ตอนที่ 9: ขายลิขสิทธิ์ไหม ?
เป็เวลาบ่ายสองโมงกว่าแล้วที่พวกเขาออกมาจากห้องส่วนตัวจากบนชั้นสองจากการช่วยเหลือของจางิห่าว หลิวจือเซียก็ประสบความสำเร็จในการจดลิขสิทธิ์เพลง“ได้เจอเธอพอดี” บนเว็ปไซต์สมาคมได้อย่างถูกต้อง
หลังจากนั้นจางิห่าวเองก็ได้แนะนำให้หลิวจือเซียรู้จักกับสตูดิโอบันทึกเสียงที่เปิดโดยเพื่อนของเขาเพื่อจะทำการบันทึกเสียงเพลง“ได้เจอเธอพอดี” และอัปโหลดมันลงไปบนเพนกวินมิวสิค
ในคำพูดของจางิห่าว เพลงดี ๆแบบนี้มันควรจะมีผู้ฟังมากมายได้ยิน
เมื่ออยู่ต่อหน้าของจางิห่าวหลิวจือเซียก็ไม่เข้าใจว่าทำไมเขาจะต้องกระตือรือร้นกับคนที่เขาเพิ่งจะพบกันเป็ครั้งแรก
“คุณพ่อคะ มีป้าท่าทางแปลก ๆนั่งอยู่ตรงนั้น ! ”
ขณะที่หลิวจือเซียกำลังคิดถึงจุดประสงค์ของจางิห่าวเสียงของเสี่ยวเยว่เยว่ก็ดังขึ้นที่หู
“เอ๋ ? ”
หลิวจือเซียหันกลับไปมองตามนิ้วของเสี่ยวเยว่เยว่
ในบริเวณพื้นที่นั่งรอของร้านอาหารมีชายหนุ่มสวมเสื้อผ้าแฟชั่น ผมยาวสีดำและใส่แว่นกันแดด ในตอนนี้มือของเขาถือมือถือและมองไปรอบ ๆ ราวกับว่ากำลังมองหาอะไรบางอย่าง
เมื่อเขาพบกับหลิวจือเซียชายหนุ่มคนนั้นก็ก้าวไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว เขาถามหลิวจือเซียขึ้นว่า “คุณครับเพลงก่อนหน้านี้เป็เพลงที่คุณแต่งขึ้นใช่ไหม ? คุณได้จดลิขสิทธิ์เอาไว้หรือเปล่า? ”
เมื่อได้ยินเช่นนั้นไม่ต้องพูดถึงเสี่ยวเยว่เยว่ แม้แต่หลิวจือเซียก็ตกตะลึงมันเป็เื่ที่คาดไม่ถึงอะไรเช่นนี้
ด้วยการแต่งกายที่ทันสมัยจนดูเหมือนกับจะเป็หญิงสาวผมที่ยืดยาวตรงแบบนั้น สรุปเป็ชายหรือว่าเป็หญิง ?
“มันเป็เพลงที่ผมแต่งเองคุณมีคำถามอะไรหรือเปล่า ? ” หลิวจือเซียเหลือบมองไปที่ชายคนนั้นเขาไม่รู้เหตุผลว่าอีกฝ่ายถามทำไม
“พระเ้า เขาคือฮั่นซี ! ”
“ใช่เขาจริง ๆ ด้วยฉันจะไปขอถ่ายรูปอวดเพื่อน ๆ สักหน่อย ! ”
ในเวลานี้มีเสียงหญิงสาวกรีดร้องดังก้องขึ้นมา มีหญิงสาวอายุ 20 ต้น ๆสองสามคนวิ่งเข้ามารุมล้อมราวกับว่าเป็ลมกระโชกแรง
ฮั่นซี ?
เมื่อได้ยินเสียงกรีดร้องของเหล่าหญิงสาวหลิวจือเซียก็มองไปที่ชายหนุ่มที่อยู่ด้านหน้าของเขาอีกครั้ง ในที่สุดเขาก็จำได้
ฮั่นซีเป็ดาราชั้นแนวหน้าของประเทศจีนเขาเพิ่งจะโด่งดังเมื่อไม่นานมานี้เขาได้แสดงละครโทรทัศน์หลายเื่และเข้าร่วมรายการวาไรตี้มากมาย
อย่างไรก็ตาม หลิวจือเซียไม่สนใจเขาอย่างแรกนั้นฮั่นซีเพิ่งจะเริ่มมีชื่อเสียง มันจึงทำให้เขาไม่ค่อยรู้จักอย่างที่สอง ชายคนนี้กำลังถูกล้อมโดยเหล่าแฟนคลับหลิวจือเซียเกรงว่าเขาจะถูกลายล้อมไปด้วย มันจะส่งผลเสียต่อเสี่ยวเยว่เยว่
หลังจากถูกจำได้ฮั่นซีก็ถอดแว่นกันแดดของเขาออกไปจนเผยให้เห็นดวงตาคู่หนึ่งที่เรียวยาวคู่หนึ่งเขาถอนหายใจและถ่ายรูปพร้อมกับเหล่าแฟนคลับแต่ถึงเช่นนั้นเขาก็ค่อนข้างมีความสามารถ
“คุณพ่อคะ คนคนนี้เป็ผู้ชาย ! ”
เสี่ยวเยว่เยว่ตอบสนองแต่เธอไม่เข้าใจว่าทำไมสาว ๆ เหล่านี้ถึงคลั่งไคล้คนที่ปลอมตัวจนยากจะระบุเพศ
“คุณพ่อคะ ไปกันเถอะ เยว่เยว่ง่วงนอนแล้วเราจะต้องกลับบ้านไปนอนหลับกัน”
“ก็ได้ งั้นเรากลับบ้านไปนอนกันเถอะ ! ”
หลิวจือเซียตอบกลับและกำลังจะแยกตัวผ่านสาวๆ ที่กำลังรุมล้อม
แต่ทว่าเขาไม่สามารถทำได้มีคนมากมายมาขอลายเซ็นและขอถ่ายรูป คนเหล่านี้ปิดกั้นประตูร้านอาหารเอาไว้ถ้าไม่แออัดจริง ๆ เขาก็คงออกไปได้แล้ว
“เดี๋ยวก่อนสิคุณ อย่าพึ่งไปผมมีธุระบางอย่าง”
เมื่อเห็นว่าหลิวจือเซียกำลังจะไปฮั่นซีที่ถูกรุมถ่ายรูปอย่างเมามันก็รีบบอกลาพวกสาว ๆ และวิ่งตรงไปหาหลิวจือเซีย
“คุณฮั่น ผมมีหลายอย่างที่จะต้องทำได้โปรดบอกมาเลยได้ไหมว่ามีอะไร ? ” หลิวจือเซียมองไปที่ฮั่นซี
“อืมก็คือว่าเพลงที่คุณร้องก่อนหน้านี้มันไพเราะมาก” ฮั่นซีอธิบายอย่างรวดเร็ว“ผม้าซื้อลิขสิทธิ์เพลงนี้ คุณวางใจได้เลยนะ ราคาจะต้องเป็ที่น่าพอใจมาก ! ”
“ผมเกรงว่าจะทำให้คุณฮั่นผิดหวังผมคงไม่ขายลิขสิทธิ์เพลงนี้ ! ”
หลิวจือเซียส่ายหัวไปมา สำหรับเขานั้นเพลงใด ๆ ก็ตามที่มาจากชีวิตก่อนหน้ามันถือว่าประเมินค่าไม่ได้มันคงจะน่าเสียดายถ้าเอามาขายแบบนี้
“คุณครับ คุยกันก่อนนะ ผมชอบเพลงนั้นมากๆ” ฮั่นซีกังวลเล็กน้อย “สองแสน ล่ะเป็ไง ? ”
หลิวจือเซียส่ายหัวไปมาและเดินออกไปพร้อมกับเสี่ยวเยว่เยว่ที่อยู่ในอ้อมแขนของเขา
“สามแสน ! ” เขาจริงใจมากฮั่นซีกล่าวด้วยเสียงสูง !
สามแสนเป็ราคาที่สูงมากสำหรับลิขสิทธิ์เพลงที่เพิ่งจะปรากฏขึ้นมาโดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อมันถูกแต่งโดยคนที่ไร้ชื่อเสียง
“คุณฮั่น ได้โปรดจำเอาไว้ ! ”หลิวจือเซียส่ายหน้าและกล่าวอีกว่า “เงินไม่ใช่ทุกอย่าง ลาก่อน ! ”
หลิวจือเซียขาดแคลนเงินในตอนนี้แต่มันก็ไม่ได้หมายความว่าจะมีใครมาดูถูกศักดิ์ศรีเขาได้ตามที่้า
สามแสน แลกกับการซื้อลิขสิทธิ์เพลง“ได้เจอเธอพอดี” เขากำลังฝันไปงั้นรึ ?
อย่าว่าแต่สามแสนเลยต่อให้หนึ่งล้านหรือ สองล้าน เขาก็ไม่ขาย!
“คุณครับ สามแสน ก็ถือว่าแพงมากแล้วถ้าเรามอบเพลงนี้ให้กับนักร้องที่โดดเด่นเพลงนั้นก็จะถูกดึงศักยภาพที่คุ้มค่าที่สุดออกมา” ฮั่นซีกระตือรือร้น
หลิวจือเซียไม่ยอมตอบกลับแต่การก้าวเดินของเขาเร็วขึ้น
เมื่อมองดูแผ่นหลังของหลิวจือเซียเป็เวลานานฮั่นซีก็ถอนหายใจ เขาหยิบโทรศัพท์ออกมาและกดหมายเลข “พี่ใหญ่ ผมขออภัยด้วยนะคือว่า เพลงนั่นเราตกลงกันไม่ได้....”
……………….
ที่มหาวิทยาลัยเจี้ยงฮัวซึ่งอยู่ห่างจากร้านอาหารพบกันใต้ต้นไม้ประมาณ 10 กิโลเมตร จูฮ่ายหนิงซึ่งอยู่ที่โต๊ะทำงานของเขาภายในหอพักนักศึกษาชั้น13 เขาใช้มือกระทบแป้นพิมพ์ด้วยความเริงร่า
ตอนนี้ก็เกือบจะเที่ยงคืนแล้วและเพื่อนร่วมห้องทุกคนก็พักผ่อนมีเพียงจูฮ่ายหนิงเท่านั้นที่ยังเป็นกฮูกในยามค่ำคืนเขายังคงทำงานหนักตรงหน้าของคอมพิวเตอร์
“เสร็จแล้ว ! ”
หลังจากทำงานหนักมาเป็เวลานานในที่สุดจูฮ่ายหนิงก็ได้อัปโหลดวิดีโอที่เขาตัดต่ออย่างละเอียดขึ้นสู่เจี้ยงฮัวสกายเขาได้ตั้งกระทู้สีแดงขึ้นว่า “นักร้องผู้น่าอัศจรรย์ ณ ร้านอาหารพบกันใต้ต้นไม้”
เจี้ยงฮัวสกายเป็เว็ปไซต์ทางการของเหล่าวงการเพลงแรกสุดในแวดวงนี้มันมีอิทธิพลสูงมากในประเทศจีน และมันก็เป็ที่นิยมมากขึ้นในกรุงปักกิ่งมันคือ์ออนไลน์ของเหล่านักผจญเพลง
จูฮ่ายหนิงเป็สมาชิกระดับทองของเจี้ยงฮัวสกายนอกจากนี้เขายังมีความรู้ที่หลากหลายและคลั่งไคล้ในเพลงป็อบ ดังนั้นเขาได้โพสข้อความจำนวนมากในส่วนเพลงหลักของเจี้ยงฮัวสกายซึ่งทั้งหมดนั้นก็ได้รับการขัดเกลาแล้ว
กล่าวได้ว่าจูฮ่ายหนิงนั้นถือว่าเป็บุคคลที่สามารถสร้างพายุทอนาโดบนเจี้ยงฮัวสกายได้
ด้วยเหตุบังเอิญใน่เที่ยงที่ผ่านมาจูฮ่ายหนิงได้ขอให้แฟนสาวของเขาไปทานอาหารเย็นที่ร้านพบกันใต้ต้นไม้ตอนที่เสี่ยวเยว่เยว่เริ่มเล่นเปียโนเขาและแฟนสาวก็เป็เพียงคู่รักคู่เดียวที่ปรบมือให้ในร้านอาหาร
เมื่อหลิวจือเซียหยิบกีต้าร์ขึ้นมาจูฮ่ายหนิงก็คว้าโทรศัพท์ออกมาและบันทึกมันเอาไว้
“ได้เจอเธอพอดี”เพลงนี้ทำให้จูฮ่ายหนิงประหลาดใจจนน่าขนลุก
เมื่อกลับไปถึงวิทยาลัยในตอนหลังเลิกเรียน จูฮ่ายหนิงก็พุ่งเข้าหอพักและตัดต่อมันอย่างพิถีพิถัน
ในที่สุดหลังจากการปล่อยเพลงของจูฮ่ายหนิงตัวของเขาก็เต็มไปด้วยความคาดหวังเขานั่งอยู่หน้าคอมพิวเตอร์และกดรีเฟรชหน้าต่างเจี้ยงฮัวสกายเพื่อรอคอมเม้นของเพื่อนๆ คนแล้วคนเล่า