กลิ่นหอมกรุ่นของดอกเข็มสีส้มและดอกมะลิป่าโชยอวลละมุนไปทั่วสนามหญ้าสีเขียวสดใสของบ้านข้างกันทั้งสองหลัง วันนี้หมู่บ้านชานเมืองจัดว่าคึกคักเป็พิเศษด้วยงานหมั้นหมายเล็กๆ แต่อบอุ่นระหว่างผมกับพี่ธันวา
รั้วกำแพงปูนเตี้ยกั้นเขตแดนที่ผมเคยใช้ปีนไปง้อพี่ข้างบ้าน ตอนนี้ถูกประดับประดาด้วยแนวทิวไม้ดอกไม้ประดับและซุ้มดอกกุหลาบสีขาวงดงามตระการตา เชื่อมสวนหน้าบ้านเดี่ยวสองหลังให้กลายเป็พื้นที่เดียวกันอย่างสมบูรณ์แบบตามที่พี่ธันวาดีไซเนอร์จอมหวงได้ออกแบบเอาไว้เมื่อคืนนี้
เมื่อคืนนี้ผมมองลอดหน้าต่างห้องนอนลงมากลางดึก ก็เห็นแผ่นหลังกว้างของพี่ธันวายังคงวุ่นวายกับการต่อสายไฟราวระยิบระยับและจัดกระถางดอกไม้ประดับประดากลางสวนหย่อมด้วยตัวเองอย่างตั้งใจ โดยไม่ยอมให้คนงานหรือคนนอกมาจับัั เพราะอยากสร้างสรวง์เดตหมั้นหมายของเราสองคนด้วยหยาดเหงื่อแรงกายของตัวเขาเอง
เช้าวันนี้ผมตื่นแต่เช้าล้างหน้าแปรงฟันและสวมใส่ชุดสูทสีชมพูพาสเทลแสนน่ารักที่พี่ธันวาเป็คนดีไซน์ตัดเย็บเลือกเนื้อผ้าฝ้ายเกรดเอมาให้อย่างพอดีตัว ยามส่องกระจกเงาเห็นตัวเองดูภูมิฐานแต่น่ารักดึงดูดใจสุดๆ
ส่วนพี่ธันวาแต่งกายในชุดสูทสากลสีเทาเข้มขรึมดูหล่อเหลาสูงสง่าท่อนแขนแกร่งกำยำอกกว้างบึกบึนดูแมนสุดๆ ยามที่เราสองคนก้าวขาเดินมาสบตากลางสวนหน้าบ้านข้างกัน พี่ธันวาจับมือขวาผมไปกุมไว้แน่น กระซิบเบาๆ ข้างใบหู
"วันนี้แฟนเด็กดื้อของพี่สวยแล้วก็…น่ารักที่สุดในโลกเลยครับ..."
ทำเอาผมหน้าร้อนฉ่าววูบ ต้องกุมผ้าเช็ดหน้าเขินอายลืมตัว
พ่อกับแม่ของผมเดินทางกลับมาจากประเทศอังกฤษมาถึงั้แ่เมื่อวานนี้ พวกท่านยิ้มแย้มยินดีและร่วมมือกับบ้านของพี่ธันวาจัดงานนี้ขึ้นมาอย่างรวดเร็วและเป็กันเองที่สุด แเื่ที่เป็เพื่อนบ้านในซอยต่างพากันก้าวขาเดินมาร่วมงาน อวยพรหัวเราะชอบใจเอ่ยปากชมตลอดสองฝั่งสวนเดี่ยวชานเมือง
เสียงร้องะโกะตือรือร้นของ 'ป้าพร' เพื่อนบ้านคนสำคัญดังลั่นนำร่องมาจากซุ้มอาหารคาวหวาน ป้าพรช่วยจัดแจงขนมมงคลไทย ข้าวเหนียวมะม่วง และอาหารบุฟเฟต์อย่างขะมักเขม้น ทั้งทองหยิบ ทองหยอด ฝอยทอง และขนมถ้วยฟูที่อบควันเทียนหอมฉุย ป้าพรบอกว่าขนมเหล่านี้สื่อถึงความมั่งคั่ง รุ่งเรือง และความรักแสนหวานยาวนานดุจเส้นฝอยทอง ใบหน้าอวบอิ่มยิ้มแย้มยินดีเอ่ยปากแซวส่งท้ายอย่างตื่นเต้น
"โถ... น้องข้าวหอม คุณธันวาจ๊ะ ป้าดีใจเหลือเกิน ในที่สุดเด็กข้างบ้านคนดื้อกับพี่ข้างบ้านคนดุ ก็หมั้นหมายสวมแหวนกันแล้ว ต่อไปนี้ไม่ต้องปีนป่ายกำแพงข้ามไปง้อป้อนขนมบัวลอยน้ำขิงให้ป้าแซวเหนื่อยยากลำบากแล้วนะลูก รักกันมั่นคงตลอดไปนะลูกป้าอวยพรจ้า"
ป้าพรเอ่ยเสียงดังทำเอาผมหน้าแดงก่ำอายม้วน
ถัดมาที่โต๊ะไม้ยาวหน้าสวน 'แบงค์' และ 'มุก' เพื่อนสนิทคณะอักษรศาสตร์พากันนั่งกินขนมและส่งสายตาแซวล้อเลียนตลบอบอวลมาให้ แบงค์ขยับจิ้มไหล่ผมล้อเลียน
"แหม... ไอ้หอม ทีนี้ก็ไม่ต้องปีนรั้วไปง้อพี่ธันวาให้เหงื่อออกแล้วนะเว้ย... ได้หมั้นหมายสิทธิ์ขาดเป็เ้าของพี่ข้างบ้านคนดุเต็มตัวแล้ว ยินดีด้วยนะเพื่อนรัก"
แบงค์หัวเราะลั่นชอบใจ
"ยินดีด้วยนะข้าวหอม... พี่ธันวาน่ะหวงเธอยังกับไข่ในหินขนาดนั้นน่ะ ได้แหวนเพชรหมั้นหมายจองตัวถาวรแบบนี้ เพื่อนๆ โล่งใจไปหมดแล้วจ้ะ"
มุกเข้ามาสมทบพูดเสริมหัวเราะร่าเริง
ผมหน้าร้อนฉ่าววูบเขินอายจนแก้มแดง
"ขอบใจนะแบงค์ มุก... ขอบคุณเพื่อนๆ มากเลยนะครับ..."
แม่ของผมที่ยืนมองอยู่ก้าวเท้าเดินยาวข้ามมาหาผมกับพี่ธันวา ดวงตาเปียกชื้นเล็กน้อยด้วยความตื้นตันใจ ประคองมือขวาของผมไปวางทับบนมือหนาอุ่นจัดของพี่ธันวาแล้วเอ่ยเสียงสั่นเครืออบอุ่น
"แม่ฝากน้องข้าวหอมด้วยนะลูกธันวา... น้องหอมซุ่มซ่าม ขี้ดื้อ ขี้อ้อน... แต่แม่รู้ดีที่สุดว่าไม่มีผู้ชายคนไหนในโลกที่จะรักหวงและเฝ้าปกป้องดูแลน้องได้ดีเท่าเธออีกแล้วจ้ะ..."
ส่วนคุณพ่อของผมที่ปกติมักเป็คนเงียบขรึมพูดน้อย ก็ก้าวเดินเข้าลูบไหล่แกร่งบึกบึนของพี่ธันวาเบาๆ แล้วเอ่ยน้ำเสียงทุ้มลึกจริงจังฝากฝัง
"พ่อมีลูกชายเพียงคนเดียว... และพ่อเชื่อมั่นใจในตัวธันวาที่สุดนะลูก ฝากดูแลหัวใจของไอ้หอมด้วยนะธันวา..."
พี่ธันวาสบตาพ่อแม่ สัญญาน้ำเสียงทุ้มต่ำลึกแข็งแกร่งอย่างหนักแน่น
"ผมขอสัญญาด้วยเกียรติและชีวิตของผมครับ คุณแม่คุณพ่อ... ผมจะรัก ทะนุถนอม และคุ้มครองข้าวหอม ไม่ปล่อยให้ดวงใจของผมต้องเจ็บช้ำแม้แต่ปลายก้อยไปชั่วชีวิตเลยครับ..."
คำสัญญาหนักแน่นของพี่เขาทำเอาผมตื้นตันใจน้ำตาใสไหลซึม ซบหน้าอิงไหล่กว้างแกร่งของแฟนหนุ่มข้างบ้าน
เมื่อได้เวลาฤกษ์สวมแหวนมงคลในสวนสีเขียว พ่อและแม่ของผมรวมถึงพี่ธันวาในชุดสากลสุดหล่อภูมิฐานนั่งล้อมวงเคียงข้างกัน
พี่ธันวาจับฝ่ามือซ้ายของผมประคองขึ้นมาอย่างสุภาพ ฝ่ามือเรียวเล็กของผมเย็นเจี๊ยบจากความประหม่า ส่วนฝ่ามือแกร่งของพี่ข้างบ้านกลับอบอุ่นและมั่นคงดั่งเกราะคุ้มภัย ดวงตาคมปลาบอ่อนละมุนดุจน้ำเชื่อมจ้องมองตรงมาพราวระยับ นิ้วหนาบรรจงสวมแหวนทองคำขาวเกลี้ยงหรูหราประดับเพชรน้ำงามเม็ดเล็กเข้าสู่นิ้วนางข้างซ้ายของผมอย่างแ่เบาเลื่อนสไลด์สวมเข้าไปจนสุด ริมฝีปากหนาของเขากดจูบที่ข้อนิ้วของผมแสนอบอุ่นลึกซึ้ง
สายตาผมสั่นระริกประสานกับสายตาของพี่ข้างบ้าน สวมแหวนลักษณะเดียวกันคืนกลับให้พี่ธันวาอย่างเต็มใจ พ่อแม่ตบมือยินดีชอบใจใหญ่ กอดกันแสดงความยินดี ป้าพรร้องไห้กระซิกปลื้มใจอยู่ริมรั้วบ้าน
พี่ธันวาโน้มตัวดึงร่างบางของผมเข้ามากอดแน่น ก้มหน้ากดจูบขมับของผมอย่างแสนรักแสนหวง
"พี่สัญญานะครับข้าวหอม... ต่อจากนี้ไปจนชั่วชีวิตของพี่ พี่จะเฝ้ารัก ถนอม และคุ้มครองปกป้องดวงใจข้างบ้านคนนี้อย่างดีที่สุดด้วยชีวิตของพี่เองครับ..."
"ครับพี่ธันวา... ข้าวหอมก็สัญญาว่าจะรักและเป็เด็กดีของพี่ธันวาคนเดียวชั่วชีวิตเลยครับ..."
ผมครางตอบเสียงแ่พยักหน้า ยอมรับพันธนาการรักและอ้อมกอดแสนดุจากพี่ข้างบ้านคนร้ายกาจจอมหวงคนนี้ไปชั่วชีวิต ????
---
ในที่สุดเด็กข้างบ้านแสนดื้อคนนี้ก็สวมแหวนหมั้นเป็ของผมอย่างเป็ทางการแล้วล่ะ แผ่นรั้วปูนกั้นเขตแดนในอดีตที่ผมเคยใช้เฝ้ามองน้องและเกิดอาการหึงหวงบ้าคลั่ง บัดนี้ถูกเชื่อมโยงเป็ผืนดินสนามหญ้าผืนเดียวกัน เหมือนจิติญญาของเราสองคนที่ประสานเข้าหากันอย่างไร้สิ่งกีดขวาง
ผมมองดวงหน้าหวานแก้มแดงของข้าวหอมที่ยืนยิ้มแย้มซุกอกผมเคียงคู่ ท่ามกลางเสียงหัวเราะแสดงความยินดีของพ่อแม่ เพื่อนๆ และเสียงแซวะโแสดงความยินดีอวยพรดังลั่นของป้าพร หัวใจที่เคยขรึมเย็นดุดันของผมบัดนี้อบอุ่นเต็มไปด้วยความความสุข ความสว่างไสวที่น้องหอบนำมาป้อนให้เติมเต็มให้ชีวิตของผม
"ข้าวหอมครับ... แหวนวงนี้สวมนิ้วแล้ว ห้ามถอดห้ามทำร่วงหล่นหายหรือทอดทิ้งพี่ไปไหนอีกเด็ดขาดนะครับเข้าใจไหมครับคนดี..."
ผมกระซิบดุที่หูบางลูบหัวปลอบโยนอย่างรักหวงก้างสุดขีด
"ไม่ถอดแน่นอนครับพี่ธันวาข้างบ้านจอมดุของผม... จะใส่ติดตัวตลอดชีวิตเลยครับ..."
น้องครางบ่นงุบงิบ
ความรักของพี่ข้างบ้านคนร้ายกาจจอมหวงคนนี้ กับยัยตัวแสบเด็กดื้อข้างกำแพงชานเมืองผู้แสนซุ่มซ่าม ที่เริ่มต้นด้วยพฤติกรรมสองมาตรฐานความห่วงใยประคบประหงมอันอบอุ่น ผ่านม่านมรสุมหึงหวงบ้าคลั่ง และมาลงเอยด้วยพันธนาการหมั้นหมายผูกตราตรึงรักแสนมั่นคงไม่มีวันแปรเปลี่ยนไปชั่วชีวิตก้าวเท้าเดินเคียงข้างกันตลอดไป
ผมโอบกระชับเอวคอดกิ่วของข้าวหอมแน่นดึงตัวน้องเข้ามากอดรักอย่างทะนุถนอมอ่อนหวานที่สุด คอยป้อนความอบอุ่น ความรัก ความหวงแหน จนล้นใจ อย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนเลยในชีวิตวิศวกรและสถาปนิก รอยยิ้มหวานเปี่ยมสุขของน้องสะท้อนความสุขสว่างไสวที่คอยฉุดดึงตัวผมหลุดพ้นจากโลกสีเทาอันจืดชืดเงียบเหงาเดี่ยวดาย
ผมก้มลงจรดปลายจมูกสูดกลืนหอมกลิ่นแป้งเด็กหอมสะอาดเฉพาะตัวจากขมับมนและพวงแก้มกลมของข้าวหอมฟอดใหญ่อย่างแสนรักสมใจอยาก คอยประคองอุ้มรั้งแฟนน้องจอมแสบดื้อรั้นคนดีให้ก้าวขาเดินเคียงคู่ประสานไหล่เข้าต้อนรับเสียงหัวเราะแสดงความยินดีอบอุ่นของครอบครัวคุณพ่อคุณแม่ป้าพรและพรรคพวกเพื่อนฝูงด้วยดวงใจเบิกบาน
เราสองคนจะจับมือกุมประสานปัดป้องสิ่งกีดขวาง เดินหน้าวาดภาพพิมพ์เขียวแห่งความสุขและสร้างอนาคตครอบครัวแสนรักอบอุ่นในพื้นที่บ้านเดี่ยวสองหลังข้างรั้วกั้นชานเมืองหลังนี้ร่วมคู่เคียงกันไปจนแก่เฒ่า…