รถม้ามาจอดรออยู่หน้าบ่อน จ้าวลู่ชิงและสาวใช้ก้าวขึ้นไปนั่งจากนั้นก็รีบเดินทางกลับบ้านก่อนที่มันจะมืดค่ำ
“คุณหนูรู้ได้เยี่ยงไรเ้าคะว่าผลจะออกแบบใด”
ซูเซียงเก็บความใคร่รู้เอาไว้ไม่อยู่รีบถามผู้เป็นายทันทีเมื่อรถม้าวิ่งออกนอกประตูเมือง
“โม่เอินบอกว่าเ้าของบ่อน้าเงิน”
นางให้พลเงานามว่าโม่เอินแอบไปสังเกตการณ์ั้แ่ก้าวเข้ามาภายในบ่อน ข่าวที่เขานำมาบอกเพียงแค่นี้ก็รู้แล้วว่าเซียนพนันไป๋ลู่ที่ทุกคนกล่าวขานว่ามือสะอาดไม่มีการคดโกงมันเป็แค่เื่หลอกลวง
นักพนันต่างนับถือยกย่องเขาไว้สูงส่งทว่าเทียบกับขุนนางขั้นสองของราชสำนักอย่างซ่างซูกรมโยธาแล้วเซียนพนันไป๋ลู่ก็เป็แค่เห็บหมัดตัวเล็ก ๆ ที่ต้องทำตามคำสั่ง
“คุณหนูรู้ว่าบ่อนมีผู้ใดหนุนหลัง?”
“โม่เอินบอกว่าบ่อนแห่งนี้มีซ่างซูกรมโยธาเป็ผู้หนุนหลัง”
“แล้วคุณหนูรู้ได้เยี่ยงไรว่าผลจะออกตามที่วางเดิมพัน”
ซูเซียงก็ยังสงสัยอยู่ดีว่าคุณหนูนางรู้ได้อย่างไรว่าลูกเต๋าจะออกสูงหรือต่ำ
“ข้าแค่คาดการณ์ ที่เซียนพนันไป๋ลู่ทำมันเป็กลยุทธ์การใช้ความเชื่อใจหลอกล่อ ครั้งที่หนึ่งกับสองออกต่ำ ครั้งที่สามหากยังอยากให้นักพนันเชื่อใจก็ต้องเขย่าให้ออกต่ำเหมือนเดิม ส่วนครั้งที่สี่นักพนันต่างเชื่อใจในฝีมือการเขย่าของเขาเพราะท่านเซียนพนันผู้นี้เคยเขย่าผลออกมาแบบเดียวกันสิบตารวดเมื่อไปเยือนจิงโจว
ทุกคนจึงเชื่อใจบวกกับความโลภที่มีอยู่ในตัวจึงวางเดิมพันกันมากมายก่ายกองทางฝั่งต่ำ พอผลออกมาว่าเป็สูงบ่อนก็รับผลประโยชน์ ส่วนตาที่ห้าทุกคนต่างเริ่มลังเลไม่มั่นใจว่าจะลงฝั่งใด บวกกับตาที่แล้วเสียหายอย่างหนักจึงคิดจะถอนทุนคืนในตาสุดท้ายจึงทุ่มสุดตัว
ครั้งสุดท้ายข้าก็ไม่มั่นใจนัก เพียงแต่มองเห็นว่าคนกองเบี้ยไว้ฝั่งสูงเยอะ หากสังเกตอย่างรอบครอบจะเห็นว่ามีคนที่ทางบ่อนเตรียมไว้ให้ลงเดิมพันฝั่งที่มีเบี้ยวางอยู่น้อยนิด เพื่อป้องกันการสงสัยว่าเซียนพนันไป๋ลู่จะโกงผลให้ออกฝั่งที่วางเดิมพันน้อย
และท่านเซียนพนันผู้นี้ก็ไม่ทำให้ทางบ่อนผิดหวัง เขย่าลูกต่ำให้ออกผลฝั่งที่คนวางเดิมพันน้อย”
“เซียนพนันไป๋ลู่ทำให้ผลคะแนนออกมาตามที่คาดหวังได้เยี่ยงไรเ้าคะ”
จ้าวลู่ชิงยิ้มให้กับเด็กน้อยขี้สงสัย ซูเซียงเป็สาวใช้ที่มีนิสัยซุกซนแตกต่างจากซูเจินที่เ้าระเบียบอยู่ในกฎเกณฑ์เช่นเดียวกับอี้หมัวมัว
“เป็ถึงเซียนพนันผู้มีชื่อเสียงโด่งดังหากมิมีเคล็ดลับเฉพาะตัวจะอยู่เหนือนักพนันผู้อื่นได้เยี่ยงไร”
“เช่นนี้ก็เรียกว่าโกงน่ะสิ”
“โกงแล้วอย่างไร? ”
จ้าวลู่ชิงไม่สนใจว่าเซียนพนันไป๋ลู่กับทางบ่อนจะโกงหรือไม่ นางไม่อยากทำตัวเป็คนดีรักความยุติธรรมจนต้องมีปัญหากับคนพวกนั้น
สถานะตอนนี้นางเป็แค่ชาวบ้านธรรมดาจะเอาอันใดไปสู้กับพวกขุนนางในราชสำนัก
“นั่นสิ พวกเราได้เงินก็เพียงพอ คนพวกนั้นจะโกงก็ไม่ใช่เื่อันใดของพวกเรา ไม่สอดมือเข้าไปยุ่งดีที่สุด คุณหนูเก่งกาจมากเลยเ้าค่ะ สามารถคาดการณ์ได้แม่นยำ”
ซูเซียงส่งสายตาเลื่อมใสในความสามารถของคุณหนูนาง เข้าบ่อนเพียงครึ่งชั่วยามได้เงินมาหลายร้อยก้วน
“คุณหนูห้ามฝ่าฝืนกฎอีกนะเ้าคะ นายท่านผู้เฒ่ารู้เข้าว่าคุณหนูกับคุณชายเข้าไปเล่นการพนันต้องถูกลงโทษตามกฎบ้าน”
ซูเจินอดกังวลไม่ได้ ทว่าพอใคร่ครวญถึงความยากลำบากในยามนี้นางจึงเลือกที่จะมองข้าม
“โม่เอิน เร่งบังคับรถม้าแซงรถม้าคันหน้าเร็วเข้า” แหวกผ้าม่านสั่งพลเงาที่นั่งบังคับรถม้าอยู่ด้านหน้า
“เกิดอันใดขึ้นขอรับ” พลเงาที่นั่งอยู่ด้านหน้ารีบถาม มือกระชับกระบี่ที่ห่อหุ้มด้วยผ้า
“ข้ารู้สึกว่าด้านหน้ามีอันตราย” จ้าวลู่ชิงได้กลิ่นอายมนุษย์ที่มีจิตสังหารรุนแรงเข้มข้น
ขณะที่รถม้ากำลังจะแซงรถม้าคันหน้าไป จ้าวลู่ชิงรีบแหวกผ้าม่านด้านข้างเพื่อเตือนพี่ชาย
“ท่านพี่! ระวังตัวด้วย ข้ารู้สึกว่าด้านหน้าอันตราย”
จ้าวลู่เสียนรีบหยิบกระบี่ที่ซ่อนอยู่ในรถม้ามาไว้ข้างกาย แหวกผ้าม่านสำรวจสองข้างทางที่เต็มไปด้วยป่าไผ่
“ให้รถม้าข้าวิ่งนำรถม้าเ้า” หากเกิดอันตรายเขาเป็พี่ชายต้องเป็ด่านหน้า
“ท่านพี่เตรียมพร้อมนะเ้าคะ” จ้าวลู่ชิงรีบปิดผ้าม่าน สาวใช้ทั้งสองจับกระบี่เตรียมพร้อมป้องกันตัว
พลเงาทั้งสี่บนรถม้าสองคันเตรียมพร้อม แค่เพียงชั่วอึดใจบุรุษพรางตัวด้วยชุดดำก็กระโจนออกมาจากป่าไผ่
ม้าตื่นใยกขาหน้าจนรถม้าส่ายไปมา พลเงาที่เตรียมพร้อมอยู่แล้วบังคับม้าไม่ให้วิ่งเตลิดจนมันหยุดนิ่งอยู่กับที่เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
กระบี่เสียบทะลุเข้ามาในตัวรถม้าเฉียดแขนจ้าวลู่ชิงเพียงเล็กน้อย
“พวกเลว!”
เห็นกระบี่เฉียดแขนคุณหนูนาง ซูเซียงเลยโมโห ะโออกจากรถม้าเพื่อไปจัดการกับพวกมันเป็คนแรก
จ้าวลู่ชิงใช้วิชาตัวเบาะโออกจากรถม้า เผชิญหน้ากับมือสังหารที่มีจิตสังหารรุนแรงจนนางแสบจมูก
เสียงเหล็กกระทบกันดังลั่นป่าไผ่ มือสังหารพยายามสังหารจ้าวลู่ชิงภายในกระบวนท่าเดียว
ทว่านางมิใช่คนป่วยขี้โรคอ่อนแออย่างที่ใครหลายคนเข้าใจ กระบี่ในมือของนางจึงฟันเข้าที่แขนของมือสังหารจนเป็แผลลึก
ดูเหมือนว่าการกระทำของจ้าวลู่ชิงจะไปกระตุ้นความโกรธของมือสังหารผู้นี้ กระบี่ที่ฟาดฟันลงมาแต่ละครั้งดุดันกลิ่นอายสังหารยิ่งเข้มข้น
จ้าวลู่ชิงเอนหลังหลบกระบี่ที่กวัดแกว่งเพื่อเชือดคอนางให้ตาย เข็มพิษที่นางเพิ่งสร้างขึ้นเมื่อคืนซ่อนอยู่ในแขนเสื้อถูกซัดออกไปปักลำคอมือสังหารจนขยับตัวไม่ได้เพียงไม่นานก็ล้มหงายหลังทันที
มือสังหารผู้นี้ล้ม มือสังหารคนต่อไปก็เรียงหน้าะโออกมาจากป่าไผ่หลังจากเห็นสถานการณ์ ไม่คิดว่าดรุณีน้อยอ่อนแอขี้โรคจะเก่งกาจเพียงนี้
จ้าวลู่เสียนแม้จะเป็บัณฑิตก็มีวรยุทธ์ล้ำเลิศ เพราะท่านปู่กับท่านอาจารย์เผยสอนเขาและพี่น้องมาั้แ่เด็ก กระบี่เชือดลำคอของมือสังหารจนสิ้นใจ หมุนกายหลบกระบี่ที่พยายามจะสังหารอย่างคล่องแคล่ว
พลเงาทั้งสี่ต่างเป็ผู้ที่มีวรยุทธ์ล้ำเลิศไม่แพ้ผู้เป็นาย ต่อสู้กับมือสังหารพวกนี้เพื่อปกป้องผู้เป็นายอย่างหนักหน่วง
ซูเซียงกับซูเจินสองดรุณีน้อยต่อสู้กับบุรุษรูปร่างกำยำอย่างไม่กลัวเกรง พวกนางเป็คนของจวนฝู่กั๋วกงเรียนวรยุทธ์เพื่อปกป้องคุณหนูมาั้แ่เด็กจึงรับมือกับมือสังหารดุดันพวกนี้ได้ พวกนางฆ่าคนโดยไม่กระพริบตา ยามต่อสู้เหมือนเปลี่ยนให้พวกนางเป็คนละคนต่างจากปกติ
มือสังหารยี่สิบนาย ถูกสังหารไปแล้วเก้านายทำให้พวกที่เหลือต่างโกรธแค้นแทนพี่น้องที่ถูกสังหารการฟาดฟันจึงดูดุดันบ้าคลั่งเพิ่มขึ้นกว่าเดิม กลิ่นอายสังหารเข้มข้นจนทำให้จ้าวลู่ชิงโมโหหนักเนื่องจากนางแสบจมูก
“จ้าวลู่ชิง ดรุณีน้อยอ่อนแอขี้โรค หึ!”
จ้าวลู่ชิงมิสนใจน้ำเสียงเย้ยหยัน นางพยายามปกป้องตนเองรับกระบี่ที่ฟาดฟันเข้าใส่ด้วยกระบวนท่าพลิ้วไหว ใช้วิชาตัวเบาปีนไต่รถม้า ซัดเข็มพิษเข้าใส่นักฆ่าที่เอ่ยนามของนางจนสิ้นใจ
เข็มพิษถูกซัดออกไปปักคอของมือสังหารเพื่อช่วยพลเงาที่กำลังเสียเปรียบ
โม่เอินส่งสายตาเพื่อเป็การขอบคุณให้กับคุณหนูที่ยืนอยู่บนหลังคารถม้า นางสะบัดมือแต่ละครั้งมือสังหารก็ตัวแข็งจากนั้นก็ล้มลงทีละคน
“ถอย!”
เสียงมือสังหารที่คาดว่าจะเป็หัวหน้าะโบอกด้วยน้ำเสียงดุดัน มือสังหารสี่คนที่เหลือจึงล่าถอยเข้าไปในป่าไผ่
“ไม่ต้องตาม!”
จ้าวลู่ชิงรีบบอกพลเงาเมื่อเห็นว่าพวกเขาจะตามมือสังหารพวกนั้นไป นางมิอาจแบกรับความเสี่ยง ไม่รู้ว่าป่าไผ่จะซ่อนอันตรายอันใดไว้ จมูกนางยังได้กลิ่นอายสังหารเข้มข้น
พลเงารีบเข้าไปตรวจสอบศพของนักฆ่าสิบกว่านาย ก่อนจะส่ายหน้าให้ผู้เป็นายทั้งสองเมื่อไม่มีเบาะแสว่านักฆ่าพวกนี้เป็คนของผู้ใด
จ้าวลู่ชิงหยิบขวดกระเบื้องเคลือบเล็ก ๆ ออกมาจากแขนเสื้อ สะบัดผ้าเช็ดหน้าตามเก็บเข็มพิษที่นางซัดออกไปจากศพมืองสังหาร ใส่ในขวดที่มีน้ำยาสลายพิษ
ศพของมือสังหารที่ตายถูกโยนทิ้งเข้าไปในป่าไผ่เพื่อไม่ให้ผู้ที่ผ่านไปผ่านมาพบเห็นจนใกลัว
“กลับ”
จ้าวลู่เสียนรีบออกคำสั่งหลังจากสอบถามแล้วว่าไม่มีผู้ใดได้รับาเ็ การเข้ามาในตัวอำเภอครั้งนี้ถูกคนลอบสังหาร ระหว่างทางทำให้จ้าวลู่เสียนเคร่งเครียดเช่นเดียวกับพลเงาทั้งสี่
แตกต่างจากจ้าวลู่ชิงและสาวใช้ที่มีสีหน้าปกติ ทั้งที่เพิ่งผ่านการถูกลอบสังหารมา
“คุณหนูเก่งมากเลยเ้าค่ะที่รู้ว่ามีมือสังหารซุ่มอยู่ด้านหน้า ทำให้พวกเราสามารถรับมือได้ทันการณ์”
ยังคงเป็ซูเซียงที่อารมณ์ดี ยกย่องให้คุณหนูของนางเก่งกาจที่สุด
“พวกเ้าทั้งสองก็เก่งกาจเช่นเดียวกัน”
“คุณหนูมีรางวัลให้สำหรับความเก่งกาจของพวกเราหรือไม่เ้าคะ”
“มีแน่นอน เ้าอยากได้อันใด”
ซูเซียงทำหน้าครุ่นคิดอยู่สักพักก่อนจะกล่าวสิ่งที่อยากได้ออกมา “อาหารอร่อย ๆ บ่าวชอบอาหารที่คุณหนูทำมากเ้าค่ะ” เมื่อวานได้ลิ้มรสฝีมือคุณหนูทำให้นางอยากให้คุณหนูเข้าครัวปรุงอาหารให้ทานอีกเยอะ ๆ
“เ้าเด็กตะกละ” เสียงหัวเราะในรถม้าดังขึ้น จนพลเงาทั้งสี่และจ้าวลู่เสียนที่ได้ยินเสียงนั้นยกยิ้มมุมปากตาม
มือสังหารสี่ชีวิตที่เหลือรอดหนีเข้ามาในป่าไผ่ด้วยความคับแค้นใจ ผู้ใดจะคาดคิดว่าลูกหลานตระกูลจ้าวที่บอกว่าอ่อนแอจะมีวรยุทธ์แกร่งกล้าจนสามารถสังหารพี่น้องพวกตนไปถึงสิบหกชีวิต
ความแค้นนี้พวกตนจะกลับมาเอาคืนอย่างแน่นอน ทว่ามือสังหารพวกนี้มิรู้เลยว่าพวกเขาไม่ได้รับโอกาสนั้น
“ผู้ใดส่งพวกเ้ามา” หัวหน้ามือสังหารที่เหลือรอด ตะเบ็งเสียงถามชายชุดดำสิบกว่าชีวิตล้อมรอบพวกตนอยู่ ทว่าไร้เสียงตอบรับจากคนพวกนี้ จึงรีบกล่าวต่อ
“สหายในยุทธภพ พวกเรามิเคยมีความแค้นต่อกันเหตุใดพวกท่านถึงทำเช่นนี้ โปรดเดินตามทางใครทางมันด้วยเถิด” กำหมัดคารวะชายชุดดำสิบกว่าคน
“พวกเ้าแตะต้องบุคคลที่ไม่สมควรแตะต้อง”
เพียงสิ้นเสียงมือสังหารสี่ชีวิตก็สิ้นชีพทันใด บริเวณลำคอถูกกระบี่เชือดจนเืกระเด็นโดยไม่ทันรู้ตัว
หลังภารกิจสำเร็จชายชุดดำสิบกว่าชีวิตก็รีบหายลับออกไปจากป่าไผ่แม้กระทั่งเงาก็มิมีผู้ใดสังเกตเห็น คนพวกนี้ราวกับผีที่หายตัวได้