“นี่ไร่องุ่นม้าฉันเอง”
“หะ..ห๊ะ!! ว่าไงนะ”
“ฟังไม่ผิดหรอก ที่นี่ไร้องุ่นม้าของฉัน”
“จะ จะ..! เราจะกลับเลยก็ได้นะ ถ้าเธอไม่โอเค..ไม่เข้าไปแล้วหละ”
“เอ้าา..! อะไรเล่า โอเคสิ ได้มาแล้วทั้งทีก็ไปให้ถึงที่สุดดิ”
“อึ!! อืออ..!”
พิชญาเผยยิ้มออกมาอ่อนๆก่อนจะเริ่มพูดสอนวิธีออกตัวรถขับรถให้กับนัทธมน จนกระทั่งขับมาถึงหน้าบ้านหลังหนึ่งซึ่งตั้งอยู่ใจกลางไร่องุ่น ทั้งสองคนจึงลงจากรถพร้อมกัน
“ไม่ได้มาที่นี่นานเลยแฮะ ั้แ่วันที่ม้าทิ้งฉันไป”
“ฉันพาเธอมาหาอดีตที่เ็ปรึเปล่า”
“เปล่าเลย..เดินดูสวนกัน ไม่แน่ม้าอาจจะขายที่นี่ทิ้งแล้วไปอยู่ที่อื่นแล้วก็ได้..”
“พี่ว่าพบกับเ้าของราก่อนดูกว่ามั้ย อย่าเสียมารยาท..”
“พี่หรอ..เมื่อกี้รุ่นพี่แทนตัวเองว่าพี่หรอ”
“อืออ นั่นไงมีคนเดินมาหาเราแล้ว”
“สวัสดีครับ..”
“สวัสดีค่ะ!!”
ทั้งสองคนกล่าวคำทักทายพร้อมกัน
“เราสองคนจะมาเที่ยวชมที่นี่อ่ะค่ะ จำได้ว่าที่มีรีสอร์ทให้เช่าด้วย เราสองเช่าพักสักสองหลังได้มั้ยคะ”
“ครับบ!! ได้ครับ เดี๋ยวเชิญไปนั่งพักข้างในร่มก่อนนะครับ”
“ค่ะ!! มาเร็วเอิร์ท..”
เดินตามกันไปนั่งพักที่หน้าบ้าน
“คุณทั้งสองคนนั่นรออยู่ตรงนี้ก่อนนะครับ ผมจะไปตามเ้าของไรมาให้ครับ”
“ค่ะ”
พิชญาตอบรับคำ
“คุณหนูอาร์ทครับ มีแขกมา..ลุงวานคุณหนูเอาน้ำมาให้แขกหน่อยนะครับสองแก้ว”
“คราบลุง..”
เสียงของเด็กผู้ชายขานรับมาจากข้างในบ้านแล้วสักพักเด็กผู้ชายคนนั้นก็ถือถาดน้ำออกมา
“น้ำครับบ..!!”
“ขอบคุณมากนะครับ”
นัทธมนกล่าวขอบคุณเด็กชาย
“ขอบบ...”
พิชญากำลังจะกล่าวคำขอบคุณอีกคน แต่ก็หยุดชงักไปเมื่อเห็นหน้าเด็กชายคนนี้พรางก็คิดในใจว่า
เชี่ยย..!! อีเด็กเหี้ยนี่มันเป็ลูกใครวะ ทำไมหน้าแม่งเสือกคล้ายกับกูจังวะ ขนาดภาคิณที่เป็น้องกูแท้ๆยังไม่เหมือนกับกูขนาดนี้เลย อย่าบอกนะว่า..
“อาร์ท..มีแขกมาหรอลูก”
เสียงเรียกลูกชายของผู้หญิงคนหนึ่งดังมาจากทางด้านหลัง ซึ่งเสียงนั่นก็เป็เสียงที่เคยคุ้นหูของพิชญาในอดีตเธอจึงหลุดออกจากห้วงแห่งความคิด แล้วจึงลุกขึ้นยืนเต็มความสูงแล้วค่อยๆหันหลังกลับไปมองดูผู้หญิงคนนั้นซึ่งเป็ผู้มาเยือนใหม่แล้วยืนนิ่ง และเธอคนนั้นก็เดินเข้ามา..
“ม้าา..!!”
พิชญากล่าวน้ำเสียงเรียบแข็ง
“คุณเรียกดิฉันว่าไงนะคะ”
เธอกล่าวถามกลับแล้วถอดหมวกเงยหน้าขึ้นมองหน้าพิชญาที่ตัวสูงกว่า
“เออะะ เอิร์ท..เอิร์ทท..เอิร์ทใช่มั้ยลูก”
“ไม่ต้องเรียกฉันว่าลูก เด็กผู้ชายคนนี้เป็ใคร..”
“เอิร์ทอย่า..ตั้งสติ”
นัทธมนทำได้แค่พูดห้ามไว้ก่อนเท่านั้น
“ลูกชายม้าเอง”
“คุณแต่งงานใหม่..”
“แม่รู้จักพี่ๆเค้าด้วยหรอ”
“อาร์ทเข้าไปข้างในก่อนไป..”
“ครับบ!!”
เด็กชายรีบเดินเข้าไปข้างในบ้านตามที่ผู้เป็แม่สั่ง
“เอิร์ท..พี่ว่าเธอควบคุมอารมณ์ตัวเองก่อนเถอะ”
นัทธมนยืนขึ้นรั้งแขนพิชญาเอาไว้
“เอ่ออ..รุ่นพี่ ฉันยังไม่ได้อะไรสักหน่อย”
“ลูกป๊าเอิร์ทนั่นแหละ”
“ยังไง”
“ม้าท้องก่อนออกจากบ้านสามเดือน”
“งั้นก็อายุเท่าภาคิณสิเอิร์ท”
“.............อือ...ใช่..”
“ขอโทษที่ม้าทิ้งเอิร์ทไว้วันนั้น”
“ไม่เป็ไร ฉันเข้าใจคุณดี..”
“ขอบคุณมากๆนะเอิร์ทที่เข้าใจม้า แล้วนี่ใครกัน เพื่อนหรอ..”
“ขะ”
“คู่หมั้นฉันเอง รุ่นพี่เค้าชวนมาเที่ยว”
นัทธมนยังไม่ทันจะได้พูดพิชญาก็ชิงตัดบทพูดขึ้นมาเสียก่อน
“ย่าาห์ ฉันยังไม่ได้รับคำเลยนะ”
“แต่ถึงยังไง แต่ถึงยังไงเราก็ต้องแต่งกันอยู่ดีป้ะ ยังไงเราก็ขัดคำสั่งไม่ได้หรอก แต่ฉันชอบรุ่นพี่จริงๆนะ”
“จีบกันอยู่หรอเนี่ย”
“เปล่าค่ะๆ”
นัทธมนรีบตอบปฏิเสธในทันที หญิงคนนี้จึงยิ้มให้ราวกับว่าตัวเองรู้ทัน
“จริงสิ! เมื่อวานวันที่ 9 พฤศจิกา วันเกิดเอิร์ทนี่นาา..เย็นนี้ม้าขอเป็เ้ามือเลี้ยงอาหารมื้อใหญ่เอิร์ทกับคู่หมั้นเอิร์ทละกันนะ แล้วก็จะให้คนทำความสะอาดห้องข้างบนไว้ให้ด้วย”
“ขอบคุณมากเลยค่ะ”
นัทธมนกล่าวคำขอบคุณ
“ไม่เป็ไรเลยค่ะ”
“คุณจำได้ด้วยหรอ ไม่เคยมีใครจำวันเกิดฉันได้เลยนะนอกจากตัวเองกับป้าน้อย”
“ม้าจะลืมได้ไงกัน ม้าไม่มีวันลืมหรอกวันสำคัญขนาดนั้น”
“แต่ป๊าลืมม..”
พูดจบก็ก้มหน้าลง
“ให้ตายสิ! เป็ป๊าภาษาอะไรทำไมถึงไม่ใส่ใจลูกตัวเองเลย หรือมัวแต่เอาเวลาไปใส่ใจอยู่แต่กับเมียน้อย”
“คงงั้นมั้ง..”
เงยหน้าขึ้นด้วยสีหน้าที่เป็ปกติ
“ถามหน่อย..! ทำไมวันนั้นถึงไม่พาฉันไปด้วย”
“ม้าไม่อยากให่เอิร์ทไปลำบากกับม้า ม้าพึ่งกลับมาอยู่ที่นี่ได้สามปีเอง”
“งั้นหรอ..แล้วทำไมถึงไม่คิดถึงเด็กในท้องบ้าง”
“ม้ารู้หลังจากนั้นหนึ่งเดือน”
“โอเค..! เข้าใจละ ขอพาคู่หมั้นเค้าไปเดินกินองุ่นในไร่ก่อนนะ”
“ไปเถอะ ม้าจะเข้าไปสั่งของมาทำอาหาร..อาร์ทมาพาพี่ๆเค้าไปเดินชมสวนหน่อย”
“เด็กตัวแค่นี้จะทำอะไรได้”
พิชญากล่าว
“น้องทำได้ตั้งหลายอย่าง..”
เมื่อหญิงเ้าของไร่ที่กลายเป็แม่ของเธอพูดจบ เธอก็รีบจับแขนนัทธมนแล้ววิ่งลงไปที่ไร่องุ่น
“พี่ว่าเธอไม่โอเค”
นัทธมนกล่าวแล้วทั้งสองคนก็หยุดยืน
“เปล่านี่ ฉันโอเค..”
“นี่ดูออกหรอกนะ ทำไมต้องเสแสร้งแกล้งทำเป็ว่าตัวเองโอเคด้วยล่ะ ถ้าไม่โอเคก็บอกไม่โอเคสิ อย่าแบกรับความเ็ปนั้นไว้คนเดียว”
“ฮื้ออ..!!”
“การที่พูดให้คนอื่นเค้ารู้สึกดี ไม่ต้องกังวลอะไรอีกแล้ว แต่ตัวเองต้องแบกรับความเ็ปนั้นไว้น่ะนะ มันเท่ากับตัวเธอเองกำลังจะฆ่าตัวเองให้ตายทั้งเป็เลยนะ”
พิชญายืนฟังสิ่งที่นัทธมนพูดแล้วก้มหน้าลงหลับตาก่อนจะหันหน้าไปหานัทธมนแล้วดึงตัวเธอเข้ามาสวมกอดเอาไว้แน่น
“ใช่..!! มันไม่โอเค..มันดีไม่เลย แต่จะทำไงได้ในเมื่อเื่มันก็ผ่านมาตั้งนานแล้ว กลับไปแก้ไขอะไรก็ไม่ได้..แต่ฉันก็ทำได้ดีที่สุดได้เท่านี้แหละ”
พิชญากล่าวจบนัทธมนก็สวมกอดกลับเพื่อเป็การปลอบโยนให้กำลังใจ.
“ดีแล้วแหละที่ได้คุณกับม้าอีกครั้ง..”
“ฉันนะคิดถึงม้ามาตลอดเลย ขอบคุณนะที่รุ่นพี่พาฉันมาที่นี่ จากความรู้สึกที่ไม่อยากมาเหยียบที่นี่อีกเลย กลับกลายเป็อยากมาที่นี่บ่อยขึ้นเลย”
กล่าวจบก็คลายกอดออกมาจากกัน
“ก็มาเลยดิ ว่างๆเดี๋ยวพี่จะมาเป็เพื่อน”
“ง๋าาาห์ อยากให้มาเป็แฟนมากกว่าอีก”
“ทำไมอารมณ์เปลี่ยนเร็วจัง จีบให้ติดก่อนดิ จีบติดเมื่อไหร่ก็วันนั้นแหละที่จะมาเป็แฟน”
ตอนนั้นฉันทั้งพูดทั้งยิ้มให้ยัยนี่ก่อนที่ฉันจะชวนมันเดินดูองุ่น เราก็เดินดูไปเรื่อยๆโดยที่ฉันเดินนำหน้า และพอมาถึงองุ่นพวงนึงที่เป็ผลสวยมากฉันจึงหยุดเพราะอยากถ่ายรูปกับมัน จึงหันกลับไปเพราะจะของให้ยัยเอิร์ทมันถ่ายรูปให้ แต่มันกลับยืนกินองุ่นอยู่แบบไม่เกรงใจใครเลย
“ไม่ได้กินให้หมดไร่ อย่างน้อยก็กินสักครึ่งไร่ละกัน อร่อย..”
“อะนี่..! หยุดเลยนะ พวงนี้ของพี่..”
“จะกินหรอ”
“จะถ่ายรูป..ช่วยถ่ายให้หน่อยดิ”
“ได้ๆๆๆ อ่ะกินลูกนี้ก่อน เรายังไม่ทานข้าวเลยั้แ่ออกมา ไม่รู้สึกหิวรึไง..”
“เออจริงด้วย ลืมหิวไปเลยอ่ะ พอพูดขึ้นมาแล้วก็หิวเลย แต่ถ่ายรูปก่อน”
“โอเคๆ”
ยัยเอิร์ทยืนถ่ายรูปให้ฉันได้สองสามรูปฉันก็ชวนมันมาถ่ายรูปด้วยกัน เดินไปถ่ายรูปไปกินไปหลายจุดเลยทีเดียวแหละ พอถ่ายไปถ่ายมาไม่รู้ทำท่าไหนฉันหันกลับไปหามันจนหน้าเราอยู่ใกล้กันนิดเดียวจนััได้ถึงลมหายใจ และแทบจะจูบกันได้อยู่แล้ว
“มีอะไรก็ไม่รู้ติดหัวน่ะ เดี๋ยวเอิร์ทเอาออกให้..”
“อือๆ..”
พิชญายกแขนขึ้นไปหยิบเศษอะไรบางอย่างบนหัวนัทธมน ส่วนนัทธมนก็ชายตามองหน้าพิชญาที่ทำหน้าตั้งใจจะหยิบสิ่งที่ติดอยู่บนหัวออกให้
“ออกหมดละ”
ลดแขนลงมา
“มองไรอ่ะ มองความสวยฉันหรอ”
ยิ้มมุมปาก
“สวยตาย..”
“แล้วถ้าไม่สวยแล้วจะมองอยู่ทำไมตั้งนาน”
“ก็........”
นัทธมนลากเสียงยาวไม่รู้จะไปต่อยังไงดีจึงรีบเดินหนีกลับขึ้นไปข้างบน
“นั่นไง..พูดไม่ออกไปต่อไม่เป็”
พูดจบก็กวาดสายตามองไปรอบๆสวน
“เจอแล้ว..พวกใหญ่ซะด้วย”
ว่าแล้วก็เดินเข้าไปดึงพวงองุ่นออกมาจากต้น
“อุ้ยเชี่ยย..!! ฉีกขาดไปครึ่งต้นเลยมั้ยเนี่ย รีบไปดีกว่าเดี๋ยวมีคนมาเห็นเข้า”
พูดจบก็รีบวิ่งถือพวงองุ่นตามหลังนัทธมนไป
“นี่รุ่นพี่..เราขึ้นมาจากสวนแล้วเราจะไปอยู่ไหนอ่ะ ฉันไม่กล้าเข้าไปในบ้านหรอกนะ”
“พี่จะชวนเธอออกไปหาไรทานข้างนอก..”
“งั้นก็ไปดิรอไรอยู่ล่ะ”
ทั้งสองคนไปขึ้นรถแล้วขับออกไปจากสวน
“ขับรถดูทางหน่อย อย่ามัวแต่กินองุ่นดิ”
“ค้าบๆ กินด้วยมั้ย”
“มองทางไปเลย”
.
.
“แม่..สรุปพี่สาวคนนั้นเค้าเป็ใคร”
“อาร์ท”
หันหน้าไปมองลูกชายแล้วนั่งย่อเข่าลง
“พี่สาวอาร์ท..พี่คนนั้นเค้าเป็พี่สาวแท้ๆของอาร์ท”
“พี่สาวหรอ แล้วทำไมพี่เค้าไม่อยู่กับเราล่ะ อาร์ทไม่เคยเห็นพี่เค้าเลยนะ”
“แม่ทิ้งพี่ไว้กับพ่อ..”
“ไหนแม่เคยบอกว่าพ่อตายไปแล้วไงครับ”
“ตาย..ใช่ ตายไปแล้ว พ่อคนเดิมน่ะตายไปแล้ว เหลือแต่คนที่เห็นแก่ตัว”
“คนเห็นแก่ตัว ถ้าเป็คนเห็นแก่ตัวแล้วทำไมแม่ถึงทิ้งพี่เค้าไว้ล่ะครับ”
“อาร์ทไม่ต้องรู้หรอกลูก เื่มันจบไปนานแล้ว แม่ไม่อยากพูดถึงมันอีก”
“ก็ได้ครับ”
.
.
“อ้าาาห์ อิ่มจัง อร่อยด้วย แถวนี้มีของน่ากินตั้งหลายอย่างเลย แต่ว่ารุ่นพี่..”
“หื้มม!! อะไร..”
“มีเงินสดกี่บาท..”
“7,000 กว่าบาท พกมาแค่นี้”
“ดีมากเลย เพราะฉันพกมาแค่ 2,000 เอามาแค่ไว้เติมน้ำมันไปกลับ ที่เหลือมีแต่บัตรเครดิตหมดเลย จ่ายเงินให้หน่อยนะ ค่าอาหารนี่ด้วย”
“เ..”
“โอเค ขอบใจ..”
นัทธมนยังไม่ทันจะได้ตอบว่าจะตกลงหรือไม่ ก็ต้องยืนอ้าปากค้างกับคำตอบเองเออเองของพิชญาที่ตอนนี้ลุกเดินไปเลือกดูของที่ตน้าเรียบร้อยแล้ว
“อ้าวว..รุ่นพี่ ไหนบอกจะจ่ายให้ก่อนไง ทำไมยังนั่งอ้าปากค้างอยู่ตรงนั้นอยู่ล่ะ ระวังแมลงวันบินเข้าปากนะ”
เมื่อพิชญาพูดจบนัทธมนก็รีบงับปากลงอย่างไวก่อนที่จะจ่ายตังค์ค่าอาหารแล้วเดินไปหาพิชญาในทันที
“เก็บตังค์จากพี่เค้าเลยนะคะ”
กล่าวจบก็เดินไปที่ร้านอื่นต่อแบบชิวๆ แต่อีกคนกลับไม่ชิวด้วย
“เท่าไหร่คะ”
“70 ครับบ..”
“ค่ะ”
ยื่นเงินให้กับพ่อค้าแล้วรีบตามพิชญาไป เพราะต้องตามไปจ่ายเงินเรื่อยๆ
“พอเลยเอิร์ท..ซื้อแค่นี้ยังไม่พออีกรึไง ตามจ่ายเงินแทบจะไม่ทันแล้วเนี่ย”
“แต่ก็ทันไม่ใช่รึไงกันเล่าา..”
“เธอนี่มัน...จริงๆเลย แล้วนี่จะซื้ออะไรอีกเนี่ย”
“เค้าอยากซื้อเสื้อผ้า ยังไม่มีชุดใส่สำหรับอยู่ค้างคืนนี้เลย สำหรับใส่พรุ่งนี้ด้วย แล้วก็วันอื่นอีกด้วย”
“เออๆ เข้าไปซื้อเอาเลย”
“ขอบคุณมากๆเลยค้าคุณรุ่นพี่ที่รัก..ซารังแฮ..”
เดินเข้าไปเลือกซื้อเสื้อผ้าในร้าน
“เอาตัวนี้ดีมั้ยอ่ะ หรือว่าจะเอาตัวนี้ดี”
“แล้วแต่..เธอเป็คนใส่นี่ จะมาถามพี่ทำไม”
“เปล่าถามรุ่นพี่สักหน่อยนะ นู่น..ถามคนข้างหลังรุ่นพี่ต่างหาก”
นัทธมนหันหลังกลับไปดู และคนที่ยืนอยู่ด้านหลังของเธอก็คือม้าของพิชญานั่นเอง
“อ้าวว..ขอโทษทีค่ะ มาแบบเงียบๆเลยนะคะ”
“ไม่เป็ไรจ้ะ เอิร์ทถามม้าหรอ”
“ใช่..”
“ก็เอาทั้งสองเลยดิ ม้าได้ยินว่าจะอยู่ที่นี่หลายวันนี่นา ทีแรกม้านึกว่าพากันกลับแล้ว คิดว่าของที่สั่งมาจะต้องยกเลิกซะแล้ว ที่ไหนได้พากันมาตลาดนี่เอง แล้วรู้จักตลาดที่นี่ได้ไงกัน”
“ขับมามั่วๆถามทางคนมาเรื่อยๆน่ะค่ะ”
นัทธมนกล่าวตอบคำถาม
“ว่าแต่ม้า...ที่นี่มีร้านขายเหล้ามั้ย ยี่ห้อไรก็ได้..ม้าไปซื้อให้หน่อย อายุยังไม่ถึงเค้าไม่ขายให้..ไม่ได้พกบัตรปลอมมาด้วย”
“เอิร์ท..! ทำไมทำตัวแบบนี้ อายุก็ยังไม่ถึงเกณฑ์กำหนด ม้าจะไม่ไปซื้อให้เด็ดขาด”
“ถ้าไม่..เอิร์ทก็จะกลับ เอิร์ทไม่ได้ตั้งใจอยากมาที่นี่อยู่แล้ว ถ้ารุ่นพี่ไม่อยากมาเอิร์ทก็ไม่มาหรอก”
“พูดกับม้าดีๆหน่อยเอิร์ท พี่ไม่ชอบนะถ้าเอิร์ทจะทำตัวไม่มีมารยาทแบบนี้”
นัทธมนกล่าว
“มันก็ความจริงมั้ยล่ะ”
“แต่พี่บอกให้เรากลับแล้ว แต่เธอดึงดันที่จะเข้าไปเองมั้ย”
พิชญาขึ้นขั้นพูดไม่ออก เพราะสิ่งที่นัทธมนพูดมามันก็คือความจริงทั้งหมด
“ไปดื่มที่ไร่ ที่ไร่ก็มี..แต่เป็ไวน์องุ่น”
“แต้งกิ้วม้า..นึกแล้วเชียวว่ายังไงว่าม้าต้องพูดแบบนี้ ก็รู้อยู่แล้วแหละ ไร่องุ่นทำไมจะไม่มีไวน์ พูดไปเพื่อหว่านให้ม้าติดกับอนุญาตเท่านั้นเองแหละ เป็ไงรุ่นพี่..ม้า เห็นความฉลาดของลูกคนนี้มั้ยล่ะ ฮ่าๆๆ”
คำพูดของพิชญาทำเอานัทธมนต้องส่ายหัวเลยทีเดียว
“ฉลาดหรือเ้าเล่ห์กันแน่เอิร์ท..”
“ม้าา..!! เค้าเรียกฉลาดแกมโกงต่างหาก แต่ถึงยังไงถ้าม้าไม่ให้ไวน์นะ เอิร์ทก็จะกลับ..”
กล่าวจบก็เดินเข้าไปเลือกชุดเสื้อผ้าต่อ
“ควรชินได้แล้วสินะ”
นัทธมนกล่าว