ว่ากันว่าจวนสกุลหยางมีคุณหนูสูงศักดิ์ที่เป็ถึงบุพผาที่อยู่เหนือหมู่มวลบุพผาปรากฎตัวอยู่
นางเป็หญิงสาวชั้นสูงที่ได้เป็สหายร่วมเรียนคราวเดียวกันกับองค์ชายทั้งสี่
ในวัยสิบห้าหนาวนางเปิดตัวในแวววงสังคม และเพียงปีเดียวสามารถควบคุมอำนาจเหนือสตรีชั้นสูงทั้งแคว้น
นางเป็ผู้ที่ได้รับความรักมากล้นจากผู้ที่เป็สายเืั พื้นที่เคียงข้างบัลลังก์ทองนั้นดูเหมือนจะเป็สิทธ์โดยชอบธรรมของนางแต่เพียงผู้เดียว
แต่ใครจะรู้... ว่านางไม่้ามันแม้แต่น้อย
.
.
"ไร้สาระ"
เสียงหวานเจือความหงุดหงิดดังขึ้นลอดผ่านริมฝีปากอวบอิ่ม ขณะที่ดวงตาคู่สวยช้อนมองแขก(ไม่)ได้รับเชิญด้วยแววตาว่างเปล่า
"ท่านคิดว่าข้าว่างงานเหมือนพวกท่านรึไง องค์ชายสาม เหตุใดถึงสรรหาสิ่งที่เสียเวลาชีวิตมาให้กระหม่อมนัก" นางแมวน้อยเอ่ยเสียยืดยาว รูปประโยคสุภาพที่แฝงด้วยความประชดประชันบ่งบอกถึงอารมณ์กรุ่นโกรธที่ถูกสะกดไว้
เขากลืนน้ำลายเอื้อกใหญ่ ท่ามกลางความเงียบงัน ดูเหมือนการที่เขาสาละวนรินชาเพื่อหลีกเลี่ยงความอึดอัดนั้นจะเป็การกระทำที่ผิดพลาดเมื่ออีกฝ่ายปรายตากดดันรอเวลาต้อนเหยื่อตัวน้อยๆแบบเขาให้จนมุม
ไป่หูหลี่ไม่เคยเข้าใจว่าพวกเขาเลี้ยงดูน้องสาวมาผิดพลาดตรงไหน เหตุใดลูกแมวในวันวานถึงกลายร่างเป็แม่พยัคฆ์ดุดันเช่นนี้ได้
"อ่า..มันไม่ได้ไร้สาระเสียหน่อย" เขาพูดเสียงอ่อย พยายามโบกไม้โบกมือในอากาศเพื่ออธิบายเหตุผลประกอบ
"ข้ากำลังให้เ้าช่วยดูหวางเฟยในอนาคตของข้าเชียวนะ.. เื่ราชวงศ์ใช่เื่เล็กน้อยเสียที่ไหนกัน"
"ก็ตรงที่ท่านโยนงานมาให้ข้าในคืนนี้ และงานมันจัดพรุ่งนี้อย่างไรเล่า!" หนิงเฟิงกดเสียงต่ำ พยายามสงบอารมณ์ด้วยการหันไปมองดวงจันทร์บนท้องฟ้า แต่ดูเหมือนมันจะไม่ช่วยสักเท่าไร
นางรู้สึกปวดหัวเสียเหลือเกินที่อยู่ๆตารางงานของนางรวนเพียงเพราะเหตุผลเช่นนี้ เดิมทีกำหนดการที่นางต้องจัดการก็มากเกินพอจะทำให้ไม่มีเวลาหายใจเป็ทุนเดิมอยู่แล้ว
หนิงเฟิงยกมือขึ้นนวดขมับ รู้สึกว่าหัวปวดตุบ ดวงตาร้อนผ่าว คล้ายคลึงเวลาที่นางกำลังป่วยหนัก
ไม่ได้...ถ้านางป่วยทุกอย่างจะแย่ลงไปอีก ยิ่งกำหนดการงานพระราชพิธีเข้าใกล้มาทุกทีแล้ว หากนางไม่ได้ตรวจสอบเองคงไม่ไว้ใจใครให้รับหน้าที่นั้นเช่นนั้น
"หนิงเอ๋อ?"
ไป่หูหลี่โบกมือไปมาค้างบนอากาศ หวังปลุกคนที่ไม่ตอบสนองตื่นจากภวังค์ แต่ยามที่หนิงเฟิงเงยหน้าขึ้นมา เขาเบิกตากว้างทำตัวไม่ถูก
"นี้เ้า...อดนอนมานานเพียงไหน? รู้ตัวไหมว่าหน้าซีดยิ่งกว่าไก่ตุ๋นที่ข้าเห็นพี่ใหญ่ทานเสียอีก"
"สาม" นางครางตอบในลำคอ
"สามราตรี?"
"ไม่..สามสัปดาห์" หนิงเฟิงกัดฟันตอบรู้สึกว่าตาเริ่มพล่าเลือน ภาพตรงหน้าหมุนไปมาชวนเวียนหัว
เดิมทีนางมิใช่คนไม่รู้จักประมาณตน หากแต่การโหมงานหนักเป็วิธีเดียวที่จะทำให้นางได้พักผ่อน
และดูเหมือนมันจะถึงเวลาแล้ว
"หนิงเอ๋อ!" เสียงร้องโหยหวนยิ่งกว่าลูกม้าพยศดังขึ้น หนิงเฟิงไม่อยากบอกว่าสีหน้าของพี่รองนั้นดูน่าเกลียดขนาดไหน ยิ่งเป็เวลาที่ใแล้วใหญ่
อา...ท่านเลิกทำหน้าแบบนั้นสักที
ประเดี๋ยวข้าก็จะตื่นแล้ว
ให้ข้านอนสักครู่เถิด..