ตอนที่ 15: คลื่นใต้น้ำ
ภายในศาลาริมน้ำดีไซน์โมเดิร์นคลาสสิกของรีสอร์ต บรรยากาศยามสายตึงเครียดเงียบงัน ฝ้ายและสุดานั่งเผชิญหน้ากันด้วยสีหน้าอิดโรยและทรมาน แสงแดดอ่อนๆ ที่พยายามลอดผ่านร่มไม้ไผ่ไม่ได้ช่วยลดทอนความหนาวเย็นในใจของพวกเธอเลย ฝ้ายกำมือตัวเองแน่นจนปลายนิ้วซีดขาว น้ำตาค่อยๆ ไหลผ่านแก้มขณะสะกดกลั้นอารมณ์เพื่อเล่าเหตุการณ์ที่เห็นจากเงาสะท้อนกระจกห้องทำงานให้พี่สะใภ้ฟัง
"ฝ้ายเห็นเต็มตาเลยค่ะพี่สุดา" น้ำเสียงของฝ้ายสั่นเครือสะอื้น "คิวกับรัน... พวกเขาอยู่ด้วยกันบนโต๊ะทำงานกระจกบานนั้น เงาสะท้อนในกระจกบานใหญ่ฟ้องทุกอย่างชัดเจน สภาพทรงผมและเสื้อผ้าของนังเด็กนั่นยุ่งเหยิงเปียกชุ่ม คิวตวาดไล่ฝ้ายอย่างไม่ใยดี ฝ้ายเจ็บจนพูดไม่ออก รักกันมาเกือบสิบปีทำไมเขาถึงทำกับฝ้ายได้ขนาดนี้"
สุดาฟังแล้วสูดหายใจลึก แววตาของเธอแข็งกร้าววาวโรจน์ด้วยความโกรธแค้น
"พี่เข้าใจฝ้ายดี พงศธรเองก็ไม่ต่างกันเลย เมื่อคืนพอพี่ถามเรื่องกลิ่นน้ำหอมแปลกๆ กับคราบโคลนที่กางเกง เขาก็ตวาดด่าพี่กลางห้อง หาว่าพี่ทำตัวน่ารำคาญเหมือนสุนัขบ้าจ้องจับผิด ทั้งที่เงินทุนทุกบาททุกสตางค์ที่เขาใช้สร้างตัวสร้างรีสอร์ตนี้มาจากทางบ้านของพี่ทั้งนั้น พอมีหน้ามีตาเข้าหน่อยกลับเห็นแก่ตัว ปันใจเสน่หาใฝ่ต่ำกับพนักงานต้อนรับชั้นต่ำได้อย่างหน้าไม่อาย พี่จะไม่ยอมให้นังรันลอยหน้าลอยตาอยู่ร่วมเตียงหรือใช้จริตเป่าหูสามีพี่อีกต่อไป... พี่แต่งงานพาสามีคนนี้สร้างชื่อเสียงเงินทองมาด้วยสมองและครอบครัวสนับสนุน มันไม่ใช่สิทธิ์ของพงศธรที่จะมาทำพฤติกรรมเห็นแก่ตัวในรีสอร์ตที่พี่เป็นผู้ร่วมทุนหลัก ส่วนฝ้าย... ฝ้ายต้องเข้มแข็งนะ อย่าเพิ่งท้อถอยสิคะ ลุกขึ้นมาสู้ร่วมมือกับพี่สิ"
ฝ้ายพยักหน้ารับคำพลางตบโต๊ะเบาๆ เสริมน้ำเสียงเด็ดขาด "ฝ้ายจะร่วมมือกับพี่สุดาค่ะ ฝ้ายสืบหาข้อมูลมาแล้วว่ารันเพิ่งเข้ามาทำงานได้ไม่นานแต่กลับปั่นป่วนหัวใจและสร้างความขัดแย้งลุกลามขนาดนี้ เรามีสัญญาเลิกจ้างที่เขียนระบุความผิดทางวินัยอย่างชัดเจน การเลิกจ้างนี้ชอบธรรมด้วยกฎหมายทุกประการ!"
"ถูกต้อง" สุดาตบโต๊ะเสียงดังฉาด "พี่เป็นผู้ร่วมทุนหลักรายใหญ่ตามกฎหมาย และเป็นเมียแต่งของพงศธร พี่มีสิทธิ์เด็ดขาดในการจัดการพนักงานที่มีพฤติกรรมเสื่อมเสียรบกวนระบบงานของรีสอร์ต วันนี้พี่จะยื่นซองขาวเลิกจ้างนังรัน ขับไล่มันออกไปจากพื้นที่นี้ทันที!" สุดากำซองเอกสารใบสั่งเลิกจ้างไว้แน่น แววตาเต็มไปด้วยความพยาบาทและมุ่งมั่นจะปกป้องศักดิ์ศรีของตนเอง
ในขณะเดียวกัน ที่ห้องพักรับรองส่วนกลาง รันกำลังนั่งทำหน้าเศร้าสร้อยน้ำตาคลอเบ้าอยู่ต่อหน้าคิวและพงศธร หล่อนใช้มือเรียวลูบเช็ดแก้มและสะอื้นเบาๆ แสร้งทำตัวอ่อนแอไร้ทางสู้เพื่อปั่นหัวชายหนุ่มทั้งสอง
"รันคิดว่ารันคงทำงานที่นี่ต่อไปไม่ได้แล้วค่ะคุณคิว คุณพงศธร..." รันเอ่ยเสียงพร่าออดอ้อน "คุณฝ้ายกับคุณผู้หญิงสุดาจ้องมองรันเหมือนเป็นตัวเกลียดชัง คอยหาเรื่องดุด่ารันตลอดเวลา หาว่ารันใช้จริตยั่วยวนพวกคุณ ทั้งที่รันตั้งใจทำงานต้อนรับด้วยความซื่อสัตย์ รันมันก็แค่เด็กบ้านนอกจนๆ ไม่มีหัวนอนปลายเท้า จะไปสู้ความร่ำรวยและอิทธิพลของผู้ร่วมทุนอย่างพวกเธอได้ยังไงคะ บางทีรันควรจะกราบลาแล้วเดินลุยลงแม่น้ำยมตายไปเสียดีกว่าอยู่เป็นตัวปัญหาให้พวกคุณต้องเดือดร้อนทะเลาะเบาะแว้งกับครอบครัว"
คิวรีบก้าวเข้าไปกุมมือรันไว้ แววตาเต็มไปด้วยความห่วงใยและหลงใหลจนหน้ามืดตามัว "ใครจะกล้าไล่รันออก! ผมเป็นคนดูแลบริหารที่นี่ ฝ้ายไม่มีสิทธิ์ก้าวก่ายสัญญางานของรันเด็ดขาด รันอยู่ที่นี่ต่อไปเถอะนะ"
"ใช่ครับรัน" พงศธรเอ่ยเสริมด้วยน้ำเสียงกร้าว "สุดาใช้เงินทุนขู่ผมได้แค่เรื่องเอกสาร แต่เรื่องสิทธิ์ในรีสอร์ตผมไม่ยอมแน่ รันไม่ต้องกลัวพวกเธอหรอก ถ้าพวกเธอแตะต้องรันแม้แต่ปลายก้อย ผมจะจัดการเคลียร์ปัญหานี้เอง"
รันช้อนสายตามองชายทั้งสองพลางแย้มยิ้มบางๆ อย่างแสนซื่อเปี่ยมไอเสน่หาชู้รักสะกดดวงใจ "รันขอบคุณพวกคุณมากนะคะ รันโชคดีเหลือเกินที่มีพวกคุณคอยปกป้อง"
ช่วงบ่ายแก่ๆ บนระเบียงทางเดินไม้สักทอดยาวริมแม่น้ำยม ฝ้ายและสุดาเดินตรงเข้ามาเผชิญหน้ากับรันที่กำลังยืนจัดแต่งเอกสาร สุดาดึงซองเอกสารใบสั่งเลิกจ้างงานออกมายื่นตอกลงตรงหน้ารันด้วยน้ำเสียงเฉียบขาดและแววตาดำมืด
"รับเอกสารนี้ไป แล้วเก็บกระเป๋าออกจากรีสอร์ตของฉันไปซะรัน! คนอย่างเธอไม่คู่ควรจะอยู่ที่นี่แม้แต่วินาทีเดียว!" สุดาสั่งเสียงแข็งกร้าว แววตาเต็มไปด้วยความเกลียดชังสะอิดสะเอียน
รันน้ำตาร่วงพรูไหลนองหน้าทันทีราวกับสั่งได้ หล่อนทรุดตัวลงคุกเข่าบนพื้นไม้ระเบียงกราบก้มแทบเท้าของสุดาและฝ้ายอย่างอ้อนวอนสิ้นหวัง เสียงสะอื้นร้องไห้ดังระงมลั่นทางเดินจนพนักงานและแขกเหรื่อบางส่วนเริ่มเดินเข้ามารุมยืนดูซุบซิบนินทาผู้น้อยโดนรังแก
"คุณผู้หญิงคะ... รันกราบขอร้องเถอะค่ะ อย่าไล่รันออกเลยนะคะ รันไม่ได้ทำอะไรผิดจริงๆ รันต้องพึ่งเงินเดือนจากที่นี่ไปจุนเจือครอบครัว รันกราบขอความเมตตาด้วยเถอะค่ะ!" รันร้องไห้ก้มกราบหัวแทบเท้าสะอื้นไห้เสียงดังเรียกคะแนนความเห็นใจเต็มที่แสร้งตัวสั่นเทิ้มประหนึ่งลูกนกตกน้ำ
"หยุดเสแสร้งบีบน้ำตาได้แล้วนังรัน!" ฝ้ายตวาดใส่ด้วยความเหลืออด "ทุกคนเขารู้สันดานแกหมดแล้ว! เก็บเอกสารแล้วไสหัวออกไปซะ!"
ในจังหวะนั้นเอง คิวและพงศธรก้าวเดินมาพบเหตุการณ์ภาพความวุ่นวายตึงเครียดพอดี ชายหนุ่มทั้งสองเห็นรันนั่งคุกเข่าสะอื้นพนมมือไหว้อยู่แทบเท้าฝ้ายและสุดา พลันไฟโทสะและความเกรี้ยวกราดกราวก็ปะทุขึ้นสูง คิวและพงศธรรีบก้าวเท้าเข้ามาพยุงและโอบกอดรั้งร่างรันขึ้นมาจากพื้นอย่างทะนุถนอมห่วงใย
คิวหันมาตะคอกใส่ฝ้ายเสียงดังลั่นทางเดินระเบียง "หยุดทำตัวต่ำๆ น่ารังเกียจได้แล้วฝ้าย! สุดา! พวกเธอสมคบคิดบ้าอะไรกันอีก?! ถึงขนาดใช้อำนาจเงินมารังแกและสั่งไล่พนักงานไม่มีทางสู้ออกเพื่อระบายความอิจฉาริษยางี่เง่าไร้สาระของตัวเองอย่างนั้นเหรอ? คิดว่าทำตัวตกต่ำแบบนี้แล้วจะทำให้ผมหันมาสนใจหรือไง? จิตใจพวกเธอมันช่างคับแคบจนน่าสะอิดสะเอียนสิ้นดี!"
ฝ้ายจ้องมองคิวด้วยแววตาเจ็บปวดร้าวรานแต่วาวโรจน์ไปด้วยความโกรธ "คิว! คุณกล้าด่าฝ้ายต่อหน้าทุกคนเพื่อปกป้องนังนี่เหรอ? คุณลืมไปแล้วหรือไงว่าเรื่องที่เกิดขึ้นในห้องทำงานเมื่อวานมันคืออะไร ฝ้ายเห็นเต็มตาจากเงาสะท้อนกระจก!"
"เงาสะท้อนกระจกบ้าบออะไร!" คิวปฏิเสธเสียงตึงเครียด แววตาดำมืดเยือกเย็น "เธอคิดมากฟุ้งซ่านไปเองทั้งนั้นฝ้าย! ถ้าเธอยังทำตัวงี่เง่าไร้เหตุผล จ้องจับผิดรังแกคนอื่นไม่เลิกแบบนี้ ก็เตรียมตัวถอนหมั้นแล้วกลับกรุงเทพฯ ไปได้เลย!"
"คิว! คุณกล้าทิ้งความสัมพันธ์นับสิบปีของเราเพียงเพื่อผู้หญิงหน้าใหม่ที่เพิ่งเจอไม่กี่สัปดาห์เนี่ยนะ? คุณเป็นบ้าไปแล้วเหรอคิว! จิตสำนึกและสามัญสำนึกคุณหายไปไหนหมด หรือโดนความลุ่มหลงบังตาจนมองไม่เห็นความจริง!" ฝ้ายตอกกลับด้วยความเหลืออดสะอึกในลำคอ
พงศธรแทรกขึ้นด้วยน้ำเสียงตวาดกร้าวไม่แพ้กัน "ฝ้าย! อย่ามาลามปามก้าวล่วงสิทธิ์การตัดสินใจของพวกเราในฐานะผู้บริหาร! สุดาด้วย... ถ้าอยากรักษาหน้าตาทางสังคมและเกียรติยศไว้ ก็หยุดสั่งการเลิกจ้างบ้าๆ นี่ซะ รันเขาไม่มีความผิดอะไรนอกจากทำงานต้อนรับแขกอย่างดี!"
สุดาตอกกลับเสียงดังสะท้านระเบียงไม้ "ทำงานต้อนรับอย่างดีหรือยั่วยวนพวกคุณบนโต๊ะทำงานกระจกคะ! สลัดจริตเสแสร้งคุกเข่าก้มราบได้แล้วนังรัน! นึกเหรอว่าผู้ชายสองคนนี้จะปกป้องแกได้ตลอดไปในรีสอร์ตที่ฉันกุมบังเหียนเงินทุนอยู่! พงศธร! คุณลืมไปแล้วเหรอว่าถ้าไม่มีเงินทุนของบ้านฉัน คุณก็เป็นแค่คนไม่มีอะไรเลย! วันนี้คุณกล้าขู่หย่าขู่ถอนหุ้นเพื่อพนักงานต้อนรับคนใหม่เนี่ยนะ? น่าสมเพชสิ้นดี!"
"หย่าก็หย่าสิ! ดีกว่าทนอยู่กับผู้หญิงใจคอชั่วร้ายอย่างเธอ!" พงศธรตอกกลับอย่างไร้ความปรานี
คิวและพงศธรประคองกอดไหล่ของรันก้าวเดินเลี่ยงหนีกลับเข้าด้านในรีสอร์ตไปโดยไม่หันมามองความเจ็บปวดบอบช้ำของคู่ครองเบื้องหลังแม้แต่หางตา รันแอบหันหน้าเอียงคอมองข้ามไหล่กว้างของคิวกลับมา แววตาสีเขียวขุ่นดูเย็นชืดและลึกล้ำราวกับหุบเหวน้ำลึกของผีพรายน้ำรัญจวน หล่อนแสยะยิ้มสะใจท้าทายแสดงชัยชนะอย่างเย้ยหยัน รอยยิ้มมุมปากนั้นกว้างผิดมนุษย์มนาจนน่าสะพรึงกลัว ทิ้งให้ฝ้ายและสุดาทรุดตัวลงนั่งกอดเข่าร้องไห้สะอื้นน้ำตาร่วงพรูไหลนองหน้าด้วยความระทมปวดร้าวใจสลายอย่างที่สุดริมตลิ่งชัน
ฝ้ายซบหน้าลงกับตักของสุดาปล่อยโฮสะอื้นไห้ระรัวอย่างสิ้นหวังในชีวิตและความรักที่แห้งแล้งไร้ความอบอุ่น สุดาลูบผมฝ้ายแผ่วเบาด้วยมืออันสั่นเทาขณะที่ดวงตาสีแดงก่ำจ้องมองแม่น้ำยมอย่างเคียดแค้นชิงชังปะคุความโกรธแค้นในอก รอยร้าวในหัวใจของสองภรรยาและคู่หมั้นสะเทือนแรงขึ้นจนนำไปสู่คลื่นใต้น้ำระลอกใหญ่ในอีกไม่ช้า!...
---