บทที่ 16 อยู่ให้ห่างจากพ่อของลูกฉัน
หวังสี่เห็นไป๋อวี้หัวเราะเยาะก็จ้องมองเธอด้วยความโกรธ
ไป๋อวี้หันหน้าหนี เพื่อที่ไม่ให้ใครรู้ว่าตนเองเพิ่งหัวเราะไป
อย่างไรก็ตามเธอถูกตราหน้าว่าหมายปองพ่อของลูกคนอื่น แม้หวังสี่จะะโลงไปในแม่น้ำเหลือง แต่เธอก็ยังไม่สามารถลบล้างความผิดได้
ป้าฮวาจำมันได้แล้ว และในที่สุดก็เข้าใจว่าทำไมหลิวไฉ่อิงถึงมุ่งเป้าไปที่ไป๋อวี้
เธอพูดด้วยใบหน้าเคร่งขรึม “มันไม่ใช่ธุระกงการของเธอ!!”
หลิวไฉ่อิงแย้งขึ้นมาว่า “กำลังจะบอกว่าฉันเข้าไปยุ่งอย่างนั้นเหรอ สิ่งเหล่านี้ฉันทำเพื่อฉินเจียถุน! ต้าซานคู่ควรกับเธอตรงไหน!”
หวังสี่ไม่สามารถหยุดหลิวไฉ่อิงไว้ได้ แม้ว่าเธอจะพยายามแล้วก็ตาม ตอนนี้เธอรู้สึกสิ้นหวังเป็ที่สุด
อนาคตฉันจะทำอย่างไร!
แต่หวังหนิวรีบวิ่งออกมาช่วย “ใช่แล้ว! น้องสาวของฉันดีกว่าเธอมาก และเธอก็ไม่ชอบลูกติดเขา…”
ฉินเสี่ยวกั่วรู้สึกหวาดกลัวและซ่อนตัวอยู่ในอ้อมแขนของไป๋อวี้
ทันใดนั้นฉินเสี่ยวซู่ก็โกรธขึ้นมาก “หวังหนิว! ไอ้เวร!”
ขณะที่เขาพูดก็รีบวิ่งไปหมายตีหวังหนิวให้ตาย
พวกผู้หญิงจึงรีบรั้งตัวเขาไว้
“เสี่ยวซู่!”
ป้าฮวาจับหลิวไฉ่อิงและลากเธอออกไปไกล “หุบปากไปซะ! หากก่อเื่อะไรอีก ฉันจะลงโทษเธอ!”
หลิวไฉ่อิงไม่พอใจ “ทำไมฉันถึงกลายเป็คนสร้างปัญหาล่ะ!”
“ทำไมเธอถึงกล้าขนาดนี้! สาดน้ำใส่คนอื่นกลางลานบ้านเนี่ยนะ! เธอคิดว่าฉันโง่อย่างงั้นเหรอ?!”
เพราะว่าทุกคนที่นี่สร้างลานกว้างไว้หน้าบ้าน ห้องครัวอยู่ห่างจากทางเข้าพอสมควร
หากเป็น้ำที่ใช้ในบ้าน น้ำจะถูกสาดออกทางด้านหลังแล้ว หรือไม่ก็สาดลงแปลงผักในสวน
ใครจะวิ่งไปสาดน้ำถึงประตูบ้าน?
เมื่อสักครู่หวังสี่บอกว่าป้าของเธอไม่ได้ตั้งใจ ซึ่งป้าฮวาคิดว่ามันไร้สาระสิ้นดี แต่ถ้าคนอื่นยืนยันว่ามันเป็เื่ไม่ตั้งใจ เธอก็ไม่สามารถทำอะไรได้
ตอนนี้หลิวไฉ่อิงกำลังสร้างปัญหาอีกครั้ง และเธอก็ไม่เชื่อคำพูดของคนคนนี้
หลิวไเหมือนถูกตึงตราบนไม้กางเขน และรู้สึกกลัวขึ้นมา
จู่ ๆ หวังสี่ก็เริ่มร้องห่มร้องไห้ “ทุกคนคงไม่ได้คิดจะเหยียบฉันจนจมดินสินะ ฉันไม่รู้ว่าจู่ ๆ เธอจะกลับมา ทั้งยังเอาลูกกลับมาด้วย! ถ้าฉันรู้ ฉันจะไม่เสนอเื่แต่งงานกับพี่ต้าซาน!”
เธอรู้ว่าป้าหลิวกำลังเสียเปรียบ เธอเพียงแค่้าแก้ไขในจุดยืนของตัวเอง
ป้าเฉินทนไม่ไหวและปลอบเธอ “สาวน้อย เธอดีขนาดนี้ จะได้แต่งงานกับใครก็ได้ทั้งนั้น”
หวังสี่ร้องไห้ “แต่ฉันถูกใส่ร้ายแบบนี้ ชื่อเสียงฉันถูกย่ำยีจนป่นปี้! ต่อไปใครจะอยากแต่งงานกับฉันล่ะ?”
หวังสี่กำลังพุ่งเป้าไปที่ฉินเสี่ยวซู่
ฉินเสี่ยวซู่ขมวดคิ้วและพูดว่า “ตอนแรกพ่อฉันบอกเธอตั้งกี่ครั้งแล้วว่าเธอนั้นไร้ยางอาย…”
ป้าฮวาแทรกขึ้น “เสี่ยวซู่!”
ฉินเสี่ยวซู่เบือนหน้าหนีด้วยความโกรธ
หวังสี่คนนี้ไม่ใช่คนดี ทำไมพวกเธอไม่เชื่อเขาล่ะ?
หวังสี่ร้องไห้เสียใจมากจนมีป้ากลุ่มหนึ่งมาปลอบใจเธอ
ไป๋อวี้เดินอุ้มลูกสาวเข้าไปพร้อมกับกระซิบว่า “หวังสี่”
หวังสี่มองเธอด้วยความเกลียดชัง
“เสี่ยวซู่ของเราพูดจาไม่ได้คิด”
ฉินเสี่ยวซู่มองเธอด้วยความประหลาดใจ เธอไม่กล้าช่วยเขางั้นเรอะ?!
ไป๋อวี้แสร้งทำเป็ไม่เห็นฉินเสี่ยวซู่ที่จ้องมองอย่างไม่พอใจ
เธอกอดฉินเสี่ยวกั่วและแสดงอย่างกระตือรือร้น “ขอบคุณที่เธอช่วยฉันดูแลสองพ่อลูกใน่หลายปีที่ผ่านมา…”
หวังสี่ “…”
“ฟังจากความหมายที่เธอจะสื่อแล้วนั้น ตอนแรกเธอไม่รู้เื่สถานการณ์ของฉันเลยทำตัวสนิทสนมกับพ่อของลูกฉันสินะ ใช่ไหม?”
ท่ามกลางสายตาหลายคู่ที่จ้องมองมา หวังสี่พูดได้เพียงว่า “แน่นอน ไม่ใช่ว่าไม่มีใคร้าฉันซะหน่อย”
“ฉันเองก็คิดว่าเธอดีขนาดนี้” ไป๋อวี้สูดหายใจเข้าแล้วพูดต่อว่า “หลังจากนี้เธอควรจะอยู่ห่างจากพ่อของลูกฉัน แล้วเธอจะบอกป้าเธอให้ทำแบบนี้ด้วยใช่ไหม?”
ขณะที่เธอพูดก็หันไปมองหลิวไฉ่อิง และพูดด้วยน้ำเสียงแ่เบา “สุดท้ายแล้วถ้าเธอยังเป็อย่างนี้ มันจะส่งผลไม่ดีกับเธอแน่”
หลิวไฉ่อิง “???”
หวังสี่ “...”
เมื่อป้าฮวาได้ยินก็คิดว่านี่คือความจริง!
เธอคว้าตัวหลิวไฉ่อิงและตำหนิทันที “เธอมันแค่คนแก่และไร้ประโยชน์! คิดจะเป็แม่สื่อ เธอบ้าไปแล้วเหรอ! ทำไมไม่ทำอะไรสักอย่างล่ะ! ภรรยาและลูก ๆ ของเขาก็กลับมาแล้ว แทนที่เธอจะทำตัวสงบเสงี่ยม แต่กลับยังทำตัวสนิทสนมเนี่ยนะ?”
หลิวไฉ่อิงคิดว่าเป็เพราะนังเลวนั่นที่ไม่สมควรได้รับมัน!
แต่ตอนนี้ใคร ๆ ก็พุ่งเป้ามาที่เธอ
ดูเหมือนว่าทุกคนสรุปว่าเธอเป็ตัวสร้างปัญหาและยังทำร้ายหลานสาวของเธออีก
เมื่อไป๋อวี้เห็นว่าเื่นี้คงจะไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงอีก เธอจึงอุ้มลูกสาวออกไปเพื่อปลอบโยน
หวังสี่กำลังร้องไห้อยู่ด้านข้าง เธอทำตัวเองให้มีบุคลิกที่ขาวสะอาด เที่ยงตรง และไม่เคยทำอะไรผิด แต่…
เธอมองไปยังไป๋อวี้ที่นั่งอยู่บนก้อนหินไม่ไกลกำลังเกลี้ยกล่อมเด็กน้อย สายตาเริ่มฉายแววไม่พอใจ
ฉินเสี่ยวกั่วรู้สึกหวาดกลัวจริง ๆ เ้าตัวน้อยเอนกายซบลงในอ้อมกอดของมารดา
ฉินเสี่ยวซู่วิ่งเข้าหาเื่ไป๋อวี้ “ทำไมเธอถึงบอกว่าฉันพูดไม่คิด”
ไป๋อวี้เคาะหัวเล็ก ๆ นั้นและถลึงตาใส่ “มันทำให้เธอเสียหายหรือเปล่าล่ะ”
ฉินเสี่ยวซู่ก้มศีรษะลงแล้วมองดูตัวเองอย่างระมัดระวัง จากนั้นพูดว่า “ไม่มี”
ไป๋อวี้พ่นลมหายใจเ็า
ฉินเสี่ยวซู่สบายใจไม่น้อย ยังไงเขาก็ไม่ได้เสียหายอะไรตรงไหน
เขานั่งยอง ๆ และดึงมือเล็ก ๆ ของน้องสาวออกมา จากนั้นเสี่ยวกั่วเอ๋อร์ก็ยิ้มออกมาทั้งน้ำตา
เขาก็หัวเราะเช่นกัน แต่หลังจากนั้นไม่นานก็จ้องมองไป๋อวี้อย่างดุเดือด
“ฉันไม่ได้ทำเพื่อเธอ ฉันทำสิ่งนี้เพื่อหน้าพ่อ! พวกนั้นสาดน้ำใส่เธอก็เหมือนเป็การตบหน้าพ่อและฉัน!”
ไป๋อวี้กลืนไม่เข้าคายไม่ออก “ฉันรู้แล้ว”
……
ในเวลานี้จ้าวอิ้งหงเดินออกมาจากฝูงชน
ในตอนแรกหวังสี่คิดว่าลูกสะใภ้ของหัวหน้ามาที่นี่เพื่อปลอบใจเธอ จึงก้าวไปข้างหน้า
เป็ผลให้จ้าวอิ้งหงผ่านเธอไปและเดินไปหาไป๋อวี้
หวังสี่รู้สึกผิดหวังอย่างอธิบายไม่ถูก
จ้าวอิ้งหงโน้มตัวลงและหยอกล้อกั่วเอ๋อร์ “กั่วเอ๋อร์ของเราทำไมมีความสามารถมากอย่างนี้ รู้จักเรียกคนมาช่วยแม่ด้วย”
ฉินเสี่ยวกั่วเขินอายเล็กน้อยแล้วมุดตัวเข้าไปในอ้อมแขนของไป๋อวี้
จ้าวอิ้งหงถูกความน่ารักเข้าโจมตีทำให้เกิดรอยยิ้มเบ่งบานเต็มใบหน้า ก่อนจะเอื้อมมือไปลูบหัวเด็กน้อยแล้วพูดกับไป๋อวี้ “กลับไปเปลี่ยนเสื้อผ้ากับฉันก่อน”
ขณะที่พูดถึงเธอก็กำลังจะรับฉินเสี่ยวกั่วมาอุ้มไว้
ตอนแรกฉินเสี่ยวกั่วไม่เต็มใจ
แต่จ้าวอิ้งหงพูดว่า “กัวเอ๋อร์เด็กดี แม่หนูได้รับาเ็ ให้ป้าอุ้มหนูแทนนะ”
จากนั้นฉินเสี่ยวกั่วก็หันกลับมาและยื่นมือไปทางจ้าวอิ้งหง
ไป๋อวี้ยื่นมือออกมาผลักศีรษะของฉินเสี่ยวซู่แล้วลุกขึ้นยืน
ฉินเสี่ยวซู่จึงถลึงตามองเธอด้วยความโกรธ
……
ไป๋อวี้ติดตามจ้าวอิ้งหงไปที่บ้านตระกูลจ้าว
จ้าวอิ้งหงขอให้ฉินเสี่ยวซู่รออยู่ข้างนอก ขณะที่ปล่อยให้ไป๋อวี้นั่งบนลงเตียงเตา เธอก็ไปหยิบเสื้อผ้าสะอาดออกมา
ไป๋อวี้พูดอย่างเขินอาย “ฉันต้องยืมเสื้อผ้าพี่อีกแล้ว”
จ้าวอิ้งหงกล่าวว่า “รีบไปเปลี่ยนเสื้อผ้าเถอะ เสร็จแล้วก็มาให้ฉันดูแผลหน่อย”
ไป๋อวี้ได้รับาเ็เล็กน้อย แต่เธอยังคงพูดว่า “ไม่เป็ไร เสี่ยวซู่ช่วยฉันไว้ทัน ฉันไม่ได้ถูกทุบตีอะไรมากนัก”
ฉินเสี่ยวกั่วถอดเสื้อผ้าออกหลังจากได้ยินสิ่งนี้
“กั่วเอ๋อร์ก็เปียกเหมือนกัน”
เปียกเพราะถูกไป๋อวี้กอดต่างหาก
จ้าวอิ้งหงยิ้มและพูดว่า “กั่วเอ๋อร์ของเราก็เปียกเหมือนกันเนอะ”
ครอบครัวของเธอมีลูกชายเพียงคนเดียวและไม่มีเสื้อผ้าสำหรับเด็กเล็ก
หลังจากที่ฉินเสี่ยวกั่วถอดเสื้อผ้าของเธอออกก็คลานตัวเปลือยเปล่าอยู่บนเตียงเตา จ้าวอิ้งหงจึงรีบหยิบผ้าห่มมาพันตัวเธอไว้
ไป๋อวี้เปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จแล้วนั่งลง ฉินเสี่ยวกั่วก็รีบเข้าไปในอ้อมแขนของเธอทันที
จ้าวอิ้งหงนั่งลงข้างเธอแล้วกระซิบว่า “บอกฉันหน่อยว่าวันนี้มันเกิดอะไรขึ้น”