EP4 การปรับตัวในโลกใหม่
เช้าวันหนึ่งเสียงหวีดร้องจากเรือนของบ่าวไพร่ดังขึ้น ทำให้ซูเสวี่ยหลินรีบวิ่งไปดู ที่นั่นนางพบหญิงรับใช้คนหนึ่งนอนตัวสั่นด้วยไข้สูงบ่าวไพร่คนอื่นมองหน้ากันด้วยความกังวล ไม่มีใครรู้ว่าควรทำเช่นไร
“เ้า้าให้ข้าช่วยหรือไม่?” ซูเสวี่ยหลินถาม
เหล่าบ่าวไพร่หันมามองนางด้วยสายตาประหลาดใจหนึ่งในนั้นพูดขึ้นว่า “คุณหนู ท่านยังเด็กนัก…จะรักษาได้หรือเ้าคะ?”
ซูเสวี่ยหลินยิ้มบาง“ข้าอาจจะอายุเพียง 5ขวบในสายตาของพวกเ้า แต่ข้ารู้วิธีรักษาแน่นอน”
บ่าวไพร่ที่ป่วยเองก็ดูไม่มั่นใจแต่ก็พยักหน้าจำยอม เพราะไม่กล้าขัดคำสั่งของบุตรสาวเ้านาย
ซูเสวี่ยหลินขยับเข้าไปใกล้และเริ่มตรวจชีพจรนางพบว่าหญิงรับใช้เป็ไข้จากอาการติดเชื้อนางรีบสั่งให้ต้มน้ำขิงและเตรียมสมุนไพรบางชนิดเพื่อช่วยลดไข้ทุกคนมองนางด้วยความกังขา แต่เมื่อผ่านไปไม่กี่ชั่วยาม อาการของหญิงรับใช้ก็ดีขึ้น
“คุณหนู…ท่านเก่งจริงๆ หรือ?” บ่าวไพร่คนหนึ่งอุทาน
ซูเสวี่ยหลินยิ้ม“ข้าบอกแล้วไงว่าข้าทำได้”
ข่าวเื่นี้แพร่กระจายไปทั่วจวนทำให้หลายคนเริ่มเปลี่ยนทัศนคติต่อคุณหนูสามผู้เคยเอาแต่ใจนางเริ่มได้รับความเชื่อมั่นจากผู้คนมากขึ้น
ไม่นานหลังจากนั้นซูเสวี่ยหลินก็เริ่มสนใจที่จะเรียนรู้วิชาแพทย์ของยุคนี้เพิ่มขึ้นนางจึงเข้าไปพบกับบิดาของตน
“ท่านพ่อเ้าคะ ข้าอยากไปเรียนแพทย์” นางกล่าว
ซูจิ้นไห่เลิกคิ้ว“เ้าสนใจแพทย์จริงๆ หรือ?”
ซูเสวี่ยหลินพยักหน้า“เ้าค่ะ ข้าอยากช่วยเหลือผู้คน
ความจริงแล้วซูเสวี่ยหลินไม่ได้้าเรียนเพราะขาดความรู้นางเป็แพทย์ที่เชี่ยวชาญมากในโลกก่อน แต่หากนางอ้างว่าเคยมีความรู้มาก่อนย่อมไม่มีใครเชื่อดังนั้นการเข้าเรียนแพทย์จึงเป็หนทางหนึ่งในการสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ชาวเมืองว่านางมีความสามารถจริง
ซูจิ้นไห่พิจารณาอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะพยักหน้า“ถ้าเ้าตั้งใจจริง ข้าจะหาทางให้เ้าได้เรียนแพทย์”
ซูเสวี่ยหลินยิ้มกว้างในใจของนางรู้ดีว่านี่เป็เพียงก้าวแรกของแผนการที่จะเปลี่ยนแปลงชีวิตของนางและผู้คนในยุคนี้!
ในเช้าวันต่อมา
บ่าวไพร่หญิงคนหนึ่งนอนตัวสั่นบนฟูกเก่าๆใบหน้าซีดเซียว เหงื่อชุ่มเต็มหน้าผาก บ่าวไพร่คนอื่นๆ มองด้วยความกังวลบางคนพึมพำว่าหากอาการหนักขึ้น อาจต้องส่งตัวไปให้หมอข้างนอกตรวจ
“คุณหนูเ้าคะ…ท่านอย่าเข้ามาใกล้เลยเ้าค่ะ เดี๋ยวจะติดไข้”
ซูเสวี่ยหลิน(ยิ้มเ้าเล่ห์):“ข้ากลัวที่ไหนกัน! ข้าสิที่ต้องกลัวพวกเ้า ถ้าข้าป่วยพวกเ้าจะมีแรงดูแลข้าหรือ?”
เสี่ยวเหมยใ “คุณหนู!นี่ไม่ใช่เื่ล้อเล่นนะเ้าคะ!”
“ข้าก็ไม่ได้ล้อเล่นเหมือนกัน!เอาล่ะ ข้ามาดูอาการ ไม่ต้องมองข้าแบบนั้นหรอก” ซูเสวี่ยหลินกอดอกทำหน้าจริงจัง
นางเดินไปแตะข้อมือของบ่าวไพร่ที่ป่วยเพ่งสมาธิตรวจชีพจร ก่อนจะย่นคิ้วเล็กน้อย
“ไข้ขึ้นสูงมาก! เสี่ยวเหมยไปต้มน้ำขิงเดี๋ยวนี้! ส่วนเ้าสองคนไปหาผ้าชุบน้ำเย็นมา ข้าจะเช็ดตัวให้”
“แต่คุณหนู… เื่นี้” บ่าวไพร่ (ลังเล)
“อะไร!หรือพวกเ้าคิดจะปล่อยให้คนตายไปต่อหน้าข้ารึ!?” ซูเสวี่ยหลิน จ้องตาขวาง
“ไปเถอะ!คุณหนูสามน่ากลัวกว่าคนป่วยเสียอีก!”
บ่าวไพร่รีบวิ่งออกไปทำตามคำสั่งซูเสวี่ยหลินหัวเราะคิกในใจ ก่อนจะหันกลับมามองหญิงที่ป่วย
ซูเสวี่ยหลินพึมพำเบาๆ “โชคดีที่ข้ามีอุปกรณ์ลับ…”
นางลองยื่นมือไปในอากาศเหมือนจับสิ่งที่มองไม่เห็นไม่นานนัก กระปุกยาและเครื่องวัดอุณหภูมิจากโลกเดิมก็ปรากฏขึ้นในมือของเธอ
“โอ้โห! ระบบนี้มันเจ๋งจริงๆ!” นางใช้เครื่องวัดอุณหภูมิแตะที่หน้าผากของบ่าวไพร่ก่อนจะพยักหน้าพอใจ
“38.9 องศา! ร้อนจี๋เลย! ต้องรีบลดไข้แล้ว!”
เสี่ยวเหมยกลับเข้ามาพร้อมน้ำขิงและผ้าชุบน้ำซูเสวี่ยหลินใช้วิธีจากโลกก่อนเช็ดตัวและให้บ่าวไพร่จิบน้ำขิงร้อนๆก่อนจะหยิบยาพาราเซตามอลจากโลกเดิมออกมาให้
เสี่ยวเหมยทำหน้ากลัวๆ “คุณหนู… นั่นอะไรหรือเ้าคะ?”
“โอ๊ย!ยาวิเศษจากแดน์ยังไงล่ะ! เ้ากล้าต่อต้านเทพธิดาผู้ใจดีอย่างข้าหรือไม่?”
“เอ่อ… ไม่เ้าค่ะ!ข้าน้อยไม่กล้าหรอกเ้าค่ะ!”
บ่าวไพร่ที่ป่วยกลั้นใจรับยามากินก่อนจะหลับไปไม่นานนัก เมื่อเวลาผ่านไป อาการของนางก็ดีขึ้นชัดเจน
บ่าวไพร่(ตื่นขึ้นมา):“ข้า รู้สึกดีขึ้นแล้วเ้าค่ะ!”
“คุณหนู! ท่านเป็เทพธิดาจริงๆหรือเ้าคะ!?”
ซูเสวี่ยหลินเชิดหน้าอย่างภาคภูมิใจ “แน่นอน!พวกเ้าเห็นแล้วใช่ไหมว่าข้าฉลาดล้ำเพียงใด?”
ทันใดนั้นเองประตูห้องก็เปิดออก พร้อมร่างสูงสง่าของบิดาของเธอ ซูจิ้นไห่
“เกิดอะไรขึ้นที่นี่!?”
ซูเสวี่ยหลินหันไปยิ้มหวาน “ท่านพ่อ! ข้ากำลังช่วยชีวิตคนนะเ้าคะ!ข้าควรได้รับรางวัลหรือไม่?”
ซูจิ้นไห่จ้องลูกสาวอย่างระแวง “ช่วยชีวิต? หรือสร้างความปั่นป่วนกันแน่?”
“ท่านพะยะค่ะ เอ่อ… ไม่สิ!ท่านเ้าคะ! คุณหนูช่วยชีวิตบ่าวไพร่จริงๆ นะเ้าคะ!”เสี่ยวเหมยรีบแจ้งจนพูดผิดพูดถูก
ซูจิ้นไห่หรี่ตา“จริงรึ? แล้วทำไมถึงมีเสียงโวยวายกันทั่วบ้าน?”
ซูเสวี่ยหลินทำหน้าบริสุทธิ์ “เสียงโวยวายเพราะพวกเขาใในความสามารถของข้าเ้าค่ะ!ไม่เกี่ยวกับข้าเลย!”
“หืม…”
“เอาล่ะ ท่านพ่อ ไหนๆข้าก็รักษาคนได้แล้ว ข้าอยากไปเรียนแพทย์เ้าค่ะ!”
ซูจิ้นไห่ขมวดคิ้ว “เ้าพูดจริงรึ? เ้ารู้หรือไม่ว่าแพทย์ต้องอุทิศทั้งชีวิตให้การรักษาผู้คน?”
ซูเสวี่ยหลินพยักหน้าแรงๆ “เ้าค่ะ! และข้าก็อยากให้คนทั้งเมืองเห็นว่าข้ามีความสามารถจริงๆ!”
“หรือเ้าแค่้าป่วนชาวบ้านมากกว่า?”ซูจิ้นไห่ผู้เป็บิดาสงสัย
ซูเสวี่ยหลิน(หัวเราะเบาๆ):“เอ่อ… อาจจะนิดหน่อยเ้าค่ะ!แต่เป้าหมายหลักของข้าคือช่วยเหลือผู้คนจริงๆ นะ!”
ซูจิ้นไห่ถอนหายใจยาวก่อนจะยกมือกอดอก
“ก็ได้!ข้าจะหาทางให้เ้าได้เข้าไปเรียนแพทย์”
ซูเสวี่ยหลินะโดีใจ “เย้! ข้ารู้ว่าท่านพ่อใจดีที่หนึ่งเลย!”
“ข้ากำลังจะเสียใจที่ตกล ”ซูจิ้นไห่มองลูกสาวอย่างปลงๆ
ซูเสวี่ยหลินหัวเราะคิกก่อนจะวิ่งออกจากห้องทิ้งให้ซูจิ้นไห่ยืนถอนหายใจหนักกว่าเดิม