บ่ายสามโมงสี่สิบห้านาทีท้องฟ้าเหนือกำแพงเมืองปักกิ่งถูกฉาบทับด้วยสีเทาตะกั่ว
เกล็ดน้ำแข็งขนาดเล็กเริ่มต้นร่วงหล่นจากแผ่นฟ้าอย่างเชื่องช้าและเงียบงันมันไม่ใช่พายุที่โหมกระหน่ำอย่างเกรี้ยวกราดในทันทีแต่เป็อุณหภูมิเยือกแข็งที่ค่อยๆคืบคลานเข้ามายึดครองพื้นที่ทุกตารางนิ้วของเมืองหลวงหิมะแรกของปีไม่ได้มาพร้อมกับความโรแมนติกชวนฝันตาม หน้ากระดาษนิตยสาร มันมาพร้อมกับความชื้นแฉะ การจราจรที่กลายเป็อัมพาตและความวุ่นวายของผู้คนที่เร่งรีบจ้ำเท้าหาที่หลบภัยเสียงแตรรถยนต์บนถนนวงแหวนดังระงมแข่งกับเสียงไซเรนของรถพยาบาลที่แว่วมาแต่ไกลล้อรถยนต์บดขยี้เกล็ดสีขาวบนพื้นถนนจนกลายเป็โคลนสีดำสกปรก ก่อนที่ทุกสรรพเสียงและทุกร่องรอยจะค่อยๆถูกดูดกลืนหายไปใต้ชั้นความหนาของพายุหิมะที่เริ่มทับถมกันอย่างหนักหน่วงขึ้นเรื่อยๆ
เมืองทั้งเมืองถูกบังคับให้ลดจังหวะการเต้นของชีพจรลงอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยง
ภายในแกลเลอรีศิลปะที่ซ่อนตัวอยู่ในย่านเรือนสี่ประสานเก่าแก่อุณหภูมิรอบนอกลดต่ำลงจนหยดน้ำฝ้าเกาะพราวบนกระจกบานใหญ่ด้านหน้า
เคทนั่งอยู่บนสตูลไม้ตัวกลมหลังเคาน์เตอร์วันนี้เธอสวมเสื้อสเวตเตอร์ถักสีครีมตัวหนาทับเสื้อเชิ้ตปลายแขนเสื้อถูกดึงลงมาจนคลุมถึงข้อนิ้วเพื่อกักเก็บไออุ่นหญิงสาววางดินสอถ่านในมือลงบนโต๊ะไม้ขยับตัวลุกขึ้นยืนแล้วเดินตรงไปที่หน้าต่างกระจกบานนั้น เธอใช้ข้อศอกที่หุ้มด้วยเนื้อผ้าสเวตเตอร์เช็ดคราบไอน้ำที่เกาะตัวบังทัศนวิสัยออกเป็วงกลมขนาดเล็กเสียงผ้าเสียดสีกับผิวกระจกดังเอี๊ยดเบาๆก่อนที่เธอจะเอนตัวเข้าไปใกล้เพื่อทอดสายตามองออกไปด้านนอก
หิมะกำลังตกหนัก
มันโปรยปรายลงมาเป็สายทับถมกันบนหลังคากระเบื้องดินเผาของเรือนโบราณและกิ่งไม้ที่ไร้ใบเกล็ดสีขาวตกลงบนพื้นถนนที่เปียกชื้นและละลายหายไปในตอนแรกก่อนจะเริ่มจับตัวกันเป็แผ่นน้ำแข็งบางๆ เมื่ออุณหภูมิลดต่ำลงจนทะลุจุดเยือกแข็งเคทยืนมองภาพนั้นผ่านช่องว่างวงกลมบนกระจกด้วยใบหน้าที่เรียบเฉย เธอเกลียดหิมะเธอเกลียดสีขาวโพลนที่ไร้จุดสิ้นสุดนี้
แต่เมื่อเธอยกมือขึ้นทาบที่บริเวณหน้าอกซ้ายของตัวเองหญิงสาวกลับพบเพียงจังหวะการเต้นของหัวใจที่สม่ำเสมอวันนี้เธอไม่ได้มีอาการปวดร้าวที่หน้าอกไม่ได้รู้สึกถึงช่องว่างที่แหว่งวิ่นในชีวิตอย่างรุนแรงเหมือนทุกครั้งที่เห็นหิมะแรก
เคทไม่ได้ตั้งคำถามกับความเปลี่ยนแปลงนี้เธอไม่ได้พยายามหาเหตุผลว่าทำไมความหวาดกลัวที่ฝังรากลึกถึงได้สงบลงหญิงสาวเพียงแค่หมุนตัวกลับหลังหัน เดินตรงไปที่มุมห้องข้างตู้เก็บรองเท้า
ร่มคันใหญ่สีดำสนิทยังคงวางพิงผนังอยู่ตรงนั้นหยดน้ำฝนจากเมื่อสองวันก่อนแห้งสนิทไปนานแล้ว เคทก้มลงหยิบมันขึ้นมาถือไว้ด้ามจับไฟเบอร์กลาสเย็นเฉียบเมื่อัักับิัเธอพามันเดินลึกเข้าไปในพื้นที่จัดแสดงด้านในนำไปวางพิงไว้ในมุมที่ใกล้กับเครื่องทำความร้อนตัวเล็กเพื่อไม่ให้ความชื้นจากอากาศภายนอกหรือความเย็นจากพื้นกระเบื้องทำลายเนื้อผ้าของร่มคันนั้นเธอขยับรอยจีบของร่มให้เข้าที่อย่างเบามือ
เธอเดินกลับมาที่เคาน์เตอร์เงยหน้าขึ้นมองดูนาฬิกาแขวนผนังที่บอกเวลาสี่โมงครึ่ง
ตามปกติแล้วในสภาพอากาศที่เลวร้ายเช่นนี้ เธอควรจะพลิกป้ายพลาสติกหน้าร้านเป็คำว่า 'Closed'ปิดสวิตช์ไฟสปอตไลต์ทุกดวง รูดบานม้วนเหล็กลงล็อกกุญแจแล้วรีบเดินทางกลับห้องพักก่อนที่ระบบรถไฟใต้ดินจะหนาแน่นไปด้วยฝูงชนที่พยายามหนีความหนาวแต่เคทกลับทำเพียงแค่เดินไปที่แผงควบคุม ปิดไฟแสงสว่างส่วนกลางของแกลเลอรีทิ้งไว้เพียงไฟสปอตไลต์สีส้มดวงเล็กๆ เพียงดวงเดียวที่ส่องสว่างกระทบภาพวาดชายหนุ่มปักปิ่นดอกท้อกลางพายุหิมะ
เธอไม่ได้เดินไปล็อกประตูกระจก
"แค่รอให้หิมะซากว่านี้อีกนิด"เธอบอกกับตัวเองด้วยเสียงที่แ่เบาจนแทบจะกลืนหายไปกับเสียงเครื่องทำความร้อน
หญิงสาวกลับไปนั่งลงบนสตูลตัวเดิมดึงหนังสือรวมเล่มภาพศิลปะปกแข็งขึ้นมากางออกแสงไฟสลัวในห้องทำให้ตัวหนังสือและภาพพิมพ์ดูพร่าเลือน เธอจรดสายตาลงบนหน้ากระดาษแต่ไม่ได้ขยับพลิกหน้าถัดไปนานกว่าสิบห้านาทีแล้วหูของเธอคอยเงี่ยฟังเสียงจากภายนอก ฟังเสียงลมที่พัดปะทะบานกระจกและเสียงกระดิ่งลมเหนือประตูอย่างเงียบเชียบ เธอไม่ได้ตั้งตารอไม่ได้คาดหวังว่าจะมีใครผลักประตูเข้ามามันเป็เพียงกิจวัตรที่สะดุดลงเพราะสภาพอากาศ เป็การรอคอยที่ปราศจากชื่อเรียกและเป็การปล่อยเวลาให้ไหลผ่านไปโดยที่เธอสามารถใช้เหตุผลเื่พายุหิมะมาอธิบายได้อย่างแเี
...
บนทางด่วนวงแหวนรอบนอกที่มุ่งหน้าออกจากเขตศูนย์กลางธุรกิจของตัวเมืองปักกิ่ง
รถยนต์ซีดานสีดำสนิทระดับผู้บริหารจอดนิ่งสนิทขนาบข้างด้วยรถบรรทุกขนส่งสินค้าขนาดใหญ่และรถยนต์ส่วนบุคคลอีกนับร้อยคันทัศนวิสัยเบื้องหน้าถูกบดบังด้วยม่านสีขาวขุ่นของพายุหิมะที่ตกหนักขึ้นเรื่อยๆใบปัดน้ำฝนหน้ารถทำงานด้วยความเร็วสูงสุด ปัดกวาดเกล็ดน้ำแข็งที่เกาะตัวหนาบนกระจกออกไปครั้งแล้วครั้งเล่าเสียงมอเตอร์ของมันดังเสียดสีความเงียบงันภายในห้องโดยสารที่ถูกบุด้วยวัสดุเก็บเสียงอย่างดี
เสิ่นเยี่ยนฉือนั่งพิงเบาะหนังแท้อยู่ด้านหลังแสงสว่างจ้าจากหน้าจอแท็บเล็ตสาดกระทบใบหน้าที่เ็าและเรียบกริบของเขาชายหนุ่มกำลังไล่สายตาอ่านรายละเอียดในข้อสัญญาการควบรวมกิจการฉบับล่าสุดตัวเลขมูลค่ามหาศาลและเงื่อนไขทางกฎหมายเรียงรายอยู่บนหน้ากระดาษอิเล็กทรอนิกส์เขาคือผู้มีอำนาจตัดสินใจสูงสุด ท่วงท่าของเขาสง่างาม หลังตั้งตรง และไร้ที่ติ
แต่ปลายนิ้วชี้ของมือขวากลับเคาะลงบนที่พักแขนบุหนังเป็จังหวะรัวเร็ว
"ขออภัยด้วยครับท่านประธาน" คนขับรถเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบน้ำเสียงเจือความกังวลอย่างเห็นได้ชัดผ่านลำโพงอินเตอร์คอม
"มีอุบัติเหตุรถบรรทุกชนกันสามคันซ้อนตรงทางลงข้างหน้าประกอบกับหิมะตกหนักมาก ทำให้เ้าหน้าที่ต้องปิดกั้นการจราจรชั่วคราวครับคาดว่าน่าจะติดอยู่ตรงนี้อีกอย่างน้อยสี่สิบนาที"
"ไม่เป็ไร" เสิ่นเยี่ยนฉือตอบกลับสั้นๆ เสียงของเขาไม่แสดงอารมณ์ใดๆ
"รักษาอุณหภูมิในรถไว้"
"ครับท่าน"
ชายหนุ่มกดปุ่มล็อกด้านข้างเพื่อดับหน้าจอแท็บเล็ตโยนมันลงบนเบาะที่นั่งว่างเปล่าข้างๆ ตัว เขาหลับตาลงพ่นลมหายใจออกทางจมูกอย่างเชื่องช้าความหงุดหงิดที่เขาสั่งสมและกดทับไว้ั้แ่เช้าทวีความรุนแรงขึ้นเมื่อต้องมาติดแหงกอยู่บนทางด่วนที่เขาเป็คนออกคำสั่งเด็ดขาดให้เปลี่ยนเส้นทางมาเอง
เขาหันหน้ามองออกไปนอกหน้าต่างกระจกที่ติดฟิล์มกรองแสงทึบถูกเกล็ดหิมะเกาะตัวแน่นจนมองไม่เห็นทิวทัศน์ของตึกระฟ้าภายนอก
มันน่าขบขันสิ้นดีการตัดสินใจเปลี่ยนเส้นทางเพื่อหลีกเลี่ยงถนนสายเล็กๆที่ตัดผ่านแกลเลอรีศิลปะแห่งนั้นกลับนำพาเขามาสู่การติดกับดักของการจราจรที่เป็อัมพาต เสิ่นเยี่ยนฉือเกลียดหิมะเกลียดสีขาวที่กำลังกลบฝังเมืองทั้งเมืองอยู่ภายนอก
ปลายนิ้วของเขากดลงบนปุ่มควบคุมข้างแผงประตู กระจกหน้าต่างรถยนต์เลื่อนต่ำลงเพียงแค่หนึ่งเิเ
ลมเหนือที่หนาวจัดพัดแทรกผ่านรอยแยกเล็กๆนั้นเข้ามาในห้องโดยสารทันทีมันพัดพาสะเก็ดน้ำแข็งเล็กจิ๋วเข้ามากระทบผิวแก้มของเขาความเย็นเยียบนั้นคมกริบราวกับใบมีดที่กรีดลงบนเนื้อ ชายหนุ่มไม่ขยับหนีไม่หันหน้าหลบ เขาปล่อยให้ความเ็ปและอาการชาจากอุณหภูมิติดลบทำหน้าที่เป็เครื่องเตือนสติดึงเขาให้จดจ่ออยู่กับความจริงทางกายภาพที่แสนปวดร้าวแทนที่จะปล่อยให้จิตใจลอยล่องกลับไปหาภาพของร่มสีดำหรือภาพการประสานสายตาในแกลเลอรี
เขาเหลือบมองนาฬิกาข้อมือเรือนโลหะห้าโมงสิบห้านาที
ป่านนี้แกลเลอรีเล็กๆ นั่นคงปิดไปแล้ว เขาบอกตัวเองเช่นนั้นเขาเพียงแค่กำลังหงุดหงิดกับสภาพการจราจรที่ล้มเหลวหงุดหงิดกับการบริหารจัดการพื้นที่ของเมืองหลวงหงุดหงิดกับพายุหิมะที่ทำให้แผนงานทางธุรกิจต้องล่าช้าทุกอย่างที่เกิดขึ้นในตัวเขาเป็เพียงเื่ของเหตุผลและตรรกะของการบริหารเวลา
เขาไม่ได้กำลังนั่งรอคอยให้รถเคลื่อนตัวเพียงเพื่อจะได้มีข้ออ้างในการขับเฉียดใกล้ถนนเส้นนั้นอีกครั้งเขาปฏิเสธความเป็ไปได้นั้นอย่างสิ้นเชิง
...
อพาร์ตเมนต์เก่าๆในย่านที่พักอาศัยชานเมืองเงียบสงัด
เวลาหกโมงตรง
กู้เหยียนโจวนั่งอยู่บนขอบเตียงนอนที่ผ้าปูยับย่นเครื่องทำความร้อนในห้องขนาดเล็กทำงานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ ส่งเสียงครางแคร่กๆเป็ระยะอุณหภูมิในห้องเย็นเฉียบจนเขาสามารถมองเห็นไอหายใจของตัวเองกลายเป็ควันสีขาวได้ชายหนุ่มสวมเสื้อสเวตเตอร์ไหมพรมทับกันสองชั้นสภาพร่างกายของเขายังคงเต็มไปด้วยความอ่อนล้าจากการละเลยการพักผ่อนมาอย่างยาวนานผมสีเข้มชี้ฟูไม่เป็ทรง ขอบตายังคงทิ้งร่องรอยความเหน็ดเหนื่อยเอาไว้ลึกซึ้ง
เขาเพิ่งตื่นนอนตอนห้าโมงเย็น หลังจากที่หลับๆ ตื่นๆกระสับกระส่ายมาตลอด่กลางวันภาพความฝันของหญิงสาวในชุดสีแดงที่นอนนิ่งอยู่ใต้ต้นท้อกลางหิมะยังคงแวะเวียนมาทักทายเขาทุกครั้งที่สติเลื่อนลอยแต่วันนี้ มันไม่ได้มาพร้อมกับความตื่นตระหนกจนหายใจไม่ออกหรือความรู้สึกถูกบีบรัดหัวใจเหมือนทุกทีมันมีความสงบเงียบจางๆ เจือปนอยู่ คล้ายกับภาพวาดสีน้ำที่ถูกเจือจางลง
ชายหนุ่มลุกขึ้นยืน ก้าวเท้าเปล่าบนพื้นกระเบื้องยางเดินไปที่หน้าต่างกระจกบานเกล็ดเพื่อมองออกไปด้านนอก
เมืองทั้งเมืองถูกย้อมด้วยสีขาวโพลน
หิมะตกหนักจนลบรอยต่อระหว่างเส้นขอบถนนและทางเท้าไปจนหมดกู้เหยียนโจวยืนมองภาพนั้นนิ่งๆความรู้สึกผิดที่ไร้ที่มาซึ่งเคยกดทับบ่าของเขาเหมือนหินก้อนใหญ่ค่อยๆสงบลงชั่วคราว เขานึกถึงััของน้ำอุ่นในแก้วกระดาษใบเล็กนึกถึงความเงียบที่แสนสบายใจตอนที่เขากับผู้หญิงคนนั้นช่วยกันเช็ดคราบกาแฟบนพื้นกระจก
ท้องของเขาส่งเสียงร้องเตือนเบาๆว่าเขาไม่ได้กินอาหารที่เหมาะสมมาั้แ่แซนด์วิชเย็นชืดที่พยาบาลยัดเยียดให้เมื่อเช้า
เขาเดินไปหยิบเสื้อโค้ตสีน้ำตาลตัวหลวมโพรกที่แขวนพาดอยู่บนพนักเก้าอี้มาสวมทับซุกมือทั้งสองข้างลงในกระเป๋าเสื้อ แล้วเดินออกจากห้องพักไปเสียงรองเท้าบูตหนังเก่าๆ ย่ำลงบนขั้นบันไดคอนกรีตดังเป็จังหวะเชื่องช้าชายหนุ่มเดินผลักประตูออกไปสู่ถนนที่เต็มไปด้วยหิมะเกล็ดสีขาวร่วงหล่นลงมาเกาะบนเส้นผมและบ่าของเขาแทบจะในทันที
กู้เหยียนโจวเดินไปเรื่อยๆ ตามทางเท้าจุดหมายของเขาคือร้านสะดวกซื้อที่เปิดตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมงซึ่งอยู่ห่างออกไปเพียงหนึ่ง่ตึกเขาตั้งใจจะซื้อบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปและกาแฟกระป๋องร้อนๆสักกระป๋องเพื่อประทังชีวิต
แต่เมื่อเขาเดินผลักประตูกระจกออกจากร้านสะดวกซื้อพร้อมถุงพลาสติกใบเล็กในมือแทนที่เขาจะเลี้ยวซ้ายกลับไปยังอพาร์ตเมนต์ สองเท้าของเขากลับก้าวตรงไปข้างหน้ามุ่งหน้าเข้าสู่เขตเมืองชั้นในฝ่าลมหนาวและพายุหิมะที่เริ่มพัดแรงขึ้นจนวิสัยทัศน์รอบข้างเริ่มขุ่นมัว
เขาไม่ได้ตั้งใจจะเดินไปที่ไหนไกล เขาแค่้ายืดเส้นยืดสาย้าสูดอากาศบริสุทธิ์เพื่อขับไล่ความมึนงงจากการนอนผิดเวลาชายหนุ่มใช้ข้ออ้างเหล่านี้อธิบายกับตัวเองขณะที่สองเท้ายังคงก้าวเดินต่อไปอย่างสม่ำเสมอการเดินฝ่าพายุหิมะเป็เื่ไร้เหตุผลสำหรับคนที่ร่างกายอ่อนล้าและหิวโหยเช่นเขาแต่เขากลับไม่ยอมหยุดเดิน
ยี่สิบนาทีต่อมา กู้เหยียนโจวมาหยุดยืนอยู่ที่ริมทางม้าลายตรงสี่แยกไฟแดงฝั่งตรงข้ามของถนน คือย่านเรือนสี่ประสานที่ซ่อนตัวอยู่หลังแนวกำแพงอิฐเก่าแก่
สัญญาณไฟสำหรับคนข้ามถนนเปลี่ยนเป็สีเขียวสว่างวาบผู้คนไม่กี่คนที่สัญจรไปมาต่างก้มหน้าก้มตารีบจ้ำเท้าข้ามถนนเพื่อหนีความหนาวเย็นแต่กู้เหยียนโจวกลับยืนนิ่งอยู่กับที่ เขามองถุงพลาสติกในมือที่เริ่มมีหิมะเกาะมองหยดน้ำที่เกาะตัวบนกระป๋องกาแฟร้อน เขาไม่มีธุระอะไรแถวนี้ไม่มีเหตุผลข้อไหนที่จะต้องเดินข้ามไปหาร้านแกลเลอรีที่ป่านนี้คงปิดประตูมืดสนิทและไม่มีใครอยู่แล้ว
ตัวเลขดิจิทัลบนเสาไฟนับถอยหลังจนจบ สัญญาณไฟคนข้ามเปลี่ยนเป็สีแดง
เขายังคงยืนอยู่ที่เดิม
รถยนต์บนถนนเคลื่อนตัวผ่านหน้าเขาไปช้าๆสัญญาณไฟเปลี่ยนเป็สีเขียวอีกครั้ง และเปลี่ยนกลับเป็สีแดงอีกรอบชายหนุ่มยืนซุกมือในกระเป๋าปล่อยให้หิมะร่วงหล่นลงมาเกาะบนเสื้อโค้ตของเขาจนกลายเป็แผ่นสีขาวโพลนเขาไม่ได้กำลังรอให้ใครเปิดประตูออกมา เขาไม่ได้กำลังรอปาฏิหาริย์ใดๆหรือคาดหวังการพบเจอที่โรแมนติก เขาเพียงแค่หยุดพักการเดินทาง