ณ ระเบียงทางเดินหน้าห้องทำงาน
หลังจากถูกขับไล่ออกมาอย่างกะทันหัน เหล่าสาวใช้ต่างพากันยืนจับกลุ่มกระซิบกระซาบด้วยสีหน้าไม่สู้ดีนัก บรรยากาศอึมครึมปกคลุมไปทั่วระเบียงทางเดิน
"นี่... พวกเ้าสังเกตหรือไม่?" สาวใช้คนหนึ่งเอ่ยขึ้นเสียงเบาพลางชำเลืองมองไปที่ประตูห้องทำงานที่ปิดสนิท "พักนี้ฮูหยินดูจะ... เกรงใจพ่อบ้านสุนเก่อจนผิดสังเกต ปกติแล้วห้องทำงานเป็เขตหวงห้ามสำหรับบ่าวไพร่ชาย แม้แต่ท่านลุงกวาดลานยังไม่ได้รับอนุญาตให้เฉียดกรายเข้ามา แต่พ่อบ้านสุนกลับเดินเข้าออกได้ตามอำเภอใจ แถมฮูหยินก็ไม่เคยลงโทษเขาสักนิด"
"จริงของเ้า" สาวใช้ปากเปราะอีกคนพยักหน้าสนับสนุน "ข้ายังจำได้ดี วันพิธีฝังศพท่านนายท่าน เช้าตรู่วันนั้นพ่อบ้านสุนก็เข้าไปในห้องนอนของฮูหยิน แล้วก็ไล่พวกเราออกมาเหมือนวันนี้ไม่มีผิด ตอนนั้นข้าคิดว่าคงมีเื่ด่วนเกี่ยวกับงานศพ แต่พอมองย้อนกลับไป... มันช่างแปลกประหลาดเหลือเกิน ฮูหยินผู้เคร่งครัดในธรรมเนียม เหตุใดถึงยอมให้บ่าวชายอยู่ลำพังสองต่อสองในที่รโหฐานเช่นนี้?"
เสียงซุบซิบยังคงดำเนินต่อไป โดยที่พวกนางไม่อาจล่วงรู้เลยว่า หลังบานประตูไม้แกะสลักอันวิจิตรนั้น นายหญิงผู้สูงส่งของพวกนางกำลังจะถูกย่ำยีศักดิ์ศรีจนป่นปี้
ภายในห้องทำงาน
ทันทีที่เสียงฝีเท้าของสาวใช้เงียบหายไป สุนเก่อก็ไม่รอช้า มันก้าวสามขุมประชิดร่างของเว่ยเสวี่ยเหลียนที่ยืนพิงขอบโต๊ะทำงานอยู่ มือหยาบกร้านของมันจัดการกวาดกองสมุดบัญชี พู่กัน และแท่นฝนหมึกราคาแพงที่วางเรียงรายอยู่บนโต๊ะให้ร่วงหล่นลงพื้นเสียงดัง โครมคราม! หมึกสีดำหกเลอะเทอะกระเด็นเปื้อนพรมเปอร์เซีย แต่ไม่มีใครสนใจมูลค่าความเสียหายนั้น
"จะ... เ้าจะทำอะไร! นี่มันบัญชีสำคัญ..." เสวี่ยเหลียนร้องท้วงได้เพียงครึ่งคำ
"บัญชีพวกนี้มันน่าเบื่อ..." สุนเก่อตัดบทพลางกระชากร่างนางให้หันหลัง แล้วกดหน้าอกอวบอิ่มของนางให้แนบลงกับพื้นโต๊ะไม้เย็นเฉียบที่บัดนี้ว่างเปล่า "มาทำบัญชี 'หนี้สวาท' กับข้าดีกว่าฮูหยิน!"
เสวี่ยเหลียนใจเต้นระรัวจนแทบหลุดจากอก แม้ปากจะแสร้งทำเป็ขัดขืน แต่ร่างกายกลับตอบสนองอย่างรวดเร็ว มือของนางที่สั่นเทาเลื่อนลงไปปลดสายรัดเอวของตนเองออกอย่างรู้งาน กางเกงผ้าไหมตัวบางถูกร่นลงไปกองที่ข้อเท้า เผยให้เห็นก้นงอนงามขาวผ่องและร่องสวาทที่เปียกชุ่มจนเยิ้มแฉะออกมา
สุนเก่อหัวเราะหึๆ ในลำคอเมื่อเห็นความพร้อมของนาง มันงัดเอาท่อนเอ็นขนาดมหึมาที่แข็งขึงจนปวดหนึบออกมาจ่อที่ปากทางรัก ก่อนจะกระแทกสวนพรวดเข้าไปทีเดียวจนมิดด้ามโดยไร้ความปรานี
"อึก! อืื้ออออ!"
เสวี่ยเหลียนเบิกตากว้าง ความจุกเสียดผสมปนเปกับความเสียวซ่านพุ่งพล่านไปทั่วร่าง นางรีบยกมือขึ้นปิดปากตัวเองแน่นเพื่อกลั้นเสียงครางที่เกือบจะหลุดรอดออกไปให้คนข้างนอกได้ยิน เล็บจิกเข้าที่ฝ่ามือจนเจ็บเพื่อเรียกสติ แต่มันกลับยิ่งกระตุ้นอารมณ์ดิบเถื่อนให้มากขึ้น
"กลั้นเสียงทำไมเล่าฮูหยิน? ร้องออกมาสิ! ให้บ่าวไพร่ข้างนอกมันรู้ว่านายหญิงของมันกำลังถูกพ่อบ้านเย็ดจนตัวสั่น!"
สุนเก่อคำรามพลางจับเอวคอดกิ่วของนางไว้มั่น แล้วเริ่มซอยสะโพกเข้าใส่ถี่รัว ปึ่ก! ปึ่ก! ปึ่ก! เสียงเนื้อกระทบเนื้อดังสนั่นหวั่นไหวแข่งกับเสียงโต๊ะไม้ที่ลั่นเอี๊ยดอ๊าดตามแรงกระแทก ทุกจังหวะที่มันอัดกระแทกเข้ามา หน้าอกของเสวี่ยเหลียนก็ไถลไปกับพื้นโต๊ะ ถูไถกับเศษกระดาษและน้ำหมึกจนเปรอะเปื้อน ลูกคิดรางไม้ที่ยังหลงเหลืออยู่บนโต๊ะกระดอนตกลงพื้นดัง แกรก! ตามแรงสั่นะเื
"อื้อออ... อื้ออ! อื๊ก!"
เสวี่ยเหลียนส่ายหน้าไปมาบนโต๊ะ ใบหน้าสวยบิดเบี้ยวเหยเกอย่างน่าละอาย นางกัดหลังมือตัวเองแน่นจนขึ้นรอยฟันเพื่อไม่ให้ส่งเสียง แต่ภายในโพรงเนื้อนุ่มกลับตอดรัดอาวุธร้ายของสุนเก่ออย่างบ้าคลั่ง ยิ่งมันกระแทกลึกเข้ามาย้ำจุดกระสัน นางก็ยิ่งแอ่นก้นรับอย่างลืมตัว ขาข้างหนึ่งยกขึ้นพาดบนขอบโต๊ะเปิดทางให้มันเข้ามาได้ลึกที่สุด
"แน่นเหลือเกิน... หีของเ้ามันตอดข้าจนแทบขาด!" สุนเก่อคำรามเสียงต่ำ มันโน้มตัวลงไปกระซิบข้างหูนาง "ชอบไหม? โต๊ะทำงานที่เ้าใช้วางท่าเป็นางพญา ตอนนี้กลายเป็ที่รองรับน้ำกามของข้าแล้ว!"
คำพูดหยาบโลนนั้นกระตุ้นให้เสวี่ยเหลียนเสียวซ่านจนน้ำตาเล็ด นางพยักหน้าหงึกหงักอย่างจำนน ร่างกายกระตุกเกร็งเมื่อความสุขสมก่อตัวขึ้นเป็ลูกคลื่นลูกใหญ่ สุนเก่อเร่งจังหวะสุดท้าย กระแทกเน้นๆ หนักๆ เข้าไปสามสี่ที ก่อนจะกดแช่นิ่ง ปลดปล่อยธารอุ่นร้อนฉีดพ่นเข้าสู่มดลูกของนางอย่างรุนแรง
เสวี่ยเหลียนตัวกระตุกเฮือก นางหวีดร้องในลำคอที่ถูกฝ่ามือปิดกั้น ดวงตาพร้าพรายเห็นดาวระยิบระยับ ร่างกายทรุดฮวบลงกับโต๊ะอย่างหมดสภาพ ปล่อยให้น้ำกามของชายชู้ไหลย้อนออกมาผสมกับน้ำรักนองหน้าขาและหยดลงสู่พื้นพรม
เมื่อพายุอารมณ์สงบลง สุนเก่อถอนกายออกแล้วยืนหอบหายใจ มันตบหัวนางเบาๆ เชิงออกคำสั่ง เสวี่ยเหลียนรู้หน้าที่ดี นางค่อยๆ ยันกายลุกขึ้นด้วยสภาพผมเผ้ากระเซอะกระเซิง คุกเข่าลงต่อหน้ามัน แล้วใช้ลิ้นเล็กๆ เลียทำความสะอาดคราบคาวบนท่อนเอ็นที่เริ่มอ่อนตัวจนสะอาดหมดจดทุกซอกมุม ราวกับสุนัขที่ซื่อสัตย์ทำความสะอาดให้เ้าของ
สุนเก่อเก็บอาวุธของมันเข้ากางเกงอย่างสบายใจ มันจัดเสื้อผ้าให้เข้าที่เตรียมจะเดินออกจากห้อง ทว่าเสียงหวานที่ยังคงสั่นเครือของเสวี่ยเหลียนก็รั้งมันไว้
"ด...เดี๋ยวสุนเก่อ"
มันหันกลับมามอง พบว่าเสวี่ยเหลียนกำลังก้มลงไปใต้โต๊ะ หยิบเอากล่องไม้ใบเล็กออกมา นางเปิดมันออกเผยให้เห็น ทองคำแท่ง ส่องประกายแวววาว แล้วยื่นมันมาตรงหน้าพ่อบ้านด้วยมือที่สั่นเทาเล็กน้อย
"ข้า้า... หนังสือ... หนังสือแบบนั้นอีก" นางเอ่ยเสียงเบา ใบหน้าแดงซ่านหลบสายตา "ข้า... ข้าต้องใช้มันเป็ 'ข้อมูลอ้างอิง' ในการจดบันทึกให้เ้า... สองเล่มนั้นข้าอ่านจบหมดแล้ว ข้า้าเล่มใหม่... ที่มีเนื้อหา... ลึกซึ้งกว่าเดิม"
สุนเก่อเลิกคิ้วมองทองคำในมือนางแล้วแสยะยิ้มกว้างจนเห็นฟันหลอ มันรับทองคำแท่งนั้นมาโยนเล่นในมือ "ข้อมูลอ้างอิงงั้นรึ? หึหึ... ฮูหยิน ข้าว่าเ้าไม่ได้อยากได้ข้อมูลหรอกกระมัง" มันโน้มหน้าเข้าไปใกล้จนนางได้กลิ่นลมหายใจ "เ้าแค่อยากได้หนังสือโป๊มาไว้อ่านช่วยตัวเองเวลาที่ข้าไม่อยู่มากกว่า... หรือข้าพูดผิด?"
เสวี่ยเหลียนเม้มปากแน่น ไม่กล้าตอบรับหรือปฏิเสธ ได้แต่ยืนตัวสั่นระริกด้วยความอายที่ถูกมองทะลุถึงก้นบึ้งหัวใจ
"เอาเถอะ... ในเมื่อเ้า 'ตั้งใจทำงาน' ขนาดนี้ ข้าก็จะจัดหามาให้" สุนเก่อหัวเราะร่าพลางยัดทองคำเข้าอกเสื้อ "เตรียมตัวรอรับของขวัญชิ้นใหม่ได้เลย รับรองว่าคืนนี้เ้าจะได้เปิดหูเปิดตาแน่นอน"
พูดจบ มันก็เดินผิวปากออกจากห้องไปอย่างอารมณ์ดี ทิ้งให้เสวี่ยเหลียนยืนท่ามกลางกองเอกสารที่กระจัดกระจายและกลิ่นคาวโลกีย์ที่อบอวลอยู่ในห้องทำงานอันศักดิ์สิทธิ์เพียงลำพัง
เมื่อแผ่นหลังกว้างของสุนเก่อลับหายไปจากสายตา เว่ยเสวี่ยเหลียนยืนนิ่งอยู่กลางห้องทำงานครู่ใหญ่ นางสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกสติที่กระเจิดกระเจิงกลับคืนมา มือเรียวรีบจัดการจัดเสื้อผ้าและผมเผ้าที่ยุ่งเหยิงให้กลับมาเรียบร้อยที่สุดเท่าที่จะทำได้ แม้คราบน้ำกามจะยังเหนอะหนะอยู่ที่โคนขา แต่นางก็ต้องทำเป็ไม่รู้ไม่ชี้ไปก่อน
"พวกเ้า... เข้ามาได้แล้ว" นางเอ่ยเรียกสาวใช้ด้วยน้ำเสียงที่พยายามดัดให้เข้มขรึมและทรงอำนาจ
เมื่อบานประตูเปิดออก เหล่าสาวใช้ต่างก้มหน้าก้มตาเดินเข้ามา แต่สายตาของพวกนางก็อดไม่ได้ที่จะเหลือบมองสภาพความเละเทะภายในห้อง กองสมุดบัญชีที่ร่วงหล่น พู่กันที่กระจัดกระจาย และโต๊ะทำงานตัวใหญ่ที่เคลื่อนที่ไปจากตำแหน่งเดิมเล็กน้อย
"เก็บกวาดให้เรียบร้อย" เสวี่ยเหลียนสั่งเสียงเรียบ โดยไม่สบตาใคร "ข้าโมโหเื่ตัวเลขในบัญชีนิดหน่อยเลยเผลอระบายอารมณ์... จัดการให้เหมือนเดิม แล้วอย่าให้ใครเข้ามารบกวนข้าอีก"
สั่งความเสร็จ นางก็รีบเดินหนีออกจากห้องทำงานที่เต็มไปด้วยกลิ่นคาวโลกีย์นั้นทันที มุ่งหน้ากลับไปยังห้องนอนส่วนตัวเพื่อชำระล้างร่างกายและทำภารกิจที่น่าอับอายต่อไป
ณ ห้องนอนตระกูลเว่ย ยามบ่ายคล้อย
หลังจากอาบน้ำผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้าชุดใหม่เป็ชุดผ้าไหมสีขาวสะอาดตา เสวี่ยเหลียนก็นั่งลงที่ โต๊ะน้ำชาทรงกลม กลางห้อง นางวางม้วนกระดาษเปล่าลงบนพื้นโต๊ะไม้มะฮอกกานีขัดเงา ค่อยๆ บรรจงฝนหมึกด้วยแท่งหมึกชั้นดี กลิ่นหอมจางๆ ของหมึกจีนช่วยให้จิตใจที่ว้าวุ่นของนางสงบลงได้บ้าง
นางหยิบพู่กันขนสัตว์ราคาแพงขึ้นมาจุ่มหมึกจนชุ่ม ปลายพู่กันแหลมคมจรดลงบนหน้ากระดาษ ด้วยนิสัยส่วนตัวที่เป็คนเ้าระเบียบและมีความละเอียดลออในทุกเื่ ไม่ว่าจะเป็การบริหารจัดการบัญชีเกลือหรือการดูแลบ้าน เมื่อต้องมาทำ "การบ้าน" ส่งสุนเก่อ นางก็อดไม่ได้ที่จะใช้ความละเอียดนั้นถ่ายทอดลงไปอย่างเผลอไผล
นางเริ่มบันทึกเหตุการณ์ 'การร่วมรักในห้องทำงาน' ที่เพิ่งผ่านพ้นไป...
“ยามเว่ย (บ่ายโมง) ณ ห้องทำงานฝั่งตะวันออก... ท่ามกลางกองบัญชีที่ล้มระเนระนาด ร่างกายของข้าถูกกดแนบลงกับพื้นโต๊ะไม้ที่เย็นเฉียบ ความเย็นนั้นตัดกันอย่างสิ้นเชิงกับความร้อนระอุจากท่อนเนื้อของชายผู้บุกรุก...”
ลายมือของเสวี่ยเหลียนนั้นงดงามดั่งหงส์ร่อน เส้นสายตวัดพลิ้วไหวอย่างผู้มีการศึกษา ทว่าเนื้อหาที่ปรากฏกลับหยาบโลนจนน่าใ นางบรรยายรายละเอียดทุกอย่างมิให้ตกหล่น ั้แ่ 'ัั' ของเสี้ยนไม้ที่ครูดกับผิวเนื้อหน้าอก 'เสียง' ของลูกคิดที่ร่วงหล่นยามที่สะโพกของสุนเก่อกระแทกเข้าใส่ จนถึง 'ความรู้สึก' ยามที่น้ำอสุจิร้อนๆ ฉีดพ่นเข้าสู่โพรงมดลูกจนนางตัวกระตุก
นางเขียนบรรยายแม้กระทั่ง 'ปริมาณ' และ 'กลิ่น' ของน้ำกามที่ไหลย้อนออกมาเปรอะเปื้อนพรมเปอร์เซีย ราวกับกำลังทำบัญชีสรุปยอดสินค้าคงคลังที่ต้องมีความแม่นยำสูง ยิ่งเขียน นางก็ยิ่งจมดิ่งลงสู่ห้วงความทรงจำนั้น หน้าของนางแดงซ่าน ลมหายใจเริ่มติดขัด และโดยไม่รู้ตัว มือซ้ายของนางก็เลื่อนลงไปลูบไล้ที่หน้าท้องน้อยของตนเองเบาๆ
เมื่อบันทึกเหตุการณ์ตอนบ่ายจบลง นางก็ย้อนกลับไปเขียนบันทึกของ 'เมื่อคืนวาน' เพิ่มเติม เก็บตกรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ที่นางอาจจะหลงลืมไป เช่น องศาการแหกขา หรือเสียงครางของตนเองที่ดัดจริตจนลูกชายได้ยิน ความเพลิดเพลินในการร้อยเรียงถ้อยคำลามกเหล่านี้ทำให้นางลืมวันลืมคืนไปชั่วขณะ
ยามค่ำคืน
แสงเทียนในห้องสั่นไหวเล็กน้อยเมื่อบานประตูถูกเปิดออกโดยไม่ได้รับอนุญาต สุนเก่อเดินเข้ามาพร้อมกับรอยยิ้มเ้าเล่ห์ ในมือของมันถือของสองสิ่งเข้ามาด้วย
"ขยันขันแข็งดีนี่ฮูหยิน"
สุนเก่อเดินตรงมาที่โต๊ะน้ำชา มองดูม้วนกระดาษที่เต็มไปด้วยตัวอักษรวิจิตรบรรจงแล้วพยักหน้าอย่างพึงพอใจ ก่อนจะโยน หนังสือปกน้ำเงิน 2 เล่ม ลงบนโต๊ะทับผลงานของนาง
"นี่คือของรางวัลที่เ้าอยากได้... 'บุปผาในกรงขัง' กับ 'ราคะแห่งวังหลวง' เล่มนี้รับรองว่าเด็ดดวงกว่าเล่มก่อนๆ เ้าคงชอบ"
เสวี่ยเหลียนมองหนังสือเ่าั้ด้วยแววตาที่เป็ประกายวูบหนึ่ง ก่อนจะรีบเก็บอาการ แต่ทว่าสายตาของนางกลับไปสะดุดเข้ากับ 'ห่อผ้าสีดำ' ที่อยู่ในมืออีกข้างของพ่อบ้าน
"แล้วนั่น... อะไร?" นางถามด้วยความสงสัย
สุนเก่อไม่ตอบ มันเดินไปที่เตียงนอนแล้วโยนห่อผ้านั้นลงบนฟูกนุ่ม ดัง ตุบ! ก่อนจะหันมาแสยะยิ้มที่ดูน่าขนลุกกว่าทุกครั้ง
"มันคือ 'อุปกรณ์การเรียนการสอน' ชุดใหม่สำหรับเ้า" มันกล่าวเสียงต่ำ "เพื่อให้หญิงแพศยาอย่างเ้าได้เรียนรู้ว่า แท้จริงแล้วเ้าเกิดมาเพื่อเป็เพียง 'ของเล่น' ให้กับบุรุษเพศอย่างข้าเชยชมเท่านั้น"
เสวี่ยเหลียนขมวดคิ้ว "ของเล่น? เ้าหมายความว่าอย่างไร?"
"แก้ผ้าออกซะ แล้วไปเปิดดูเอาเอง" สุนเก่อสั่งเสียงเฉียบขาด
เสวี่ยเหลียนจำยอมต้องปลดเปลื้องอาภรณ์ของตนออกทีละชิ้นจนเหลือเพียงร่างเปลือยเปล่าที่งดงามท่ามกลางแสงเทียน นางเดินตัวลีบด้วยความหนาวสั่นไปที่เตียง แล้วเอื้อมมือไปแก้ปมของห่อผ้าสีดำนั้นอย่างกล้าๆ กลัวๆ
ทันทีที่ผ้าถูกคลี่ออก สิ่งของภายในก็ปรากฏแก่สายตา...
มันไม่ใช่แท่งหยกเทียม หรือสิ่งของที่นางพอจะจินตนาการได้จากหนังสือภาพ แต่มันกลับประกอบไปด้วย เข็มเงินเล่มยาว จำนวนหลายเล่มที่วางเรียงกันสะท้อนแสงเทียนวาววับ... เทียนไขเล่มใหญ่ ที่ดูหนาและใหญ่กว่าเทียนปกติ... และ เชือกสีแดงสด เส้นยาวที่ถูกขดไว้อย่างเป็ระเบียบ
เสวี่ยเหลียนจ้องมองของเ่าั้ด้วยความงุนงงระคนหวาดหวั่น นางไม่เข้าใจว่าของพวกนี้จะนำมาใช้ในเื่กามารมณ์ได้อย่างไร
"สะ... สุนเก่อ... เ้าเอาของพวกนี้มาทำไม?" นางหันไปถามด้วยเสียงสั่นเครือ "เข็ม... เทียน... เชือก... นี่เ้าคิดจะเย็บผ้าตอนกลางคืนหรืออย่างไร?"
สุนเก่อะเิหัวเราะลั่นห้องจนตัวงอ มันเดินเข้ามาประชิดร่างเปลือยของนาง แล้วหยิบเชือกสีแดงขึ้นมาพันรอบมือตนเองเล่น
"เย็บผ้างั้นรึ? ฮ่าๆๆๆ ช่างไร้เดียงสานักฮูหยินของข้า... ไม่ต้องห่วง คืนนี้ข้าจะสอนให้เ้ารู้จักวิธีใช้ของพวกนี้ทีละชิ้น รับรองว่าเ้าจะ 'ซาบซึ้ง' จนน้ำตาไหลพรากเลยล่ะ"
แววตาที่มองมาเหมือนสัตว์ป่าจ้องตะครุบเหยื่อ ทำให้เสวี่ยเหลียนรู้สึกหนาวสะท้านไปถึงกระดูกสันหลัง นางเริ่มตระหนักได้ว่า ค่ำคืนนี้คงไม่ใช่แค่การร่วมรักธรรมดาเหมือนที่ผ่านมา แต่มันกำลังจะเป็นรกขุมใหม่ที่นางไม่อาจจินตนาการได้ถึง