แม้ว่าเมื่อเช้าจะมีปากเสียงกันเล็กน้อย ทว่าท่านเทพก็ยังคงเข้าครัวเพื่อเตรียมสำรับให้สามีเช่นเดิมเพียงแต่หนนี้ทำอาหารอย่างอื่นที่ไม่ได้อยู่ในตำราของฮูหยินคนก่อนลงไปด้วยเพื่อที่ว่าอย่างน้อยๆไป๋เฮ่อจะยอมกินบ้างมิเช่นนั้นร่างกายจะต้องอ่อนแรงมากเป็แน่
“ท่านเทพ....”
“มีอะไร” หัวหน้าคนครัวเอ่ยเรียกท่านเทพที่กำลังตั้งใจทำอาหารด้วยความรู้สึกที่บอกไม่ถูกโดนทำถึงขนาดนั้นท่านเทพยังยอมเข้าครัวเพื่อทำอาหารให้ประมุขอีกรึ
“อย่าฝืนเลยเ้าค่ะท่านเทพ”
“ข้าก็ไม่ได้ฝืนอะไรมิใช่รึ” แค่ทำกับข้าวจะไปฝืนอะไรกัน
“แต่ว่า....”
“เขาไม่กินก็เื่ของเขาข้าแค่ตั้งใจทำอาหารของข้าไปก็เท่านั้น” คราวนี้ใส่อาหารอย่างอื่นไปด้วยคงจะยอมกินอยู่กระมัง
เมื่อคิดว่าได้เวลาที่ไป๋เฮ่อน่าจะกลับมาแล้วไป๋ซูเจี้ยนก็ให้สาวใช้ยกสำรับไปเตรียมเอาไว้ส่วนตัวเองไม่ได้ตามดูผลงานเหมือนที่เคยทำมุ่งหน้าไปยังสระบัวหลังพรรคเพื่อไปพักผ่อนหย่อนใจพร้อมกระดาษและพู่กันแม้ตอนนี้จะไม่มีแสงตะวันอยู่แล้ว แต่การวาดภาพตอนกลางคืนก็นับว่าเป็บรรยากาศที่ไม่เลวทีเดียว
วันนี้อยู่ดึกมากหน่อยคงไม่เป็ไรถึงอย่างไรไป๋ซูเจี้ยนก็ไม่ได้มีหน้าที่อะไรในฉางเก๋อ แล้วที่นี่ประมุขยังหวงมากเสียด้วยวางอำนาจไม่ได้มิเช่นนั้นจะเป็การลูบคมประมุขราชครูเอา
แม้ว่าตอนนี้เหล่าลูกศิษย์ในพรรคจะอยู่ข้างไป๋ซูเจี้ยนกันหมดก็เถอะใครกันแน่ที่มีอำนาจที่สุดในฉางเก๋อแห่งนี้
แต่ให้เกียรติประมุขราชครูเสียหน่อย มิเช่นนั้นจะไม่ยอมกลับเรือนเอาไป๋ซูเจี้ยนก็ไปตามสามีกลับเรือนไม่ได้เสียด้วย
เพราะถึงจะไปตามก็คงจะไม่ยอมกลับด้วยนั่นแหละนะ
ท่านเทพเลือกมุมเหมาะๆก่อนจะวาดภาพเพื่อผ่อนคลายอารมณ์ได้ยินคนในพรรคพูดกันว่าที่นี่เป็ที่ที่ไป๋เฮ่อมักจะชอบมาอยู่ แต่ไป๋ซูเจี้ยนไม่เคยเห็นเขามาที่นี่เลยสักครั้งหรือว่าเพราะท่านเทพมาที่นี่ ไป๋เฮ่อมาเห็นจึงไม่คิดจะมาที่นี่อีกอย่างนั้นรึ เป็คนคิดเล็กคิดน้อยเสียจริง
เพราะบรรยากาศวันนี้ค่อนข้างดีหากไม่นับรวมเื่เมื่อเช้าวันนี้ก็นับว่าเป็วันที่ดีอันที่จริงท่านเทพก็ไม่ได้เอาเื่เมื่อเช้ามาใส่ใจหรอก ถึงอย่างไรเขาก็เข้าใจว่าเด็กคนนั้นคิดอะไรหรือ้าที่จะทำอะไรในเมื่อเขารู้ทุกอย่างอยู่แก่ใจ เขาจะไปถือโทษโกรธไป๋เฮ่อได้อย่างไร
ในเมื่อแผนที่คิดเอาไว้ไม่ได้ผลก็แค่ปรับแผนใหม่ไปเรื่อยๆจนกว่าจะได้ผลก็แค่นั้น
แต่กระนั้นก็หวังว่ามันจะไม่ต้องใช้เวลามากเกินไป เขาเสี่ยงให้ร่างกายของไป๋เฮ่อทรุดตัวลงมากกว่านี้ไม่ได้ไม่อย่างนั้นการฟื้นฟูร่างกายจะทำได้ยากหลังคำสาปถูกทำลายแล้ว
เพราะวันนี้มีคนอยู่เยอะเกินไป ท่านเทพจึงไม่ได้เข้าไปในห้องนอนของไป๋เฮ่อเพื่อค้นหายาที่เขากินยานั้นช่วยระงับความเ็ปก็จริงแต่ก็สร้างความเสียหายให้กับร่างกายไม่น้อยเช่นกันระหว่างนี้ไป๋ซูเจี้ยนคิดว่าควรจะยับยั้งผลเสียที่เกิดจากยานั้นให้ได้มากที่สุดโดยที่มันยังสามารถระงับความเ็ปได้อยู่หากได้ยานั่นมาคงจะพอวิเคราะห์ส่วนผสมนั้นออกมาได้แล้วหายาที่มีฤทธิ์ฟื้นฟูร่างกายที่ได้รับผลกระทบจากยานั้นเพราะคำสาปที่เกิดขึ้นกับประมุขนั้นน้อยคนนักที่จะรู้ เมื่อก่อนคนของฉางเก๋อก็รู้เื่คำสาปนี้ของประมุขแต่ผ่านมาชั่วระยะเวลาหนึ่งประมุขรุ่นก่อนๆหน้านั้นก็สั่งให้คนทุกคนเก็บเื่นี้เป็ความลับห้ามบอกเล่าต่อให้ใครฟังอีกนั่นคงจะเป็เพราะหากทุกคนรู้เื่คำสาปที่จะเกิดกับประมุขการกำหนดตัวผู้สืบทอดตำแหน่งก็จะทำได้ยากเพราะไม่มีใครอยากเป็ และเมื่อเป็เช่นนั้นฉางเก๋อจะต้องจบสิ้นเพราะขาดผู้นำดังนั้นในตอนนี้คนที่รู้เื่คำสาปนี้จึงมีเพียงไม่มีกี่คน ภายในฉางเก๋อก็มีเพียงสาวใช้ที่อายุมากแล้วสองสามคนรองประมุข ตัวประมุขเอง และหน่วยลับของเขา แล้วการเก็บเื่คำสาปเป็ความลับก็ยังเป็การปกป้องตัวประมุขเองไม่ให้ถูกใครฉวยโอกาสตอนที่กำลังอ่อนแอถูกเล่นงาน
เหนือสิ่งอื่นใดการปกปิดเื่นี้ก็เพื่อให้ฉางเก๋อยังดำรงอยู่ต่อไปได้
คนที่รู้วิธีแก้คำสาปนี้อย่างแท้จริงคงจะมีอยู่น้อย หรืออาจจะไม่มีเลยวิธีที่ไป๋ซูเจี้ยนรู้เป็วิธีที่คนอื่นจะไม่ใช้กันและจะไม่มีใครเสี่ยงที่จะใช้เพียงแค่ท่านเทพอย่างเขานั้นไม่ได้เห็นว่าวิธีนี้เป็ปัญหาแล้วยังมีพลังมากพอที่จะทำแบบนั้นเขาจึงจะใช้วิธีนั้นในการช่วยชีวิตไป๋เฮ่อไม่ให้ตายเพราะคำสาปนี้
แต่ทั้งๆที่ไป๋เฮ่อไม่ได้รู้ถึงวิธีการที่ไป๋ซูเจี้ยนมีก็ตีตัวออกห่างแล้วยังหวาดกลัวถึงเพียงนั้น ตอนนี้แทบจะไม่ต่างอะไรกับตั้งตัวเป็ศัตรูเื่นี้ทำให้เขาต้องหาวิธีมากมายเพื่อมาเปิดใจเ้าเด็กปิดกั้นตัวเองคนนี้
สิ่งเดียวที่ไป๋ซูเจี้ยนภาวนาคือการที่เื่นี้มันจะไม่ยืดเยื้อเกินไปนัก
ขอแค่ทำให้เด็กคนนี้ยอมรับในตัวเขาแล้วเปิดใจกับเขาได้ เพราะมันไม่มีแผนอื่นที่จะใช้ได้แล้วในตอนนี้
ราชครูกลับมาถึงที่เรือน เรือนข้างๆมืดสนิทราวกับว่าเข้านอนไปแล้วแต่ไป๋เฮ่อััถึงคนที่อยู่ข้างในไม่ได้ หลังจากที่สังเกตมาสักพักแล้ว่เวลาแบบนี้ไป๋ซูเจี้ยนมักจะไปอยู่ที่สระบัวหลังพรรคดึกดื่นค่อนคืนถึงจะกลับมาที่เรือน ในเมื่อััไม่ได้ว่าเขาอยู่ข้างในเรือนอีกฝ่ายคงจะอยู่ที่สระบัวกระมัง ไป๋เฮ่อจะได้ไม่ต้องเสียเวลาเพื่อไปดูให้แน่ใจ
เมื่อเดินเข้ามาในเรือนร่างสูงก็เห็นว่ามีสำรับถูกจัดเตรียมเอาไว้แล้ว สำรับพวกนั้นยังอุ่นๆอยู่เหมือนจะเพิ่งตั้งได้ไม่นาน ตอนนี้ไม่มีสาวใช้ให้เอ่ยถามว่าใครเป็ผู้ทำอาหารนี้ หลังจากที่กวาดสายตาดูคร่าวๆแล้วอาหารในสำรับก็มีบางอย่างที่ไม่ได้มาจากตำราของท่านแม่ราชครูชั่งใจอยู่เล็กน้อย แต่ท้ายที่สุดก็ตัดสินใจที่จะไม่กิน
อาหารในสำรับมีหลายอย่างที่ไม่ได้มาจากตำราของท่านแม่ก็จริงแต่ไม่ได้หมายความว่าไป๋ซูเจี้ยนจะไม่ได้เป็คนทำเสียหน่อย เมื่อตัดสินใจได้ว่าจะไม่กินอาหารที่อยู่ในสำรับร่างสูงก็เดินผ่านมันไปอาบน้ำชำระร่างกาย ทำสมาธิให้จิตใจสงบเขามองไปยังกู่ฉินของตัวเองก่อนนำมันมาวางเอาไว้บนโต๊ะจากนั้นก็เริ่มบรรเลงพิณเป็เพลงสงบใจ
ตอนนี้ร่างกายของเขาเ็ปจนเกินที่จะแบกรับไหวหากไม่พึ่งบทเพลงสงบใจ กับยาที่ต้องกินเพื่อระงับความเ็ปร่างกายนี้คงไม่สามารถอดทนมาได้จนถึงตอนนี้
ไม่มีวิธีใดที่จะแก้คำสาปนี้ให้ได้ผลเลยอย่างนั้นรึ
หากไป๋เฮ่อไม่สามารถหาวิธีแก้ไขคำสาปได้ การส่งต่อตำแหน่งประมุขก็ไม่สามารถยกให้ใครได้เช่นกันจนกว่าจะหาทางหลีกเลี่ยงคำสาปนี้ได้ ไป๋เฮ่อจะต้องทนต่อไปเท่านั้น
เขาไม่อาจให้ใครต้องมาเ็ปเพราะคำสาปนี้ได้อีกแล้ว
เขาจะต้องหาทางไม่ให้คำสาปนี้ถูกส่งไปยังประมุขคนต่อไปไม่ว่าจะต้องฝืนทนต่อไปอย่างไรเขาก็ต้องจัดการเื่นี้ให้ได้แม้ว่าตัวเองจะต้องตายจากไปก็ตาม
ขอเพียงแค่ไม่มีใครต้องเ็ปอีก
ร่างสูงถอนหายใจ แม้ว่าตอนนี้สภาพร่างกายจะย่ำแย่มาก แต่เขาก็ท้อแท้ไม่ได้อย่างเด็ดขาดและจะใครดึงเข้ามาเกี่ยวข้องด้วยไม่ได้ทั้งนั้น แม้ว่าจะต้องแตกหักกับไป๋ซูเจี้ยนที่เป็รองประมุขของเผิงหลายเขาก็ยินดีที่จะทำ
แม้พวกเขาทั้งสองจะไม่ได้เกี่ยวข้องกันแต่ไป๋เฮ่อก็ไม่อยากให้ไป๋ซูเจี้ยนได้รับผลกระทบในเื่นี้
ตราบเท่าที่เขายังปลอดภัย ไป๋เฮ่อก็ยินดีที่จะเป็เช่นนี้ต่อไป ขอแค่พวกเขาไม่มีจุดจบดั่งเช่นที่ประมุขของฉางเก๋อทั้งหมดเป็มาก็พอ
ไป๋ซูเจี้ยนจะต้องไม่เป็อะไรทั้งนั้น
ไป๋เฮ่อจะจัดการมันด้วยตัวเอง
เมื่อตระหนักได้ว่าการอยู่ที่เรือนแห่งนี้ไม่ค่อยจะมีประโยชน์สักเท่าไหร่ไป๋เฮ่อจึงคิดที่จะไปที่เรือนประมุขของตัวเองที่อยู่ด้านในที่นั่นมีตำรามากมายให้เขาได้ศึกษา แม้ว่าตอนนี้จะยังไม่ได้คำตอบแต่เขาจะไม่ปล่อยให้เวลาเสียไปเปล่าๆ ตราบเท่าที่ยังสามารถค้นหาหนทางเพื่อให้หลุดพ้นจากคำสาปนี้ได้เขาจะต้องคว้ามันเอาไว้แม้จะแค่เล็กน้อยก็ตาม
อีกอย่างเขาไม่จำเป็ต้องรักษาภาพลักษณ์ของสามีที่ดีในการอยู่ที่เรือนนี้นับั้แ่นี้เขาใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่ที่เรือนประมุขของตัวเองจะดีกว่า หลีกเลี่ยงการเจอไป๋ซูเจี้ยนได้มากขึ้นด้วย
คนอื่นจะคิดอย่างไรก็ช่างขอแค่ไม่มีใครได้รับผลกระทบในครั้งนี้ก็พอแล้ว
“จะไปไหนรึ?” แต่ระหว่างที่กำลังจะเดินไปที่เรือนของประมุขไป๋เฮ่อก็ได้เจอกับไป๋ซูเจี้ยนที่เพิ่งจะเดินกลับมาจากสระบัวหลังพรรคถึงจะรู้อยู่แล้วว่าไป๋ซูเจี้ยนจะต้องกลับเรือนในเวลานี้แต่ไป๋เฮ่อคิดว่าอาจจะคลาดกันก็ได้จึงได้เดินออกมาจากเรือนแต่เขาคงจะคาดการณ์เวลาผิดไปสักเล็กน้อย จึงทำให้พวกเขาเดินมาเจอกันแบบนี้
“ไม่เกี่ยวอันใดกับเ้า” ไป๋เฮ่อกำลังจะเดินเลี่ยงไปอีกทางแต่อีกฝ่ายก็เอ่ยถามขึ้นมาก่อน
“เ้าได้เทียบเชิญไปรวมธรรมเนียมล่าสัตว์หรือเปล่า”ร่างสูงมองคนถาม เื่นี้เป็เื่ที่เป็การเป็งานและเกี่ยวข้องกับฝ่าาหากไม่ตอบก็ดูจะละเลยกับเื่นี้มากเกินไป
“อืม”
“แล้ว?”
“ปฏิเสธไปแล้ว” ไป๋เฮ่อตอบเขาไม่ชื่นชอบการล่าสัตว์ แล้วสภาพร่างกายก็ไม่เอื้ออำนวยให้เคลื่อนไหวสักเท่าไหร่
“อืม ่นี้ก็พักผ่อนให้มากๆหน่อยก็แล้วกัน” ไป๋ซูเจี้ยนไม่ได้เอ่ยอะไรต่อ เดินหอบม้วนกระดาษวาดภาพเข้าไปในเรือนไป๋เฮ่อจึงนึกเื่หนึ่งขึ้นมาได้
ตอนนี้ไป๋ซูเจี้ยนเป็ภรรยาของไป๋เฮ่อหากไป๋เฮ่อไม่ไปนั่นหมายถึงไป๋ซูเจี้ยนก็ไปไม่ได้เช่นเดียวกันแม้ว่าจะมีตำแหน่งรองประมุขที่ต้องทำหน้าที่แต่หน้าที่ภรรยาก็ยังถือว่าสำคัญเช่นเดียวกัน เขาลืมคิดถึงเื่นี้ไปเสียสนิทแม้ว่าท่านเทพจะมีสหายของเขาเป็สามีแต่ไป๋ซูเจี้ยนและเซียวหนิงเฉิงก็เป็ศิษย์อาจารย์กัน แล้วตอนนี้ภายในเมืองหลวงก็ไม่สงบสักเท่าไหร่นักสถานการณ์อาจจะไม่ปลอดภัยสักเท่าไหร่ หากไม่ได้ไปร่วมธรรมเนียมล่าสัตว์ด้วยไป๋ซูเจี้ยนอาจจะไม่สบายใจก็เป็ได้
“ข้าไม่ไป แต่เ้าจะไปก็ได้ ข้าไม่ได้ห้าม” เอ่ยเสร็จก็เตรียมที่จะเดินจากไปแต่ไป๋ซูเจี้ยนก็เอ่ยออกมาก่อนที่ร่างสูงจะทันได้เดินหนี
“เ้าไม่ไปข้าก็ไม่ไป”
“เ้าเป็รองประมุข ไยจึงจะไม่ไป”ถึงเซียวเฟิงเหยียนจะมีฝีมือมาก แต่สบายใจได้รึที่จะไม่ไปดูแลประมุขของตัวเอง
“ข้าเป็รองประมุข แต่ก็เป็ภรรยาของเ้าด้วย เ้าไม่ไปข้าก็ไม่ไป”
“ข้าบอกให้เ้าไปได้”
“บอกไม่ไปก็ไม่ไปสิ เ้าจะยุ่งทำไมกัน” เอ่ยเสร็จก็เดินหนีเข้าเรือนไปโดยไม่สนใจสามีอีก ไป๋เฮ่อยืนอยู่ตรงนั้นสักพักก่อนจะเดินจากมาด้วยเช่นกัน
ในเมื่อไป๋เฮ่อไม่้าให้ไป๋ซูเจี้ยนมายุ่งเื่ของเขาแล้วเขาจะไปยุ่งเื่ของอีกฝ่ายได้อย่างไรกัน
ท่านเทพค่อยๆยื่นหน้าออกมาจากเรือนเมื่อเห็นว่าสามีเดินจากไปแล้ว กลับมานั่งครุ่นคิดอยู่เพียงลำพังเพราะไป๋เฮ่อไม่ไปร่วมงานล่าสัตว์ แต่ก็กลัวว่าไป๋ซูเจี้ยนจะกังวลใจที่ไม่ได้ไปดูแลประมุขด้วยตัวเองจึงได้บอกให้ไปอย่างนั้นรึ ถึงตัวเองจะไม่ไปแต่ก็อนุญาตให้ภรรยาไปได้นี่นับว่าเป็การคิดถึงไป๋ซูเจี้ยนอย่างนั้นใช่หรือไม่
เดิมทีจะไม่สนใจก็ได้ แต่ก็เลือกที่จะเอ่ยออกมานี่นับว่าเป็ก้าวแรกที่ประสบความสำเร็จใช่หรือเปล่า
แล้วก็ หากไป๋ซูเจี้ยนคิดจะไปก็ไม่ต้องขออนุญาตจากไป๋เฮ่อด้วย แล้วอีกฝ่ายก็คงจะไม่ได้มาสนใจเช่นเดียวกันแต่ครั้งนี้ก็ยังเลือกที่จะเอ่ยออกมา แม้จะเป็การกระทำที่ไม่ได้มีความหมายอะไรแต่ท่านเทพก็อดรู้สึกดีใจไม่ได้
หากให้ไป๋เฮ่อเป็คนเข้าหาก่อน เอ่ยปากพูดก่อนพวกเขาก็สามารถพูดคุยกันได้ วิธีนี้น่าจะได้ผลจริงๆ
แต่ในเมื่อจะออกไปข้างนอกดึกๆดื่นๆแบบนี้ท่านเทพก็ต้องใช้โอกาสนี้ในการไปเอายาจากในเรือนของสามีออกมาก่อนเขาจะกลับมา
เพราะเรือนของพวกเขาอยู่ข้างกันนอกจากนั้นก็ยังไร้วี่แววหน่วยลับของไป๋เฮ่ออยู่ที่นี่ เพราะตัวประมุขไม่อยู่หน่วยลับก็ไม่อยู่เช่นเดียวกัน ไป๋ซูเจี้ยนจึงสามารถเดินเข้ามาภายในเรือนของสามีได้อย่างง่ายดายไม่ต้องเสียเวลาสำรวจนานมากเพราะเรือนของพวกเขานั้นเหมือนกันท่านเทพมุ่งหน้าไปยังห้องนอนอย่างรวดเร็ว เมื่อมองไปยังที่โต๊ะข้างเตียงก็พบว่าเจอกล่องไม้ขนาดไม่เล็กไม่ใหญ่วางอยู่
คงจะเป็กล่องนี้
มือเรียวคว้ากล่องไม้นั้นมาดูเมื่อเปิดกล่องออกดูก็พบว่ามียาลูกกลอนจำนวนมากอยู่ในนั้นนี่คงเป็ยาที่ไป๋เฮ่อกินเพื่อระงับความเ็ป ดูจากปริมาณของยานี่แล้ว หยิบออกไปสักเม็ดคงจะไม่ผิดสังเกตแต่จะเอาไปมากกว่านั้นไม่ได้เพราะยาอาจจะไม่พอหากไป๋เฮ่ออาการกำเริบขึ้นมา
ต้องกินยามากถึงขนาดนี้ เขาจะต้องทรมานอยู่มากแค่ไหนกัน
ท่านเทพเดินออกไปจากเรือนวันนี้พวกเขาเริ่มที่จะพูดคุยกันได้บ้างเล็กน้อยแล้ว เื่ที่จะทำยาแก้เพื่อฟื้นฟูร่างกายให้ไป๋เฮ่อเื่นี้อย่าให้เ้าตัวรู้เลยจะดีกว่า
ถึงจะรีบอย่างไร แต่ก็ใจร้อนไม่ได้อย่างเด็ดขาด ขอให้มันดีขึ้นเรื่อยๆแบบนี้ก็แล้วกัน
แต่ถึงวันนี้จะสามารถพูดคุยกันได้สักเล็กน้อยแต่เ้าเด็กนี่ก็ยังไม่ยอมกินอาหารที่เขาทำอีกอย่างนั้นรึ!
ท่านเทพยืนเท้าเอวมองสำรับที่ยังเหลืออยู่เต็มชนิดที่ว่าไม่มีจานไหนพร่องลงเลยแม้แต่น้อยแม้จะทำอาหารอื่นร่วมในสำรับด้วยแล้ว เด็กคนนั้นก็ยังไม่ยอมกินอย่างนั้นรึ
เพิ่งจะอารมณ์ดีได้ไม่เท่าไหร่ต้องกลับมาอารมณ์เสียอีกแล้วอย่างนั้นรึ
ขืนเป็แบบนี้จะต้องผอมแห้งอย่างแน่นอนรู้สึกสองวันมานี้ก็เริ่มผอมลงแล้วด้วย
ทั้งๆที่วันนั้นก็ทำหน้าดีใจที่ได้กินอาหารที่ถูกปากแท้ๆ จะกินเข้าไปอีกก็ได้ไม่เห็นจะต้องฝืนตัวเองขนาดนี้แค่กินอาหารที่เขาทำมันจะทำให้เกิดความรู้สึกอะไรขึ้นมาหรืออย่างไร
เพื่อที่จะไม่คิด ไม่รู้สึกอะไรกับไป๋ซูเจี้ยนไป๋เฮ่อจึงหลีกเลี่ยงทุกอย่างที่เกี่ยวกับเขา ไม่ยอมกินอาหารที่เขาทำ ไม่ยอมพูดคุยกับเขาดีๆเพิกเฉยต่อไป๋ซูเจี้ยนอย่างถึงที่สุดเพื่อไม่ให้ไป๋ซูเจี้ยนไปมีพื้นที่ในความคิดหรือจิตใจ กระทำทุกอย่างเพื่อเป็การปฏิเสธไป๋ซูเจี้ยนทำราวกับไป๋ซูเจี้ยนไม่ได้มีความหมายอะไรในชีวิต
ก็เพื่อที่วันหนึ่ง ตัวเองจะไม่ได้ลงมือสังหารไป๋ซูเจี้ยนที่เป็ภรรยาในวันที่ตัวเองคลุ้มคลั่งจนไร้สติ ก็อยากจะให้ไป๋ซูเจี้ยนปลอดภัยจากตัวเอง
ท่านเทพนั้นยังไม่รู้ว่าสาเหตุที่แท้จริงที่ประมุขทุกรุ่นสังหารภรรยาก่อนที่จะสังหารตัวตายนั้นเป็เพราะอะไรในความคิดของท่านเทพนั้นคิดว่าเป็เพราะตัวประมุขนั้นรับผิดชอบต่อตัวภรรยาในฐานะของผู้ชายคนหนึ่งที่ไม่อาจทอดทิ้งภรรยาให้อยู่ตามลำพังได้ในฐานะประมุข หากสังหารตัวตายย่อมต้องมีคำครหามากมายให้แก่ผู้ที่ยังมีชีวิตอยู่ได้ยิน ภรรยาจะต้องเ็ปใจแค่ไหนที่มีคนว่าร้ายสามีต้องทนอยู่โดยที่ไม่มีสามีเคียงข้างจะสามารถแบกรับหน้าที่เลี้ยงดูบุตรที่อาจจะต้องขึ้นมาเป็ประมุขที่ต้องคำสาปในอนาคตได้หรือด้วยเหตุผลที่ว่ามานั้นไป๋ซูเจี้ยนคิดว่าที่ประมุขต้องสังหารภรรยาก่อนที่จะสังหารตัวตายก็เพื่อไม่ให้ภรรยาต้องมีชีวิตอยู่อย่างทรมานความตายไม่ได้น่ากลัวความทรมานที่ต้องอยู่อย่างตายทั้งเป็ต่างหากที่น่ากลัวยิ่งกว่า
ไป๋เฮ่อคงจะกำลังคิดว่าหากตัวเองไร้ซึ่งความรู้สึกที่มีต่อไป๋ซูเจี้ยน มองว่าเขาเป็คนอื่นมองว่าเขาเป็ใครก็ได้ที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับตัวเอง เมื่อถึงคราวที่ต้องจากไปไป๋เฮ่อก็จะไม่ได้รู้สึกติดค้างใคร หรือต้องรู้สึกผิดที่ต้องทิ้งใครเอาไว้เื้ัและไม่ต้องห่วงว่าจะมีใครทุกข์ทรมานกับการจากไปของตัวเอง
กับคนคนหนึ่งที่ต้องสังหารตัวตายเพื่อให้หลุดพ้นจากความทรมานไม่ว่าอย่างไรก็ต้องมีคนเสียใจ ท้ายที่สุดไป๋เฮ่อก็จะยังติดค้างความรู้สึกกับคนที่เขาทิ้งเอาไว้เื้ั
เด็กคนนั้นคิดว่าสิ่งที่ทำอยู่ตอนนี้มันดีที่สุดแล้ว ทั้งหมดก็เพื่อใครก็ตามที่จะไม่เ็ปเพราะเขา
ไป๋เฮ่อเคยคิดถึงตัวเองบ้างหรือไม่ ความทรมานที่กำลังเผชิญอยู่เขาสนใจบ้างหรือเปล่า
ท่านเทพถอนหายใจออกมาอย่างหนักหน่วง เพิ่งจะเกิดมาได้ยังไม่ทันถึงครึ่งร้อยชีวิตยังอีกยาวไกล ไป๋ซูเจี้ยนจะไม่ให้เขาใช้ชีวิตอยู่บนความทรมานนี้นานนัก ขอแค่ท่านเทพพยายามเพิ่มขึ้นอีกสักหน่อยจะต้องไปได้สวยอย่างแน่นอน
รุ่งเช้า วันนี้ท่านเทพตัดสินใจที่จะไม่ทำอาหารให้สามีแล้วออกไปจากพรรคั้แ่เช้าตรู่ เพื่อเป็การลองเชิงสามีท่านเทพสั่งสาวใช้เอาไว้ว่าหากไป๋เฮ่อถามถึงเขาให้บอกว่าเขาไปหาท่านหมอเทพ สั่งเอาแค่นั้นก็เดินทางไปยังว่านฮวาผ่านเส้นทางลับที่อยู่ในวังหลวงเพราะท่านเทพออกไปก่อนที่ไป๋เฮ่อจะตื่น ดังนั้นเมื่อราชครูตื่นขึ้นมาเขาก็ค่อนข้างแปลกใจว่าวันนี้ที่พรรคทำไมเงียบผิดปกติถึงกระนั้นก็ยังมองสำรับด้วยความไม่ไว้ใจเพราะไป๋ซูเจี้ยนอาจจะเป็คนทำอีกก็ได้
ไยต้องขยันทำอาหารมาให้เขากินนัก เขาทำไปถึงขนาดนั้นก็ควรที่จะเลิกทำได้แล้ว
“สำรับวันนี้หัวหน้าคนครัวเป็คนทำเ้าค่ะ” สาวใช้เอ่ยบอกก่อนที่ประมุขจะเอาสำรับนั้นไปเททิ้งอีก ร่างสูงเลิกคิ้ว ได้ยินว่าตลอดเวลาที่ผ่านมาท่านเทพขยันผูกมิตรกับคนในพรรคสาวใช้ต่างก็บอกว่าท่านเทพนั้นเป็คนดี ราชครูก็เห็นว่าบางวันไป๋ซูเจี้ยนก็ไปนั่งสอนเด็กๆอ่านตำราไปนั่งเล่าเื่ต่างๆให้เด็กๆฟัง อวิ้นหยางก็ดูจะชื่นชอบท่านเทพแล้วคนที่เอาตำราอาหารของท่านแม่ให้กับไป๋ซูเจี้ยนก็คงจะเป็น้องชายของเขาด้วย เพราะฉะนั้นมีความเป็ไปได้มากว่าพวกสาวใช้ก็จะช่วยกันปกปิดเื่ที่วันนี้ไป๋ซูเจี้ยนเป็คนทำอาหารก็ได้
“ท่านเทพไม่อยู่ั้แ่เช้าแล้วเ้าค่ะ” สาวใช้ให้เหตุผลเมื่อประมุขทำท่าจะไม่เชื่อที่พวกนางบอก ท่านเทพนั้นออกไปจากพรรคั้แ่เช้ามืดแล้วไม่ได้เป็คนทำสำรับยามเช้านี้จริงๆ
“ไม่อยู่?” ตอนนี้ยังเช้ามากไป๋ซูเจี้ยนไปไหนกัน
“ท่านเทพไปหาท่านหมอเทพที่ว่านฮวาเ้าค่ะบอกว่าตอนเย็นถึงจะกลับ ให้คนครัวเป็คนจัดเตรียมสำรับในวันนี้เ้าคะ” สาวใช้รายงานตามที่ท่านเทพสั่งเอาไว้ว่าหากประมุขถามถึงท่านเทพให้บอกแบบนี้ไป๋เฮ่อขมวดคิ้ว ไปหาท่านหมอเทพอย่างนั้นรึ
เมื่อคืนยังดีๆอยู่มิใช่หรอกรึ ไปหาท่านหมอเทพเพราะอะไรกัน
“เขาบอกหรือเปล่าว่าไปทำไม”
“ไม่ได้บอกเ้าค่ะ” สาวใช้ส่ายหน้าท่านเทพบอกเอาไว้เพียงแค่ว่าวันนี้จะไปหาท่านหมอเทพแล้วก็ไม่ได้บอกอะไรเอาไว้อีกเลย
ราชครูนิ่งเงียบ ไม่สบายอย่างนั้นรึ จะเป็ไปได้อย่างไรในเมื่อเมื่อวานยังดีๆอยู่
ใบหน้าหล่อเหลาส่ายไปมาเล็กน้อยเหมือนจะบอกตัวเองว่าไป๋ซูเจี้ยนจะไปไหนก็เื่ของเขาไม่เกี่ยวกับไป๋เฮ่อ แล้วท่านเทพก็อายุเกินหนึ่งร้อยห้าสิบแล้วนานๆครั้งจะต้องไปหาหมอเพื่อตรวจร่างกายบ้างก็ไม่เห็นจะแปลกอะไร ไม่เห็นจะต้องไปสนใจเลย
แค่ไปหาหมอตามประสาคนแก่เท่านั้น
ทางด้านคนแก่ที่มาหาท่านหมอเทพที่ว่านฮวานั้น สมแล้วที่เขตนี้อยู่ในความดูแลของพรรคที่เป็หมอเขตนี้แค่เดินออกมาจากเส้นทางลับก็ััได้ถึงความเงียบสงบ สายลมที่พัดผ่านไปมาเบาๆคงจะเพราะคนในเขตนี้รู้ว่าท่านหมอเทพนั้นไม่ชอบความวุ่นวาย จึงไม่มีใครกล้าก่อความวุ่นวายขึ้นอีกทั้งตอนนี้ท่านหมอเทพแต่งงานกับอสรพิษเหมาฉาที่ว่ากันว่าเป็อีกคนที่ฝีมือร้ายกาจและไม่ธรรมดาสัตว์พิทักษ์ของท่านหมอเทพอาจไม่น่ากลัวแต่หากเป็สัตว์พิทักษ์ของอสรพิษเหมาฉาล่ะก็ไม่ว่าใครก็ต้องวิ่งหนีป่าราบกันทั้งนั้น
นอกจากนั้นอสรพิษเหมาฉายังหวงแหนภรรยายิ่งกว่าสิ่งใด ผู้ใดที่ก่อความวุ่นวายให้ภรรยาของเขาไม่สบายใจไม่ว่าใครก็ไม่สามารถอยู่ได้อย่างสบายใจทั้งนั้น
“ท่านเทพมีธุระอันใดถึงได้มาเยือนถึงที่ว่านฮวารึ”ร่างสูงที่สวมชุดสีม่วงประดับด้วยเครื่องประดับเงินเอ่ยถามผู้ที่มาเยือนยังว่านฮวาเป็แขกที่ไม่ได้พบเห็นบ่อยๆเสียจริง
“มีธุระด่วนเล็กน้อยอันที่จริงข้าอยากหารือเื่นี้กับอสรพิษเหมาฉามากกว่า” ไป๋ซูเจี้ยนเอ่ยเพราะท่านหมอเทพไม่ได้รู้เื่นี้ด้วย ให้เขาไม่รู้ต่อไปจะเป็ผลดีมากกว่าในอนาคต
“เื่อันใดรึ?” อสรพิษเหมาฉาเอ่ยถามตอนนี้ภรรยาของเขากำลังยุ่งอยู่กับการรักษาคนป่วย เดิมทียังไม่ถึงกำหนดห้าปีในการกลับมาอยู่ที่พรรคแต่เพราะเรือนของพวกเขารองรับคนป่วยทั้งหมดไม่ไหวจึงต้องเทียวไปเทียวมาระหว่างเรือนของพวกเขากับที่ว่านฮวาวุ่นวายดียิ่งนัก
ท่านเทพยื่นสิ่งหนึ่งให้กับอสรพิษเหมาฉาเป็ยาลูกกลอนที่เขาเอามาจากกล่องยาของไป๋เฮ่อ อสรพิษเหมาฉาพินิจวิเคราะห์ยานั้นเล็กน้อยก่อนจะเอ่ย
“นี่คงจะเป็ยาที่สามีของเ้ากินเพื่อบรรเทาอาการเ็ปของคำสาป”อสรพิษเหมาฉาเป็อีกคนนอกจากฝ่าาที่รู้เื่คำสาปของไป๋เฮ่อท่านเทพพยักหน้า ไม่ใช่เื่แปลกอะไรที่อสรพิษเหมาฉาจะรู้เื่ทุกอย่างที่เกิดขึ้นในแผ่นดินชิงหลงและคงจะรู้มากกว่าท่านเทพทั้งสองของเผิงหลายด้วย
ในสามโลกจะมีใครที่รู้เื่ต่างๆดีไปกว่าอสรพิษเหมาฉาผู้นี้อีก
“สภาพร่างกายของเขาแย่มากทีเดียวข้าคิดว่าอย่างน้อยๆควรจะเตรียมพร้อมเอาไว้ก่อน”
“หลังจากที่วิเคราะห์ตัวยาเสร็จแล้วข้าจะปรุงยาที่ฟื้นร่างกายจากผลข้างเคียงของยานี้ให้อาจจะใช้เวลาสักพัก ข้าไม่อยากให้ฮวาเขารู้เื่นี้” ท่านเทพพยักหน้าเขาเองก็ไม่อยากให้ท่านหมอเทพรู้เื่นี้สักเท่าไหร่เช่นกัน หากท่านหมอเทพรู้ว่ามีคนที่ใช้ยาอันตรายแบบนี้อยู่รับรองว่าจะต้องเกิดการเอ็ดตะโรกันยกใหญ่แน่
“ต้องรบกวนอสรพิษเหมาฉาด้วย”
“ได้ยินว่าแผนไม่ค่อยราบรื่นเท่าไหร่รึ” อสรพิษเหมาฉาเอ่ยถาม ท่านเทพถอนหายใจเล็กน้อย
“เพราะเขารู้ว่าข้าไปอยู่ที่ฉางเก๋อทำไมตอนนี้ยิ่งกว่าระวังตัวเสียอีก” ไม่แม้แต่จะยอมให้ไป๋ซูเจี้ยนเข้าไปอยู่ในความคิดด้วย
“เดิมทีราชครูไป๋ก็เป็คนที่รับมือยากไม่ง่ายเลยที่จะเปิดใจเขา” อสรพิษเหมาฉาให้เหตุผลเพราะเขาเป็คนแบบนั้นถึงสามารถรับมือกับฝ่าาได้ จึงไม่ง่ายเลยที่จะจัดการ
“พยายามมากขึ้นสักหน่อยคงจะเปลี่ยนแปลงอะไรได้บ้าง ข้าจะไม่ให้กินเวลานานเกินไปเพราะเขาเองก็เริ่มทนไม่ไหวแล้ว”ยิ่งไป๋เฮ่อปฏิเสธไป๋ซูเจี้ยนอย่างรุนแรงมากเท่าไหร่นั่นหมายถึงเขาเริ่มทนต่ออาการเ็ปไม่ได้มากเท่านั้นตอนนี้อาจจะยังไม่แสดงอาการมากเท่าไหร่ แต่หลังจากนี้จะต้องแสดงอาการมากขึ้นแน่
“เขาต้องพึ่งเ้าเพื่อให้มีชีวิตรอดแล้ว”