อีกฝั่งของประตูคือยมโลก ที่ซึ่งดวงิญญาทุกดวงต้องผ่านมาเหยียบไม่ว่าจะทำดีสุดขั้วหรือชั่วสุดขีดจางซูเหยาไม่ได้รู้สึกเสียใจอะไรมากมายเพราะว่าไม่ได้ตายอย่างเ็ปแต่รู้สึกเสียดายเงินสิบล้าน ซึ่งนั่นเป็ค่าตอบของเคสVIP ซึ่งโคตรแพงที่สุดเท่าที่เธอเคยผ่าตัดมาแต่เธอยังไม่ได้ใช้ซักกะแดงเดียว
"ยังไม่ได้ใช้ซักกะบาทเดียว หึหึ" เธอก้มหน้าเดินย้ำเท้าถี่ๆตามยมทูตพร้อมกับบ่นพึมพำ จนยมทูตทั้งสองตนหันหน้าสบตากันว่าทำนองว่า ดวงิญญาสตรีนางนี้คงเสียใจมากที่ต้องมาตายทั้งที่อายุยังน้อยจนถึงกับเพี้ยนไปแล้วเป็แน่ด้วยประสบการณ์ที่ทั้งสองนำส่งดวงิญญามายังยมโลกนับครั้งไม่ถ้วนดวงิญญาจะเกิดอารมณ์แตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับสถานการณ์ในการตายโดยส่วนมากจะเสียใจที่รู้ว่าตัวเองตาย เพราะคงไม่มีใครอยากที่จะตายหรอกถ้าเลือกได้
ทั้งสามเดินมาหยุดตรงหน้าสะพานสีขาวที่ทอดยาวเป็หลายกิโล ซึ่งมองไม่เห็นอีกฝั่งของสะพานนั้นว่าเป็สถานที่แบบใดกันเพราะเต็มไปด้วยหมอกปกคลุมอย่างหนาแน่น จางซูเหยาเงยหน้าขึ้นมองด้วยรู้สึกตื่นเต้นสุดๆ ที่ไม่เคยเห็นสถานที่แบบนี้มาก่อน
'จะบอกสวยหรือน่ากลัวกัน สะพานอะไรจะยาวปานนี้ ไหนจะหมอกหนาๆ นั่นอีก ทำเอาขนลุกเลยแฮะ' เธอนึกในใจพลางลูบแขนตัวเองพร้อมกับออกเดินตามยมทูตไปโดยไม่ลังเล
"ว่าแต่เดินตั้งนานแล้วทำไมยังไม่ถึงอีก" จางซูเหยาบ่นขึ้นเพราะเริ่มี้เีเดินรู้สึกเบื่อสุดๆ มองไปทางไหนก็ไม่มีอะไรให้ดู นึกว่าจะเหมือนในหนังหากดวงิญญาทำชั่วก็จะโดนทรมานอย่างแสนสาหัสด้วยวิธีต่างๆนานา
"ท่านยมทูตเราเดินใกล้ถึงหรือยัง? อีกนานมั้ยจะถึง? ท่านมีทางลัดอะไรมั้ยที่ไปถึงเร็วๆ?"จางซูเหยาปล่อยคำถามออกมารัวๆ โดยที่หันหน้าไปมองทางอื่นเพื่อเลี่ยงสบตากับยมทูตทั้งสองตนเพราะไม่รู้ว่ายมทูตจะมีนิสัยยังไงถ้าทำให้โกรธขึ้นมาอาจโดนจับโยนลงกระทะทองแดงก็เป็ได้
"งั้นก็เอาแบบนี้แล้วกันถ้าอยากให้ถึงเร็วๆ"ทันใดนั้นยมทูตตนหนึ่งก็เอาแขนมาโอบเอวจางซูเหยาแล้วลอยขึ้นไปบนฟ้าเธอใเล็กน้อยที่อยู่ในอ้อมแขนผู้ชายซึ่งในตอนที่มีชีวิตอยู่ไม่เคยมีเหตุการณ์เช่นนี้มาก่อน
'โอ๊ยยย...ฟินผุดๆตายแล้ว ถ้าตอนยังมีชีวิตอยู่ต้องแรดเบอร์ไหนเนี่ย ถึงจะเจอแบบนี้...อิอิ' ความคิดนาง
ในที่สุดความสุขก็จางหายเมื่อมาถึงลานหินที่กว้างเท่ากับสนามฟุตบอลได้ด้านหน้าเป็แท่นบัลลังก์ของยมบาลเป็รูปสัตว์อสูรรูปร่างขนาดใหญ่คล้ายกับับวกงูั์มีห้าหัวผุดอยู่เหนือบัลลังก์ใกล้กับบัลลังก์ทางซ้าย-ขวา เป็แท่นหินกลมๆ ขนาดสามเมตรได้ มันถูกยกตัวขึ้นเหนือพื้นเล็กน้อยโดยมียมทูตผู้ช่วยของท่านยมบาลยืนประจำอยู่
จางซูเหยาคลุกเข่าลงโดยอัตโนมัติด้วยััถึงพลังน่าสะพรึงกลัวที่แพร่กระจายรอบๆตัวเธอ ซึ่งมันออกมาจากท่านยมบาลนั่นเอง เธอไม่กล้าแม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมอง
"จางซูเหยาสิ้นอายุขัยด้วยอายุยี่สิบหกปี สาเหตุการตายกินยาฆ่าตัวตาย เพราะโดนแฟนทิ้ง" ยมทูตซ้ายกล่าวรายงานต่อท่านยมบาล เมื่อจางซูเหยาได้ยินดังนั้นก็เงยหน้าขึ้นมองยมทูตที่ไปรับดวงิญญาเธอมาด้วยรู้อยู่แก่ใจว่าเธอไม่ได้ตายด้วยสาเหตุนี้ ยมทูตทั้งสองต่างทำหน้าอึ้งก่อนรีบคลุกเข่าลงพร้อมรายงานเื่ที่เกิดขึ้น
"ตามที่ท่านยมทูตซ้ายกล่าวเมื่อครู่ข้าน้อยคาดว่าจะเกิดความผิดพลาดขึ้นแล้วเกี่ยวกับดวงิญญาที่นำมานี้อาจจะพามาผิดตนแล้ว ท่านยมบาลโปรดตรวจสอบโดยละเอียดด้วยขอรับ" ยมบาลลุกขึ้นเต็มความสูงลอยตัวขึ้นมาหยุดอยู่ตรงด้านหน้าของจางซูเหยาเธอค่อยๆ เงยหน้าขึ้นมอง
'สูง ขาว หน้าเรียวคม ผมขาวสลวย ั์ตาสีแดงน่าหลงใหลยิ่งนักคาดว่าภายใต้เสื้อผ้าคงกล้ามเป็หมัดๆ แน่นอน สามีในอนาคตชัดๆ' สายตามองแบบหยาดเยิ้มและความคิดช่างบรรเจิดนักจางซูเหยา
"อ่ะแฮ่ม" เสียงท่านยมบาลดังขึ้น ทำให้จางซูเหยาปรับสีหน้ากลับ
สู่โหมดปกติเหตุที่ยมบาลทำเสียงเช่นนี้ด้วยว่าพลังบำเพ็ญที่มีในตัวของยมบาลทุกตนจะสามารถได้ยินความคิดของดวงิญญา เพื่อไปประกอบกับการตัดสินลงโทษดวงิญญาที่มีความคิดชั่วร้าย แต่ตอนนี้กลับรู้สึกว่าอยากจะปิดความสามารถนี้เหลือเกินั้แ่เป็ยมบาลมาไม่เคยโดนดวงิญญาหญิงสาวลวนลามทางสายตาและความคิดมาก่อนเลยเกือบจะ
ทำสีหน้าไม่ถูกเลยทีเดียว ก่อนจะวางท่าเรียบเฉยไว้
"เอาล่ะ ข้าจะตรวจดูอย่างละเอียด ว่าเื่เป็อย่างไรกันแน่" ยมบาลใช้นิ้วจิ้มไปยังหน้าผากของจางซูเหยาก่อนที่ทั้งคู่จะหลับตาลง
แสงสีแดงส่งออกมาจากนิ้วยมบาลไหลไปทั่วร่างของจางซูเหยาและภาพเหตุการณ์ต่างๆ ปรากฏขึ้นในหัวของท่านยมบาลทันทีทำให้รู้ว่าจางซูเหยาผู้นี้นั้นแท้จริงแล้วยังไม่ได้สิ้นอายุขัยแต่อย่างใด
"เมื่อเป็เช่นนี้ข้าจะนำดวงิญญาเ้ากลับส่งร่างเดิมแต่ขอตรวจดูร่างเดิมเ้าก่อนว่ายังใช้ได้อยู่หรือไม่" จากนั้นยมบาลก็ยกมือวาดเป็วงกลมในอากาศเกิดภาพเหตุการณ์ต่างๆ ปรากฏขึ้นในวงกลมที่วาดซึ่งตอนนี้ร่างของจางซูเหยาถูกเก็บไว้ในห้องดับจิตนั่นแสดงว่าโดนฉีดสารฟอร์มาลินเรียบร้อยแล้วเมื่อเห็นดังนั้นทำให้จางซูเหยาถึงกับทรุดนั่งกับ
พื้นเลยทีเดียว