“ข้าจะหาหนทางพาท่านเข้าวังหลวงเอง”
ในฐานะที่อาจารย์ใหญ่หวังได้รับความไว้วางพระทัยจากหมิงฮ่องเต้การยื่นเรื่องขอเข้าเฝ้าจึงทำได้ไม่ยากนัก เพียงแต่ระหว่างทางที่จะไปถึงวังหลวงและก่อนจะได้เข้าเฝ้าฮ่องเต้โอกาสจะเกิดปัญหาก็มี
“การที่ท่านจะเข้าไปได้อย่างปลอดภัยก็นับว่ายากนัก”
ไต้จี้หลิงถอนหายใจเขารู้ว่าชีวิตตนเองนั้นถูกฝ่ายที่ต้องการแผนที่ลี่เลี่ยงหมายหัวเอาไว้แล้ว
“ให้ข้าช่วยดีไหมเจ้าคะ?”เสียงเล็กๆ ดังขึ้นด้านหลัง
“เว่ยเว่ยเจ้ามีหนทางหรือ?”
“ข้าจะไปขอให้ท่านอ๋องสิบห้าช่วยเจ้าค่ะ”
หวังต้าจิ้งยิ้มน้อยๆ“ข้าลืมไปเสียสนิทว่าเจ้าคือน้องสาวของพระชายา ชิงหลานหากว่าท่านอ๋องสิบห้าทรงออกหน้าช่วยล่ะก็ ไต้จี้หลิงก็มีโอกาสเข้าเฝ้าได้อย่างปลอดภัยเพียงแต่เรื่องนี้....”
“ข้าทราบเจ้าค่ะต้องทำเป็นความลับ ให้คนรู้น้อยที่สุดก็ยิ่งดี”
“อืม...สมแล้วที่เจ้าเป็นสายลับ”
สหายของชิงเว่ยเว่ยใคร่จะได้เห็นวังของท่านอ๋องสิบห้าสักครั้งพวกเขาจึงถือโอกาสเกาะติดไปกับคุณหนูชิง
ท่านอ๋องสิบห้าเพิ่งกลับออกมาจากการไปตรวจสำนักมือปราบได้ยินว่าชิงเว่ยเว่ยมาขอเข้าเฝ้าก็เดินเข้าไปในห้องโถงใหญ่พระชายาชิงหลานที่ทรงพระครรภ์ใหญ่กำลังนั่งชี้ชวนให้เด็กๆทั้งสี่ชิมขนมที่นำออกมาต้อนรับ
“อร่อยทุกอย่างเลยเพคะ”ซิวลู่ฉิงคิดว่าตนเองโชคดีอย่างยิ่งที่ติดตาม ชิงเว่ยเว่ยมาในครั้งนี้เพราะขนมในวังพยัคฆ์ขาวของท่านอ๋องสิบห้าล้วนอร่อยกว่าที่ซื้อภายนอกมากนัก
“เดี๋ยวข้าจะให้นางกำนัลห่อให้พวกเจ้าเอาไปบ้านด้วยถือว่าเป็นของฝากจากครอบครัวของเว่ยเว่ยก็แล้วกัน”
เด็กทั้งสามรีบลุกขึ้นขอบพระทัยพร้อมเพรียงกัน
ฉีเหยียนยังเคี้ยวขนมงาดำอยู่ไม่หยุดปากเขามองชิงเว่ยเว่ยหารือกับพระชายาแต่สองมือหยิบขนมเตรียมไว้
ซิวอี้เซิงแสร้งทำท่าสุขุมเพื่อหวังให้พระชายาชิงหลานเห็นว่าตนเองเหมาะสมกับตำแหน่งหัวหน้ากลุ่มฉีหลินสายลับของสำนักข่าวนกกระจิบ เด็กชายพยายามข่มใจไม่หยิบขนมชิ้นที่สามมาใส่ปาก ทั้งๆที่กลิ่นของขนมเหล่านั้นลอยวนอยู่ปลายจมูก
“คุณชายซิวยังไม่ชิมขนมแป้งข้าวเหนียวกับขนมถั่วเขียวเลยนะ” พระชายาชี้พระดรรชนีไปยังจานขนมที่อยู่ต่อหน้าของฉีเหยียน
เด็กชายที่กำลังเคี้ยวรีบกลืนลงคออย่างรวดเร็วแล้วหยิบอีกชิ้นขึ้นมาถือไว้ ชิงเว่ยเว่ยมองดูสหายตัวผอมก็นึกแปลกใจ
“ปกติเจ้าไม่ค่อยกินเยอะนี่ฉีเหยียนขนมที่นี่อร่อยมากเลยหรือ?”
“อือ.....”ฉีเหยียนกัดขนมแป้งข้าวเหนียวเข้าไปคำใหญ่จึงพยักหน้า หงึกหงัก
ซิวอี้เซิงเห็นในจานเหลือขนมแป้งข้าวเหนียวแค่สองชิ้นก็รีบหยิบขึ้นมาทันที“กระหม่อม ชิมเดี๋ยวนี้เลยพะยะค่ะ”
ฝีเท้าของบุรุษผู้มาใหม่ทำให้คนทั้งห้องหันไปมองพร้อมกัน
“ท่านอ๋องมาแล้ว” พระชายาหันไปบอกเด็กๆ
ทุกคนคารวะท่านอ๋องสิบห้าพร้อมกันชายหนุ่มเดินเข้ามาประคองภรรยาให้นั่งลง “หลานเอ๋อร์ ข้าบอกแล้วว่าเจ้าไม่ต้องทำพิธีการพวกนี้ให้คนอื่นทำเถอะ”
เมื่อพระชายานั่งลงพร้อมท่านอ๋องแล้วเด็กๆ จึงนั่งตาม
“เว่ยเว่ยเป็นครั้งแรกที่เจ้ามาที่นี่พร้อมเพื่อนๆ มีเรื่องอันใดหรือ?”
ชิงเว่ยเว่ยรู้ว่าราชองครักษ์ของท่านอ๋องคงจะกราบทูลแล้วว่านางมีเรื่องสำคัญจึงมาขอเข้าเฝ้า
“หม่อมฉันมาขอความช่วยเหลือเพคะ”
“เอ๋?! เจ้าหมายถึงเรื่องที่เค่อเฉิงน่ะหรือ?”
“ทรงทราบแล้วหรือเพคะ?”
“คนของข้าบอกแต่เพียงเกิดการต่อสู้ในป่าเขาไข่มังกรเห็นว่าอาจารย์ใหญ่หวังนำคนออกจากป่ามาด้วยผู้หนึ่งแต่ไม่รู้ว่าเป็นผู้ใด?”
ชิงเว่ยเว่ยจึงเล่าเหตุการณ์ถวายท่านอ๋องชายหนุ่มถึงกับขมวดคิ้ว
“มีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นแต่สำนักมือปราบยังไม่ระแคะระคายเลยสักนิด เห็นทีคนชุดม่วงที่เจ้าเห็นคงจะแฝงกายอยู่ในเมืองหลวงมานานพอสมควรแล้ว”
“หม่อมฉันเห็นเขาสวมเกราะทองอ่อนด้วยเพคะ”
“ผู้ที่จะมีเกราะทองอ่อนย่อมต้องเป็นขุนนางที่ใกล้ชิดกับฮ่องเต้หรือไม่ก็คนในราชวงศ์ไม่แน่ว่าคนชุดม่วงอาจจะอยู่ในวังหลวง”
“วิชาของเขาก็ร้ายกาจพอๆกับอาจารย์ใหญ่หวังเลยนะเพคะ”
“หากเราไม่รู้ว่าฝ่ายนั้นเป็นใคร?ก็ยากจะแก้ปัญหานี้ ในเมื่อพวกเขาตามชิงแผนที่ลี่เลียง จุดประสงค์คงไม่ดีนัก”
“ตอนนี้อาจารย์ใหญ่หวังกังวลว่าหากนำตัวใต้เท้าไต้เข้าวังอาจจะถูกลอบสังหารเสียก่อน หม่อมฉันจึงมากราบทูลขอความช่วยเหลือจากท่านอ๋อง เพคะ”
“เรื่องนี้นับว่าเกี่ยวพันกับความรับผิดชอบของข้าจะถือว่าเป็นการช่วยเหลือพวกเจ้าไม่ได้ ข้ากำกับดูแลสำนักมือปราบเมืองหลวงเรื่องใหญ่ปานนี้เกิดที่นี่แต่ข้าไม่รู้เรื่องนับว่าเป็นความบกพร่อง”ท่านอ๋องหันไปสั่งการ ราชองครักษ์ที่ยืนรอคำสั่ง “กังเฉิน เจ้าเตรียมคนไว้ใจได้คอยอารักขาหวังต้าจิ้งและไต้จี้หลิงข้าจะไปกราบทูลให้ฮ่องเต้ทรงทราบก่อน”
“พะยะค่ะ”
ครั้นเห็นท่าทางของพระสวามีชิงหลานก็รู้แล้วว่าพระองค์เตรียมจะเข้า วังหลวง
“ไม่ต้องห่วงเพคะหม่อมฉันดูแลตัวเองได้ ท่านอ๋องรีบเสด็จเถิด”
ท่านอ๋องสิบห้าเอื้อมมือมาตบหลังมือพระชายาเบาๆ“ข้าจะรีบไปรีบกลับ ดูทีเรื่องนี้อาจจะเป็นเรื่องใหญ่”ท่านอ๋องทรงหันมาทอดพระเนตรเด็กทั้งสามที่กำลังนั่งกินขนมและมองมาตาแป๋ว“พวกเจ้าก็กินให้อิ่มแล้วค่อยกลับก็แล้วกัน”
ทุกคนลุกขึ้นถวายพระพรท่านอ๋องแผ่นหลังองอาจของพระอนุชาของ หมิงฮ่องเต้ค่อยลับสายตาไปนางกำนัลหลายคนทยอยนำเอาขนมที่ห่อเรียบร้อยออกไปส่งให้สาวใช้และผู้ติดตามของเด็กทั้งสี่
“พี่ท่านไม่ต้องไปส่งพวกเราหรอกเจ้าค่ะ”ชิงเว่ยเว่ยหันไปบอกกับพี่สาวที่กำลังจะลุกขึ้น
“ได้ๆข้าก็รู้สึกว่าช่วงนี้เดินเหินลำบากอยู่เหมือนกัน พวกเจ้ากลับกันดีๆ ล่ะ”พระชายาหันไปสั่งหัวหน้านางกำนัล “ดูของฝากอย่าให้ขาดตกบกพร่อง”
เด็กทั้งสี่แสดงความเคารพเพื่อลากลับพร้อมความชื่นมื่นแต่ละคนต่างหมายมั่นปั้นมือว่าคราวหน้าจะต้องรบเร้าให้ชิงเว่ยเว่ยพามาอีกครั้งและต้องมาในช่วงอาหารกลางวันจึงจะได้กินของอร่อยเพิ่มขึ้น
*************************

