บทที่ 8
ฏอ๋องฟ๋งเฉียว
คราวหมู่บ้านฮัวเป่ยได้เริ่มนำผักผลไม้ที่เพาะปลูกออกไปขายในย่านการค้าของเมืองเซียงโจวขบวนรถวัวเทียมเกวียนบรรทุกผักผลไม้ของชาวบ้านมากมายตามจำนวนครัวเรือนและตามจำนวนผลผลิตสร้างความประหลาดใจให้แก่ผู้พบเห็นเป็อย่างมาก เพราะชาวเมืองเซียงโจวและผู้ผ่านทางทั้งหลายไม่เคยเห็นขบวนรถเทียมเกวียนขนผักผลไม้ยาวขนาดนี้มาก่อนในจำนวนเกือบสิบกว่าคันเกวียนด้วยกัน
แน่นอนว่าจางฮุ่ยเหมยได้นำผักผลไม้ของตนฝากขายกับชาวบ้านร่วมขบวนสินค้าครั้งนี้ด้วยนางยังบอกกับผู้ทำหน้าที่เป็พ่อค้าแม่ค้าว่าราคาขายผักผลไม้ของเมืองหลวงไม่ได้มีราคาแพงเป็สามเท่าของราคาที่นี่ฉะนั้นต่อให้ตั้งราคาลดลงจากเดิม เอากำไรเพียงหนึ่งในสามก็เหลือเฟือ
อีกทั้งผลของฮามี่กวาน้ำหนักประมาณสองชั่งขึ้นไปมีราคาแพงเป็ผลไม้ที่มีความพิเศษคือเนื้อฉ่ำหวานกำลังดีและมีกลิ่นหอมอันเป็เอกลักษณ์เฉพาะตัวเป็ผลไม้หายากพอๆ กับซีกวา จึงมีราคาตกอยู่ลูกละห้าตำลึงซึ่งเป็ราคาสูงที่สุดอาจต้องลดราคาลงมาสักหนึ่งตำลึง เพราะชาวเมืองเซียงโจวยังไม่รู้จักมันดีแต่ในหมู่พ่อค้าและชนชั้นสูงต่างรู้จักกันในเชิงผลไม้ล้ำค่านั่นเอง
จางฮุ่ยเหมยจึงเสนอความเห็นว่า ฮามี่กวานี้เป็ผลไม้ที่มีราคาแพงหากอยากขายให้ออกก็จงพรรณนาสรรพคุณของมันเสีย นั่นคือช่วยทำให้ร่างกายแข็งแรงไม่เป็หวัดง่าย เพราะเป็ผลไม้เย็น ดับร้อนแก้กระหายได้เป็อย่างดีรวมทั้งมีผลดีต่อสตรีคือช่วยบำรุงผิวพรรณ ชะลอวัยและริ้วรอยบำรุงสายตาและกระเพาะอาหารด้วย
นี่เป็เพียงรายละเอียดเกี่ยวกับฮามี่กวาเล็กน้อยเท่านั้นมันมีประโยชน์อีกมากมายหลายอย่าง ชาวหงหมาวช่างรู้สรรพคุณของมันล้ำลึกโดยแท้หญิงสาวอดชื่นชมความรอบรู้ของชาวต่างชาติไม่ได้เดิมกินเพื่อความอร่อยและดับกระหายเท่านั้น อย่างไรหากกินฮามี่กวาครั้งละมากๆย่อมส่งผลเสียและหวังผลลัพธ์ที่รวดเร็วไม่ได้เช่นกัน
รายละเอียดราคาค้าขายทางนางได้บอกไปหมดแล้วที่เหลือคือรอรับเงินจากการค้าขายครั้งแรกของหมู่บ้านฮัวเป่ยแน่นอนว่าต้องมีมนุษย์จำพวกเห็นคนอื่นได้ดีต้องร้อนรนด้วยไฟริษยามันเป็ธรรมชาติของมนุษย์ของทุกคน แค่ต้องรอดูว่าใครได้รับผลกระทบใครได้รับผลประโยชน์ และใคร้ากดข่มไม่ให้โดดเด่นเกินหน้าเกินตา
หญิงสาวหันไปสั่งทหารสองสามคนให้ลอบติดตามขบวนการค้าของหมู่บ้านฮัวเป่ยเพื่อดูสถานการณ์นางไม่เชื่อว่าจะไม่เกิดเื่อะไรขึ้นพวกโลภมากมีอยู่ทุกหนทุกแห่งทั่วไปในแคว้นฉินแห่งนี้จะโผล่หางแสดงอำนาจบารมีเมื่อไรล้วนขึ้นอยู่กับเวลานางเปรยอนุญาตกับทหารอีกว่าจะออกไปช่วยเหลือขบวนการค้าของชาวบ้านก็ได้แต่อย่าเปิดเผยตัวให้ใครรับรู้ ถ้าคนทางการมาก้าวก่ายอย่าได้ทนมันข่มขู่มาเราก็ข่มขู่กลับสามารถเขียนรายงานสถานการณ์ของที่นี่ส่งไปให้ขุนนางที่ไว้ใจให้เขาออกตัวเป็ทัพหน้าส่งรายงานทูลแก่ฮ่องเต้ก็ไม่สายจะสืบว่าใครเป็ขุนนางน้ำดีของเมืองเซียงโจวย่อมไม่ใช่เื่ยากแค่รอโอกาสลงมือในเวลาเหมาะสมเท่านั้นก็พอ
เริ่มต้นคือดูกระแสลมในเมืองเซียงโจวจากนั้นดูทิศทางว่าลมใหญ่จะหอบพัดไปทางฝ่ายใดรอเวลาเก็บเกี่ยวผลลัพธ์ทั้งหลายอย่างใจเย็นค่อยเก็บรวบหัวรวบหางในกำมือเพียงครั้งเดียวมันน่าสนุกกว่า
นั่นคือสิ่งที่จางฮุ่ยเหมยคิด หญิงสาวชอบแสยะยิ้มเวลาวางแผนการทำอะไรเลวร้ายเสมอเป็สิ่งที่เหล่าทหารซึ่งเคยประจำการอยู่ที่จวนจางเหลียงโหวเห็นเป็ประจำใครเพิ่งเคยเห็นอาจรู้สึกร้อนๆ หนาวๆคล้ายใกล้ถูกรัดคอให้ขาดอากาศหายใจในไม่ช้าเสียเอง
จางฮุ่ยเหมยให้เจียวซือเขียนจดหมายตอบกลับจางเฟยหรงเื่ได้รับของขวัญและทหารแล้วคราวนี้นางกำกับบ่าวรับใช้ตัวดีที่ดูเหมือนจะเขียนอะไรเกินสิ่งที่ควรจะสื่อสารนางรู้ว่าเจียวซือหวังดี ไม่อยากให้นางต้องอยู่อย่างลำบากยากแค้นแต่ไม่ควรเป็จุดสนใจเช่นนี้เพราะมันไม่ดีต่อตัวนางและเ้าแฝดของนางต่างหาก
"นายหญิง...ท่านจะเขียนถึงท่านแม่ทัพเพียงแค่นี้หรือเ้าคะ?"เจียวซืออดไม่ได้ที่จะเอ่ยถามความของจดหมายนั่นสั้นแสนสั้นเท่าที่นางเคยเขียนมา
"ข้าจะเขียนถึงพี่ใหญ่ของข้าเพียงแค่นี้เ้าจะทำไม?" จางฮุ่ยเหมยไม่ยี่หระ
รีบนำกระดาษออกห่างจากมือของเจียวซือทันทีก่อนจะมีประโยคยืดยาวเกินควรบนจดหมายฉบับนี้ รีบส่งให้ฉือินำไปส่งให้แทน
"อย่างน้อยๆท่านควรเล่าชีวิตความเป็อยู่ให้ท่านแม่ทัพทราบบ้างนะเ้าคะ"
"หากเ้าไม่พอใจเ้าสามารถกลับไปจวนแม่ทัพก็ได้นะ"
"นายหญิง..."
"ข้ายามนี้้าอยู่อย่างเงียบๆไม่เป็จุดเด่นหรือจุดสนใจ และไม่้าให้จวนอันกัวป๋อตามหาข้าเจอฝ่ายนั้นย่อมส่งคนออกตามหาและจับตาดูความเคลื่อนไหวของคนจวนจางเหลียงโหวของเรา"
"นายหญิง..."
"ข้าไม่้าให้ใครมายุ่งวุ่นวายกับข้าหรือมาพรากลูกไปจากข้าเพราะเป็ทายาทของจวนป๋อ"
"..."
"อย่าเ้ากี้เ้าการชีวิตข้าถึงความทรงจำของข้าขาดหายไปบาง่บางตอน แต่ข้าไม่ได้โง่ให้ใครตามดมกลิ่นข้าเจอเข้าใจหรือไม่?"
"...จะ...เ้าค่ะ"
เจียวซือหยุดหายใจไปชั่วขณะหลังถูกน้ำเสียงเ็าสาดประโยคตอกย้ำสภาพความเป็จริงในการใช้ชีวิตนายหญิงแม้นจะไม่โมโหโวยวายตีโพยตีพายแต่นางกำลังกรุ่นโกรธไม่น้อยและยังสื่ออย่างชัดเจนว่า 'อย่าล้ำเส้น' เพียงเท่านี้ก็ทำให้เจียวซือสงบปากสงบคำและจดจำไว้ว่าตัวเองไม่ควรทำเกินหน้าที่
"อย่าคิดเผื่อข้าและอย่าตัดสินใจเผื่อข้าอีกไม่เช่นนั้นทั้งข้า ลูกของข้า และเ้าอาจเดือดร้อน"
"เ้าค่ะ"
จางฮุ่ยเหมยกลับเข้าห้องของตัวเองเพื่อไปดูเ้าแฝดสองก้อนทั้งสองยังคงนอนหลับสบายอารมณ์ หน้าอกกระเพื่อมขึ้นลงอย่างสม่ำเสมอบ่งบอกว่าอยู่ใน่เวลาความสุขดีนางค่อยคืบคลานแทรกตัวนอนเคียงข้างบุตรชายทั้งสองแ่เบา่นี้ตัวของจางฮุ่ยเหมยใช้สมองรับมือกับเื่นั้นเื่นี้ไม่มีหยุดจนรู้สึกล้า่หลังพวกทหารของพี่ชายก็ช่วยรดน้ำพรวนดินแปลงผักให้นางถือว่าเบาแรงไปเยอะกว่าเมื่อก่อนมาก
สงสัยจริงเชียวว่าตัวเองเคยคิดละเอียดถี่ถ้วนขนาดนี้มาก่อนหรือไม่พอลองนึกดูแล้วก็ไม่เคยใช้สมองหรือแรงกายใดๆ ใช้ชีวิตติดความสิ้นเปลืองด้วยซ้ำแล้วนางกลายเป็คนเช่นนี้ไปั้แ่เมื่อไรกัน ไม่เคยรู้ตัวมาก่อนเลย
หลายวันมานี้จางฮุ่ยเหมยเฝ้าฝันถึงเื่เดิมซ้ำๆวันนี้ที่หงุดหงิดใส่เจียวซืออาจด้วยความรู้สึกที่ว่าความทรงจำแสนเลือนลางกับคำบอกเล่าของบ่าวรับใช้ดูสวนทางอย่างไรชอบกลคล้ายพยายามปกปิดความจริงบางอย่างเพื่อไม่ให้นางรู้สึกถึงบางอย่างแววตาของเจียวซือโศกเศร้าทุกครั้งตรงกันข้ามกับคำพูดที่มักบอกว่าสามีของนางเห็นแก่ตัวเพียงใดในใจพลันสะดุดและเกิดคำถามว่าคนที่ถูกกล่าวถึงคือสามีของนางตัวจริงหรือไม่
ผู้ที่รู้ความจริงน่าจะเป็จางเหลียงอี้ผู้เป็ตาและจางเฟยหรงนางไม่รู้เนื้อความในจดหมายก่อนหน้านี้ว่าเจียวซือส่งไปแจ้งพี่ชายว่าอย่างไรเหตุใดทางจวนจางเหลียงโหวถึงรับรู้ด้วย หากคิดไตร่ตรองให้ดีการส่งทหารของตระกูลจางคุ้มกันหลานสาวอย่างเปิดเผยเช่นนี้ไม่เท่ากับประกาศให้คนของอันกัวป๋อรับรู้หรือว่าจางฮุ่ยเหมยอยู่ในความดูแลของจวนแม่ทัพ
นี่ก็ผ่านมาหลายวันแล้วที่ทหารของพี่ชายดูแลและทำตามคำสั่งของนางอย่างไม่ขาดตกบกพร่องคล้ายว่านางเป็ผู้บัญชาการไม่ต่างจากจางเฟยหรง จริงๆพวกเขาสามารถปฏิเสธการดูแลคุณหนูที่แต่งออกจากตระกูลไปแล้วก็ได้แต่พวกเขากลับเต็มใจทำหน้าที่นี้
มีเื่หลายอย่างชวนคลางแคลงใจจางฮุ่ยเหมยไปหมดบางที...ความทรงจำที่หายไปมันสำคัญกับนางหรือไม่?
ถ้ามันสำคัญ...นางควรรื้อฟื้นมันขึ้นมาหรือเปล่า?
.
.
.
จางฮุ่ยเหมยไม่อาจหาคำตอบในคำถามให้กับตัวเองได้เลยตอนนี้กลับรู้สึกสับสนไปหมดทุกอย่างความเงียบภายในห้องคืบคลานกลืนกินให้สตรีแสนอ่อนล้าพานหลับใหลในที่สุด
เงามืดดำแทรกซึมตัวเองสู่ภายในเรือนส่วนของห้องพักของจางฮุ่ยเหมยเงียบเชียบ ระหว่างที่เจียวซือออกไปติดตามผลการเพาะปลูกรอบใหม่ของชาวบ้านภายในหมู่บ้านฮัวเป่ยกับทหารอีกสองคนดังนั้นภายในบ้านตระกูลจางยามนี้จึงเหลือทหารคุ้มกันความปลอดภัยจางฮุ่ยเหมยเพียงสามคนส่วนอีกหนึ่งคนคือผู้มาเยือนใหม่
ผู้มาเยือนคนใหม่ได้รับการต้อนรับจากเหล่าทหารตระกูลจางเป็การกรุยทางให้สามีได้พบกับภรรยาและลูกๆ ของเขาหลังจากชายหนุ่มต้องอยู่ห่างจากภรรยาที่รักด้วยเหตุผลบางประการ หนึ่งปีกว่าสำหรับ 'กั๋วซีห่าว' ราวกับต้องเผชิญขวากหนามยิ่งใหญ่ในชีวิตหลังแต่งงานอยู่กินฉันสามีภรรยาไม่ครบสามเดือนกลับมีภารกิจบางอย่างให้เขาต้องออกไปทำที่ชายแดนฝั่งติดกับทะเลนั่นหมายถึงเมืองเซียงโจวแห่งนี้นี่เอง
จำเป็ต้องออกจากจวนอันกัวป๋อตลอดเวลาเขาทำงานในฐานะรองแม่ทัพชำนาญการรบทางทะเล คอยส่งข่าวคราวผ่านทางจดหมายไปยังเมืองหลวงหาผู้เป็ภรรยาจนจดหมายฉบับหนึ่งแจ้งว่าจางฮุ่ยเหมยตั้งครรภ์ได้หนึ่งเดือนแล้วหลังเขาออกมาประจำการรักษาความสงบที่นี่หากไม่มีเื่โจรสลัดและการลักลอบขึ้นฝั่งขนดินปืนของชาวเฉาเซียนเขาคงรีบควบม้ากลับจวนอันกัวป๋อเฝ้าดูแลนางไปั้แ่วันที่ได้รับข่าววันนั้นด้วยซ้ำ
ทว่า...การลักลอบขนดินปืนเ่าั้กลับกลายเป็ว่าจวนอันกัวป๋อมีส่วนรู้เห็นกับอ๋องสามหรือที่รู้จักในนาม 'โอหยางฟ๋งเฉียว' คนในจวนที่ร่วมมือด้วยคือ'กั๋วหยางจิ้ง' บุตรชายของฮูหยินเฒ่าในอดีตคือฮูหยินรอง เป็บุตรชายคนที่สี่ของจวนอันกัวป๋อ ทั้งที่จวนมีหัวหน้าตระกูลคือบิดาของเขา'กั๋วเค่อติง' ติดเพียงว่าบิดาบังเกิดเกล้าป่วยเป็อัมพาตพวกเขาเคลื่อนไหวหลังจากเขาผู้เป็ทายาทจวนป๋อคนต่อไปอยู่ห่างไกลถึงเมืองชายแดนติดน่านน้ำทะเล
คนของเขาที่ทิ้งเอาไว้ดูแลจวนถูกกั๋วหยางจิ้งซื้อตัวเกือบหมดซ้ำฝ่ายนั้นรับคนของอ๋องสามจำนวนหนึ่งเข้ามาทำงานในส่วนของคนที่ขึ้นตรงกับหัวหน้าตระกูลและเขาสับเปลี่ยนคนโดยไม่ให้รู้ตัว บิดาพิการจะทำอะไรได้นอกจากทนเจ็บช้ำจากการถูกทรยศของคนในตระกูลที่หวังอยากจวนและตำแหน่ง 'ป๋อ' หันเข้าร่วมก่อฏกับอ๋องสามกั๋วเค่อติงผู้ไม่สามารถขยับร่างกายหรือออกสิทธิ์ออกเสียงคัดค้านความเลวร้ายซึ่งปะทุในจวนอันกัวป๋อกลายเป็เพียงหุ่นเชิดให้สองแม่ลูกอสรพิษลอบสบโอกาสมาเนิ่นนานขึ้นบงการและควบคุมคนทั้งจวน
อำนาจของอ๋องสามคือทำให้ชื่อของกั๋วซีห่าวในตระกูลอันกัวเหลือเพียงชื่อติดป้ายิญญา แจ้งกับคนของจวนอันกัวป๋อว่าเขาตายระหว่างทำาขับไล่โจรสลัดความจริงเป็คนของอ๋องสามไล่ต้อนพวกเขาที่เข้าแทรกแซงการขนดินปืนขึ้นฝั่งถูกตัดขาดจากการสื่อสารกับทางจวนอย่างสิ้นเชิง ไม่อาจปรากฏตัวให้ใครเห็น
เหตุเพราะคนของอ๋องสามไม่สามารถกำจัดรองแม่ทัพปราบทักษิณหากไม่พบศพคือยังไม่ตาย พวกเขายิ่งคอยจับตาดูทำให้กั๋วซีห่าวไม่รู้ว่าจวนอันกัวป๋อเกิดภัยพิบัติต่อบิดาและภรรยาอย่างไร
กั๋วซีห่าวถูกตามล่าไม่หยุดยั้ง จำต้องใช้ชีวิตหลบซ่อนในเงามืดอยู่ห่างจากเขตชายแดนริมทะเลไปไกล คนของอ๋องฟ๋งเฉียวควบคุมเข้มงวดรวมทั้งไม่เคยวางใจว่าศัตรูที่คิดว่าตายไปแล้วจะตายจริงหรือไม่แค่เจอใครสักคนที่หน้าตาละม้ายคล้ายกัน พวกเขาก็จับและทำให้หายสาบสูญไปทั้งแบบนั้นข่าวที่ชายหนุ่มรู้ล่าสุดคือจางฮุ่ยเหมยมีสภาพชีวิตอยู่ในจวนอันกัวป๋อไม่ดีนัก รวมทั้งบิดาอย่างกั๋วเค่อติงยังไร้คนดูแลถูกทิ้งเยี่ยงสัตว์อยู่ในเรือนร้างหลังจวน
ชายหนุ่มคิดเพียงว่าทำอย่างไรก็ได้ให้เขาติดต่อกับท่านโหวจางเหลียงอี้เพื่อให้ทางนั้นยื่นมือช่วยเหลือคนสำคัญซึ่งอยู่ในจวนอันกัวป๋อโดยเร็วที่สุดไม่ว่าทางจวนจางเหลียงโหวจะมีแผนการช่วยเหลืออย่างไรเขายอมรับทุกวิถีทางเพื่อให้คนสำคัญทั้งสองและลูกของเขาปลอดภัย
อย่างน้อยเจียวซือเป็คนของจวนจางเหลียงโหว มองเผินๆนางเป็เพียงบ่าวรับใช้ธรรมดาใสซื่อบริสุทธิ์แท้จริงเื้ัของนางคือมือสังหารที่จางเหลียงอี้เลี้ยงดูไว้เพื่อทำหน้าที่คุ้มครองบุตรสาวสายตรงของสกุลจางโดยเฉพาะไม่อาจดูเบาความรอบคอบของคนตระกูลจาง ซึ่งมักระแวดระวังคนของตัวเองทุกฝีก้าวเสมอ
จางเฟยหรงเสนอให้กั๋วซีห่าวตัดขาดการติดต่อกับภรรยาแบบถาวรไปก่อนเพื่อหลีกเลี่ยงและทำให้อีกฝ่ายตายใจว่าเขาไม่มีชีวิตรอดจริงๆแต่จะนานแค่ไหนขึ้นอยู่ว่าจะสามารถพาตัวของจางฮุ่ยเหมยออกจากจวนอันกัวป๋อได้หรือไม่เื่ราวทุกอย่างถูกรังสรรค์ขึ้นมาหลอกล่อให้นางรังเกียจสามีรังเกียจจวนอันกัวป๋อ ด้วยนิสัยของนางต้องหนีออกจากจวนแน่นอน แล้วก็เป็ดั่งคาด...
จางฮุ่ยเหมยออกจากจวนอันกัวป๋อสำเร็จ หมายความว่านางจะไม่ถูกใช้เป็ตัวประกันเพื่อข่มขู่จวนจางเหลียงโหวรอดพ้นจากน้ำมือของอ๋องฟ๋งเฉียวสำเร็จหากอ๋องสามรู้ว่ากั๋วหยางจิ้งปล่อยให้จางฮุ่ยเหมยหนีออกจากจวนตระกูลอันกัวแล้วยังดูแลนางไม่ดีจนเตลิดหนีหายไปเื่นี้จางเฟยหรงเองไม่รู้เหมือนกันว่าคนทรยศพวกนั้นจะถูกกระทำอะไรบ้างจากอ๋องสามผู้เืเย็น
ส่วนเื่ความทรงจำของจางฮุ่ยเหมยเพราะถูกวางยาจากเจียวซือตามคำสั่งของจางเฟยหรงหากกล่าวถึงกั๋วหยางจิ้งแน่นอนว่าเขาเป็เพียงสามีกำมะลอซึ่งถูกหยิบยกมาใช้เป็เื่เล่าสามีโฉดชั่วของนางแต่จางฮุ่ยเหมยไม่มีความผูกพันหรือรู้สึกถูกชะตากับคุณชายสี่นักการไม่พูดชื่อของกั๋วซีห่าวก็เพื่อไม่ให้ฤทธิ์ยาเสื่อมถอยอาจกระทบต่อจิตใจแม้สมองลืมเลือน
ยานี้มีผลต่อสมองชั่วคราวมีฤทธิ์นานหนึ่งเดือนเพื่อให้ฤทธิ์ยามีผลต่อเนื่องเจียวซือต้องคอยแอบใส่ยานี้ในของว่างเสมอและลดปริมาณลงเรื่อยๆ จนกว่าจะแน่ใจแล้วว่าสถานการณ์ของจางฮุ่ยเหมยและบุตรชายฝาแฝดปลอดภัยหลังจากนั้นความทรงจำของนางจะค่อยๆ ฟื้นกลับคืนมาทีละนิดแต่ต้องใช้เวลานานมากกว่าคนทั่วไป เพราะถูกวางยากดความทรงจำมาเนิ่นนานเกือบปี
ในตอนนี้สถานการณ์ของจางฮุ่ยเหมยปลอดภัยแล้วก่อนหน้านี้กองทัพทหารปราบทักษิณซึ่งประจำการเมืองเซียงโจวอยู่ภายใต้แม่ทัพปราบทักษิณซึ่งเป็คนของอ๋องสามกั๋วซีห่าวใช้เวลาปราบฏแม่ทัพปราบทักษิณคนเก่าได้สำเร็จหลังฟื้นตัวจากาแและได้รับความช่วยเหลือจากแม่ทัพปราบประจิมอย่างจางเฟยหรง
ก่อนสวมรอยเป็แม่ทัพปราบทักษินซึ่งเป็คนของอ๋องสาม จับกุมพวกสมคบคิดกักขังไว้ที่คุกมืดของชายแดนรอฮ่องเต้ทรงเบิกตัวพยานและลงโทษในเวลาต่อไปส่วนคนที่พยายามหนีจากการถูกกวาดล้างและต่อสู้ขัดขืนตามโทษคือปะาเป็อันว่าเมืองเซียงโจวแห่งนี้ถูกเขากุมอำนาจทางการทหาร
ขณะที่เขาปล่อยให้เ้าเมือง นายอำเภอ และหัวหน้าหมู่บ้านบางหมู่บ้านซึ่งขึ้นตรงต่ออ๋องฟ๋งเฉียวอยู่กันอย่างสุขสบายไปสักระยะอ๋องสามจะได้ไม่ผิดสังเกตและยังรับรายงานต่อไปว่าที่นี่เคลื่อนไหวขนดินปืนไม่ติดขัดทั้งที่น่านน้ำทะเลถูกกวาดล้างไปจนหมดสิ้น
ด้วยความคิดถึงของกั๋วซีห่าวซึ่งไม่อาจทำหน้าที่สามีและบิดาที่ดีของครอบครัวทำให้เขาพาตัวเองออกมาจากเงามืดมิด จำต้องข่มใจอดทนต่อความทรมานนี้ต้องยอมรับว่าแผนการของจวนจางเหลียงโหวน่ากลัวไม่น้อยไม่เช่นนั้นเขาคงไม่มีชีวิตรอดจนพบภรรยาและบุตรชายอีกครั้ง
"ข้าขอโทษ"น้ำเสียงทุ้มแหบกล่าวอย่างเ็ป
บัดนี้ภรรยาและลูกของเขาปลอดภัยแล้ว เหลือเพียงบิดาเท่านั้นสถานการณ์เลวร้ายที่สุดคือยามนี้กั๋วซีห่าวหายสาบสูญพี่น้องคนอื่นอาจถูกฮูหยินเฒ่ากดข่มและหากบิดาเป็อะไรขึ้นมาความเลวร้ายของจวนอันกัวป๋อจะถูกหัวหน้าตระกูลคนใหม่อย่างกั๋วหนานจิ้งขึ้นปกครองนำพาหายนะมาสู่ตระกูลอันกัวอย่างแท้จริง
กั๋วซีห่าวเองก็อยากรู้เหมือนกันว่าฝีมือทหารของอ๋องฟ๋งเฉียวกับทหารของจวนจางเหลียงโหวซึ่งได้แทรกซึมอยู่ในจวนอันกัวป๋อใครกันแน่จะได้รับชัยชนะ ตอนนี้กั๋วซีห่าวยังไม่อาจปรากฏตัวต่อหน้าจางฮุ่ยเหมยควรช่วยเหลือตัวประกันสุดท้ายคือบิดาก่อน เพื่อจัดการสองแม่ลูกผู้ทรยศตระกูลอันกัวให้สิ้นซากถอนรากถอนโคนและล้มล้างฏอ๋องฟ๋งเฉียวซะ!