————— ꧁༻・ॐ・༺꧂ —————
เื่นี้หยกเปิดให้ อ่านฟรี! จนจบเลยค่ะ ~
แต่จะเป็การอ่านฟรีในแบบที่กำหนดนะคะ
โดยแต่ละตอนที่ลงไปแล้วจะเริ่มติดเหรียญในเวลา 00.00 น. ของทุกวันค่ะ
เพราะงั้นอย่าลืม กดหัวใจ กับ กดเพิ่มเข้าชั้น เอาไว้ด้วยน้าจะได้ไม่พลาดตอนใหม่ ๆ กันนะคะ ^^'
—————— ༻・ॐ・༺ ——————
“ตรงนี้มีใครอีกนอกจากคุณ?”
“…” ฉันเงียบ เพราะไม่รู้จะตอบกลับยังไง ก็ดูท่าอีกฝ่ายเหมือนกำลังหงุดหงิดอยู่น่ะสิ
“เห็นหรือยัง?” เขาพูดพร้อมกับชี้นิ้วลงบนเสื้อของตัวเอง
“…” ฉันเองก็มองตามจนกระทั่งสายตาไปปะทะกับคราบบางอย่างเหตุการณ์หนึ่งก็ลอยเข้ามาในหัว
“คะ...คุณ! ฉันขอโทษนะคะ” แน่นอนว่าฉันใมาก ไม่คิดว่าคนที่เดินชนก่อนหน้าจะกลายเป็แบบนี้ไปได้ ตอนนั้นฉันคิดอย่างเดียวคืออยากหนีออกมาก่อนที่สองคนด้านในจะเจอฉันก็เลยไม่รู้ว่าได้ทำให้คนอื่นเดือดร้อนแบบนี้
ให้ตายสิ ถึงว่าทำไมเขาถึงดูโกรธมาก
“นึกว่าจะแกล้งทำเป็ไม่รู้”
“ฉันไม่ได้ตั้งใจ ขอโทษนะคะ ไม่คิดเลยว่าจะทำให้คุณเดือดร้อนอย่างนี้” จังหวะนี้ฉันลุกลี้ลุกลนยิ่งกว่าตอนกลัวโดนคลื่นจับได้ว่ากำลังแอบฟังเสียอีก
“เล่นวิ่งไม่มองทางแบบนั้นคงไม่แปลกที่จะไม่รู้ว่าคุณทำผมเดือดร้อน” เขาถอนหายใจพร้อมจ้องมองมาที่ดวงตาของฉัน
“ขอโทษค่ะ” ฉันเลือกก้มหน้าลง และมองไปตรงคราบบนเสื้อเพื่อหลบสายตาเขา เมื่อรู้ตัวว่าเผลอจ้องกลับไปทั้งที่ตัวเองก็พึ่งจะร้องไห้เสร็จ
หวังว่าอีกฝ่ายคงจะไม่เห็นหรอกนะ...
ผู้ชายคนนี้ถ้าจำไม่ผิดน่าจะชื่อว่าเอเพ็กซ์ ฉันเคยเห็นเขาผ่านไปผ่านมาอยู่บ้าง แต่กลับไม่คิดมาก่อนเลยว่าเขาจะดูดีมากขนาดนี้เวลาที่มองใกล้ ๆ
เขาไว้ผมยาวประบ่าเหมือนผู้หญิง สีผมก็ดำสนิทตามธรรมชาติ ั์ตาเขามีสีน้ำตาลเข้มออกไปทางดำ และท่าทางจะสูงกว่าคลื่นพอประมาณอยู่ สุดท้ายที่ทำเอาฉันเกือบละสายตาไปจากเขาไม่ได้ก็คงเป็ใบหน้าที่ดูสวยหวานคล้ายเด็กผู้หญิง
“…”
“ทะ...ทำอะไรนะ!” ฉันร้องโวยวายใกับท่าทางของคนตรงหน้าที่กำลังถอดเสื้อออก
“เห็นอยู่แล้วจะถามทำไม” อีกฝ่ายตอบแบบไม่สะทกสะท้านอะไร จนในที่สุดเสื้อเ้าปัญหาก็มาอยู่บนตักของฉัน
หุ่นของเขาขัดกับหน้าตามาก เป็เหมือนพวกประเภทหน้าหวานแต่หุ่นแซ่บอะไรประมาณนั้นเลย นี่ฉันเองก็เผลอมองไปนานเหมือนกัน คล้ายกำลังโดนสะกดอย่างไรอย่างนั้น กว่าจะรู้ตัวก็เป็ตอนที่เขาโยนเสื้อมาอยู่บนตักฉันแล้วนี่แหละ
นอกจากนี้กลิ่นน้ำหอมอ่อน ๆ จากเสื้อก็ลอยมาเตะจมูกของฉัน เขาใช้น้ำหอมเหมือนที่ผู้หญิงใช้กันเลยแฮะ
“คะ...คะ?” ฉันดึงสติของตัวเองกลับมา จากนั้นก็รีบยกเสื้อในมือขึ้นอย่างไว และมองเขาด้วยใบหน้าร้อนผาว
“อะไร?” อีกฝ่ายเองก็ทำหน้าไม่เข้าใจส่งกลับมาเช่นกันแถมยังพูดด้วยน้ำเสียงห้วน คล้ายกำลัง้ามาหาเื่ฉัน
“คะ...คือว่าคุณจะถอดเสื้อทำไมคะ?” ฉันมองเสื้อในมือตัวเองแทนการมองเ้าของเสื้อ เพราะว่าตอนนี้อีกฝ่ายกำลังอยู่ในสภาพเปลือยท่อนบน ฉันก็เลยไม่กล้ามองเท่าไร -///-
“เห็นคราบเปื้อนบนเสื้อผมหรือเปล่า? คิดว่าใครเป็คนทำกันล่ะ” แต่ก็ดันถูกเขาถามกลับด้วยใบหน้านิ่งน่ากลัวแทน
“...” ฉันจึงรีบชี้นิ้วมาที่ตัวเองอย่างสั่น ๆ เมื่อััได้ถึงความไม่พอใจของคนตรงหน้าที่กำลังแผ่รังสีอำมหิตออกมา
“ถ้างั้น...คุณจะงงอะไรอีก?” จากนั้นเขาก็เลิกคิ้วมองฉัน
“ก็คือคุณอยากให้ฉันรับผิดชอบด้วยการเอาเสื้อตัวนี้ไปซักให้ถูกต้องไหมคะ?” ฉันถามเขาด้วยถ้อยคำสุภาพ
“...” แน่นอนว่าอีกฝ่ายพยักหน้าให้เป็คำตอบ
“ให้ฉันพาคุณไปซื้อเสื้อใหม่ดีกว่าไหมคะ คราบพวกนี้ถ้าเอาไปซักก็คงไม่กลับมาเหมือนเดิมแล้ว” ฉันเสนอทางเลือกใหม่เพราะถ้าเอาไปซักยังไงคราบลักษณะแบบนี้มันก็ไม่ออกง่ายหรอก และอีกอย่างนะ ถ้าฉันเอาไปซักก็คือฉันต้องกลับบ้าน ไม่ก็ต้องหาร้านซักรีด แล้วคือฉันต้องกลับมาทีนี่อีก แถมยังเสี่ยงเจอคลื่นอีก แบบนั้นไม่เอาด้วยหรอก
เพราะตอนนี้ฉันกำลังคิดว่าจะเลิกกับคลื่น และไม่คิดจะกลับมาเหยียบที่นี่อีก สถานที่นี้ไม่ได้ผิด แต่แค่ฉันรู้สึกว่ามันเป็สถานที่ต้องห้ามของฉันไปแล้ว ถ้าให้มาอีกรอบเสียงของความเ็ปที่ได้ยินมันก็ตามมาทำให้ฉันรู้สึกแย่อีกแน่นอน
“ไม่” คำตอบของเขาทำเอาฉันรู้สึกท้อแท้เป็ที่สุด
“เดี๋ยวฉันออกเงินค่าเสื้อเองค่ะ” สงสัยเมื่อกี้ฉันคงพูดไม่เข้าใจหรือเปล่า งั้นเอาใหม่เพื่อเขาจะโอเคขึ้นมา
“บอกว่าไม่ก็คือไม่” ดูท่าแล้วเขาคงจะไม่ได้เข้าใจผิดสินะ
หัวค่ำ
“…” ฉันนั่งถอนหายใจรอบที่ร้อยอยู่บนรถแท็กซี่ที่กำลังมุ่งหน้ากลับอะพาร์ตเมนต์ของตัวเองโดยที่เสื้อตัวเดิมของผู้ชายคนนั้นยังคงอยู่บนตักของฉัน
แล้วที่ฉันถอนหายใจไม่ใช่เพราะเื่การนอกใจของคลื่นแต่กลับเป็เื่เสื้อของผู้ชายคนนั้นมากกว่า เพราะฉันต้องเอาไปคืนเขานี่แหละคือปัญหาใหญ่
อีกฝ่ายไม่ได้บอกว่าจะต้องเอาไปคืนให้ตอนไหน ฉันเลยกะว่าจะขอทำใจสักพักก่อน แล้วค่อยเอาไปคืนเขา ถึงตอนนั้นคงไม่เป็อะไรหรอกมั้ง
แต่ถ้าเป็คงช่วยไม่ได้ เพราะฉันก็เสนอทางเลือกไปแล้วว่าจะซื้อเสื้อให้ใหม่ แต่ในเมื่อเขาไม่เอา จะมาโทษกันไม่ได้นะแล้วฉันเองก็ไม่กล้าไปที่นั่นอีกแล้วด้วย
บ้านกล้วย อะพาร์ตเมนต์
RrrrrRRrrr
“…” ระหว่างที่กำลังเข้าห้อง เสียงเรียกเข้าของมือถือก็ดังขึ้นมาพอดี และเมื่อหยิบขึ้นมาดูพบว่าเป็คลื่นที่โทร. เข้ามา
ฉันสูดลมหายใจเข้าปอดแล้วกดรับสายในเวลาต่อมา
“พี่เพลง ขอโทษที คลื่นพึ่งเห็นว่าพี่โทร. เข้ามา”
“มะ...ไม่เป็ไร แล้วทำไมถึงไม่รับสายเพลงเลยวันนี้”
“คลื่นพึ่งซ้อมเสร็จเมื่อกี้เองครับ โกรธอยู่เหรอเสียงพี่เพลงถึงได้เ็าแบบนี้ คลื่นขอโทษนะ” คำตอบของเขาทำเอาฉันเผลอกำมือถือแน่นด้วยความโกรธ
ที่ผ่านมาเขาโกหกฉันด้วยวิธีแบบนี้เองสินะ
————— ꧁༻・ॐ・༺꧂ —————
ฝากกดติดตามกันด้วยน้า : เพจ Sunisayok - นักเขียนนิยาย
(https://www.facebook.com/SunisayokWriter)
—————— ༻・ॐ・༺ ——————