"เราจะไปที่ไหน?" อริสราถามขณะที่เธอกับราตรีเดินกลับมายังประตูมิติที่กำลังจะปิดตัวลง แววตาของเธอเต็มไปด้วยความมุ่งมั่นที่ราตรีไม่เคยเห็นมาก่อน
"กลับสู่สนามล่า... กลับสู่โลกมนุษย์" ราตรีตอบ "แต่ไม่ใช่เมืองเดิม ที่นั่นตอนนี้คงเหมือนรังแตนที่ถูกแหย่ เราต้องไปโผล่ที่อื่น... ที่ที่เงียบกว่านี้"
ราตรีอธิบายว่าประตูมิติแต่ละบานนั้นเชื่อมต่อกับ "ประตู" ในโลกมนุษย์หลายแห่ง แต่การจะเลือกจุดหมายปลายทางที่แน่ชัดนั้นต้องใช้พลังงานและการควบคุมที่มหาศาล ซึ่งตอนนี้พวกเธอไม่มี
"ฉันจะเปิดประตูแบบสุ่ม... มันจะพาเราไปโผล่ที่ไหนสักแห่งบนโลก แต่หลังจากนั้น... ภาระจะตกอยู่ที่เธอ"
"ฉันเหรอ?"
"ใช่... เธอ" ราตรียืนยัน "ตอนนี้เธอเชื่อมต่อกับ 'หัวใจศิลา' แล้ว พลังของเธอเสถียรขึ้น... ลองทำเหมือนตอนที่เธอใช้สมาธิครั้งแรก แต่คราวนี้... อย่ามองหาพลังงาน... แต่จง 'ฟัง'... ฟังเสียงที่เงียบที่สุด... เสียงสะท้อนของสายเือสูรที่อาจจะหลงเหลืออยู่ในตัวคนอื่น"
เมื่อกลับมาถึงโลกมนุษย์อีกครั้ง พวกเธอพบว่าตัวเองอยู่ในป่าสนอันเงียบสงัดแห่งหนึ่งในเขตชนบทของยุโรป มันเป็สถานที่ที่สมบูรณ์แบบสำหรับการเริ่มต้นใหม่
หลังจากใช้เวลาตั้งสติอยู่ครู่หนึ่ง อริสราก็เริ่มทำตามที่ราตรีบอก เธอนั่งลงขัดสมาธิ หลับตา และแผ่ประสาทััทางพลังงานของเธอออกไป... มันเหมือนการหย่อนเบ็ดลงไปในมหาสมุทรที่กว้างใหญ่... และรอคอย...
ชั่วโมงแล้วชั่วโมงเล่า... จนกระทั่ง...
เธอ "รู้สึก" ถึงมัน...
มันไม่ใช่เสียง... ไม่ใช่ภาพ... แต่เป็ความรู้สึกเหมือนมีคนดีดสายกีตาร์ที่อยู่ไกลออกไปหลายพันกิโลเมตร... เป็แรงสั่นะเืที่แ่เบาและเกือบจะจับไม่ได้... แต่มันคือ "เสียงสะท้อน" ของสายเืเดียวกัน
"เจอแล้ว..." เธอพึมพำ "มันอยู่ไกลมาก... และอ่อนมากๆ... รู้สึกเหมือน... ความหลงใหลที่สับสน"
ราตรีดึงแท็บเล็ตไฮเทคของเธอออกมาทันที "จดจ่อที่ความรู้สึกนั้นไว้... บอกฉันว่ามันมาจากทิศไหน"
ด้วยการใช้พลังของอริสราเป็เหมือนเข็มทิศชีวภาพ และเทคโนโลยีของราตรีในการระบุตำแหน่ง... ในที่สุดพวกเขาก็ได้เป้าหมาย... จุดเล็กๆ บนแผนที่โลก... ในเมืองเก่าแก่ที่เต็มไปด้วยศิลปะและประวัติศาสตร์... เมืองฟลอเรนซ์ ประเทศอิตาลี
"ดูเหมือนว่าเราจะได้ไปเที่ยวอิตาลีกันแล้วนะ" ราตรียิ้ม "หวังว่าเ้านี่จะไม่ทำให้เราเสียเวลาเปล่า"
สองวันต่อมา... อริสราและราตรีก็มาถึงฟลอเรนซ์
พวกเธอไม่ได้เดินทางอย่างเปิดเผย แต่ใช้วิธีการเดินทางใต้ดินที่ราตรีจัดหาให้ ซึ่งทำให้อริสราได้เห็นโลกอีกด้านที่เธอไม่เคยรู้จัก... โลกของข่าวกรองและเครือข่ายของเหล่าตัวตนจากอเวจีที่แทรกซึมอยู่ในสังคมมนุษย์
เป้าหมายของพวกเขาคือชายหนุ่มชื่อ "ลอเรนโซ่" จิตรกรหนุ่มผู้มีพร์ที่กำลังดิ้นรนหาชื่อเสียงอยู่ในเมืองแห่งศิลปะแห่งนี้ ข้อมูลทางโลกมนุษย์ของเขาดูปกติทุกอย่าง... แต่ "เสียงสะท้อน" ที่อริสราจับได้นั้นชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ
"ฉันจะเข้าไปดูลาดเลา" ราตรีบอกในขณะที่พวกเธอนั่งอยู่ในร้านกาแฟเล็กๆ ฝั่งตรงข้ามสตูดิโอของลอเรนโซ่ "ส่วนเธอ... ใช้สายตาสอดส่องจากตรงนี้... ดูว่ามี 'ผู้เล่น' คนอื่นในสนามรึเปล่า"
อริสราทำตาม เธอจิบกาแฟพลางเพ่งมองไปยังสตูดิโอเก่าๆ นั้นด้วย "สายตา" พิเศษของเธอ เธอเห็นรัศมีแสงสีรุ้งที่สว่างไสวและเต็มไปด้วยความหลงใหลของลอเรนโซ่ที่กำลังวาดรูปอยู่ข้างใน... เป็พลังของอสูรตระกูล "ไดวา" ที่เชี่ยวชาญด้านการสร้างสรรค์อย่างไม่ต้องสงสัย
แต่แล้ว... เธอก็เห็นบางสิ่งที่ทำให้หัวใจหล่นวูบ
บนยอดหลังคาของอาคารฝั่งตรงข้าม... มีร่างหนึ่งยืนอยู่นิ่งๆ... เขาไม่ได้สวมชุดสูท แต่เป็นักท่องเที่ยวในชุดลำลองธรรมดา... แต่รัศมีแสงรอบตัวเขานั้นเป็สีทองบริสุทธิ์ที่เธอจำได้แม่น... พวกเบื้องบนมาถึงก่อนพวกเขา
"ราตรี... เรามีปัญหา" อริสราส่งความคิดผ่านต่างหู "มี 'พราน' อยู่บนดาดฟ้าตึกฝั่งตรงข้าม... เขากำลังเฝ้าดูเป้าหมายของเราอยู่"
เสียงของราตรีตอบกลับมาทันที "บัดซบ... แผนเปลี่ยน! เราต้องชิงลงมือก่อนที่พวกมันจะตัดสินใจ 'ควบคุม' เป้าหมาย! ฉันจะสร้างสถานการณ์เบี่ยงเบนความสนใจ... ส่วนเธอ... เข้าไปคุยกับเขาซะ! ทำให้เขาเชื่อใจเธอให้ได้!"
เกิดความวุ่นวายเล็กๆ ขึ้นที่หน้าร้านกาแฟเมื่อมีรถคันหนึ่งจอดเสียกลางถนน... เป็ฝีมือของราตรีที่ลอบใช้เครื่องมือบางอย่างก่อกวนระบบอิเล็กทรอนิกส์ของรถจากระยะไกล
ทูต์บนดาดฟ้าหันไปมองความวุ่นวายนั้นเพียงชั่วครู่... และนั่นคือจังหวะที่อริสรา้า
เธอรีบวิ่งข้ามถนนและเข้าไปในสตูดิโอของลอเรนโซ่ทันที ชายหนุ่มเ้าของดวงตาสีเข้มและเรือนผมหยักศกหันมามองเธอด้วยความประหลาดใจ
"ขอโทษค่ะ... คือฉัน..." อริสราพยายามหาคำพูดที่เหมาะสม "ฉันชื่ออริสรา... ฉันคิดว่าคุณกับฉันอาจจะมีบางอย่างที่เหมือนกัน"
ลอเรนโซ่เลิกคิ้ว "ผมไม่คิดอย่างนั้นนะ... คุณคงมาผิดที่แล้วล่ะ" เขากล่าวอย่างสุภาพแต่ก็เตรียมจะเชิญเธอออกไป
"คุณเคยรู้สึกไหม... ว่าตัวเองไม่เหมือนคนอื่น?" อริสราตัดสินใจพูดตรงๆ "เคยรู้สึกถึง 'แรงบันดาลใจ' ที่พลุ่งพล่านขึ้นมาจนแทบจะเผาไหม้ตัวเองรึเปล่า? หรือความหงุดหงิดที่อธิบายไม่ได้เมื่อสร้างผลงานที่ไม่ได้ดั่งใจ?"
ลอเรนโซ่ชะงัก... คำพูดของเธอตรงกับสิ่งที่เขารู้สึกมาตลอดชีวิตแต่ไม่เคยบอกใคร
"คุณรู้ได้ยังไง?"
"เพราะฉันก็รู้สึกเหมือนกัน" อริสรากล่าวพลางถกแขนเสื้อขึ้น เผยให้เห็นตราอสรพิษที่บัดนี้จางลงจนแทบมองไม่เห็นด้วยตาเปล่า... แต่สำหรับคนที่มีสายเืเดียวกัน... มันคือสิ่งที่ััได้ "มันไม่ใช่คำสาป... แต่มันคือมรดกของเรา"
ทันทีที่ลอเรนโซ่กำลังจะอ้าปากถาม... ประตูสตูดิโอก็ถูกเปิดออกอีกครั้ง!
นักท่องเที่ยวที่เคยอยู่บนดาดฟ้า... บัดนี้มายืนอยู่ที่ประตู ดวงตาสีทองของเขากำลังจ้องมองมาที่พวกเขาทั้งสอง "การชักจูงสิ้นสุดลงเพียงเท่านี้... อสูร" เขากล่าวเสียงเรียบ "ในนามแห่งระเบียบ... เรามาเพื่อนำทางผู้ที่หลงทางกลับสู่แสงสว่าง"
"หนีไป!" อริสราะโบอกลอเรนโซ่ ในขณะที่เธอก้าวมายืนขวางระหว่างเขากับทูต์
"แต่เื่บ้าอะไรกัน--"
"ไม่มีเวลาอธิบายแล้ว! ไป!"
ทูต์ไม่ได้สนใจลอเรนโซ่ที่กำลังสับสนอีกต่อไป เป้าหมายหลักของเขาคืออริสรา... ผู้ที่เป็ภัยคุกคามที่ "ตื่น" แล้ว เขาสะบัดมือเพียงครั้งเดียว... โซ่แห่งแสงสีทองหลายเส้นก็พุ่งออกมาจากอากาศธาตุเข้าพันธนาการอริสรา!
อริสราพยายามใช้พลังต่อต้าน แต่โซ่แห่งแสงนี้แตกต่างจากแรงกดดันครั้งก่อน... มันถูกสร้างขึ้นมาเพื่อ "สะกด" พลังของอสูรโดยเฉพาะ
ราตรีพุ่งเข้ามาจากด้านหลังของทูต์ แต่เขาก็รับรู้ได้ทันท่วงที เกราะแสงสีทองปรากฏขึ้นป้องกันการโจมตีของราตรีได้อย่างง่ายดาย
ลอเรนโซ่มองภาพการต่อสู้เหนือจริงตรงหน้าด้วยความหวาดกลัวจนทำอะไรไม่ถูก เขาเห็นผู้หญิงที่เพิ่งเข้ามาพูดเื่เหลือเชื่อกับเขากำลังจะถูกจับ... และเห็นเงาร่างของนักท่องเที่ยวคนนั้นที่บัดนี้ดูสูงส่งและน่าเกรงขามราวกับเทพเ้า
ความกลัว... ความสับสน... และความรู้สึกของการถูกคุกคาม... ปลุกบางสิ่งในตัวเขาให้ตื่นขึ้น
"อย่า... มายุ่งกับพวกเรา!!!" ลอเรนโซ่แผดเสียงร้องออกมา!
วินาทีนั้น! สีทั้งหมดที่อยู่ในสตูดิโอ... ทั้งจากหลอดสีบนโต๊ะและภาพวาดบนผนัง... ก็พลันลอยขึ้นมาในอากาศ! สีสันนับร้อยนับพันหมุนวนรอบตัวของลอเรนโซ่ราวกับพายุเฮอริเคน ก่อนจะพุ่งเข้าใส่ทูต์อย่างบ้าคลั่ง!
มันคือพลังของตระกูลไดวา... พลังแห่งการ "สร้างสรรค์" ที่ถูกนำมาใช้ในเชิง "ทำลายล้าง"!
ทูต์ตกตะลึงกับพลังที่ไม่คาดฝันนี้ เขาถูกพายุสีบดบังทัศนวิสัยและต้องยกเกราะแสงขึ้นป้องกันอย่างเต็มกำลัง
"ไปเดี๋ยวนี้!" ราตรีฉวยโอกาสนี้ใช้มีดตัดโซ่แสงที่พันธนาการอริสราจนขาดสะบั้น ก่อนจะลากทั้งเธอกับลอเรนโซ่ที่ยังคงยืนตัวสั่นเทาเพราะพลังที่เพิ่งะเิออกไป... หนีออกทางประตูหลังของสตูดิโอ
พวกเขาได้พันธมิตรคนแรกมาแล้ว... แต่ในขณะเดียวกัน... ก็ได้ป่าวประกาศการมีอยู่ของอสูรตนที่สองให้์ได้รับรู้อย่างเป็ทางการ
ราตรีมองไปที่เด็กหนุ่มจิตรกรผู้สับสนและทายาทอสูรผู้เหนื่อยล้า... ก่อนจะถอนหายใจยาว
"เยี่ยม..." เธอบ่นพึมพำ "ตอนนี้ฉันต้องดูแลเด็กทารกอสูรสองคนแล้ว... งานฉันง่ายขึ้นเยอะเลย"