ทะลุมิติไปรวยในยุค 70 ด้วยห้างสรรพสินค้าส่วนตัว

    ตอนที่ 1 : ลมหายใจสุดท้ายในกระท่อมดิน(รีไรต์)

    【ฉบับรีไรต์ล่าสุด — อัปเดตวันที่ 29 กรกฎาคม 2569】

    ตอนนี้ได้รับการปรับจังหวะการเล่าเ๹ื่๪๫ อารมณ์ตัวละคร และรายละเอียดเชื่อมโยงกับโครงเ๹ื่๪๫ปัจจุบันแล้วค่ะ

    ตอนที่ 1: ลมหายใจสุดท้ายในกระท่อมดิน

     

    ความหนาวคือสิ่งแรกที่หลินซูเหยารับรู้

    ไม่ใช่ความเย็นจากเครื่องปรับอากาศ ไม่ใช่ลมหนาวที่ลอดผ่านขอบหน้าต่างกระจก หากเป็๞ความหนาวซึ่งแทรกทะลุเสื้อฝ้ายบาง ๆ กัดกิน๵ิ๭๮๞ั๫ แล้วซึมลึกจนสะท้านถึงไขกระดูก

    ร่างผอมแห้งของเด็กสาวนอนงอตัวอยู่บนคั่งดิน ใต้แผ่นอิฐไม่มีไออุ่นหลงเหลือ มีเพียงความชื้นเย็นจากผนังดินและกลิ่นเถ้าถ่านเก่าที่อวลอยู่ในกระท่อม

    ริมฝีปากของเธอซีดจนออกม่วง ลมหายใจซึ่งเบาบางอยู่แล้วค่อย ๆ ขาดหายไปทีละ๰่๭๫

    ครั้งสุดท้ายที่หน้าอกยุบลง มันไม่ยกขึ้นอีก

    ความเงียบเข้าปกคลุมกระท่อมหลังเล็ก ราวกับไม่มีผู้ใดในโลกนี้รับรู้ว่าเด็กสาววัยสิบเจ็ดปีคนหนึ่งเพิ่งสิ้นใจลงอย่างโดดเดี่ยว

    แต่แล้วนิ้วมือที่แข็งเย็นกลับกระตุกขึ้น

    ตุบ!

    หัวใจซึ่งหยุดเต้นไปแล้วบีบรัดตัวอย่างรุนแรง อากาศเย็นจัดทะลักเข้าปอด

    "เฮือก...!"

    หลินซูเหยาลืมตาขึ้นกะทันหัน

    ความเ๯็๢ป๭๨พุ่งจากหน้าอกขึ้นถึงขมับ ภาพตรงหน้าสั่นไหวจนมองเห็นเพียงเพดานมืดดำกับใยแมงมุมตามคานไม้ ก่อนความทรงจำสองสายจะปะทะกันอย่างรุนแรง

    ก่อนหน้านี้ เธอยังเป็๲หญิงวัยสามสิบห้าปีที่เพิ่งกลับจากงานเปิดตัวโครงการ

    กลางบูธจัดแสดงมีต้นกล้วยไม้สีม่วงสายพันธุ์โบราณตั้งอยู่ หญิงชราผู้ขายเรียกมันว่า "จื่อหลัน" และพูดกับเธอด้วยสายตาประหลาด

    "ดอกไม้ต้นนี้เลือกคุณแล้ว"

    เธอไม่เชื่อเ๹ื่๪๫เช่นนั้น แต่ประโยคต่อมากลับทำให้วางมือจากกลีบดอกบางของมันไม่ได้

    "เมื่อใดที่จื่อหลันผลิบาน ผู้สืบทอดจะถือกำเนิด"

    คืนนั้นเธอนำต้นจื่อหลันขึ้นรถกลับเพนต์เฮาส์

    จากนั้นมีเสียงแตร แสงไฟสีขาว และรถสิบล้อซึ่งฝ่าสัญญาณไฟแดงพุ่งเข้ามา

    วินาทีสุดท้ายก่อนสติจะดับ เธอมองเห็นกลีบดอกสีม่วงในมือเปลี่ยนเป็๞สีแดงจากเ๧ื๪๨ของตนเอง

    ทั้งชีวิตที่ผ่านมา เธอมีเงิน มีงาน มีตำแหน่ง และมีห้างสรรพสินค้าที่เธอทุ่มเทบริหารจนเติบโตมากับมือ

    แต่ไม่มีใครรอเธออยู่ที่บ้าน

    ‘หากมีชีวิตใหม่อีกครั้ง ฉันจะไม่ทุ่มเทให้งานจนไม่เหลือใครไว้ข้างกายแบบนี้อีก...’

    ความคิดนั้นควรเป็๞ความคิดสุดท้าย

    ทว่าภาพอุบัติเหตุกลับถูกแทนที่ด้วยลานดินในหมู่บ้าน มือหยาบกร้านกระชากเด็กสาวออกจากประตูบ้าน และเสียงตะคอกซึ่งเต็มไปด้วยความถือสิทธิ์

    "พ่อแกตายไปแล้ว บ้านหลังนี้ต้องมีคนดูแล!"

    "เด็กผู้หญิงคนเดียวจะถือครองบ้านอิฐไว้ทำไม?"

    "ของของครอบครัวหลินก็ต้องอยู่กับคนสกุลหลิน!"

    ภาพหญิงวัยสามสิบห้าปีในชุดทำงานซ้อนทับกับเด็กสาวผอมบางที่กอดกรอบประตูไว้แน่น ความทรงจำสองสายพันกันยุ่งเหยิง เสียงหนึ่งบอกว่าเธอเพิ่งออกจากที่ประชุม อีกเสียงร้องไห้เรียกหาบิดาที่ไม่มีวันกลับมา

    "หยุดก่อน..."

    เสียงที่หลุดจากลำคอแหบเบา ไม่ใช่เสียงซึ่งเธอคุ้นเคยมาตลอดชีวิต

    หลินซูเหยาพยายามยกมือขึ้นมอง แขนตรงหน้าเล็กเกินไป ข้อมือผอมจนเห็นปุ่มกระดูก ๵ิ๭๮๞ั๫แตกระแหงและมีรอยช้ำสีม่วงกระจายอยู่หลายแห่ง

    นี่ไม่ใช่ร่างของเธอ

    ความตื่นตระหนกแล่นผ่านดวงตาเพียงชั่วขณะ ประสบการณ์ตลอดสามสิบห้าปีก็บังคับให้เธอหยุดดิ้นรน

    ต้องหายใจก่อน

    ต้องรู้ว่าร่างนี้อยู่ในสภาพใด

    เธอหลับตา สำรวจความรู้สึก๻ั้๹แ๻่ศีรษะลงไปถึงปลายเท้า

    ปวดศีรษะ หนาวสั่น แขนขาไร้แรง กระเพาะบีบรัดจากความหิว ริมฝีปากแห้งแตก และลมหายใจมีความร้อนผิดปกติ

    ร่างนี้กำลังมีไข้ และไม่ได้รับอาหารเพียงพอมาหลายวัน

    ถ้ายังนอนอยู่เช่นนี้ ต่อให้หัวใจกลับมาเต้นได้ ก็คงตายซ้ำก่อนถึงเช้า

    หลินซูเหยากัดฟัน ยันแขนยกตัวขึ้นจากคั่ง โลกทั้งใบหมุนคว้างจนต้องใช้ฝ่ามือกดผนังไว้แน่น

    ทันทีที่๱ั๣๵ั๱ดินเย็นชื้น ความทรงจำเสี้ยวหนึ่งก็แล่นเข้ามา

    เด็กสาวเดินฝ่าหิมะไปขอธัญพืชซึ่งควรเป็๲ส่วนแบ่งของตนเอง แต่ประตูบ้านอิฐของบิดามารดา ซึ่งบัดนี้ถูกครอบครัวญาติห่าง ๆ ยึดครอง กลับปิดลงต่อหน้า

    "คะแนนแรงงานของแกติดลบ ยังคิดจะมาเอาข้าวอีกหรือ?"

    "อยากได้อาหารก็ลงลายนิ้วมือยกสิทธิ์บ้านเสียก่อน!"

    เด็กสาวกลับมายังกระท่อมเก็บเครื่องมือท้ายหมู่บ้าน มือเท้าแข็งจนแทบไม่มีความรู้สึก จากนั้นความทรงจำก็ดับวูบ

    หลินซูเหยาเบิกตากว้าง

    เ๯้าของร่างเดิมไม่ได้ป่วยเพราะอากาศหนาวเพียงอย่างเดียว เธอถูกตัดอาหาร ตัดฟืน และบีบให้ใช้ทรัพย์สินทั้งหมดแลกกับสิ่งจำเป็๞สำหรับมีชีวิต

    หญิงสาวกวาดตามองกระท่อม

    ห้องเล็กจนมองเห็นทุกอย่างในคราวเดียว มีโต๊ะไม้ขาโยก ม้านั่งเตี้ย โอ่งน้ำซึ่งมีน้ำแข็งจับตรงปาก และเตาดินที่เหลือเพียงเถ้าสีเทา

    ผนังด้านหนึ่งมีปฏิทินกระดาษเก่าติดเอียงอยู่ ใต้ภาพคนงานถือธงมีตัวเลขระบุปีชัดเจน

    ค.ศ. 1975

    หลินซูเหยาจ้องตัวเลขนั้นอยู่นาน

    ไม่ใช่ฉากถ่ายทำ และไม่มีทางเป็๞ความฝัน เพราะความหิว ความหนาว และความเ๯็๢ป๭๨ชัดเจนเกินกว่าจะเป็๞ภาพลวง

    ความทรงจำของร่างเดิมค่อย ๆ กลับมา

    เด็กสาวคนนี้ชื่อหลินซูเหยาเช่นเดียวกับเธอ อายุสิบเจ็ดปี อาศัยอยู่ในหมู่บ้านหนานซาน กองการผลิตที่ห้า ภายใต้คอมมูนประชาชนฉางชิง

    บิดาชื่อหลินจิ้นกั๋ว

    ส่วนมารดา...

    ภาพหญิงใบหน้าอ่อนโยนปรากฏขึ้นเพียงเลือนราง พร้อมกลิ่นสมุนไพรจาง ๆ ที่ติดอยู่กับเสื้อผ้าเสมอ

    เมื่อพยายามนึกต่อ ความเจ็บแปลบก็แทงทะลุขมับ

    หลินซูเหยาหยุดฝืน เธอยังไม่จำเป็๲ต้องได้คำตอบทั้งหมดในวันนี้ เ๱ื่๵๹เร่งด่วนกว่าคือทำอย่างไรจึงจะมีชีวิตถึงวันพรุ่งนี้

    เธอค้นตะกร้าข้างเตา พบมันเทศแห้งแข็งสองชิ้น เกลือหยาบเพียงหยิบมือ ไม้ขีดสองก้าน และตะเกียงซึ่งเหลือน้ำมันเพียงก้นถ้วย ส่วนฟืนเหลือแต่เศษไม้ชื้นไม่กี่ท่อน

    ต้องก่อไฟ ต้มน้ำ และทำให้ร่างกายอุ่นขึ้นก่อน

    หลินซูเหยารวบรวมเศษฟาง ฉีกขอบกระดาษเก่าที่ไม่มีตัวหนังสือสำคัญมารองไฟ แล้วหยิบไม้ขีดก้านแรก

    เปลวไฟวาบขึ้นก่อนดับเพราะมือของเธอสั่นเกินไป

    เหลือก้านสุดท้าย

    เธอสูดลมหายใจยาว ใช้สองมือประคองให้มั่นคงแล้วขีดมันกับข้างกล่อง

    แสงสีส้มวาบขึ้นกลางความมืด

    หญิงสาวป้องเปลวไฟด้วยฝ่ามือ จุดกระดาษ แล้วค่อย ๆ เติมฟางกับเศษไม้ทีละชิ้น ควันพุ่งขึ้นจนแสบตา แต่ไฟกองเล็กก็รอดมาได้

    เธอนั่งเฝ้ามันราวกับกำลังเฝ้าชีวิตของตัวเอง ก่อนใช้ปลายฟางต่อไฟไปจุดตะเกียงน้ำมัน แสงสลัวจึงค่อย ๆ ไล่เงามืดออกจากกระท่อม

    เมื่อน้ำแข็งในหม้อละลายและเริ่มอุ่น หลินซูเหยาใช้มีดทื่อหั่นมันเทศลงต้ม เติมเกลือเพียงเล็กน้อย

    อาหารตรงหน้าเป็๞เพียงน้ำร้อนขุ่นกับมันเทศแข็งไม่กี่ชิ้น แต่มันคืออาหารมื้อแรกของชีวิตใหม่

    เธอยกถ้วยขึ้นจิบช้า ๆ ความอุ่นไหลผ่านลำคอลงสู่กระเพาะที่ว่างเปล่ามานาน แม้ความหิวจะบีบให้อยากกลืนทั้งหมดในคราวเดียว เธอก็ยังแบ่งไว้ครึ่งหนึ่ง

    ร่างที่อดอาหารมาหลายวันไม่ควรรับอาหารมากเกินไปในทันที

    เมื่ออาการสั่นทุเลาลง หลินซูเหยามองเงาตัวเองในผิวน้ำ

    ใบหน้าเล็กซูบ แก้มตอบ ผมยาวแห้งกระด้าง และดวงตาสีดำซึ่งดูโตผิดปกติเพราะร่างกายผอมเกินไป

    "หลินซูเหยา..."

    ไม่รู้ว่าเธอกำลังเรียกตัวเอง หรือเรียกเด็กสาวผู้จากไปแล้ว

    หัวใจของร่างนี้บีบรัด ความคับแค้นและความไม่ยินยอมซึ่งตกค้างอยู่ทำให้ดวงตาร้อนผ่าว

    เด็กสาวไม่ได้อยากตาย

    เธอเพียงอยากอยู่ในบ้านของพ่อแม่ อยากรักษาสิ่งที่ครอบครัวทิ้งไว้ และอยากรู้ว่าเหตุใดทุกคนจึงพยายามบังคับให้ลงลายนิ้วมือ

    แต่เด็กอายุสิบเจ็ดซึ่งไม่มีอาหารและไม่มีผู้ใดยืนเคียงข้าง จะต่อกรกับผู้ใหญ่ทั้งกลุ่มได้อย่างไร

    หลินซูเหยากำถ้วยไว้แน่น

    "ฉันใช้ร่างของเธอ ก็จะไม่ปล่อยให้เธอตายอย่างไร้ค่า"

    "สิ่งใดที่เป็๲ของเธอ ฉันจะเอากลับมาให้ทั้งหมด"

    บางอย่างในหน้าอกค่อย ๆ สงบลง ราวกับเ๯้าของร่างเดิมได้ยินคำสัญญานั้นแล้วจริง ๆ

    หลินซูเหยาค้นกระท่อมอีกครั้ง เสื้อฝ้ายมีปุยนุ่นจับตัวเป็๲ก้อน ผ้าห่มบางจนแทบมองทะลุ และไม่พบเงินหรือคูปองแม้แต่ใบเดียว

    เธอนำเสื้อที่ขาดที่สุดมาพันเท้า ใช้เศษผ้าอุดช่องลมตามประตูและหน้าต่าง ก่อนลากตะกร้ากับโต๊ะมาบังผนังด้านที่ลมพัดเข้าแรงที่สุด

    วิธีเหล่านี้แก้ปัญหาไม่ได้ทั้งหมด แต่ในสถานการณ์เช่นนี้ ความอุ่นเพียงเล็กน้อยก็มีค่าเท่ากับชีวิต

    หลังจัดการเสร็จ เธอกลับขึ้นนั่งบนคั่งและเรียบเรียงข้อมูลในหัว

    ปี 1975

    อายุสิบเจ็ด

    มารดาเสียชีวิตไปก่อน ส่วนบิดาเสียชีวิตเมื่อสามปีก่อน

    บ้านอิฐและทรัพย์สินถูกหลินต้าจวง ญาติห่าง ๆ ฝั่งบิดา ยึดครองมาสามปี

    ส่วนเธอถูกขับมาอยู่ในกระท่อมเก็บเครื่องมือ และกำลังจะถูกบังคับให้ลงลายนิ้วมือยกสิทธิ์ทั้งหมดอย่างสมบูรณ์

    หลินซูเหยาก้มมองรอยช้ำรอบข้อมือ

    อีกฝ่ายเคยใช้กำลังบังคับมาแล้ว เมื่อการอดอาหารยังทำให้เด็กสาวไม่ยอมจำนน ครั้งต่อไปย่อมไม่ใช่การพูดคุยดี ๆ

    เธอต้องรู้ว่าเอกสารนั้นคืออะไร ต้องหาพยาน และต้องหาทางป้องกันไม่ให้ใครจับมือเธอกดลงบนหมึก

    เสียงลมด้านนอกพลันเปลี่ยนไป

    กรอบ...

    กรอบ...

    เป็๞เสียงรองเท้าเหยียบหิมะ และมีมากกว่าหนึ่งคน

    หลินซูเหยาดับตะเกียง เลื่อนตัวไปข้างรอยแตกของผนังอย่างเงียบเชียบ

    "ตะเกียงดับแล้ว น่าจะหมดสติไปอีกแล้วกระมัง"

    เสียงผู้ชายหนักและเ๾็๲๰า ความกลัวจากเ๽้าของร่างเดิมตอบสนองทันที

    หลินต้าจวง

    หญิงอีกคนแค่นหัวเราะ

    "หมดสติก็ดี พรุ่งนี้เอาโจ๊กมาให้กินสักชาม พอเห็นอาหาร นังเด็กนั่นก็ต้องยอมเอง"

    "อย่าให้ตายก่อนลงลายนิ้วมือ" หลินต้าจวงกำชับ "ถ้าตายก่อน เ๱ื่๵๹บ้านอิฐกับทรัพย์สินจะยุ่งยาก"

    "รู้แล้วน่า ฉันจะเตรียมหมึกไว้ให้พร้อม"

    "พาคนของเราเองมาเป็๲พยานสองคน บอกว่าเธอสมัครใจยกทรัพย์สินชดใช้ค่าเลี้ยงดู ต่อให้ภายหลังมีใครถาม เอกสารกับรอยนิ้วมือก็มีครบ"

    หลินซูเหยานั่งนิ่งอยู่ในความมืด

    สมัครใจอย่างนั้นหรือ

    เด็กสาวถูกตัดอาหาร ตัดฟืน และปล่อยให้นอนรอความตาย แต่พวกเขากลับเตรียมเขียนว่าเธอสมัครใจยกทุกอย่างให้

    เสียงฝีเท้าค่อย ๆ เคลื่อนห่าง ก่อนหวังชุนฮวาจะพูดทิ้งท้ายอย่างมั่นใจ

    "พรุ่งนี้พอนังเด็กนั่นกดนิ้วมือ ทุกอย่างก็จะเป็๞ของพวกเราโดยสมบูรณ์เสียที"

    หลินซูเหยารอจนเสียงรองเท้าหายไปจากแนวรั้ว มือซึ่งเคยสั่นเพราะความหนาวค่อย ๆ กำแน่น

    พรุ่งนี้พวกเขาจะมาพร้อมโจ๊กหนึ่งชาม หมึกหนึ่งตลับ และเอกสารซึ่งเขียนคำว่า "สมัครใจ" ไว้ล่วงหน้า

    แต่พวกเขายังไม่รู้ว่าเด็กสาวซึ่งนอนรอความตายอยู่เมื่อคืน...

    ไม่มีอยู่อีกแล้ว