เมื่อเฉินหยวนเห็นกล่องหยกใจก็เต้นแรงขึ้นมา เื่ทั้งหมดที่เกิดขึ้นหน้าประตูจวนเขารับรู้หมดแล้ว
เฉินเหวินมอบโอสถแก่ผู้าุโชุดขาวไปแล้วสองเม็ด เม็ดหนึ่งเป็โอสถเจี๋ยอิงขั้นกลาง ส่วนอีกเม็ดเป็นิมิตโอสถหรือโอสถหลอมหิมะระดับห้า
ฤทธิ์ของโอสถเจี๋ยอิงไม่ต้องบอกก็คงรู้กันดี ส่วนโอสถหลอมหิมะนั้นก็ไม่ใช่ของธรรมดา หากกินเข้าไป ไม่ว่าผู้ที่กินจะได้รับาเ็หนักเพียงใด ถูกพิษที่ร้ายแรงขนาดไหน ก็จะสามารถรักษาได้ หรือต่อให้จะตกอยู่ในสถานะถูกแช่แข็ง ก็ยังทำให้คนผู้นั้นมีโอกาสรอดชีวิตได้ จึงถือเป็โอสถเซียนที่ช่วยชีวิตคน!
ดังนั้นในกล่องใบนี้จะเป็โอสถเจี๋ยอิงหรือโอสถหลอมหิมะกัน?
เฉินหยวนรีบเปิดกล่องออกดูราวกับทนไม่ไหวอีกต่อไป ก่อนจะพบว่า ด้านในเป็โอสถรากฐานปราณหนึ่งเม็ด!
รอยยิ้มของเฉินหยวนแข็งค้างไปทันที เมื่อถูกเฉินเหวินปั่นหัวเล่นเช่นนี้ เขาก็แทบสะกดความโมโหเอาไว้ไม่อยู่
“ผู้าุโเหวินเป็นักหลอมโอสถระดับห้าแล้วไม่ใช่หรือ?” ความหมายแฝงในประโยคนี้ก็คือ คิดว่าเอาโอสถรากฐานปราณเม็ดหนึ่งให้เขาแล้ว เขาจะยอมงั้นหรือ ฝันไปเถอะ!
เฉินเหวินเองก็ไม่ใช่คนโง่ แม้เขาจะมีโอสถเจี๋ยอิงอีกหลายเม็ด แต่หากว่าเฉินหยวนกำเนิดแดนก่อกำเนิดสำเร็จ จะไม่หยิ่งผยองยิ่งกว่านี้หรอกหรือ?
ดังนั้น ต่อให้เขามีโอสถเจี๋ยอิงมากมายเพียงใด เขาก็จะไม่ยอมมอบให้เด็ดขาด!
อย่างน้อยก่อนที่เขาจะกำเนิดแดนก่อกำเนิดได้ จะไม่มีทางมอบให้เฉินหยวนเด็ดขาด
“ฮ่าฮ่า” เฉินเหวินยิ้มกว้างออกมา “นี่เป็โอสถสร้างรากฐานปราณขั้นสอง ได้ยินว่าบุตรีภรรยาเอกของท่าน คุณหนูเฉินจื่ออี ตอนนี้มีตบะบารมีระดับรวมชีพจรขั้นเก้าแล้ว อีกเพียงก้าวเดียวก็จะสร้างรากฐานปราณได้แล้ว เทพธิดาจื่ออีนั้นเฉลียวฉลาดสมคำร่ำลือ นางช่างเหมาะสมกับคุณชายเซิ่งเฟิงแห่งตระกูลเซิ่งจริง ๆ”
เฉินหยวนแค่นเสียงเย็นออกมา “บุตรสาวข้าย่อมคู่ควรกับคุณชายตระกูลเซิ่งอยู่แล้ว”
เฉินเหวินพยักหน้าให้ “จะว่าไปแล้ว...การหมั้นหมายของตระกูลเฉินและตระกูลเซิ่งเป็มาเช่นไรกันแน่?”
ทุกคนต่างรู้ดี ว่าที่มาของการแต่งงานในครั้งนี้ ไม่ได้เป็เื่ที่น่าเชิดหน้าชูตาแต่อย่างใด เพราะการแต่งงานในครั้งนี้แลกมาด้วยการทวงบุญคุณ ดังนั้นตระกูลเซิ่งจึงเป็ฝ่ายเสียเปรียบและไม่พอใจอย่างมาก
“อ้อ เป็เพราะท่านเก้าใช่หรือไม่?” เฉินเหวินยกน้ำชาขึ้นจิบเล็กน้อย พลางเอ่ยพร้อมกับทอดถอนใจออกมา
“เดิมเ้าสาวที่ถูกกำหนดเอาไว้คือเฉินเหมียวเหมี่ยวบุตรสาวของท่านเก้า ท่านว่าเหมียวเหมี่ยวเ้าเด็กคนนี้เป็คนโง่หรือไม่ ทิ้งคุณชายตระกูลเซิ่งที่มีพร์สูงส่ง แล้วไปคว้าเอาหม่าจิ๋งอวี่ที่ไม่ได้เื่อะไรสักอย่างแทน หรือนี่คือสิ่งที่เรียกว่ารักแท้งั้นหรือ น่าเสียดายจริง ๆ แต่ถึงอย่างไรข้าก็ไม่เข้าใจความคิดของคนหนุ่มสาวเท่าไรนัก...ผ่านมาสามปีแล้ว ไม่รู้ว่าคุณหนูเหมียวเหมี่ยวออกไปอยู่ข้างนอกจะเป็เช่นไรบ้าง”
เฉินหยวนสีหน้าเข้มขึ้นทันที “ผู้าุโเหวิน ท่านหมายความว่าอย่างไร?”
“ข้าไม่ได้หมายความว่าอะไร เพียงแต่รู้สึกยินดีก็เท่านั้น เพราะคนที่ยอดเยี่ยมเช่นนี้จะมาเป็ลูกเขยตระกูลเฉินของเราทั้งที แต่หากข้าจำไม่ผิดละก็ เซิ่งเฟิงมีอายุมากกว่าจื่ออีเพียงสามปีกระมัง เขากลับสามารถสร้างรากฐานปราณได้สมบูรณ์แล้ว อีกเพียงก้าวเดียวก็จะสามารถบรรลุระดับแดนสร้างแก่นได้ ความสามารถช่างน่าทึ่งยิ่งนัก ชื่อเสียงก็เป็ที่เลื่องลือ จื่ออีคงต้องพยายามมากขึ้นเสียแล้ว!”
เฉินหยวนเข้าใจความหมายที่เฉินเหวิน้าจะสื่อได้ทันที
ประการแรก เดิมตระกูลเซิ่งก็ไม่พอใจเื่การหมั้นหมายกับตระกูลเฉินอยู่แล้ว
ประการที่สอง เฉินจื่ออีเป็เพียงเ้าสาวที่มาเปลี่ยนตัวในภายหลัง ยิ่งไม่ต้องพูดถึงที่เฉินเหมียวเหมี่ยวทำเื่น่าอับอายไว้ก่อนหน้านี้ คนตระกูลเซิ่งไม่มีทางให้ความสำคัญต่อเฉินจื่ออีอยู่แล้ว
ประการที่สาม เฉินจื่ออีไม่คู่ควรกับเซิ่งเฟิง คนหนึ่งใกล้จะบรรลุระดับแดนสร้างแก่นแล้ว ทว่าอีกคนยังไม่ถึงระดับสร้างรากฐานปราณด้วยซ้ำ ความกดดันในทุก ๆ ด้านเช่นนี้ ต่อให้ทั้งสองคนแต่งงานกันไป ชีวิตของเฉินจื่ออีในภายภาคหน้าจะมีความสุขอย่างนั้นหรือ?
ทางที่ดีเขาควรรีบรับโอสถสร้างรากฐานปราณขั้นสูงเม็ดนี้ไปซะ เพื่อให้เฉินจื่ออีบรรลุระดับสร้างรากฐานปราณโดยเร็ว และอย่าได้มองข้ามความหวังดีของผู้อื่นเด็ดขาด
เมื่อเห็นเฉินเหวินไล่ต้อน เฉินเหมียวเหมี่ยวก็รู้สึกสนุกจนเกือบจะหัวเราะออกมา ตาเฒ่าผู้นี้ร้ายกาจไม่เบา ที่ใช้จุดอ่อนมาตอกหน้าอีกฝ่าย
เฉินหยวนได้แต่ขบกรามแน่น สูดลมหายใจเข้าออกหลายเฮือกกว่าจะระงับความโมโหลงได้ หากไม่ใช่เพราะเขา้าสองคนนี้มาคอยสนับสนุนตระกูลหลักและเฉินจื่ออี เพื่อเผชิญหน้ากับตระกูลเซิ่งแล้วละก็ เขาคงไล่ตะเพิดออกไปแล้ว!
สุดท้ายเฉินหยวนก็ต้องกล้ำกลืนความอัปยศ รับโอสถสร้างรากฐานปราณขั้นสูงเม็ดนี้เอาไว้ พร้อมกับเอ่ยลอดไรฟันออกมา “ขอบคุณผู้าุโเหวิน...ขอผู้าุโเหวินและท่านผู้าุโอยู่รอร่วมพิธีด้วยนะขอรับ”
“ฮ่าฮ่า...” เสียงหัวเราะใสกังวานเสียงหนึ่งดังขึ้น เฉินเหมียวเหมี่ยวที่นั่งพักสายตาฟังทั้งคู่ทะเลาะกันมาครู่ใหญ่ก็เอ่ยขึ้น “การอยู่ร่วมพิธีนั้นย่อมได้ แต่ค่าใช้จ่ายในระหว่างที่อยู่ที่นี่จะจัดการเช่นไรดี?”
ความคับแค้นมากมายเช่นนี้ยังฝืนกล้ำกลืนเอาไว้ได้ เฉินหยวนย่อมไม่ปล่อยให้ทั้งหมดสูญเปล่าแน่ “ตระกูลหลักย่อมเป็ผู้รับผิดชอบอยู่แล้วขอรับ”
เฉินเหมียวเหมี่ยวพึงพอใจ จึงค่อย ๆ ลืมตาขึ้นมองเฉินหยวนพลางเอ่ย “สมแล้วที่เป็ผู้นำตระกูลเฉิน ช่างใจกว้างยิ่งนัก เอาละ ข้าเหนื่อยมากแล้ว วันนี้เราพอกันเท่านี้ก่อนเถอะ”
เฉินหยวนถูกเฉินเหมียวเหมี่ยวจ้องมองก็นิ่งงันไป นางมีดวงตาที่งดงามยิ่งนัก หางตายกขึ้นเล็กน้อย แววตาเปล่งประกายราวกับดวงดาราที่พร่างพราว
งดงาม!
ทั้งยังแฝงไว้ด้วยความรู้สึกที่คุ้นเคยอีกด้วย
“ผู้าุโ พวกเราเคยพบกันที่ใดมาก่อนหรือไม่ขอรับ เหตุใดข้าถึงรู้สึกคุ้นหน้าท่านยิ่งนัก?”
เฉินเหมียวเหมี่ยวยิ้มออกมาอย่างมีเลศนัย ก่อนจะเอ่ยช้า ๆ “ข้าเองก็รู้สึกคุ้นเคยกับเ้าเช่นกัน บางทีพวกเราอาจมีวาสนาต่อกันก็เป็ได้”
เฉินหยวนได้ยินดังนั้นก็ขนลุกชันขึ้นมา ความรู้สึกคุ้นเคยที่เกิดขึ้นเมื่อครู่พลันมลายหายไป
ไม่ใช่ว่าเขาหลงตัวเอง แต่ชื่อเสียงเื่บ้าตัณหาของเฉินเหมียวเหมี่ยวทุกคนต่างก็รู้ดี
ไม่ใช่ว่าผู้แข็งแกร่งถูกตาต้องใจเขาหรอกกระมัง?
เฉินหยวนไม่กล้าอยู่สนทนากับเฉินเหมียวเหมี่ยวและเฉินเหวินอีก เขารีบสั่งให้คนพาทั้งคู่ไปพักผ่อน ส่วนตัวเองก็ถือโอสถสร้างรากฐานปราณไปหาเฉินจื่ออี สั่งให้นางรีบกินเสีย แล้วเตรียมบรรลุระดับสร้างรากฐานปราณให้ได้ก่อนวันแต่งงานจะมาถึง!
เฉินจื่ออีกำลังตรวจสอบชุดแต่งงานอยู่กับท่านแม่ของนาง เมื่อเห็นว่าสิ่งที่เฉินหยวนนำมาให้คือโอสถสร้างรากฐานปราณขั้นสูง ทั้งสองก็ดีใจอย่างมาก และตอนนั้นเอง เฉินฮูหยินก็รีบเอ่ยขึ้น “ลำบากท่านพี่ที่คอยช่วยจื่ออีแล้ว”
เฉินหยวนที่เก็บกดความโมโหมาั้แ่ก่อนหน้านี้ ทั้งยังเกือบเข้าตาสัตว์ประหลาดเฒ่าผู้หนึ่ง ดังนั้นท่าทีที่มีต่อภรรยาและบุตรสาวจึงไม่สู้ดีนัก เขาเอ่ยเสียงเย็น “รู้ว่ารบกวนเ้าก็รีบประสบความสำเร็จซะ เฉินจื่ออี เ้าเป็บุตรีภรรยาเอกของตระกูลเฉิน การแต่งงานของเ้าเกี่ยวพันถึงความเป็อยู่ของตระกูลเฉินในภายภาคหน้า เพราะเหมียวเหมี่ยวหนีการแต่งงาน ต่อหน้าคนตระกูลเซิ่งเดิมเราก็ต้องยอมก้มหัวให้พวกเขาอยู่แล้ว ดังนั้นการสร้างรากฐานปราณครั้งนี้ เ้าต้องทำให้สำเร็จ รู้หรือไม่?”
รอยยิ้มของเฉินจื่ออีแข็งค้างไปทันที ก่อนจะพยักหน้ารับ “เ้าค่ะ ลูกจะทำให้สำเร็จเ้าค่ะ!”
“เ้าอย่าโทษที่พ่อเข้มงวดเช่นนี้ เพียงแต่อาเก้าของเ้าเป็คนบีบให้ตระกูลเซิ่งมาหมั้นหมายด้วย เฉินเหมียวเหมี่ยวก็ยังมาหนีการแต่งงานไปอีก เพราะฉะนั้นพวกเราต้องดีพร้อมที่สุด จะปล่อยให้ตระกูลเซิ่งมาหาเื่ติติงไม่ได้เด็ดขาด!”
“เ้าค่ะ ลูกทราบแล้ว”
“อืม” เฉินหยวนตบบ่าของบุตรสาวเบา ๆ “ดี สมกับที่เป็ลูกของข้าเฉินหยวน เช่นนั้นพ่อจะรอข่าวดีของเ้า พ่อยังมีเื่ที่ต้องไปจัดการอีก ต้องไปก่อนละ”
“เ้าค่ะ น้อมส่งท่านพ่อเ้าค่ะ”
“น้อมส่งท่านพี่เ้าค่ะ”
เมื่อเฉินหยวนจากไป รอยยิ้มบนใบหน้าของเฉินจื่ออีก็พลันจางหาย นางมองไปทางเฉินฮูหยินแล้วเอ่ยขึ้นด้วยความไม่เข้าใจ “ท่านแม่เ้าคะ เหตุใดจู่ ๆ ท่านพ่อถึงได้โมโหเพียงนี้ล่ะเ้าคะ เกิดเื่อะไรขึ้นหรือไม่เ้าคะ?”
ใบหน้าของเฉินฮูหยินเต็มไปด้วยความเ็า “จะเกิดเื่อะไรได้ ต้องเป็เพราะคนของตระกูลเฉินแห่งอวิ๋นหลัวมาน่ะสิ บางทีเขาคงจะคิดถึงนางสารเลวเฉินเหมียวเหมี่ยวนั่น เ้าอย่าลืมสิว่าพ่อของเ้าสนับสนุนนางสารเลวนั่นมากขนาดไหน ตอนแรกไม่ว่าเป็ตายร้ายดีอย่างไรพ่อของเ้าก็ไม่ยอมให้เปลี่ยนตัวเ้าสาว ช่างโง่เขลายิ่งนัก แต่หากไม่ใช่เพราะเ้าหมั้นหมายกับตระกูลเซิ่งแทนแล้วละก็ ตำแหน่งผู้นำตระกูลเฉินของเขาจะยังมั่นคงเช่นนี้ได้อีกงั้นหรือ คงถูกครอบครัวรอง ครอบครัวสาม แย่งอำนาจไปนานแล้ว โชคดีที่แม่ฉลาดก็เลยไปหาเซิ่งฮูหยิน...”
“ท่านแม่!” เฉินจื่ออีร้องออกมาด้วยความใ
“ท่านเสียสติไปแล้วหรือ นี่เป็เื่ที่พูดส่งเดชไม่ได้นะเ้าคะ”