ฟิคหัวขโมยแห่งบารามอส เจ้าชายเฟริน เจ้าหญิงเฟริโอน่า

    ตอนที่ 42

    ประตูห้องนั่งเล่นชั้นปีสองป้อมอัศวินถูกเหวี่ยงเปิดออกตามอารมณ์ของผู้เปิด ซึ่งหน้าหงิกหน้างออย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นกับเจ้าหัวขโมยจอมป่วนของชั้นปี ที่เดินเข้ามายืนด้านหน้า เหล่ารุ่นพี่สภาสูงทั้งหกพร้อมใจกันเดินไปนั่งยังโซฟาด้านหลังและพูดคุยจิบน้ำชากันเบา ๆ เฟรินกวาดตามองเหล่าเพื่อน ๆ ร่วมรุ่นว่ามีใครขาดไปหรือไม่ ก่อนจะก้าวออกมาด้านหน้า ในมือถือกระดาษแผ่นหนึ่ง

    ทุกคนเงียบเสียงอย่างไม่เคยเป็นมาก่อนด้วยความแปลกใจ ที่ตัวป่วนของรุ่นไปยืนด้านหน้าห้อง ส่วนคาโลก็กลับยืนนิ่งด้านหลัง แทน

    “ก็ไม่พูดอะไรมากแล้วกัน หิวข้าว อย่างที่รู้ รุ่นพี่ในสภาสูง จบออกไปหลายคนเมื่อปีที่แล้ว ทำให้ตำแหน่งในสภาสูงขาดไป ทำให้เราต้องจัดการประลองเพื่อคัดตำแหน่งใหม่ ซึ่งงานจะจัดขึ้นในอีกสองอาทิตย์ นับจากนี้” เฟรินบอกเรียบ ๆ ก่อนจะส่งซิกให้คาโลเอาใบสมัครไปแจกเพื่อน ๆ ที่นั่งหน้าสลอน

    “อันนี้คือใบสมัคร ขอให้ส่งมาที่คาโลในวันพรุ่งนี้ด้วย อ่อ ใช่ พวกนายต้องลงสมัครทุกคนไม่มีข้อยกเว้น ตำแหน่งอะไรก็ได้หนึ่งตำแหน่ง มีไรถามป่าว”

    “งั้นถ้าฉันจะลงตำแหน่งหัวหน้าป้อมก็ได้ อ่ะดิ ใช่มั้ย” ครี้ดพูดหน้าสลอนขึ้นมาเป็นคนแรก ทำให้เฟรินยิ้มอย่างพอใจ แต่ก็ไม่ได้พูดอะไร

    “พี่ขอพูดแทนเฟรินแล้วกัน ในส่วนนี้ ตำแหน่งที่พวกนายจะสมัคร พวกนายสามารถลงได้ทุกตำแหน่ง ตั้งแต่ 12 ผู้พิทักษ์ป้อม 3 ขุนพล 4 ผู้คุมกฎ เสนาธิการฝ่ายซ้าย ฝ่ายขวา ไม่เว้นแม้แต่หัวหน้าป้อม”

    “ตำแหน่งสี่ผู้คุมกฎ กับเสนาธิการฝ่ายซ้าย ฝ่ายขวา ก็มีพวกพี่อยู่แล้วนี่ค่ะ” มาทิลด้าถามขึ้นมาอย่างไม่เข้าใจ โรเวนยิ้มรับก่อนจะหันไปหารุ่นน้องที่ยืนด้านข้างตน

    “ตำแหน่งสี่ผู้คุมกฎ พี่ไม่รู้หรอกน่ะ แต่ตำแหน่งเสนาธิการฝ่ายซ้ายพี่ส่งเฟรินเข้าชิง และส่งใบสมัครไปเรียบร้อยแล้วด้วย” โรเวนยิ้มรับหน้าเป็น เฟรินเบิกตากว้าง

    “หา! ผมเนี่ยน่ะ ทำไม ทำไมต้องเป็นผมด้วยเล่า” เฟรินเริ่มออกอาการประท้วงอย่างชัดเจนตามที่ทั้งหกคิดไว้

    “ปีหน้า ฉันก็ปีสุดท้ายแล้ว อยากจะอยู่ในรั้วโรงเรียนอย่างสบาย ๆ บ้างก็เท่านั้น อ่อ ไม่ต้องห่วง ฉันจะคอยช่วยนายเอง แล้วก็อย่าออมมือเด็ดขาดล่ะ” น้ำเสียงท่อนแรกออกจะสบาย ๆ ก่อนจะข่มขู่ในตอนท้ายให้เฟรินอยากฆ่าตัวตายเสียตรงนั้น

    “ฝากป้อมด้วยล่ะท่านเสนาฝ่ายซ้าย” ไธนอสเอ่ยกระเซ้ารุ่นน้องคนโปรดก่อนจะเดินนำออกจากห้องประชุมชั้นปีสองออกไป ทิ้งให้เฟรินทำหน้าปลงตก

    “แกก็โดนใช่ป่าวว่ะ ไอคาโล”

    “อือ”

    “ตำแหน่งอะไร”

    “หัวหน้าป้อม”

    สิ้นคำตอบของคนพูดน้อย เสียงหัวเราะลั่นก็ดังทันทีจากคนที่พึ่งปลงตก จะขัดตอนนี้ก็คงไม่ทันแล้วล่ะ ก็เล่นข่มขู่ ส่งใบสมัครให้ซะขนาดนั้น ทำใจง่ายกว่ากันเยอะ ไม่ต้องออกแรงให้เหมื่อยด้วย

    เพื่อนร่วมรุ่นถอนหายใจอย่างระอากับไอหัวขโมยจอมปลอมที่มันหัวเราะลั่นสะท้านโลกาจิตหลุดเป็นที่เรียบร้อย ถึงแม้ว่านิสัยมันจะบ้า ๆ บอ ๆ หาเรื่อง วุ่นวายขนาดไหน แต่ก็ต้องยอมรับว่าฝีมือของมันแน่ จริง ๆ นั่นแหละ ขนาดที่เหล่าสภาสูงลงชื่อให้เองแบบนี้

    “จะหัวเราะอีกนาน มั้ย” เสียงทุ้มของคนมาดหลุด มองหัวขโมยจอมหาเรื่อง ไอเย็นแผ่ออกมาจนมันเริ่มรู้ตัว กระโดดพรวดไปนอนหนุนตักน้องสาวฝาแฝดของเขาอย่างรวดเร็ว เฟลิโอน่าส่งสายตาเตือนนิด ๆ เขาจึงยอมปล่อยเจ้าตัวดีไป

    “ลิน ไปกินข้าวกัน หิวอ่ะ” เฟรินออดอ้อนแฟนสาวหน้าด้าน ๆ จนหญิงสาวเลิกคิ้วเป็นเชิงถามก่อนจะนึกขึ้นได้ว่า ตอนเที่ยงเธอยังไม่เห็นชายหนุ่มลงมากินข้าวเที่ยงเลย

    “อ้าว คาโล นายก็ยังไม่ได้กินข้าวอีกหรอเนี่ย งั้นไปกินข้าวกัน” เฟลิโอน่าเอ่ยขึ้นมาอีกคนก่อนจะเดินไปกระชากชายหนุ่มที่ยืนนิ่งเป็นปูนอยู่ให้ลงไปทานข้าวที่ห้องอาหาร ดราก้อน ตามด้วยเฟรินที่จูงแฟนสาวด้วยความร่าเริงตามไป

    เหล่าทโมนที่เห็นว่าไม่มีอะไรสนุก ๆ ทำจึงตามลงไปด้วย ถึงแม้ว่าพวกเขาจะทานข้าวเรียบร้อยแล้วก็ตามที

     

    ห้องอาหาร ดราก้อน

    เฟรินนั่งฟาดอาหารจานที่สามอย่างไม่ลดละ ส่วนเพื่อน ๆ ที่เหลือก็พูดคุยกันถึงเรื่องที่ว่าจะลงสมัครตำแหน่งไหนกันดี โดยมีโรคอยอธิบายถึงความสำคัญและหน้าที่ของแต่ละตำแหน่งให้เพื่อน ๆ ฟัง

    “เออ รุ่นพี่เฟรินค่ะ” เด็กสาวท่าทางเขินอายเดินตรงมายัง เฟรินที่นั่งฟาดข้าวไม่สนใจหน้าอินทร์หน้าพรหม โดยด้านหลังมีเด็กสาวอีกสองคน ที่คาโลจำได้ว่าเป็นเด็กปีหนึ่ง

    เด็กสาวหน้าใหม่ที่ไม่เคยเห็นมาก่อนทำให้วงสนทนาหันมามองอย่างสนใจ ไม่เว้นแม้แต่เหล่าหัวกระทิและห้าสาวที่มองมาเหมือนกัน คงจะยกเว้นคนที่ถูกเรียกชื่อเท่านั้นที่ยังฟาดข้าวในจานไม่หยุด

    “หือ? มีไรป่าวครับ” เฟรินกระเดือกข้าวคำสุดท้ายก่อนจะกระดกน้ำตาม ก่อนจะหันไปหาน้องคนนั้น เด็กสาวหน้าติดจะแดงนิด ๆ

    “ริน บอกพี่เฟรินไปสิ” เพื่อนอีกคนคะยั้นคะยอเด็กสาว ทำให้เฟรินนึกแปลกใจนิด ๆ

    “ว่าไงครับ มีอะไรให้ช่วยป่าวเนี่ย พี่ช่วยได้น่ะ ไม่ต้องห่วง สบายมาก”

    “คือ หนูจะมาถามเรื่องสมัครลงชิงตำแหน่งอ่าค่ะ อยากรู้ว่ารุ่นพี่ลงชิงตำแหน่งอะไรหรอค่ะ”

    “อ่อ เรื่องนี้เอง พี่ลงเสนาฝ่ายซ้ายน่ะ แล้วเราล่ะ” เฟรินถามด้วยท่าทีเป็นกันเองเหมือนเดิม เด็กสาวทำท่านึกสักพักก่อนจะเอ่ยออกมาเบาราวกระซิบจน เฟรินไม่ได้ยิน “น้องว่าไง น่ะครับ”

    “ผู้คุมกฎค่ะ”

    “อือ ก็ดีนี่ โชคดีน่ะ” เฟรินยิ้มกว้างเหมือนทุกที ก่อนจะเดินผ่านไปหยิบขนมหวานมาทานต่ออย่างไม่ใส่ใจเท่าไรนัก

    เหวอสิครับ ใครจะไปนึกว่าคนอย่าง เฟริน มันจะไม่สนใจผู้หญิง สงสัยจะหิวจัด เหล่าเพื่อนร่วมรุ่น ช๊อคค้างเป็นที่เรียบร้อย เช่นเดียวกับรุ่นน้องทั้งสามคน แต่ไม่ทันความวัวจะหายความควายก็มาแทรก เมื่อเหล่าหัวหน้าชั้นปีหนึ่งทั้งสามเดินตรงมาที่โต๊ะของรุ่นพี่ปีสองอย่างพร้อมเพียง

    “รุ่นพี่คาลิน่าครับ ผม เรโชที่เจอกันที่ร้านอาหารวันก่อนน่ะครับ จำได้มั้ย”

    เด็กหนุ่มที่เข้ามาใหม่ ผมสีบรอนซ์ทองถูกรวบไว้ด้านหลังเป็นหางม้า หน้าตาสะอาดสะอ้านดูท่าทางเจ้าสำอางไม่เหมาะสมกับป้อมอัศวิน ที่แต่ละคนหน้าตาออกจะโหด ๆ เถื่อน ๆ สักหน่อย ดวงตาสีฟ้าสุกไสวดูลึกล่ำและมีเสน่ห์ในคราวเดียวกัน แต่พอทุกคนที่ร่วมโต๊ะมองเด็กหนุ่มตรงหน้าดี ๆ พวกเขาก็นึกขึ้นได้

    ไอเด็กนั่น... ที่มาจีบคาลิน่า วันก่อนนี่หว่า

    “ยินดีที่ได้พบอีกครั้งจ๊ะ”

    เฟลิโอน่ายิ้มให้เด็กหนุ่มอย่างเป็นมิตรแทนเพื่อนสาวที่โดนทัก ผู้ซึ่งมักใช้ความเงียบสยบทุกอย่างอยู่แล้ว เสียงหวานของหญิงสาวทำให้น้องใหม่ทั้งสามต้องหันไปมอง และต้องตกตลึงในความงามของหญิงสาว ก่อนจะรีบหลบสายตาโดยไว เมื่อปะทะเข้ากับไอเย็นและสายตาดุ ๆ ของรุ่นพี่หนุ่มที่พวกเขาจำได้ดีว่า วันนี้ทำหน้าที่ต้อนรับพวกเขาเข้าสู่ป้อม

    “อ้าว... พวกนาย มีอะไรกันรึป่าว”

    เสียงผู้มาใหม่ที่พึ่งไปเติมขนมหวานมาดังขึ้นพร้อมกับตบไหล่รุ่นน้องคนหนึ่งเบา ๆ เป็นเชิงทักทายด้วยความเป็นกันเอง บรรยากาศที่พวกเพื่อน ๆ ร่วมชั้นปีพากันถอนหายใจด้วยความโล่งอก นึกว่าเจ้าเพื่อนตัวดีของเขาจะเปิดศึกกับรุ่นน้องตั้งแต่วันแรกเสียแล้ว

    “ว่าไง ถ้าเรื่อง ศึกชิงตำแหน่งในป้อมล่ะก็ ถามไอโร มันได้น่ะ มันรู้ทุกอย่างแหละ”

    เฟรินกลั้วหัวเราะเบา ๆ ก่อนนั่งลงทานขนมหวานต่อ แต่ออกจะเลอะแทะไปสักหน่อย เดือดร้อนให้เจ้าหญิงแดนนักรบ พระคู่หมั้นสด ๆ ร้อน ๆ ต้องเอาผ้ามาเช็ดปาก เช็ดหน้าให้

    “กินดี ๆ อย่างกับเด็ก”

    เฟรินยิ้มแฉ่งให้หญิงสาว แล้วก็ยอมนั่งทานดี ๆ ให้เป็นผู้เป็นคนมากกว่าเดิม สองรุ่นน้องผู้มาใหม่ก็พอจะเข้าใจสถานการณ์เดินเลี่ยงไปแนะนำตัวกับรุ่นพี่ โร ที่เฟรินแนะนำให้เพื่อขอคำปรึกษาเรื่องงานและตำแหน่งในป้อมอัศวินแทน

    “แล้วถ้า เป็นเรื่องรุ่นพี่คาลิน่า ล่ะครับ ผมต้องปรึกษาใครเป็นพิเศษ”

    ชายหนุ่มผมบรอนซ์ถามขึ้นมา อย่างไม่ไว้หน้ารุ่นพี่หนุ่มผู้เป็นเจ้าของแม้แต่น้อย เรียกอาการลุกฮือของเหล่าทโมนที่เริ่มไม่พอใจ สามสาวน้องนุชของป้อมก็เช่นเดียวกัน ต่างพากันมองรุ่นน้องที่เริ่มทำตัวไม่รู้กาลเทสะ

    เฟรินแค่เพียงขยับยิ้มแล้ววางช้อนลง กลั้วหัวเราะเบา ๆ ให้กับรุ่นน้องใจกล้า สบมองหญิงสาวข้างตัวที่ส่งสายตาเป็นห่วงและห้ามปรามอยู่ในที

    “รู้สึกว่าฉันเคยบอกนายแล้วน่ะ ถ้ามีปัญหาหัวใจ หาสาวไม่ได้ อยากได้วิชาจีบหญิง ฉันก็ยินดีจะเป็นอาจารย์วิชานี้ให้” เฟรินพูดเรื่อย ๆ ทีเล่นทีจริงตามแบบของเจ้าตัวดี “แต่ถ้านายต้องการจีบ ลิน ล่ะก็ ... มีด้วยกันสองขั้นตอน”

    รุ่นน้องหนุ่มมองรุ่นพี่ตรงหน้าหยั่งเชิง เชิดหน้านิด ๆ ขยับยิ้มบาง ๆ

    “ยังไงหรอครับ?”

    “ขั้นแรก ทำใจ ขั้นที่สอง ถอยกลับ”

    ทั้งสองมองสบตากันนิ่ง เนินนาน ไม่มีเสียงใด ๆ เล็ดรอดออกมา มีเพียงกระแสท้าดวลบาง ๆ ที่ส่งผ่านให้แก่กัน ไอทมิฬแผ่ออกมาจาง ๆ ส่งตรงไปยังรุ่นน้องปากกล้าที่หาญมาประกาศสงครามซึ่ง ๆ หน้าโดยเฉพาะ แต่กลับไม่ทำให้เด็กหนุ่มมีทีท่าเกรงกลัวแม้แต่น้อย กลับตอบโต้กลับเสียด้วยซ้ำ แม้พลังจะแตกต่างกับรุ่นพี่ตรงหน้ามากขนาดไหนก็ตามที่

    บรรยากาศอึมครึมจากโต๊ะปีสองที่มันจะมีเสียงดังเสมอ ทำให้รุ่นพี่ต่างพากันให้ความสนใจ ภาพรุ่นน้องหัวขโมยคนเก่งกำลังยืนประจันหน้ากับรุ่นน้องคนใหม่ของป้อม โดยมีเจ้าหญิงคนงามอยู่ใกล้ ๆ ก็ไม่อยากเกินคาดเดาเรื่องราวทั้งหมดได้

    คาลิน่าที่เห็นว่าสถานการณ์เริ่มบานปลายก็กระตุกแขนเสื้อชายหนุ่มเบา ๆ เป็นการเตือน เฟรินถอนหายใจเฮือก แย้มยิ้มกว้างเช่นเดิม ก่อนจะหันกลับไปที่โต๊ะ หมายจะนั่งลงกลับที่เดิม

    “เป็นแค่ เดอะทีฟ กลับไม่รู้จักเจียมตัว”

    ประโยคเดียว เรียกไอทมิฬมหาศาล และสายตาวาวโรจน์จากชายหนุ่มให้หันกลับมาเผชิญหน้าเด็กหนุ่มปากกล้า อวดดีอีกรอบ

    “ฉันคงลืมบอกนายไปสิน่ะ ตอนนำแนะที่นี่ ทันทีที่นายเข้ามาอยู่ในนี้ ยศศักดิ์ ฐานะต่าง ๆ ที่นายภาคภูมิใจนั้น มันจะถูกถอดออก เหลือเพียงเดอะไนล์ ออฟเอดินเบิร์ก ไม่ว่าจะเจ้าชายหรือหัวขโมย ก็คือ เดอะไนล์ นักรบของเอดินเบิร์กเท่านั้น และเผื่อนายยังไม่ทราบ ที่นี่มีกฏรุ่นพี่รุ่นน้อง การที่นายเข้ามาที่หลัง นั้นหมายความว่านายคือรุ่นน้องฉัน หน้าที่ของรุ่นน้องคือให้ความเคารพรุ่นพี่” น้ำเสียงจริงจังที่นาน ๆ ทีหลาย ๆ คนในป้อมจะได้สัมผัสจากหัวขโมยที่เอาแต่เล่นเป็นประจำ

    “และน่าเสียดายนัก ที่นายไม่ได้อยู่รุ่นเดียวกับฉัน เพราะมีกฎ ห้ามรุ่นพี่รุ่นน้องซัดกันเอง นอกเสียจากหมากกระดานเกียรติยศ”

    แปะ ๆ …

    “อย่างที่เฟรินบอกนั่นและ เรโช สมแล้วที่เป็นว่าที่ท่านเสนาธิการฝ่ายซ้ายคนใหม่”

    โรเวนมาพร้อมกับประกาศ เสียงที่พูดปกติแต่กลับดังทั่วทั้งโรงอาหารที่ตอนนี้เงียบเสียงฟังการปะทะคารมของสองรุ่นน้อง คำประกาศทำให้เสียงในโรงอาหารฮือฮาขึ้นมาอีกรอบ เพราะมันเหมือนเป็นการประกาศกลาย ๆ ว่าฝั่งโรเวนให้การสนับสนุนหัวขโมยรุ่นน้องคนนี้ขึ้นแท่นเสนาคนใหม่แทนที่ตำแหน่งของตัวเอง

    โรเวนนี่มัน แน่จริง... แค่ไม่กี่คำก็กลับมาเป็นปกติ

    เหล่าทโมนพากันโล่งใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น เพราะพวกเขาก็เห็นถึงฝีมือของเพื่อนหัวขโมยคนนี้กันหมดแล้วทั้งนั้น ขืนมันอาละวาดล่ะก็

    “นั่นน่ะสิ ผมคงต้องเตรียมแผนร่างกฎหลังขึ้นตำแหน่งเสนาธิการหน่อยแล้ว เพื่อเงินค่าเสบียงและเปลี่ยนเมนูอาหารท่าจะดี”

    เจ้าหัวขโมยเอ่ยยิ้ม ๆ ทำเอาท่านเสนาที่พยายามยกมันขึ้นแทนแทบกุมขมับ

    ท่านเสนาคนเก่งมากแผนการ VS หัวขโมยเจ้าเล่ห์

    งานนี้มันกว่าเยอะ..............

    ........................................................................................................................

    คล้ายกับเรื่องฟิคหัวขโมยแห่งบารามอส เจ้าชายเฟริน เจ้าหญิงเฟริโอน่า ที่คุณอ่าน