หลังจากกลับถึงบ้าน แม้ว่าจะไม่มีข่าวใดๆ จากในวัง หว่านซีก็รู้สึกว่าเื่นี้มีบทสรุปแล้ว
ไม่ใช่ว่านางมีความมั่นใจในตัวเองแต่นางเข้าใจอิ้นถังเป็อย่างดี ภายนอกชายคนนั้นดูเหมือนจะจริงใจและใจกว้าง แต่น้อยคนนักจะรู้ว่าบุรุษผู้นั้นใจแคบดื้อรั้น และช่างผูกพยาบาทมากเพียงใด
หากเขาไม่ชอบหว่านซี เขาจะไม่สนใจว่านางจะถูกส่งไปให้ใคร แต่เมื่อเขาชอบแล้ว เขาก็จะพยายามอย่างเต็มที่เพื่อให้ได้มา ยิ่งเป็สิ่งงดงามสูงค่ามากเท่าใด ความอดทนเพียรพยายามของเขาก็จะยิ่งนานขึ้นเท่านั้น นางโชคดีมากที่เป็คนที่เขาเลือก และเพราะเหตุนี้ในชีวิตก่อนตอนที่นางเผชิญหน้ากับความตาย นางจึงไม่ลืมที่จะขุดหลุมฝังศพให้จ้าวเจียซื่อผู้เย่อหยิ่งได้ะโลงไปด้วย
เมื่อเทียบกับความคาดหวังที่จะได้เข้าวัง หว่านซีให้ความสำคัญกับเวลาที่ใช้กับครอบครัวของนางมากกว่า แม้ว่านางจะไม่ถือว่าคำสอนของมารดาเป็หลักปฏิบัติอีกต่อไป แต่นางก็คิดถึงคืนวันที่ได้ใช้เวลาอยู่กับครอบครัวเป็อย่างมาก
หวังต้าเตรียมการไว้พร้อมสรรพั้แ่ทราบว่านางถูกเก็บป้ายแต่ไม่รู้ว่านางจะถูกมอบให้กับผู้ใด แม้ว่าเขาจะไม่ได้พูดแต่ความกังวลใจนั้นยังเอ่อล้นออกมาอยู่ดี
หว่านซีได้แต่เฝ้ามองไม่อาจปลอบใจหรือคลายกังวลให้กับบิดาของตนเองว่าเื่นี้มีบทสรุปที่คาดไม่ถึงอยู่แล้ว โชคดีที่ในที่สุดพระราชโองการของฮ่องเต้มาถึงหลังจากนั้นไม่นาน
“รับราชโองการ" ไม่กี่วันต่อมา ขันทีสองคนก็มาถึงจวนสกุลหวันเหยียน ในมือถือราชโองการขององค์ฮ่องเต้
บรรยากาศในจวนสกุลหวันเหยียนนั้นเคร่งเครียดระคนตื่นเต้นการที่หว่านซีถูกเก็บป้ายไปนั้นเป็เกียรติยศที่น่ายินดีแน่นอนแม้ราชโองการจะใช้เวลานานกว่าจะมาถึง สถานะที่นางจะได้รับอาจไม่ได้สูงเป็พิเศษแต่ตราบใดที่นางสามารถเข้าสู่ราชวงศ์ได้ นั่นก็เป็เกียรติแก่บรรพบุรุษแล้ว
ฮูหยินผู้เฒ่า หวังต้า และฉีเจียซื่อผู้เป็ภรรยาพาทุกคนในจวนสกุลหวันเหยียนออกมาคุกเข่าเพื่อรับราชโองการโดยมีหว่านซีคุกเข่าอยู่ด้านข้าง ชาติก่อนของนางไม่มีพิธีรีตองเช่นนี้ ทุกอย่างเป็ไปอย่างเงียบเชียบแต่ในชีวิตนี้ ด้วยราชโองการนี้ แม้ว่านางจะเข้าวังไปด้วยฐานะของอนุภรรยาแต่นางก็เป็อนุภรรยาที่ฮ่องเต้เป็ผู้พระราชทานชีวิตและความตายของนางไม่ได้ขึ้นอยู่กับถ้อยคำเพียงคำเดียวของพระชายาอีกต่อไป
“โอรส์มีราชโองการ หวันเหยียนหว่านซี บุตรีของหวังต้าขุนนางระดับสี่ชั้นเอกกรมพิธีการแห่งกองธงเหลืองขลิบแดง เป็สตรีผู้สุภาพอ่อนโยน จริยวัตรงดงาม เปี่ยมไปด้วยทักษะและความสัตย์ซื่อ...พระราชทานให้แก่องค์ชายลำดับที่เก้าของฮ่องเต้ องค์ชายอิ้นถัง ในตำแหน่งอนุภรรยาบรรดาศักดิ์จบราชโองการ”
หวังต้าและฮูหยินผู้เฒ่ารวมถึงทุกคนในจวนสกุลหวันเหยียนเอ่ยขอบพระทัยอย่างตื่นเต้นจากนั้นหวังต้าก็รีบรับถุงเงินจากฉีเจียซื่อส่งให้ขันที ขันทีสองคนััเบาๆ เมื่อทราบว่าด้านในเป็ตั๋วเงินก็ยิ้มด้วยความพอใจ ก่อนจะร่วมหัวเราะแสดงความยินดี กล่าวคำชมเชยสองสามคำแล้วจากไปในที่สุด
ทุกคนต่างพึงพอใจกับตำแหน่งอนุภรรยาบรรดาศักดิ์แม้ว่าหวันเหยียนจะเป็สกุลใหญ่ แต่สายของพวกนางนั้นไม่ได้เจริญรุ่งเรืองเทียบเท่าผู้อื่นเมื่อเปรียบกันแล้ว การได้เข้าสู่ราชวงศ์ของหว่านซี อาจกล่าวได้ว่าเป็ความสำเร็จที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนของสายสกุลพวกเขาอีกทั้งยามนี้องค์ชายเก้ายังไร้ทายาทดังนั้นตราบใดที่หว่านซีสามารถให้กำเนิดบุตรแก่เขาได้หลังจากเข้าวัง วันข้างหน้าก็ย่อมไม่มีทางย่ำแย่เด็ดขาด
ในจวนสกุลหวันเหยียนยามนี้หว่านซีถือได้ว่าเป็เดือนที่ถูกล้อมด้วยดวงดาวอย่างแท้จริง เมื่อเทียบกับชีวิตเดิมแล้วชีวิตนี้แม้จะดูสงบกว่า แต่ก็ดูเร่งรีบกว่าด้วยเช่นกัน
อนุภรรยาไม่เหมือนกับพระชายาหรือชายารองโดยปกติแล้วพวกนางไม่ต้องมีสินเดิม ข้าวของที่นำไปด้วยได้ก็มีจำนวนจำกัด จำนวนบ่าวไพร่ก็ถูกจำกัดไปด้วยเช่นนางสามารถนำหมัวมัวไปได้หนึ่งคน และสาวใช้ส่วนตัวไปได้เพียงคนเดียวเท่านั้น
อิ้นถังยังไม่มีจวนด้านนอกเป็ของตนเองยังคงอยู่ในตำหนักองค์ชายในวังหลวง มีเพียงนางกำนัลและบ่าวรับใช้ที่บรรดาสนมชายาของเขาพามาจากบ้านเดิมเท่านั้นที่สามารถอาศัยอยู่ในตำหนักองค์ชายได้นอกนั้นล้วนเป็บ่าวรับใช้ที่กองกิจการภายในจัดเตรียมให้
คนเหล่านี้ดูเหมือนจะไม่มีนาย แต่แท้จริงแล้วใครจะรู้ว่าเื้ัของคนเหล่านี้มีผู้ใดยืนอยู่หรือไม่
ทั้งหวังต้าและฮูหยินผู้เฒ่ารู้อยู่ในใจว่าสินเดิมที่พวกเขาเตรียมเอาไว้นั้นไม่จำเป็อีกต่อไป ดังนั้นหลังจากได้รับราชโองการแล้วฮูหยินผู้เฒ่าจึงเรียกฉีเจียซื่อผู้เป็ลูกสะใภ้มาหาและมอบเงินสินเดิมทั้งหมดที่เตรียมไว้ให้แก่หว่านซีโดยสมทบเงินของตนเองเกือบสองหมื่นตำลึงให้แก่หลานสาวอย่างใจป้ำ เพราะเกรงว่าสินเดิมที่มีอาจจะไม่เพียงพอที่จะใช้ดูแลตนเองหลังจากเข้าไปอยู่ในวัง
ฉีเจียซื่อรู้สึกขอบคุณสำหรับความเมตตาของฮูหยินผู้เฒ่า แต่นางก็มีปัญหาติดค้างอยู่ในใจเช่นกันสินเดิมของบุตรสาวนั้นนางเตรียมไว้ั้แ่เนิ่นๆ แล้วคราแรกนางเพียง้าหาครอบครัวที่เหมาะสมเท่านั้นใครจะรู้ว่าสุดท้ายจะมีโอกาสเช่นนี้ นางรู้ว่าเงินนั้นสำคัญแต่ร้านค้าของสกุลก็สำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากันเลย
ด้วยคำแนะนำจากฮูหยินผู้เฒ่าฉีเจียซื่อจึงตัดสินใจปรึกษากับสามีของตน
หลังจากฟังคำพูดของฉีเจียซื่อแล้วหวังต้าก็ตอบตกลงอย่างเต็มใจอย่างยิ่ง“ฮูหยินรอบคอบยิ่งนัก"
ด้วยการสนับสนุนของสามีฉีเจียซื่อได้แลกเปลี่ยนของโบราณและข้าวของอื่นๆ ทั้งหมดให้เป็ตั๋วเงินมูลค่าน้อยใหญ่เพื่อนำมาจัดการกับที่ดินของสกุลและร้านค้าภายใต้ชื่อสกุลเพื่อนำเงินที่งอกเงยเ่าั้มาให้กับบุตรีและลงทุนเพิ่มเติม
คืนก่อนเข้าวัง ฉีเจียซื่อมานอนคุยกับบุตรสาว
“ท่านแม่ การเข้าสู่ราชวงศ์ถือว่าเป็เกียรติอย่างยิ่งท่านอย่ากังวลไปเลยเ้าค่ะ”
"เด็กโง่แม่จะไม่กังวลได้เยี่ยงไร ไม่มีใครบอกได้ว่าพระชายาขององค์ชายเก้าเป็คนแบบใด มิหนำซ้ำองค์ชายเก้าก็มีสตรีในตำหนักในมากหน้าหลายตา หลังจากเข้าวังแล้ว เ้าต้องเคารพนบนอบต่อองค์ชายเก้าและพระชายาอย่าได้แก่งแย่งชิงดีหรือทำตัวโดดเด่นกว่าผู้อื่น เข้าใจหรือไม่”ข่าวคราวจากในวังนั้นใช่จะทราบกันได้ง่ายๆยิ่งพวกเขารู้น้อยมากเท่าไหร่ ฉีเจียซื่อก็ยิ่งรู้สึกร้อนรนเหมือนอยู่ในกองไฟมากเท่านั้น
“ท่านแม่ ข้ารู้ว่าต้องทำอะไร ดังนั้นอย่ากังวลกับเื่นี้เลยเ้าค่ะ” หว่านซีเม้มปากของนาง ท่ามกลางความมืดมิด ประกายมุ่งมั่นในดวงตาของนางบ่งบอกว่าจะไม่ให้ใครมีอำนาจบงการเหนือตนเองได้อีกต่อไป
“เด็กน้อย ไม่มีสตรีใดเป็หญิงธรรมดาเมื่ออยู่ในตำหนักใน จำไว้ว่าเ้าต้องหลีกเลี่ยงปัญหาทุกอย่างอยู่ให้ห่างจากทุกสิ่ง อย่าแสดงออกเกินหน้าเกินตา อยู่เงียบๆ ประพฤติตัวให้ดีเช่นนี้แล้วพระชายาจะได้ไม่ทำให้เ้าลำบาก” ฉีเจียซื่อเอ่ยด้วยน้ำเสียงจริงจังนางกลัวเหลือเกินว่าจะพลาดสิ่งใดไปและทำร้ายบุตรสาวของตนเองในที่สุด
ดวงตาของหว่านซีมีแววขมขื่นวาบผ่านนางเข้าใจความพยายามของมารดา แต่ต่งเอ้อซื่อหาใช่สตรีจิตใจดีงาม ดังนั้นนางจึงตัดสินใจไม่ใช้ชีวิตอย่างระแวดระวังเหมือนในชาติก่อนอีกต่อไป นางจะต่อสู้ จะแย่งชิง จะไขว่คว้าทุกอย่างที่ตนเอง้านางจะทำให้นางแพศยาเ่าั้ต้องอดทนมองนางก้าวขึ้นไปเรื่อยๆ อย่างไม่อาจทำอะไรได้ และจะไม่มีใครขัดขวางนางได้อีก
“ท่านแม่ ลูกสาวของท่านจะต้องมีชีวิตที่ดีอย่างแน่นอน” หว่านซีคลอเคลียในอ้อมแขนของฉีเจียซื่อโดยไม่โต้เถียง เพียงดูดซับไออุ่นใน่เวลานั้นอย่างเงียบๆ
เมื่อถึงรุ่งสาง ไม่ทันที่หว่านซีจะได้ตื่นเต็มตา นางก็ถูกใครบางคนดึงตัวขึ้นจากเตียงอย่างแรง นางจำต้องปล่อยตัวเองให้นางกำนัลที่ถูกส่งมาโดยฉีหมัวมัวจัดการไปตามสบายในเรือนเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะและเสียงดังจากการเคลื่อนไหวไปมาทุกคนมีสีหน้าเบิกบานสดชื่นไร้ร่องรอยเหนื่อยล้า
ฉีเจียซื่อรู้กฎในวัง เพื่อให้บุตรีของนางรู้สึกสบายใจมากขึ้น จึงให้เกาหมัวมัวเข้าวังไปพร้อมกับนาง เพื่อคอยจัดการเื่ความประพฤติและความเป็อยู่ในวังยังมีทิงจู๋ที่เป็สาวใช้ที่มีนิสัยหนักแน่นน่าเชื่อถือไปด้วยอีกคน สำหรับเื่อื่นๆนั้นก็ได้แต่รอให้องค์ชายเก้าออกจากตำหนักในของวังหลวงมาสร้างวังของตนเองด้านนอกอีกครั้งหนึ่งก่อน
ในความเป็จริงแล้วอนุภรรยาอย่างหว่านซีไม่ได้มีพิธีแต่งงานที่งดงามตระการตาไม่มีสินสอดหรือพิธีการใดๆ การเข้าไปในวังหลวงก็เรียบง่าย นางจะนั่งอยู่ในเกี้ยวขนาดเล็กจากนั้นจะมีคนมาหามเข้าไป
ที่ทุกคนคึกคักอยู่นี่ก็เป็เพราะหวันเหยียนเฉียนหนิงพี่ชายของหว่านซี
เมื่อเปรียบเทียบกับพระชายาแล้ว อนุภรรยาบรรดาศักดิ์เป็เพียงอนุภรรยาที่ไม่สามารถออกหน้าออกตาได้ แต่สำหรับเฉียนหนิงน้องสาวของเขาดีที่สุด ไม่ว่าอย่างไรเขาก็ทำใจให้นางได้รับสิ่งดีๆ น้อยกว่านี้ไม่ได้ หากไม่ใช่เพราะคำสั่งของฮ่องเต้ พิธีการในวันนี้คงไม่เรียบง่ายเช่นนี้เป็แน่แต่ถึงแม้จะเรียบง่าย ทว่ามันคือความจริงใจที่พี่ชายมอบให้แก่น้องสาวของตน
ในตอนเย็น เกี้ยวสีน้ำเงินขนาดเล็กก็มาถึงจวนสกุลหวันเหยียน หว่านซีโค้งคำนับฮูหยินผู้เฒ่า หวังต้าและฉีเจียซื่อ จากนั้นหวันเหยียนเฉียนหนิงผู้เป็พี่ชายก็ทำหน้าที่แบกนางไปส่งบนเกี้ยว
เมื่อมองไปที่เกี้ยวซึ่งค่อยๆ ห่างออกไป ใบหน้าของฉีเจียซื่อก็เต็มไปด้วยน้ำตา เช่นเดียวกับดวงตาแดงก่ำของหวังต้า สีหน้าของหวันเหยียนเฉียนหนิงก็ฉายแววไม่ยินยอมเช่นกัน