“ฟางหนิงเอ๋อ...ข้าขอดูยาในห่อนั้นหน่อยสิ”
เสียงนุ่มทุ้มดังมาจากข้างหลัง ทำให้นางสะดุ้ง ยื่นห่อยาให้คุณชายด้วยสีหน้ากังวล ปกติคุณชายจะไม่ขอดูห่อยาแบบนี้นี่นา
หวังลู่เอินแกะห่อยาออกมาดู ด้วยประสบการณ์มากมาย เพียงแค่พริบตาเดียว เขาก็รู้แล้วว่า นางเปลี่ยนสมุนไพรชนิดอื่นเข้ามาแทน เขาทำท่าทีนิ่งเฉย แล้วยื่นห่อยาให้ชายชรา
“เอาไปต้มดื่มนะ ถ้าห้าวันแล้วยังไม่ดีขึ้น ค่อยกลับมาใหม่” หวังลู่เอินบอกกับชายชรา แล้วหันหลังกลับไปที่โรงบำบัดเช่นเดิม ฟางหนิงเอ๋อลอบถอนใจด้วยความโล่งอก...คุณชายไม่ได้สงสัยสินะ...
่ค่ำ ในระหว่างที่ฟางหนิงเอ๋อกำลังนั่งคัดตำราอยู่ในห้องยานั้น หวังลู่เอินก็เปิดประตูเข้ามา นางแปลกใจเล็กน้อย เพราะปกติเขาจะไม่เข้ามาห้องยาในเวลานี้
“คุณชายมีอะไรให้ข้ารับใช้หรือเ้าคะ”
หวังลู่เอิน นั่งลงตรงข้าม กอดอกจ้องมองสตรีตรงหน้า แล้วถามในสิ่งที่ค้างคาใจ
“เมื่อกลางวัน ทำไมเ้าถึงเปลี่ยนยาสมุนไพรของข้า”
พู่กันในมือเริ่มสั่น เมื่อนางได้ยินคำถามนั้น เขารู้จริง ๆ ด้วย ว่าเราเปลี่ยนยา
“ข้า..ข้าก็จัดยาตามที่คุณชายสั่ง” นางตอบพลางหลบสายตาคมกริบนั้น
“ฟางหนิงเอ๋อ...มองหน้าข้า แล้วตอบข้า”
นางทำตามคำสั่ง จ้องมองสบตากับชายตรงหน้า สายตาที่คมกริบ ทำให้เธอรู้สึกแปลก ๆ
“เ้าคิดว่าข้าอายุสามขวบรึ ถึงให้เ้าหลอกได้ง่ายดายเช่นนั้น”
“ข้ามิบังอาจคิดเช่นนั้น...” ฟางหนิงเอ๋อ อึดอัดใจ จะเล่าทุกสิ่งก็ไม่ได้ หากคุณชายรู้ความจริงจะรับได้หรือ
น้ำเสียงสั่นเครือของนาง ทำให้หวังลู่เอินใจอ่อน
“ข้าเข้าใจ...เ้าคงยังไม่รู้สึกว่าที่นี่เป็บ้านของเ้า คนที่นี่ก็ยังไม่ใช่ครอบครัวเ้าใช่หรือไม่” คำตัดพ้อน้อยใจของชายหนุ่ม ทำให้นางรู้สึกผิดทวีคูณ
ฟางหนิงเอ๋อ คุกเข่าลงที่พื้น น้ำตาคลอเบ้า
“คุณชาย...ข้า..ข้า...”
“เอาล่ะ...ไม่ต้องลำบากใจ ข้าจะไม่คาดคั้นเอาความจริง...แต่จากนี้ไป เ้าไม่ต้องมาช่วยข้าที่โรงบำบัดอีก จนกว่าเ้าพูดความจริงออกมา ว่าเหตุใดเ้าถึงต้องสับเปลี่ยนยาของข้า” หวังลู่เอินหุนหันออกไปจากห้องทันที ถ้าเป็คนอื่น เขาคงไล่ออกจากบ้านนี้ไปแล้ว แต่นี่...ทำไมถึงไม่กล้าเอ่ยปากไล่นางนะ ...อาจเป็เพราะว่า นางก็ไม่ได้มีเจตนาไม่ดี นางคอยดูแลผู้ป่วยระหว่างที่รอบำบัด และยังคอยหาน้ำชาอุ่น ๆ บรรเทาความหนาวเย็นให้แก่พวกเขาอีกด้วย นางช่างใส่ใจกับเื่เล็กน้อยรอบตัว ... ให้โอกาสนางอีกสักหน่อยดีกว่า...
ฟางหนิงเอ๋อ นั่งก้มหน้าคุกเข่าอยู่เช่นนั้น น้ำตาหยดลงที่พื้น เธอไม่ได้โกรธคุณชาย แต่เธอกำลังน้อยใจในโชคชะตาของตนเอง...จะให้บอกคุณชายได้อย่างไรเล่า ว่าข้ามีปีศาจแฝงอยู่ในร่าง!!!
ผ่านไปเกือบสัปดาห์ ั้แ่เหตุการณ์ในคืนนั้น หวังลู่เอินและฟางหนิงเอ๋อก็แทบจะไม่ได้พบหน้ากันเลย ป้าซูฉีรับรู้เพียงว่าคุณชายไม่พอใจ จึงทำโทษนางไม่ให้เข้าไปใกล้โรงบำบัดและไม่ให้ช่วยจัดยาอีก แต่ก็ไม่รู้ว่าเหตุเกิดจากเื่ใด คิดเอาเองว่า นางคงทำอะไรไม่เข้าท่าขึ้นมา จึงทำให้คุณชายโกรธ
ระหว่างที่กินข้าวร่วมกันนั้น ป้าซูฉีและลุงจางรับรู้ได้ถึงบรรยากาศชวนอึดอัดระหว่างสองคนนั้น แม้ว่าโดยปกติคุณชายจะไม่ใช่คนช่างพูด แต่นี่มันแปลกเกินไป ฟางหนิงเอ๋อ ก็แทบจะไม่แตะข้าวเลย ส่วนคุณชายก็เอาแต่ก้มหน้าก้มตากินอย่างเดียว
“พรุ่งนี้ข้าจะเข้าป่า คราวนี้จะเข้าป่าลึกสักหน่อย ่นี้อากาศเย็นจัด พืชสมุนไพรหายากเริ่มออกแล้ว ลุงจะไปสักสิบวัน” ลุงจางพูดขึ้นมาเพื่อทำลายความเงียบชวนอึดอัด
ฟางหนิงเอ๋อ คิดอะไรได้บางอย่าง จึงหันไปพูดกับคุณชาย
“คุณชายคะ ข้าขออนุญาตตามลุงจางไปได้หรือไม่”
“ไม่ได้... เ้าเป็สตรีจะตามลุงจางไปได้อย่างไรกัน อีกทั้งในป่าลึกก็อันตราย จะเป็ภาระให้ลุงจางเสียเปล่า ๆ” หวังลู่เอินปฏิเสธทันควัน
ฟางหนิงเอ๋อ ไม่ยอมแพ้ นี่เป็ทางเดียวที่เธอจะออกไปจากบ้านนี้ในคืนวันเพ็ญ
“ข้าอยากไปศึกษาพืชสมุนไพรในป่า ท่านให้ข้าอ่านจากตำราอย่างเดียว บางครั้งข้าก็ไม่เข้าใจเ้าค่ะ”
“ข้าไม่อนุญาต!!” หวังลู่เอินอารมณ์คุกรุ่น...ทำไมนางช่างดื้อดึงนัก ในป่ามีอันตรายมากมาย ทำไมเข้าใจยากเสียจริง
“ข้าสัญญาว่าข้าจะไม่ทำตัวเป็ภาระลุงจาง ได้โปรดให้ข้าไปกับลุงจางด้วยเถิด” ฟางหนิงเอ๋อพยายามพูดอ้อนวอนอีกครั้ง