“หอมน่ากินจัง”
กรวีร์เข้ามาสวมกอดเอวบางจากทางด้านหลัง ใบหน้าหล่อเหลาคมเข้มเข้าซุกซบสูดดมซอกคอระหงหอมกรุ่น ขณะที่ปากกล่าวชื่นชมไปด้วย ซึ่งการซุกซบที่ซอกคอทำให้หญิงสาวตัวเล็ก ที่กำลังตั้งใจผัดคะน้าน้ำมันหอย ถึงกับสะดุ้ง ขนลุกซู่ชูชันไปทั้งตัว
“อย่ารุ่มร่ามสิ พรทำอาหารอยู่นะ”
พรลภัสเอี้ยวใบหน้าสวยหวานมามองใบหน้าหล่อเหลาคมเข้ม แล้วส่งค้อนให้เขาไปหนึ่งวงใหญ่ พร้อมกับส่งเสียงปรามการกระทำของเขา เพราะกลัวว่าหากเขาทำอะไรซุกซน จะทำให้เธอเสียสมาธิในการทำอาหาร จนทำให้อาหารไหม้จะอดกินกันพอดี หรือไม่ก็ต้องกินทั้งที่ไหม้นั่นแหละ
“ทำอะไรให้พี่กิน?”
กรวีร์หยุดซุกซน แต่ไม่ยอมปล่อยร่างบางออกจากอ้อมแขนแกร่ง ยังคงสวมกอดเอวบางเอาไว้หลวมๆ และก้มวางคางไว้ที่ไหล่บอบบาง ขณะที่ดวงตาคมกริบจับจ้องมองอยู่ที่กระทะ ที่หญิงสาวตัวเล็กกำลังคนสิ่งที่อยู่ในกระทะให้เข้ากัน
“ผัดคะน้าน้ำมันหอยค่ะ และเดี๋ยวจะทำไข่เจียวหมูสับ กับต้มจืดหมูสับด้วย”
พรลภัสบอกกล่าวให้ชายหนุ่มตัวโตรับฟังไป มือเรียวเล็กก็คนอาหารที่อยู่ในกระทะไป อย่างคนชำนาญในการทำอาหาร ก็ทุกๆ วันเธอจะต้องตื่นแต่เช้ามาทำอาหารอยู่แล้วนี่นะ เรื่องงานบ้านงานครัวเธอถนัด เพราะที่บ้านเธอจะต้องทำทุกอย่างอยู่แล้ว จึงไม่ใช่เรื่องยากเลยที่จะทำอาหารพวกนี้
“น่าอร่อยทั้งอาหารทั้งคนทำเลย... ไม่สิคนทำน่ะอร่อยอยู่แล้ว”
“พี่วี พูดมาได้ เสี่ยวจริงๆ เลย”
พรลภัสได้ยินคำพูดที่ชายหนุ่มตัวโตพูดออกมา ใบหน้าสวยหวานพลันแดงระเรื่อซับสีขึ้นมา จนลามไปถึงใบหูด้วยความเขินอาย ทั้งภายในเรือนกายก็ยังให้รู้สึกสยิว วาบหวาม ตามคำพูดของเขาไปด้วย
และพาลให้คิดไปถึงเรื่องเมื่อเช้านี้ด้วย ที่เขาเล่นจับเธอกินไม่รู้กี่รอบต่อกี่รอบ จนเธอกับเขาสลบเหมือดกันไปตามๆ กัน จนตื่นขึ้นมาอีกที่ก็ตอนเที่ยงๆ เกือบๆ จะบ่ายนี้เอง
“ก็มันจริงนี่ พรอร่อยจนไม่อยากให้กลับ อยากให้อยู่เป็นเมียที่นี่”
พรลภัสชะงักไปกับคำพูดของชายหนุ่มตัวโต ที่ฟังจากน้ำเสียงดูจะจริงจังมากขึ้นกว่าเดิม จึงทำให้เธอเอี้ยวใบหน้าสวยหวานมามองหน้าคมเข้มอีกครั้ง และก็ได้เห็นแววตาจริงจังไม่แพ้กัน
“ไม่เอาอ่ะ อย่าพึ่งพูดเรื่องนี้กันเลยนะ พี่วีไปรอข้างนอกเลยไป”
พรลภัสมองสบตาคมกริบนิ่งชั่วขณะหนึ่ง ก่อนจะกล่าวตัดบทสนทนานั้นไป ไม่ใช่ว่าเธอไม่อยากที่จะมาอยู่ด้วยกันกับเขา ไม่ใช่ว่าเธอไม่อยากจะเป็นเมียเขา แต่ด้วยฐานะ และภาระหน้าที่ที่เธอมีต่อบิดาบังเกิดเกล้า เธอจะทอดทิ้งไปไม่ได้
ซึ่งก็ไม่รู้อีกแหละว่า เขาคิดยังไง เพราะหากเขาจะรับผิดชอบ ก็คงไม่ใช่เพียงแค่รับผิดชอบเธอคนเดียว ยังจะต้องรับผิดชอบไปถึงบิดาบังเกิดเกล้าของเธออีกด้วย เพราะยังไงเสีย เธอไม่มีทางทอดทิ้งผู้ที่ได้ชื่อว่าเป็นบุพการีของเธออย่างแน่นอน และไม่คิดจะปล่อยให้อยู่เพียงคนเดียวตามลำพังด้วย
บรืนนนน...... บรืนนนนน......
แต่ยังไม่ทันที่กรวีร์จะปล่อยแขนแกร่งออกจากร่างบาง เพื่อออกไปรอข้างนอกตามที่พรลภัสบอก คนทั้งสองได้ยินเสียงรถยนต์ ดังเข้ามาให้ได้ยิน เสียงรถยนต์ที่ได้ยิน จอดลงที่หน้าบ้าน พรลภัสมองสบตากับกรวีร์ ก่อนที่เขาจะปล่อยร่างบาง หมุนตัวเดินออกไปหน้าบ้าน
“.........”
กรวีร์เดินออกมาหน้าบ้าน ดวงตาคมกริบหรี่ตาลงมองดูผู้ที่ยืนอยู่หน้าบ้าน แววตานั้นแปรเปลี่ยนเป็นเย็นชาอย่างเห็นได้ชัด ทั้งใบหน้าคมเข้มก็เปลี่ยนเป็นเคร่งขรึมไปด้วย เขาไม่คาดคิดว่าผู้หญิงตรงหน้าคนนี้จะมาที่นี่อีก ทั้งที่ห่างหายไปนานมากแล้ว ในเมื่อไปแล้วก็ควรไปเลยสิ จะมาอีกทำไม
“มาทำไม?”
กรวีร์จ้องมองใบหน้าที่มีรอยเหี่ยวย่นให้เห็นบ้างตามอายุ ถึงแม้อายุอานามจะมากแล้วก็ตามที แต่ความสวยยังคงไม่สร่างซา หายไปจากใบหน้านี้เลยสักนิด แถมยังคลับคล้ายกับใบหน้าของกรวีร์ด้วยบางส่วน กรวีร์เปล่งเสียงกระด้างถามออกไป อย่างไม่คิดจะถนอมน้ำใจกันเลยสักนิด
๓๓_๓๓_๓๓_๓๓_๓๓_๓๓_๓๓_๓๓_๓๓_๓๓_๓๓_๓๓_๓๓_๓๓_๓๓