“ไม่นี่คะพี่สมศรีเสื้อผ้าหน้าผมของพี่ก็ปกตินะคะ เอ๋...หรือว่าของพะพิมคะ?” พิมพิราก้มลงมองตัวเองใหญ่สมศรีช่วยมองสำรวจแล้วก็ตอบว่า “ก็ไม่มีนะคะน้องพะพิม ของน้องพะพิมก็ปกติดีทุกอย่างแล้วนี่เขามองอะไรกันนักหนาเนี่ย เดี๋ยวน้องพะพิมรอพี่แป๊บนะคะ”
เธอบอกแล้วก็ลุกไปทันที ทิ้งให้พิมพิรานั่งรออยู่ที่โต๊ะสมศรีเดินไปหาสาว ‘จอย’ สุดสวยประจำฝ่ายประชาสัมพันธ์ซึ่งกำลังนั่งกินข้าวกันอยู่กับนิดเพื่อนหญิงแผนกเดียวกัน
“สวัสดีค่ะน้องจอย น้องนิด”สมศรีทักพร้อมกับยิ้มให้
“สวัสดีค่ะพี่สมศรี” จอยสาวประเภทสองทักทายตอบด้วยสีหน้ายิ้มแย้มนิดซึ่งเพิ่งเข้ามาทำงานได้ไม่นานยังไม่สนิทสนมกับสมศรีจึงเพียงแค่ยกมือไหว้พร้อมกับกล่าวทักทายตามมารยาทว่า“สวัสดีค่ะ”
สมศรีรับไหว้แล้วก็นั่งข้างจอย
“น้องจอยคะ พี่ล่ะสงสัยจริงๆ ค่ะว่าคนอื่นๆเขาเป็อะไรกันคะ ทำไมเขามองพี่กันแปลกๆ แบบนี้ล่ะคะ?” เธอถามจอยเบาๆ จอยเลยดึงสมศรีเข้าไปจนชิดแล้วพูดเบาๆว่า “คนอื่นเขาไม่ได้มองพี่สมศรีกันหรอกค่ะ เขามองเลขาท่านประธานต่างหากค่ะพี่สมศรีถามแบบนี้แสดงว่าพี่ยังไม่รู้แน่ๆ เลยใช่ไหมคะ?”
“รู้อะไรล่ะคะน้องจอย?” สมศรีย้อนถามอย่างงงๆปนอยากรู้อยากเห็น จอยเลยรีบเม้าส์ให้ฟังอย่างคันปาก “ก็ตอนนี้เขาลือกันไปทั่วแล้วล่ะค่ะว่ามีคนเห็นเลขาท่านประธานกำลังเล่นจ้ำจี้กับท่านประธานในห้องประชุมเมื่อวานนี้น่ะค่ะ”
จากแค่ ‘อมนกเขา’ ถูกเม้าส์กันไปเม้าส์กันมาจนกลายเป็จ้ำจี้ไปซะแล้วดั่งเช่นที่เขาว่าพูดกันปากต่อปากจริงๆ
“ต๊าย! อกอีแป้นแตก! จริงเหรอคะเนี่ย” สมศรีใอุทานลั่นตาเบิกกว้างดีกรีความอยากรู้พุ่งปรี๊ดเต็มประดา
“ก็จริงซิคะพี่สมศรีเขาลือกันให้แซดเลยล่ะค่ะ ไม่น่าเชื่อนะคะเห็นหน้าใสๆ ซื่อๆ อย่างนั้นจะกล้าขนาดนั้นน่ะค่ะ”จอยพูดแล้วก็หันไปมองพิมพิรา สมศรีตั้งสติได้ เธอก็รีบถามว่า “แล้วใครเป็คนเห็นคะน้องจอย?เห็นยังไง? เห็นที่ไหน? เห็นเมื่อไหร่? น้องจอยช่วยเล่าให้พี่ฟังอย่างละเอียดยิบเลยนะคะ”
“เห็นเขาว่านังหมีควายฝ่ายโฆษณาเป็คนเห็นแล้วก็เอามาเม้าส์ให้ฟังน่ะค่ะเขาว่านังหมีควายมันว่า ว่าเมื่อวานตอนเย็นหลังเลิกประชุม แล้วมันลืมของไว้ในห้องประชุมมันก็เลยกลับไปเอา พอเปิดประตูเข้าไปเท่านั้นล่ะค้า มันก็เลยเห็นเต็มๆ เลยล่ะค่ะว่าท่านประธานกำลังจ้ำจี้กับคุณเลขากันป๊าบๆสนั่นห้องประชุมเลยค่ะพี่สมศรี แหมพูดแล้วก็จั๊กกะจี้ปากจังค่ะ มันบอกว่าคุณเลขาเสื้อผ้างี้หลุดลุ่ยไม่เหลือซักชิ้นกำลังขึ้นขย่มให้ท่านบนโต๊ะประชุมเลยล่ะค่ะ” จอยเล่าไปก็ทำมือทำไม้ประกอบไปด้วยพร้อมกับบุ้ยปากไปทางพิมพิราเป็ระยะๆ“ตอนนี้เขาก็เลยเอามาเม้าส์กันสนั่นเป็ทอคออฟเดอะทาวน์เลยค่ะพี่สมศรีจอยไม่คิดเลยนะคะว่าคุณเลขาจะกล้าขนาดนั้น นี่คงจะอยากรวยทางลัดล่ะมั้งคะ ก็เลยคิดจะจับท่านประธานซะเลยสงสัยว่าคงจะจุดๆๆ กับท่านั้แ่เริ่มทำงานแล้วล่ะมั้งคะพี่สมศรี”
สมศรีได้ยินได้ฟังแล้วอยากจะเป็ลมเพราะเธอก็ไม่คาดคิดมาก่อนว่าท่านประธานจะกลายเป็พวกโคแก่กินหญ้าอ่อนไปได้แต่ก็อย่างว่าแหละ เลขาสาวกับเ้านายมันมีตัวอย่างให้เห็นถมเถไป แล้วอีกอย่างพิมพิราก็เป็ผู้หญิงที่สวยมากสวยขนาดจับส่งประกวดนางงามได้อย่างสบายๆ พอได้ฟังแล้วเธอก็รีบขอตัวทันที “ขอบใจนะคะน้องจอยงั้นพี่ขอตัวก่อนล่ะคะ”
“ค่ะพี่สมศรี” จอยยกมือไหว้ นิดก็ยกมือไหว้ตามแล้วสมศรีก็รีบเดินกลับไปหาพิมพิราที่โต๊ะด้วยจิตใจร้อนรุ่มกระวนกระวายสอดรู้สอดเห็นอยากจะรู้ความจริงจากปากคนตกเป็ข่าวจนอกแทบะเิ
“น้องพะพิมคะเราไปกันเถอะค่ะ” สมศรีคว้าแขนพิมพิราให้เดินตามเธอไปทันทีพิมพิรารู้สึกงงที่จู่ๆ สมศรีก็มีท่าทางแปลกๆ “พี่สมศรีคะจะรีบไปไหนคะ?”
“รีบกลับไปทำงานซิคะน้องพะพิม” สมศรีบอกพร้อมกับเร่งฝีเท้าให้เร็วขึ้นพิมพิราจึงได้แต่เดินตามสมศรีไป
จนกระทั่งถึงโต๊ะทำงานของพิมพิรา ซึ่งค่อนข้างเป็ส่วนตัวไม่ต้องกลัวว่าใครจะมาได้ยินเพราะอยู่ห่างจากโต๊ะทำงานของคนอื่นมากสมศรีก็หันไปทำตาซอกแซกอยากรู้อยากเห็น “น้องพะพิมคะรู้ไหมคะว่าตอนนี้เขาเม้าส์กันให้แซดเื่ที่น้องพะพิมเอ่อ...เอ่อ...เื่ของน้องพะพิมกับท่านในห้องประชุมเมื่อวานนี้น่ะค่ะ”
“อะไรคะพี่สมศรี?เื่ของพะพิมกับท่านในห้องประชุมเมื่อวานนี้ พี่สมศรีพูดเื่อะไรคะเนี่ย?” พิมพิรางงไม่เข้าใจว่าสมศรีหมายถึงอะไร?
“ก็เื่น้องพะพิมกับท่านในห้องประชุมเมื่อวานนี้ซิคะอย่ามาปิดกันเลยค่ะตอนนี้เขารู้กันทั้งออฟฟิตแล้วล่ะค่ะ แหมที่หนุ่มๆ มารุมจีบแล้วน้องพะพิมไม่สนก็เพราะอย่างนี้นี่เองแล้วนี่น้องพะพิมแอบไปกุ๊กกิ๊กๆ กับท่านตอนไหนคะเนี่ยไม่เห็นเล่าให้พี่ฟังมั่งเลย”สมศรีทำตาซอกแซกๆ พิมพิราได้แต่ยืนงงสับสนจับต้นชนปลายไม่ถูก “พี่สมศรีพูดเื่อะไรคะเนี่ย?กุ๊กกิ๊กๆ กับท่านอะไรกันคะ?”
สมศรีเข้าใจว่าพิมพิราเขินจนไม่กล้าเล่าเธอจึงตัดบทว่า “เอาเถอะค่ะพี่ไม่ถามแล้วล่ะ พี่ไปทำงานดีกว่าค่ะ”
แล้วเธอก็เดินจากไปทิ้ง ให้พิมพิรายืนงงอยู่อย่างนั้น“อะไรของพี่สมศรีง่ะ?”
ใครต่อใครในบริษัทต่างพากันมองพิมพิราแล้วก็ซุบซิบนินทาลับหลังอย่างสนุกปากส่วนบรรดาหนุ่มๆ ที่เข้ามารุมจีบพิมพิราต่างก็พากันคิดไปต่างๆ นานา แม้ว่าจะมีบางคนที่ไม่เชื่อข่าวลือดังเช่น ‘ชัยชนะ’ หนุ่มหล่อมาดแมนหัวหน้าฝ่ายประชาสัมพันธ์ “น้องพะพิมครับเที่ยงนี้ไปกินข้าวด้วยกันนะครับ”
พิมพิราเงยหน้าจากจอคอมฯ ส่งยิ้มให้แล้วก็ปฏิเสธอย่างบัวไม่ให้ช้ำน้ำไม่ให้ขุ่นว่า “ขอโทษนะคะคือว่าพะพิมยังทำงานไม่เสร็จเลยค่ะแล้วพะพิมก็ฝากเขาไปซื้อข้าวให้แล้วล่ะค่ะ ขอบคุณนะคะที่ชวน”
สมศักดิ์เพื่อนสนิทในแผนกเดียวกันกับชัยชนะตบบ่าเพื่อนแล้วก็พูดว่า“ไอ้นะเอ็งอย่าไปชวนให้เสียเวลาเลยว่ะ คุณพิมพิราเขาไม่แลเอ็งหรอก สวย เริ่ด เชิดหยิ่งอย่างเขาต้องรวยๆ มีเงินเป็ร้อยเป็พันล้านอย่างท่านประธานนู้นไว้เอ็งรวยอย่างท่านประธานเมื่อไหร่เอ็งค่อยเสนอหน้ามาจีบเขาเถอะว่ะ รับรองว่าเขาจะรีบแบให้จนเอ็งแก้ผ้าแทบไม่ทันเลยล่ะโว้ย”
พิมพิราหน้าร้อนฉ่า รู้สึกโกรธและอายที่จู่ๆก็ถูกคนอื่นพูดจาดูถูกเหน็บแนมด้วยคำพูดที่ทำให้รู้สึกโกรธจนอยากจะตบคนพูดให้หน้าหันเพี๊ยะ!ๆๆๆ
แต่ก่อนที่เธอจะทันได้พูดอะไรให้คนปากเสียได้เจ็บๆคันๆ กลับไปบ้าง พลเอกณรงค์ฤทธิ์ก็เดินเข้ามาพอดีพร้อมกับคนขับรถ
“คุณพะพิมครับรายงานยอดขายประจำเดือนได้หรือยังครับถ้าได้แล้วเอามาให้ผมเดี๋ยวนี้เลยนะครับ” พลเอกณรงค์ฤทธิ์บอกกับเลขา แต่สายตามองไปที่พนักงานฝ่ายประชาสัมพันธ์ที่ชื่อสมศักดิ์ด้วยสายตาดุๆจนสมศักดิ์ไม่กล้าสบตาด้วยรีบก้มหน้าหลบตาแทบไม่ทัน ‘จ๊าก!...ปากพาซวยแล้วซิกู’
ท่านประธานเดินผ่านชัยชนะและสมศักดิ์เข้าห้องทำงานไปนพถือกระเป๋าตามเข้าไปติดๆ พิมพิราหันไปจิกตามองสมศักดิ์อย่างไม่พอใจ แล้วก็พูดว่า“น้ำหน้าอย่างคุณต่อให้รวยล้นฟ้าดิฉันก็ไม่แลให้เป็เสนียดกับตัวหรอกค่ะเพราะใจสกปรกปากสกปรกคิดได้แต่เื่ต่ำๆ แบบนี้หาความเจริญได้ยากจริงๆ ค่ะ”
แล้วเธอก็หันไปพูดกับชัยชนะว่า“ขอตัวก่อนนะคะ”
เธอคว้าแฟ้มงานเดินไปเคาะประตูห้องโดยไม่หันไปมองทั้งสองคนแม้แต่นิดเดียว ชัยชนะหน้าจ๋อย แล้วก็ลากเพื่อนออกไปต่อว่า“เพราะแกทีเดียวไปว่าน้องพะพิมเขาแบบนั้น ดูซิเขาเลยโกรธกูไปด้วยเลยเห็นไหม”
สมศักดิ์หน้าจ๋อยไม่ได้จ๋อยเพราะถูกเพื่อนต่อว่า แต่จ๋อยเพราะกลัวท่านประธานจะเอาเื่มากกว่า ‘กูจะตกงานไหมวะ!’
พิมพิราวางแฟ้มลงบนโต๊ะ “สวัสดีค่ะท่าน”
พลเอกณรงค์ฤทธิ์มองหน้าเลขาแล้วก็สั่งว่า“คุณพะพิม เดี๋ยวช่วยเรียกคุณนิชานันท์มาพบผมด้วยนะครับ”
“ค่ะท่าน” พิมพิรารับคำ แล้วก็เดินออกไปที่โต๊ะของเธอกดโทรศัพท์ไปยังแผนกกฎหมายซึ่งนิชานันท์ทำงานอยู่ กริ๊ง...กริ๊ง...กริ๊ง...
นพเดินไปนั่งเล่นรอแถวๆ โต๊ะพิมพิราทันทีหลังจากวางกระเป๋าให้เ้านายแล้ว
ไม่นานนัก นิชานันท์เลขาผู้จัดการฝ่ายกฎหมายก็มาพบท่านประธานตามคำสั่ง
“สวัสดีค่ะท่าน” นิชานันทร์ยกมือไหว้ ใจเต้นตึกๆเพราะไม่รู้ว่าท่านประธานเรียกพบด้วยเื่อะไร?
“เชิญนั่งครับคุณหนิง” พลเอกณรงค์ฤทธิ์สั่งนิชานันท์รีบนั่งลงทันที
“คุณหนิงครับที่ออฟฟิตมีอะไรหรือเปล่าครับ?ทำไมคนในออฟฟิตถึงมีท่าทีแปลกๆ ล่ะครับ? พอผมเดินผ่าน พวกเขาก็มองผมแล้วก็แอบซุบซิบๆอะไรกันก็ไม่รู้”พลเอกณรงค์ฤทธิ์ถามตาก็จ้องมองลูกน้องเขม็ง
“เอ่อ...เอ่อ...คือว่า...เอ่อ...”
‘โอ้ย! จะพูดยังไงล่ะเนี่ย!?’ นิชานันท์อึกๆอักๆ ไม่รู้จะบอกยังไงดี ถึงเธอจะทำหน้าที่เป็หูเป็ตา คอยรายงานความเคลื่อนไหวต่างๆในบริษัทให้ท่านประธานทราบ ไม่ว่าจะเื่เล็กหรือใหญ่แค่ไหนเธอก็จะพูดเป็ต่อยหอยให้ท่านได้รับรู้แต่เื่นี้เธอจะกล้ารายงานได้ยังไงล่ะ? แค่คิดก็กระดากปากแล้ว!
พลเอกณรงค์ฤทธิ์จ้องเขม็ง “มีอะไรก็พูดมาเถอะครับคุณหนิง”
นิชานันท์สบตาท่านประธาน แล้วสูดลมหายใจเฮือกใหญ่รวบรวมกำลังใจ‘เอาวะอีหนิง สู้โว้ย!’
“คือว่าตอนนี้ที่ออฟฟิต เขาพูดกันให้แซดเื่ที่ท่านกับน้องพะพิมจ้ำจี้กันในห้องประชุมเมื่อวันก่อนน่ะค่ะ”
“อะไรนะคุณหนิง!?”พลเอกณรงค์ฤทธิ์อุทานลั่นห้อง เขาตกตะลึง! อึ้งไปเลย นิชานันท์รีบพูดต่อว่า“คือมีคนเห็นตอนที่ท่านเล่นจ้ำจี้กับน้องพะพิมในห้องประชุมเมื่อวันก่อนน่ะค่ะตอนนี้เขาก็เลยเม้าส์กันไปทั่วทั้งออฟฟิตแล้วล่ะค่ะท่าน”
เธอพูดแล้วก็ก้มหน้าหลบตาใจเต้นตุ้มๆ ต่อมๆ
“โอ้ยตาย!จะบ้ากันไปใหญ่แล้ว ผมไม่เคยทำอย่างนั้นเลยนะ แล้วนี่มันมีข่าวแบบนี้ออกไปได้ยังไงเนี่ย?ใครเป็คนปล่อยข่าวกันนะ!? ชื่อเสียงผมป่นปี้หมด!” พลเอกณรงค์ฤทธิ์ฮึดฮัดโกรธจนหน้าเขียวที่จู่ๆ ก็มีข่าวคาวๆ น่าบัดสีปล่อยออกมาทั้งๆ ที่ไม่เป็ความจริงเลยแม้แต่นิดเดียว
“มิน่าล่ะ! นายสมศักดิ์ถึงได้พูดจาดูถูกคุณพะพิมอย่างงั้น”ดวงตาคมเข้มของเขาวาวโรจน์ ‘เอ็งเตรียมแป๊กได้เล้ย!’
นิชานันท์ไม่กล้าสบตาด้วย ‘ต๊าย...ตาย! ทำงานที่นี่มาเป็สิบๆ ปีเพิ่งจะเห็นท่านโกรธก็วันนี้แหละ น่ากลัวจัง!’
“คุณหนิงคุณไปหาตัวคนปล่อยข่าวบ้าๆ นี้มาให้ได้โดยเร็วที่สุด! คุณไปได้แล้วขอบคุณมากครับ” พลเอกณรงค์ฤทธิ์เค้นเสียงสั่งซะจนนิชานันท์กลัวจนหัวหด ‘งานนี้ไอ้คนปล่อยข่าวมันไม่ได้ผุดไม่ได้เกิดแน่ๆ อยู่ดีไม่ว่าดีเสือกมากระตุกหนวดเสือซะได้ั้แ่ทำงานมาก็เพิ่งจะเคยเห็นท่านโกรธจัดก็คราวนี้แหละมันเป็ใครกันนะเสือกหาเื่ให้ดวงกุดซะแล้ว เหอๆๆๆ...’
“ค่ะท่าน” นิชานันท์รับคำแล้วเธอก็รีบออกไปโดยเร็วใครจะกล้าอยู่ล่ะ ท่านดูน่ากลัวซะขนาดนั้น
เมื่อนิชานันท์ไปแล้ว พิมพิราก็นึกขึ้นได้ว่าเธอยังไม่ได้ชงกาแฟให้ท่านเลยเธอเคาะประตูห้อง “ขออนุญาตค่ะท่าน”
“เชิญครับ” พลเอกณรงค์ฤทธิ์บอกแล้วก็หมุนเก้าอี้หันหลังไปมองดูรูปภาพที่แขวนข้างหลังอย่างพยายามสะกดกลั้นความโกรธพิมพิราเปิดประตูเดินเข้าไป เธอรีบตรงไปที่เคาน์เตอร์เครื่องดื่ม จัดการชงกาแฟให้เ้านายทันที“ท่านคะ กาแฟค่ะท่าน”
“ขอบคุณครับ” พลเอกณรงค์ฤทธิ์หมุนเก้าอี้กลับไปแล้วยกกาแฟขึ้นดื่มหน้าตาถมึงทึงพิมพิรามองอย่างสงสัย “ท่านเป็อะไรหรือเปล่าคะ? ทำไมวันนี้ท่านหน้าบึ้งจัง?”
พลเอกณรงค์ฤทธิ์มองเลขาสาวพอสบตากับดวงตาหวานซึ้งซึ่งมีแววเป็ห่วง ใบหน้าถมึงทึงจึงค่อยๆ ผ่อนคลายลง “ผมกำลังโกรธที่มีคนปล่อยข่าวว่าผมจ้ำจี้กับคุณในห้องประชุมน่ะครับไม่รู้ว่าใครมันกุข่าวน่าบัดสีแบบนี้ออกมาได้ มันน่าจริงๆ!เจอตัวเมื่อไหร่เถอะ! ฮึ่ม!”
“อ๋อค่ะ” พิมพิราพยักหน้ารับรู้ น้ำเสียงราบเรียบสีหน้าเรียบเฉยซะจนพลเอกณรงค์ฤทธิ์นึกสงสัย“เอ๊ะ! มันยังไงกันครับคุณพะพิม เื่ใหญ่ขนาดนี้คุณพูดแค่ว่า...อ๋อค่ะ...เท่านั้นเองเหรอครับ”
พิมพิรายิ้มพร้อมกับย้อนถามว่า “อ้าวแล้วท่านจะให้พะพิมพูดว่าอะไรล่ะคะ ก็ในเมื่อพะพิมรู้แล้วนี่คะ รู้ั้แ่เมื่อวานแล้วล่ะค่ะท่าน”
แถมรู้ด้วยว่าใครเป็คนปล่อยข่าว
‘คอยดูเถอะนังสมชายเดี๋ยวแม่จะเอาคืนให้หนักเล้ย!’ เธออาฆาตอยู่ในใจ พลเอกณรงค์ฤทธิ์เลยยิ่งสงสัยกับท่าทีที่ช่างนิ่งเฉยเย็นเป็น้ำแข็งของเลขาสาว“แล้วคุณไม่โกรธเลยหรือครับที่มีคนปล่อยข่าวฉาวโฉ่ทั้งๆ ที่มันไม่เป็ความจริงเลยน่ะ”
พิมพิรายิ้มให้เ้านาย “โกรธซิคะพะพิมโกรธมากด้วยค่ะ แต่ถ้าพะพิมยิ่งเที่ยวไปพูดแก้ตัวกับใครๆ มันก็จะยิ่งไปกันใหญ่น่ะซิคะยิ่งแก้ตัวคนอื่นเขาก็จะยิ่งคิดว่ามันเป็เื่จริงแน่ๆ ถึงได้ร้อนตัวจนต้องเที่ยววิ่งโร่ไปแก้ข่าวพะพิมก็เลยทำเฉยๆ ซะ เดี๋ยวเื่มันก็เงียบไปเองแหละค่ะ”
พลเอกณรงค์ฤทธิ์ทึ่งในความคิดของเลขาสาวจนนิ่งอึ้งพูดอะไรไม่ออก‘โอ๊ว...หล่อนเป็แม่พระลงมาจุติหรือไงนะ’
“พะพิมรู้ว่าเขาเอาไปพูดกันว่าพะพิมทำออรัลให้ท่านในห้องประชุมหลังจากเลิกประชุมแล้วพอพูดกันไปพูดกันมา ปากต่อปากจนกลายเป็ว่าพะพิมจ้ำจี้กับท่านในห้องประชุม แล้วท่านจะให้พะพิมแก้ข่าวยังไงล่ะคะในเมื่อจากที่ตอนแรกมันแค่อมนกเขาจนตอนนี้มันกลายเป็จ้ำจี้กันสนั่นห้อง พะพิมก็เลยคิดว่าไม่พูดอะไรดีกว่าค่ะ” เธออธิบายใช้คำพูดเกี่ยวกับเื่เซ็กส์ด้วยสีหน้าเฉยๆ พลเอกณรงค์ฤทธิ์ได้แต่คิดอยู่ในใจว่า‘โอ้ว! แม่เ้า! เห็นหน้าใสๆ เด็กๆอย่างนี้เถอะนะปากคอแม่คุณเลาะร้ายใช่ย่อยซะเมื่อไหร่ นี่ถ้าด่าใครล่ะก็...แสบบบบ...นักล่ะ อา...อย่างนี้ต้องบอกว่าเวลาแม่เ้าประคุณดีล่ะก็...หล่อนเหมือนพระแม่อุมาเทวีลงมาโปรดเลยนะแต่อย่าให้คุณเธอร้ายขึ้นมาได้เชียวนะ...เ้าแม่กาลีจำแลงลงมาเลยล่ะ...ฮึ่ม!’
“ท่านมีอะไรจะใช้พะพิมอีกรึเปล่าคะ?”พิมพิราถาม พลเอกณรงค์ฤทธิ์โบกมือ “ไม่มีแล้วล่ะครับ เชิญคุณไปทำงานต่อเถอะครับ”
“ค่ะท่าน” แล้วพิมพิราก็เดินออกไป เธอหมายใจว่าเดี๋ยวพอเลิกงานแล้วเธอจะเคลียร์กับนังสมชายให้รู้เื่ไปเลย
จนกระทั่งถึงเวลาเลิกงานพิมพิราก็เดินไปหาสมชายที่แผนก เธอมองหาแต่ก็ไม่เห็นแม้แต่เงา
“คุณสมชายอยู่ไหนคะ?” เธอถามเพื่อนร่วมแผนกของสมชาย
“กลับไปแล้วค่ะคุณพะพิม”พนักงานสาวตอบแล้วก็ถามว่า “คุณพะพิมมีธุระอะไรกับเจ้สมชายเหรอคะ?”
“ก็มีนิดหน่อยค่ะ”พิมพิราบอกแล้วก็เหลือบดูนาฬิกาแล้วก็ถามว่า “แล้วคุณมีที่อยู่ของคุณสมชายไหมคะ?พอดีว่าพะพิมมีธุระด่วนที่ต้องคุยกับเขาน่ะค่ะ”
“อ๋อ มีค่ะเดี๋ยวแก้วจดให้นะคะ”แก้วหันไปเปิดสมุดโน้ตแล้วก็จดที่อยู่ยิกๆ พอจดเสร็จเธอก็ยื่นให้พร้อมกับบอกว่า “แต่กว่าเจ้แกจะกลับบ้านก็ตีสองนู้นแหละค่ะ”
พิมพิรานึกสงสัยยังไม่ทันจะถามแก้วก็รีบบอกว่า “คือเจ้แกไปรับจ๊อบแต่งหน้าให้กับคณะคาบาเร่ทุกคืนน่ะค่ะกว่าแกจะกลับถึงบ้านก็ตีสองตีสามทุกคืนแหละค่ะวันเสาร์วันอาทิตย์แกก็ไปรับจ๊อบอยู่ร้านเสริมสวย โอ๊ยแกทำงานหัวไม่วางหางไม่เว้นไม่ได้หยุดไม่ได้พักกับเขาหรอกค่ะภาระแกเยอะน่ะค่ะคุณพะพิม ทั้งแม่ทั้งหลานเจ้แกหาเลี้ยงอยู่คนเดียวน่ะค่ะเอ่อ...แล้วคุณพะพิมมีธุระอะไรกับแกเหรอคะ? เื่งานรึเปล่าคะ? ให้แก้วโทรตามให้ไหมคะ?”
พิมพิราส่ายหน้า “ไม่เป็ไรหรอกค่ะแค่ธุระส่วนตัวน่ะค่ะ ขอบคุณนะคะ”
แล้วเธอก็รับกระดาษแผ่นนั้นแล้วก็เดินจากไปแก้วมองตามแล้วก็หันไปเก็บของใส่กระเป๋าเตรียมตัวกลับบ้าน “ล้า...ลัน...ลา...”
พิมพิรามองที่อยู่แล้วก็นึกถึงคำพูดของแก้วเธอเดินกลับไปที่โต๊ะของตัวเองเก็บของหยิบกระเป๋าแล้วก็เดินไปกดลิฟท์ เย็นนี้เธอว่างเพราะท่านประธานกลับไปั้แ่่บ่ายแล้วเธอจึงตั้งใจว่าจะไปดูที่บ้านของสมชายซักหน่อย เธอเดินไปขึ้นรถไฟฟ้าจากรถไฟฟ้าก็ต่อด้วยรถเมล์ พอลงจากรถเมล์เธอก็เดินเข้าซอยไปอีกหน่อย ซอยนี้เธอเคยมาหาเพื่อนตอนสมัยเรียนอยู่จุฬาฯด้วยกัน เธฮจึงหาบ้านของสมชายเจออย่างไม่ยากนัก เธอยืนมองที่อยู่หน้าบ้านซึ่งเป็ทาวน์เฮ้าส์สองชั้นเธอเห็นมีคนอยู่ในบ้านจึงกดกริ่ง กริ๊ง...กริ๊ง...กริ๊ง...
สักพักก็มีเด็กผู้ชายอายุราวสิบสามปีออกจากบ้านมายืนมองพิมพิรายิ้มให้เด็กคนนั้นแล้วก็ถามว่า “คุณสมชายอยู่ไหมจ๊ะ?”
“มาหาลุงสมชายเหรอครับ”เด็กชายถามพลางมองอีกฝ่ายอย่างระวังตัว ก็สมัยนี้มิจฉาชีพมันเยอะนี่นา
พิมพิราพยักหน้า “จ้ะ”
“ไม่อยู่หรอกครับถ้าพี่จะหาลุงชายต้องไปที่บาร์ครับ” เด็กชายบอก
“มาหาไอ้ชายเหรอคุณมันไม่อยู่หรอกค่ะคุณ กว่ามันจะกลับก็ตีสามนู้นแหละค่ะ” หญิงสูงวัยเดินออกมาบอก พิมพิรายกมือไหว้“สวัสดีค่ะคุณป้า”
แล้วเธอก็ถามว่า “แล้วบาร์ที่คุณสมชายทำงานอยู่ที่ไหนคะ?”
“เต้ไปจดชื่อบาร์ให้คุณเขาหน่อยไป” หญิงสูงวัยสั่งหลานชาย
“ครับยาย” เต้รับคำแล้วก็เดินเข้าบ้านไป แม่ของสมชายหันไปยิ้มให้แขกที่มาหาลูกชาย“รอซักครู่นะคะคุณ”
แต่เธอก็ไม่คิดจะเชิญเข้าบ้านเพราะกลัวว่าจะเป็พวกมิจฉาชีพ
“มาหาไอ้ชายมีธุระอะไรกับมันเหรอคะคุณ?”เธอถามพลางมองสำรวจอีกฝ่าย
“มีธุระกับคุณสมชายนิดหน่อยน่ะค่ะ”พิมพิราตอบพลางยิ้มให้ เต้เดินมาแล้วก็ยื่นกระดาษให้ “นี่ครับพี่บาร์ที่ลุงชายทำงานครับ”
“ขอบใจนะจ๊ะ”พิมพิรารับมาแล้วก็ยิ้มให้เต้ แล้วเธอก็หันไปไหว้ลาแม่ของสมชาย “ขอบคุณค่ะคุณป้าถ้างั้นหนูขอตัวนะคะ”
“ค่ะคุณ” แม่ของสมชายรับไหว้ พิมพิราก็เดินกลับไปทางปากซอยสองยายหลานชะเง้อมองตามแล้วก็ชวนกันเข้าบ้าน “ไปๆ ไอ้เต้เข้าบ้าน”
จากนั้นพิมพิราก็มุ่งหน้าไปที่บาร์ระหว่างทางที่นั่งรถเมล์เธอก็นั่งคิดถึงภาพครอบครัวของสมชายเท่าที่เห็นมีแค่คุณป้าคนนั้นกับเด็กผู้ชายคนนึงแล้วก็เด็กผู้หญิงอีกคนที่ยืนชะเง้อมองจากในบ้านแล้วเธอก็หวนคิดถึงคำพูดของแก้ว‘คือเจ้แกไปรับจ๊อบแต่งหน้าให้กับคณะคาบาเร่ทุกคืนน่ะค่ะกว่าแกจะกลับถึงบ้านก็ตีสองตีสามทุกคืนแหละค่ะวันเสาร์วันอาทิตย์แกก็ไปรับจ๊อบอยู่ร้านเสริมสวย โอ๊ยแกทำงานหัวไม่วางหางไม่เว้นไม่ได้หยุดไม่ได้พักกับเขาหรอกค่ะ ภาระแกเยอะน่ะค่ะคุณพะพิมทั้งแม่ทั้งหลานเจ้แกหาเลี้ยงอยู่คนเดียวน่ะค่ะ’
จนกระทั่งถึงป้ายรถเมล์ที่เธอต้องลง เธอจึงลงจากรถเมล์แล้วก็เดินไปเรื่อยๆ จนถึงบาร์ที่สมชายทำงานอยู่ เมื่อไปถึงแล้วเธอหล่อนก็ยืนคิดในใจว่า‘จะทำยังไงต่อไป?’
ระหว่างนั้นเองเธอก็เห็นสมชายเดินออกมาจากบาร์เธอรีบหลบไม่ให้อีกฝ่ายเห็น สมชายเดินออกมาพร้อมกับสาวประเภทสองอีกคนทั้งสองเดินไปที่รถคันหนึ่ง สาวประเภทสองกดรีโมทปลดล็อค“ซินดี้แกอย่าลืมเอาวิกข้างหลังนั่นไปด้วยล่ะ เดี๋ยวชุดนั่นฉันถือไปเอง”
“เออน่านังแจนนี่ฉันไม่ลืมหรอกย่ะ”แล้วสมชายก็เดินไปเปิดประตูข้างหลังก้มตัวเข้าไปหยิบของ ส่วนสาวประเภทสองเ้าของรถก็เปิดประตูรถแล้วหยิบชุดที่จะใช้โชว์ออกมาหลังจากหยิบของแล้วทั้งสองก็ปิดประตูรถแล้วก็เดินกลับเข้าไปในบาร์
พิมพิราแอบมองตามจนกระทั้งทั้งคู่เข้าไปในบาร์เธอยืนคิดถึงคำพูดของแก้ว ซึ่งเป็ความจริงอย่างที่แก้วบอกทุกอย่าง เธอหมุนตัวเดินกลับไปที่ป้ายรถเมล์แล้วก็ขึ้นรถเมล์ไปลงที่สถานีรถไฟฟ้า จากนั้นเธอก็ต่อรถไฟฟ้ากลับบ้าน
เมื่อถึงบ้าน พิมพิราก็จัดแจงอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วก็เดินลงไปสั่งข้าวแกงนั่งกินพอกินเสร็จก็กลับห้องไปนั่งทำงานต่อจนกระทั่งได้เวลาเข้านอน
เมื่อแผนการใส่ร้ายป้ายสีให้พิมพิราต้องอับอายจนไม่อาจจะทนทำงานต่อไปได้ต้องขอลาออกไม่เป็ผลแถมพลเอกณรงค์ฤทธิ์ยังมีสนิทสนมกับพิมพิรามากขึ้นอีก จนจิตตรีกลัวว่าอดีตพี่เขยจะใกล้ชิดสนิทสนมกับเลขาสาวสวยมากเกินไปเธอจึงหาทางสกัดดาวรุ่งสารพัดวิธีดังเช่นในขณะนี้
“หวัดดีจ้ะตาวี”
“สวัสดีครับคุณน้า”ปฐวีรับสายล้มตัวลงนอนเอกเขนกพิงหมอนเมื่อเห็นว่าคุณน้าโทรมา จิตตรีถามหลานชายว่า“เป็ยังไงบ้างจ๊ะตาวี? สบายดีรึเปล่าจ๊ะฒ”
“สบายดีครับคุณน้า”ปฐวีตอบแล้วก็ย้อนถามกลับไปว่า “แล้วคุณน้าล่ะครับสบายดีไหมครับ?”
จิตตรีซึ่งรอจังหวะอยู่แล้วรีบแกล้งทำเสียงเศร้าๆ“น้าสบายดีจ้ะ แต่น้าไม่ค่อยสบายใจเลยจ้ะ”
Donate
เชิญบริจาคให้ไรท์ได้ทาง บัญชี ธ.กสิกรไทย
เลขบัญชี 084-3-79715-6
ชื่อบัญชี น.ส.แสงแข ช้วนใย
หรือทาง True Money wallet :098-651-1489
จะบริจาค 1 บาท 2 บาทก็ได้ค่ะ
ติดตามข่าวสารและพูดคุยกับไรท์เตอร์ได้ทาง
เพจ readfree.in ค่ะ
https://www.facebook.com/readfree.in/
ทางเว็บไซต์ www.readfree.in ค่ะ
และทาง Line Official Account : https://lin.ee/qEBuZvK
ขอบคุณรีดเดอร์ทุกท่านที่เข้ามาอ่านค่ะ