ถ้าหลบไม่ทันมีหวังกระดูกร้าวเผลอๆอาจหักไปเลยก็ได้’วาสถอนหายใจก่อนที่เขาจะนำยาทาแก้ฟกช้ำออกมาจากถุงมิติ และทาอย่างแ่เบาไล้ไปตามร่างกายอย่างช้าๆ...
ยามบ่ายของเช้าวันถัดมา...
วันนี้วาสงดล่ามอนเตอร์1วัน เพื่อที่จะพักฟื้นร่างกายจากอาการาเ็
ชายหนุ่มในร่างชุดคลุมสีดำเดินทอดน่องไปเรื่อยๆบนท้องถนน แสงตะวันยามบ่ายสาดส่องลงมาละลายหิมะที่ทับถมกันเบื้องล่าง
ชายหนุมเดินไปเรื่อยๆจนในที่สุดเขาก็มาหยุดอยู่ที่สมาคมนักสำรวจสาขาย่อย เขาผลักประตูเข้าไปอย่างแ่เบา แล้วเดินตรงไปหาบาร์เทนเดอร์ที่สวมชุดบริกรประจำตำแหน่งอยู่
“ฉันมาส่งภารกิจ”วาสเอ่ยพลางยื่นใบภารกิจที่รับมาไปให้บาร์เทนเดอร์
“รบกวนเทสิ่งของภารกิจลงตะกร้านี้ด้วยครับ”บาร์เทนเดอร์โบกมือเรียกลูกมือ ก่อนจะมีชายเข็นรถเลื่อนที่มีตะกร้าขนาดใหญ่วางอยู่มา
วาสหยิบถุงมิติที่ใส่นอแรดเกราะไว้ออกมาก่อนจะเทลงไปยังตะกร้า
“รบกวนรอทางเราตรวจสอบสักครู่นะครับ ระหว่างรอไม่ทราบจะรับเครื่องดื่มอะไรมั้ยครับ”วาสพยักหน้าก่อนจะสั่งน้ำผลไม้มาแก้วหนึ่ง พลางฟังเสียงสนทนารอบข้างอย่างเงียบๆ
วาสดื่มไปพลางฟังไปพลางกรองทุกสิ่งที่ได้ยินจากรอบข้างมาประดับเป็ความรู้ของตน
“เราตรวจสอบภารกิจของคุณเสร็จเรียบร้อยแล้วครับ ทุกอย่างไม่มีปัญหานี้ของรางวัลของคุณครับ”บาร์เทนเดอร์พูดพลางยื่นถุงใบใหญ่ที่มีคอร์อยู่ภายในนั้นออกมายื่นให้วาส
วาสรับมาโดยไม่สนใจตรวจสอบเพราะสมาคมนักสำรวจนั้นค่อนข้างมีความน่าเชื่อถือสูงจึงไม่ต้องกังวลเื่การโกง
ชายหนุ่มหันหลังทำท่าจะเดินจากไป แต่อยู่ๆหูของเขาก็ได้ยินสิ่งหนึ่งเข้า
“นี้แกรู้หรือเปล่า ตอนนี้ฉันได้ข่าวมาว่าที่โรงประมูลมีสินค้าสำคัญชิ้นหนึ่งที่จะนำมาประมูลวันนี้”ที่วงเหล้าวงหนึ่งชายร่างท้วมกำลังทำท่ากระซิบกระซาบแต่กลับเอ่ยเสียงดังอยู่กับเพื่อนๆ
“สินค้าที่ว่ามันคืออะไรละ?”ชายคนหนึ่งในวงเอ่ยเฉื่อยๆอย่างไม่สนใจนัก ทำให้ชายร่างท้วมทำหน้าหงุดหงิดที่เพื่อนของเขาพูดราวกับไม่ใส่ใจ จึงพูดกระชากเสียงดังขึ้นมาว่า
“ไอ้ของที่ว่าก็คือเมล็ดสกิลอสูรยังไงละ!”สิ้นคำ บริเวณโดยรอบตกอยู่ในความเงียบสงัดทันที
ชายหนุ่มในชุดคลุมร่างสะท้านเฮือก ในห้วงความคิดของเขานึกถึงเหตุการณ์เมื่อตอนยังอยู่ที่โลกใบเดิม ภาพร่างของเขาและหมาป่าสีน้ำตาลที่ต่อสู้กันอย่างดุเดือดจนในที่สุดเขาก็เอาชนะมาได้แต่ก็แลกกับรอยแผลกรงเล็บ3รอยที่พาดผ่านดวงตาข้างหนึ่งบนใบหน้าเขา สุดท้ายร่างวัลที่เขาได้รับกลับเป็เม็ดสีทองรูปร่างประหลาดที่เขามาทราบชื่อของมันในภายหลัง ชื่อของมันคือ เมล็ดสกิลอสูร
โอกาสพบเมล็ดสกิลอสูรมีน้อยเสียยิ่งกว่าน้อย ในสิ่งมีชีวิตบางรายเท่านั้นที่มีเมล็ดสกิลอสูรอยู่ในตัว นั้นรวมถึงมนุษย์ด้วย แต่โอกาสที่จะพบเจอนั้นมีเพียงราวๆ1ในล้านเท่านั้น ผู้ที่สามารถเจอเมล็ดสกิลอสูรนั้นนับว่าโชคดียิ่งกว่าถูกหวยสียอีก
บางครั้งต่อให้คุณฆ่าล้างเผ่าพันธุ์หนึ่งจนหมดสิ้นก็ใช่ว่าจะพบเมล็ดสกิลอสูร สิ่งนี้ราวกับรางวัลพิเศษที่สุดแสนจะหายาก
คุณสมบัติของเมล็ดสกิลอสูรนั้นคือมันจะสามารถสุ่มสกิลหรือความสามารถของเ้าของเดิมออกมาเป็สกิลให้กับผู้ที่ได้กินมันเข้าไป
ยิ่งเ้าของเดิมมีความสามารถมากเท่าไหร่ สกิลที่จะถูกสุ่มออกมาก็จะยิ่งมีค่ามากเท่านั้น
“งานประมูลจะเริ่มขึ้นเมื่อไหร่”ชายนั่งโต๊ะใกล้ๆนั้นรีบพุ่งมาถามชายร่างท้วมทำเอาเขาตั้วตัวไม่ถูก
“เอ่อ..รู้สึกว่าจะเป็อีก2ชั่วโมงข้างหน้านะ”ชายร่างท้วมเอ่ยตะกุกตะกัก
เมื่อสิ้นคำเสียงเก้าอี้ขูดกับพื้นดังขึ้นทั้งสมาคมนักสำรวจสาขาย่อย ก่อนที่ผู้คนภายในนั้นจะพากันออกไปข้างนอกอย่างรวดเร็วรวมถึงวาสด้วย
ข่าวลือเื่ที่โรงประมูลจะนำเมล็ดสกิลอสูรมาประมูลกระจายไปทั่วทั้งเมืองอย่างรวดเร็ว เพียงพริบตาเหล่ามหาอำนาจทั้งหลายภายในเมืองเดสซ่าต่างก็พากันเรียกประชุมอย่างเร่งด่วนซึ่งเนื้อหาก็ไม่พ้นเื่ของเมล็ดสกิลอสูร
ตอนนี้วาสกำลังทำหน้าเศร้านอนเอกเขนกอยู่บนเก้าอี้นวมภายในร้านของไออ้อน วันนี้เขาตัดสินใจช่วยงานไออ้อนทั้งวัน ระหว่างนั่งเฝ้าร้านรอลูกค้าโดยมีเสียงตีเหล็กดังมาจากโรงหลอมเป็ระยะๆ
“เฮ้ออออ!”ชายหนุ่มถอนหายใจเฮือกใหญ่ คราแรกที่ได้ยินเื่เมล็ดสกิลอสูรทำเอาชายหนุ่มดีใจจนเนื้อเต้น แต่เมื่อนึกขึ้นได้ว่ายังไงเขาก็คงไม่มีทางไปประมูลแข่งขันกับเหล่ามหาอำนาจภายในเมืองได้ก็ทำเอารู้สึกเศร้าใจ
ชายหนุ่มนอนอยู่เฉยๆบนเก้าอี้นวมปล่อยเวลาให้ผ่านไปช้าจนในที่สุด ตอนนี้ก็ถึงเวลาประมูลตามที่เขาได้ยินมา
เวลานี้ภายในร้านปรากฏภาพชายหนุ่มผมดำสวมใส่หน้ากากไม้เดินไปเดินมารอบร้าน มือทึ้งหัวคล้ายกำลังสับสนอะไรอยู่
“ลองไปดูสักหน่อยก็ไม่เสียหาย”คิดได้ดังนั้น ชายหนุ่มก็ะโไปหลังร้านว่า
“ปู่ผมไปข้างนอกนะ”
“เออๆ เดี๋ยวข้าออกไปดูร้านเอง”เมื่อได้ยินเสียงตอบรับ วาสก็เดินไปหยิบชุดคลุมที่พาดอยู่บนเก้าอี้และหน้ากากมาสวมแล้วออกจากร้านไป
ที่เมืองเดสซ่ามีโรงประมูลเพียงแห่งเดียวเท่านั้น ซึ่งตั้งอยู่บริเวณจุดศูนย์กลางเมือง เวลานี้ที่หน้าโรงประมูลต่างแน่นขนัดไปด้วยผู้คนมากมายที่ปิดทางไว้
วาสขมวดคิ้วมองฝูงชนตรงหน้า เขาตัดสินใจสอบถามลุงวัยกลางคนที่อยู่ด้านข้างว่าเกิดอะไรขึ้น
“ขอโทษนะครับ ไม่ทราบว่าเกิดอะไรขึ้นหรือครับ ทำไมพวกเขาถึงไม่เข้าไปข้างใน กลับมายืนอออย่างนี้”
“ก็เพราะวันนี้ไอ้โรงประมูลหน้าเืนี้มันขึ้นราคาเข้านะสิ ใครที่จะเข้าไปประมูลข้างในต้องจ่ายพวกมันก่อน 10,000 ดิล”
วาสเบิกตากว้างเงิน10,000 ดิลไม่ใช่เงินจำนวนน้อยๆเลย ตัวเขาตอนนี้มีเงินเพียง 80,000 ดิลเท่านั้นจากการทำภารกิจและยึดทรัพย์สินของพวกโจรที่มาปล้นเขาก่อนหน้า
วาสถอนหายใจไม่มีทางที่เขาจะยอมจ่ายเงินมากขนาดนี้เพียงเพื่อเข้าไปข้างในโรงประมูล สุดท้ายเขาก็ได้แต่คอตกเดินกลับร้านไออ้อนไป
“อ้าว ทำไมเ้ากลับมาเร็วนักหือ”ไออ้อนเอ่ยถามเมื่อเห็นว่าวาสกลับมาเร็วกว่าที่คิด
วาสทำหน้าเซ็งก่อนจะเล่าเื่เมล็ดสกิลอสูรให้ไออ้อนฟัง
“โฮ่! พวกมนุษย์นี้ดวงดีไม่เลวเลยนะที่สามารถหาเมล็ดสกิลอสูรมาได้”ไออ้อนเอ่ยอย่างชื่นชมก่อนจะถามวาสว่า
“แล้วเ้าอยากได้มันงั้นหรือ”วาสย่นหน้าก่อนจะพูดว่า
“ก็ต้องอยากสิปู่ ถามแปลกๆ”
“ถ้าอย่างนั้นข้าให้ยืมคอร์ไปประมูลมันมาไหมละ เห็นอย่างนี้ข้าก็มีคอร์มากพอตัวนะไอ้หนู”ไออ้อนเอ่ยด้วยน้ำเสียงสบายๆ วาสมองหน้าชายชราอยู่ครู่หนึ่งก่อนยิ้มแล้วส่ายหน้า
“ขอบคุณสำหรับน้ำใจแล้วกันปู่ แต่ไม่เป็ไรหรอก”นึกถึงตลอดเวลาที่ผ่านมาวาสได้รับการช่วยเหลือจากไออ้อนมามากแล้ว เขาคงไม่หน้าด้านพอที่จะขอยืมคอร์จำนวนมากจากชายชราไปเพื่อสนองความ้าของตัวเองได้
“ถ้าอย่างนั้นพวกเราออกไปดื่มให้สะใจกันดีกว่า ดื่มให้กับเื่ไม่ดีในวันนี้ของเ้าฮ่าๆๆๆ”ไออ้อนหัวเราะพลางตบไหล่วาสดังป้าบและล็อกคอของเขาเดินออกไปนอกร้านโดยไม่ถามความเห็นวาสสักคำ