เสียงบุรุษปริศนาดังขึ้นตอบด้วยน้ำเสียงเรียบๆ จากนั้นค่อยๆปรากฏตัวขึ้น เป็ชายหนุ่มในชุดอาภรณ์สีขาวท่าทางดูสุขุม รูปร่างสูงโปร่งผมยาวสยายถูกรวบมัดไว้ครึ่งศีรษะ ผิวขาวละเอียดจมูกโด่งรับเข้ากับใบหน้า รูปงามราวกับหลุดออกมาจากภาพวาด ท่าทางสุขุมและสง่างามของเขาทำให้เย่วซินละสายตาไม่ได้นิ่งไปชั่วขณะ
“คารวะมหาเทพซีอวิ๋น”
บรรดาเหล่าเซียนรับใช้ที่อยู่ตรงนั้นต่างพูดขึ้นพร้อมกันและทำความเคารพแก่ชายหนุ่มที่อยู่ตรงหน้า เสียงนั้นช่วยเตือนสติของเย่วซินให้กลับมาอีกครั้ง
“ที่แท้ก็มหาเทพซีอวิ๋น....มหาเทพผู้รักสงบเช่นท่านยื่นมือเข้ามายุ่งเื่ผู้อื่นด้วยเหตุใด”
เย่วซินถามกลับชายตรงหน้าด้วยความไม่พอใจ ั์ตาจ้องจะเอาเื่ถึงแม้ว่าชายผู้นี้จะมีตำแหน่งมหาเทพเช่นกันก็ไม่ได้ทำให้นางหวาดกลัวแต่อย่างใด
“เ้าเป็ถึงบุตรีเทพประมุของค์ก่อน ว่าที่เทพประมุของค์ต่อไปทำตัวโหดร้ายถึงเพียงนี้ด้วยเหตุใด”
เขาค่อยๆ เดินเข้ามาและถามย้อนนางกลับไปด้วยสีหน้าเรียบเฉยไม่ปรากฏอารมณ์ใดๆ
“นี่เ้า!!!”
เมื่อได้ยินดังนั้นก็ทำให้เย่วซินโมโหมากขึ้นไปอีก นางกำหมัดแน่นจ้องชายตรงหน้าอย่างไม่วางตาจากนั้นเรียกกระบี่คู่ใจของนางออกมาจ่อไปที่คอของเขา
“วันนี้ข้าจะฆ่าพวกนาง! หากพวกนางไม่ตายข้าก็จะฆ่าเ้าแทน!”
นางกล่าวด้วยความเดือดดาล อารมณ์ของนางในตอนนี้แทบจะถล่มแดน์ให้พินาศได้เลย เหล่าเซียนรับใช้เห็นดังนั้นก็ใกลัวลนลาน บางคนก็กลัวจนหมดสติแน่นิ่งไปแต่บุรุษตรงหน้านางยังคงสงบนิ่งไม่มีทีท่าร้อนรนแต่อย่างใดๆ เขาเองก็จ้องมองนางอย่างไม่ละสายตาเช่นกัน
“ที่เ้าเดือดดาลเช่นนี้เป็เพราะเซียนรับใช้พวกนั้น เพราะข้า หรือเพราะทิฐิในใจของเ้ากันแน่”
เขาพูดด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยเช่นเคยแต่ในครั้งนี้แววตาของเขาคล้ายแฝงอารมณ์ความรู้สึกชนิดหนึ่งที่อ่านยาก นางเดาไม่ออกว่าเขา้าสื่ออะไรอยากเยาะเย้ยนาง ดูถูกนางหรือเขาแก้ต่างให้ตัวเองกันแน่ ตอนนี้นางคาดเดาอะไรจากคนผู้นี้ไม่ได้เลย สิ่งนี้เลยทำให้นางหวั่นไหวไปชั่วขณะจากนั้นจึงค่อยๆ ลดกระบี่ในมือลงแต่ก็ยังคงไม่ละสายตาจากชายตรงหน้า
มหาเทพผู้นี้ค่อนข้างเก็บตัวไม่สุงสิงกับผู้ใด มีบางอย่างไม่เหมือนใครจริงๆ นางรู้ดีว่าทั้งแดน์ไม่ได้มีนางเป็มหาเทพเพียงผู้เดียวแม้จะเคยพบกับมหาเทพองค์อื่นๆ มาบ้างแต่ก็ยังไม่มีใครที่อยู่ในสายตานางเลยแม้แต่น้อย ทว่ากับซีอวิ๋นผู้นี้แม้เพิ่งจะเคยพบครั้งแรก แต่ด้วยท่าทางสุขุมและสายตาของเขาที่มองมาที่นางทำให้จิตใจนางสงบลงอย่างน่าประหลาด
“วันนี้ข้าจะปล่อยพวกเ้าไป โดยเฉพาะนางอย่ามาให้ข้าเห็นหน้าอีก!!” เย่วซินหันไปพูดกับเซียนรับใช้เ่าั้อย่างไม่สบอารมณ์มากนัก
“เพคะเป็พระมหากรุณายิ่งแล้ว” เซียนรับใช้รีบกล่าวรับคำอย่างลนลานก้มหมอบจนหัวโขกกับพื้นอย่างแรง
“ส่วนท่าน! มหาเทพซีอวิ๋น ข้าจดจำท่านเอาไว้แล้ว!”
นางหันกลับมาพูดกับมหาเทพที่แม้ในตอนนี้ยังคงสีหน้าเรียบเฉย นางถอนหายใจออกมาอย่างหงุดหงิดทำหน้าบึ้งตึงใส่เขาแล้วเดินจากไปอย่างไม่สบอารมณ์
เมื่อเย่วซินจากไปมหาเทพซีอวิ๋นจึงค่อยๆ เดินมาหยุดอยู่ที่ตรงหน้าเซียนรับใช้เ่าั้ ก่อนจะยกมือของตนขึ้นยื่นไปด้านหน้าตำแหน่งที่พวกเซียนรับใช้ยืนอยู่ ปรากฏพลังบางอย่างไหลออกมาจากร่างของเซียนรับใช้เ่าั้พวกนางทำท่าทางเ็ปทรมานเมื่อมหาเทพชักมือกลับมา หยุดดึงพลังพวกนางก็ล้มลงไปกองที่พื้น
“พวกเ้าทำผิดก็ต้องรับโทษข้าทำลายพลังเซียนของพวกเ้าครึ่งหนึ่งจากนี้อย่าให้เกิดเื่เช่นนี้อีก”
“เ้าค่ะ ขอบพระทัยองค์เทพที่ช่วยเหลือ” พวกนางกล่าวรับคำอย่างอ่อนแรงจากนั้นมหาเทพจึงพลิ้วกายหายไปทันที
งานเลี้ยง์เก้าชั้นฟ้า
ประมุขน้อยเย่วซินได้ปรากฏตัวขึ้นเดินเข้ามาท่ามกลางสายตาเหล่าเทพเซียนปีศาจบรรดาผู้ที่กำลังสังสรรค์กันอยู่ต่างหยุดชะงักทุกอย่างเงียบลงทันที เมื่อเห็นหน้านางก็สร้างความคับแค้นใจให้เหล่ามารปีศาจที่อยู่ในงานยิ่งนัก พวกเขาต่างจ้องมองนางอย่างกับจะกินเืกินเนื้อบรรยากาศอึดอัดเข้ามาแทนที่ เทียนโฮ่วเห็นดังนั้นจึงเอ่ยทำลายความเงียบลง
“ซินเอ๋อร์เ้ามาแล้วหรือ”
“ไม่ต้องสนใจข้าหรอก ข้ามาที่นี่ก็เพราะว่ามีผู้อยากเจอข้า และก็มีผู้ที่ข้าอยากเจอ” เย่วซินพูดอย่างยียวนลอยหน้าลอยตาไม่สนใจใครพลางหันไปมองแสยะยิ้มให้กับเหล่ามารปีศาจที่อยู่ด้านข้าง
“ในเมื่อมาแล้วก็มาคุยเื่ของเ้าต่อหน้าเหล่าเทพเซียนปีศาจที่อยู่ ณ ที่แห่งนี้เลยก็แล้วกัน” เทียนตี้กล่าวขึ้นมาอย่างหมดความอดทน
“เชิญเทียนตี้กล่าวมาเถิดข้ารอฟังอยู่ตรงนี้ไม่หายไปไหนแน่นอน”
นางตอบกลับยิ้มนัยหน้าพลางนั่งลงที่โต๊ะตำแหน่งมหาเทพซีอวิ๋นที่บัดนี้ยังคงว่างอยู่ จากนั้นเทสุราแล้วดื่มอย่างใจเย็นสร้างความขัดเคืองใจให้กับทุกคนเป็อย่างยิ่งโดยเฉพาะหนิงเซียน
“นี่ท่าน...”
“ทำไม ข้านั่งตรงนี้ไม่ได้รึ ดูเหมือนว่าตรงนี้จะเป็ตำแหน่งของมหาเทพนี่นาหรือว่าข้าเข้าใจอะไรผิดไป” หนิงเซียนทำท่าจะตอบกลับแต่ถูกห้ามเอาไว้
“อย่ามัวแต่ยืดเยื้อเสียเวลาเลยพ่ะย่ะเทียนตี้ทรงจัดการเื่นี้ให้พวกเราด้วยเถิด” ปีศาจตนหนึ่งลุกขึ้นกล่าวเสียงดังตามมาด้วยปีศาจตนอื่นที่อยู่ตรงนั้น
“เอาล่ะเย่วซิน จากการกระทำอันโหดร้ายของเ้าตลอดสองหมื่นปีมานี้ทำให้เหล่ามารปีศาจาเ็ล้มตายเป็จำนวนมากสร้างความบาดหมางให้เหล่ามารปีศาจกับแดน์ เ้าสำนึกผิดหรือไม่!” เทียนตี้กล่าวต่อว่าเสียงดัง
“ข้าผิดอะไรหรือเสด็จพ่อ เอ่อ... ไม่สิเทียนตี้ข้าขจัดมารปีศาจใต้หล้าก็สงบสุขข้าทำสิ่งใดผิดงั้นหรือ”
เย่วซินกล่าวย้อนถามไม่ได้สำนึกผิดแต่อย่างใดยิ่งสร้างความแค้นให้เหล่ามารปีศาจเพิ่มเท่าทวีคูณ
“เ้ากล้าพูดว่าไม่ผิดงั้นหรือ ปีศาจเ่าั้ก็รักชีวิตเ้าเป็ถึงประมุขน้อยมีหน้าที่ดูแลสรรพชีวิตในใต้หล้า เหล่ามารปีศาจก็เป็สรรพชีวิตเช่นกันเ้าไม่ดูแลไม่พอแต่ยังเข่นฆ่าพวกเขา เ้าไม่ละอายใจต่อแม่ของเ้าที่สละชีวิตเพื่อช่วยสี่ภพบ้างหรือ!”
เทียนตี้กล่าวออกมาอย่างเหลือทนไม่อาจอดกลั้นได้อีกต่อไป เมื่อเย่วซินได้ยินดังนั้นก็หัวเราะออกมาดังลั่น
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า เฮ้อ...ในเมื่อวันนี้เป็วันรำลึกถึงเทพประมุของค์ก่อน เช่นนั้นข้าก็จะขอกล่าวสักหน่อยแล้วกัน เทียนตี้ท่านคงลืมไปแล้วกระมัง ที่ท่านแม่ต้องตายก็เป็พวกมารปีศาจเหล่านี้ทะเยอทะยานกระหายอำนาจอยากสี่ภพ แล้วก็เทพเซียนอย่างพวกท่านที่ทำตัวอ่อนแอโดยเฉพาะท่าน! เสด็จพ่อ...แม้แต่เสด็จแม่ก็ยังปกป้องไม่ได้ช่างอ่อนแอยิ่งนัก เป็เช่นไรซาบซึ้งกินใจดีหรือไม่”
เย่วซินกล่าวเย้ยหยันดูถูกเหล่าเทพเซียนและผู้เป็พ่ออย่างไม่เกรงกลัว เทพเซียนบางส่วนได้ยินดังนั้นก็ทำสีหน้าสลดเบือนหน้าหนีแม้ว่าคำพูดของนางจะดูหยิ่งผยองเพียงใดแต่ที่นางพูดมาก็มีส่วนถูก พวกเขาในตอนนั้นทำได้เพียงแค่ยืนมองเทพประมุขสูญสลายไปต่อหน้าต่อตา
“แต่เื่นี้ก็ผ่านมานานแล้ว อีกทั้งตอนนี้ 4 แดน 5 ทะเลต่างก็อยู่อย่างสงบสุข นี่คือสิ่งที่เทพประมุขตลอดชีวิตของนาง้าเห็นมาโดยตลอดเ้าเป็บุตรสาวของนางควรสืบสานปณิธานของนางไม่ดีกว่าหรือ ยามนี้ก็ควรปล่อยวางลงได้แล้ว”
มหาเทพตงหยางกล่าวขึ้นอย่างเรียบๆ พลางมองไปที่เย่วซินอย่างอ่อนโยน
“ข้าวางไม่ลงหรอกมหาเทพ และจะไม่มีวันวางมันลงเป็อันขาด พวกท่านจะลงโทษข้าหรือทำลายตบะขับไล่จากแดน์ก็แล้วแต่พวกท่าน แต่ต่อให้ข้าไม่มีพลังก็จะไม่ปล่อยวางเื่นี้ง่ายๆ เป็แน่ นี่คือทั้งหมดที่ข้าจะพูด หากตกลงกันได้เมื่อไหร่ก็ไปแจ้งข่าวแก่ข้าที่ตำหนักแล้วกันข้าจะรออยู่ที่นั่นไม่หนีไปไหนหรือจะอยากไปแก้แค้นข้าก็ยินดีต้อนรับ”
เย่วซินตอบกลับอย่างหนักแน่นแววตาจริงจัง ส่วนประโยคหลังหันไปมองเหล่ามารปีศาจที่กำลังเดือดดาลด้วยความโกรธอย่างท้าทายก่อนจะเดินเชิดหน้าออกไปจากงานท่ามกลางสายตาของทุกคนโดยไม่สนใจผู้ใด แต่ยังไม่ทันก้าวออกไปพ้นประตูก็ได้ไปชนเข้ากับบุรุษผู้หนึ่งที่เดินสวนเข้ามาในงานเลี้ยงจนนางผงะถอยหลังออกมา
“นี่เ้า!!”
นางอุทานออกมาเมื่อเห็นบุคคลตรงหน้า ชายหนุ่มสูงโปร่งในอาภรณ์สีขาว คนที่นางมีเื่ด้วยเมื่อครู่นี้มหาเทพซีอวิ๋น นางจ้องเขาอย่างเอาเื่คิ้วขมวดเข้าหากันกำมัดไว้แน่นลมหายใจถี่ขึ้นเรื่อยๆ แต่ชายหนุ่มตรงหน้าก็ไม่ได้พูดหรือแสดงอาการท่าทีอะไร ทำให้นางหงุดหงิดรำคาญใจยิ่งนักแต่ตอนนี้นางไม่มีอารมณ์มาแก้แค้นใครทั้งนั้นจึงได้แต่เดินกระทืบเท้าออกไปอีกทาง
“ซีอวิ๋นท่านมาแล้วหรือ นึกว่าจะไม่มาซะแล้ว” มหาเทพโม่วโฉกล่าวทักทายเพื่อทำลายความเงียบลง
“คารวะมหาเทพซีอวิ๋น”
เหล่าเทพเซียนต่างกล่าวขึ้นพร้อมกัน มหาเทพซีอวิ๋นเดินมาในงานแล้วหยุดลงนั่งที่โต๊ะตำแหน่งของตนที่เมื่อครู่เย่วซินชิงนั่งดื่มกินไปก่อนแล้ว
“มหาเทพ เดี๋ยวข้าจะจัดการเปลี่ยนโต๊ะให้ท่านใหม่โปรดรอสักครู่” หนิงเซียนรีบเข้ามาพูดคุยกับเขาทันที ในที่สุดผู้ที่นางรอคอยก็ปรากฏตัวขึ้นแล้ว
“ไม่เป็ไร ข้านั่งได้” มหาเทพไม่สนใจตอบกลับไปอย่างเรียบๆ
“เพคะ”
นางรับคำแล้วทำได้เพียงเดินกลับมานั่งที่ของตน มหาเทพโม่วโฉวจึงกล่าวทำทีเล่นทีจริง
“ซีอวิ๋น ท่านมาไม่ทันเมื่อครู่นี้สถานการณ์ตรึงเครียดมาก”
“มีเื่จัดการนิดหน่อย”
“แดน์นี้มีเื่ใดให้มหาเทพเช่นท่านจัดการด้วยหรือ”
ซีอวิ๋นซ่างเสินไม่ตอบพลางรินน้ำชาดื่มอย่างใจเย็น
“เทียนตี้ท่านเห็นหรือไม่นางไม่สำนึกผิดแม้แต่น้อย กลับบอกว่าจะไม่หยุดแค่นี้ท่านจะจัดการนางอย่างไร” หลงเสวี่ยหมดความอดทนกล่าวะโขึ้นเสียงดัง
“ทำลายตบะนาง นางจะได้ไม่ไปเข่นฆ่าพวกเราได้อีก”
“ใช่ๆ ข้าเห็นด้วย” บรรดามารปีศาจกล่าวขึ้นพร้อมกัน
“วันนี้พอแค่นี้ พวกเ้าหากสังสรรค์กันจบแล้วก็กลับกันไปก่อน ภายใน 3 วันข้าจะให้คำตอบแก่พวกเ้าแน่นอน” เทียนตี้กล่าวตัดบท เหล่ามารปีศาจทำอะไรไม่ได้จึงจำใจกลับไปอย่างไม่สบอารมณ์