ตอนที่ 6 หน้าที่สำคัญ
ในขณะที่ราเมศกำลังหักพวงมาลัยเลี้ยวรถเข้ามาจอดที่โรงจอดรถหน้าบ้านตามปกติ แต่วันนี้ดูเหมือนว่าจะไม่ปกติเสียแล้ว เพราะมีรถคันหนึ่งจอดอยู่ก่อนหน้า รถคันที่ว่าเป็รถของคุณอัมพร คุณแม่ของเขานั่นเอง
"........"ทันใดนั้นสายตาคมกริชเหมือนมีบางอย่างแอบแฝง หัดมามองหน้าคนที่กำลังนั่งอยู่ด้านข้างทันที ทำให้เ้าตัวที่กำลังถูกมองรู้สึกประหม่า ราวกับมีความผิดติดตัวอย่างไรอย่างนั้น
"คะ?"
"คุณแม่ของฉัน ท่านน่าจะอยู่ด้านในบ้าน"ท่านมาเร็วกว่าที่เขาคิดเอาไว้มาก
"........."ซึ่งน้ำมนต์ก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดี สีหน้าและแววตาของเธอมีคำถามชัดเจน
"จำเื่เมื่อวานที่เราคุยกันตอนเซ็นสัญญาได้ไหม" ตอนเซ็นสัญญาคุยกันแค่ไม่กี่ประโยคเท่านั้นน่าจะเป็เื่...
"ใช่เื่เล่นละครเป็แฟนกับนายหัวหรือเปล่าคะ" เธอถามออกมาตรงๆ ในใจแอบรู้สึกเขินอย่างบอกไม่ถูก
"เป็เมีย!" สำหรับราเมศแล้ว สถานะแฟนกับเมียแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง เขา้าเมียไม่ใช่แฟน
"ค่ะ" ประโยคตอกย้ำของเขาเมื่อสักครู่ อยู่ๆใบหน้าของเธอก็ร้อนผ่าวขึ้นมาอย่างห้ามไม่ได้แต่ก็ต้องรีบปรับอารมณ์ให้กลับมาเป็ปกติให้เร็วที่สุด
"หน้าที่นี้ของเธอสำคัญมากเอาเป็ว่าเราเข้าใจตรงกันแล้วนะ ป่ะลงจากรถกัน" ทั้งสองพากันลงจากรถ หยิบของที่ซื้อมาช่วยกันถือหิ้วเข้าบ้าน อยู่ๆฝ่ามือเรียวเล็กของเธอก็ถูกฝ่ามือใหญ่ของเขาจับกุมเอาไว้แน่น ก่อนที่จะพาเดินเข้าไปด้านในบ้านด้วยกัน
ฝ่ามืออุ่นๆของเขา ที่กำลังจับกุมมือของเธอเอาไว้ ทำให้หัวใจดวงน้อยๆของน้ำมนต์สั่นไหวขึ้นมาอย่างห้ามไม่ได้ เธอรู้สึกไม่ชินกับสถานการณ์แบบนี้เลยสักนิด แต่ก็ไม่ได้ขัดขืนอะไร เพราะคิดว่านี่คือการแสดงและมันก็เป็หน้าที่ของเธอ
"กลับมากันแล้วเหรอลูก" เสียงของคุณอัมพรเอ่ยถามลูกชายคนเล็กของท่านด้วยรอยยิ้ม สายตาของท่านกำลังจับจ้องมองหน้าผู้หญิงตัวเล็กที่ถูกลูกชายของท่านจูงมือเข้ามาด้วย
"คุณแม่จะมาทำไมไม่บอกผมก่อนครับ"
"บังเอิญผ่านมาน่ะ เลยไม่ได้บอกก่อน" ทั้งสองวางของที่ถืออยู่ในมือลง ก่อนที่ราเมศจะเอ่ยแนะนำน้ำมนต์ให้คุณแม่ของเขารู้จัก
"น้ำมนต์...นี่คุณแม่ของฉันเอง คุณแม่ครับ นี่น้ำมนต์เมียผมเองครับ"เขาแนะนำน้ำมนต์ในฐานะภรรยาให้คุณแม่ของเขารับทราบในแบบเต็มปากเต็มคำ ส่วนน้ำมนต์เธอทำตัวไม่ถูกรีบยกมือไหว้ทักทายผู้ใหญ่ตรงหน้าทันที
"สวัสดีค่ะ" ซึ่งท่านก็ไม่ได้ใจร้ายใจดำยกมือขึ้นรับไหว้ ก่อนที่จะส่งสายตาบอกลูกชายให้พากันนั่งลง
"ชื่อน้ำมนต์เหรอ อายุเท่าไหร่แล้วล่ะ" ก่อนที่ทั้งสองจะกลับมาถึงบ้าน ท่านบังเอิญแอบไปเห็นสัญญาฉบับหนึ่งวางอยู่บนโต๊ะของลูกชายในห้องทำงาน
หลังจากที่ท่านได้อ่านสัญญาฉบับนั้นจบ ความรู้สึกของคนเป็แม่ในตอนแรก แน่นอนว่าท่านคงไม่ชอบผู้หญิงที่ซื้อได้ด้วยเงินแบบนี้ แต่หลังจากที่ได้มาเห็นใบหน้าใสซื่อ อีกทั้งยังดูเด็กมาก ท่านกลับรู้สึกเป็ห่วงผู้หญิงตัวเล็กคนนี้ว่าจะถูกลูกชายของท่านจะเอาเปรียบ
"หนู...อายุ 23 ค่ะ" เสียงใสๆเอ่ยบอก และแน่นอนว่าน้ำมนต์รู้สึกเกร็งมาก เธอไม่เคยต้องมาอยู่ในสถานการณ์แบบนี้มาก่อน ส่วนคนข้างๆก็ปั้นหน้านิ่งนั่งเฉยเหมือนเป็เื่ธรรมดา
"หนูไม่ใช่คนแถวนี้ใช่ไหม"สังเกตได้จากหน้าตา ผิวพรรณ และสำเนียงภาษาที่ใช้ ดูยังไงก็ไม่เหมือนกับคนพื้นที่แถวนี้ ผิวของเธอขาว ใบหน้าสวยใส ตัวเล็กน่ารัก คุณอัมพรแอบชำเลืองมองหน้าลูกชายพลางคิดในใจว่า...ไปหามาจากที่ไหน?
"หนูเป็คนน่านค่ะ"
"ที่บ้านหนูทำอาชีพอะไร"
"ที่บ้านหนูทำไร่ทำสวนค่ะ"ไม่ว่าใครจะถามถึงอาชีพที่บ้านของเธอ น้ำมนต์ก็มักจะตอบตามความจริงทุกครั้ง เพราะอาชีพของพ่อกับแม่ทำให้เธอเติบโตขึ้นมาได้จนถึงทุกวันนี้ เธอไม่เคยอายอาชีพเ่าั้เลย
"เมศ...แกไม่คิดว่าผู้หญิงคนนี้จะเด็กเกินไปเหรอ" ลูกชายของท่านอายุสามสิบหกปี หักลบอายุแล้ว ห่างกันสิบสามปี ซึ่งความหมายของท่านไม่ได้ถามถึงช่องว่างระหว่างวัยของคู่รัก ท่านถามในฐานะที่ลูกชายของท่านเป็ผู้ใหญ่และน่าจะกำลังเอาเปรียบเด็ก
"ไม่นี่ครับ ผมชอบแบบนี้" ราเมศพูดกับคุณแม่ พร้อมกับยกแขนขึ้นโอบหัวไหล่ของน้ำมนต์เอาไว้ นั่นจริงทำให้เ้าตัวที่กำลังถูกโอบรู้สึกสะดุ้งเล็กน้อย ใบหน้าของเธอแดงระเรื่อขึ้นมาทันทีอย่างห้ามไม่ได้
"แล้วหนูล่ะ ไม่คิดว่าลูกชายของฉันจะแก่เกินไปสำหรับหนูเหรอ" คุณอัมพรหันมาถามน้ำมนต์บ้าง ท่านถามไปตามหน้าที่ โดยที่ยังไม่คิดจะพูดความจริงในสิ่งที่ท่านรู้มาตอนนี้ เพราะอีกเดี๋ยวลูกชายของท่านก็จะเบื่อแล้วเลิกรากันไปเอง ที่ผ่านมาก็เป็แบบนี้
"หนูไม่ได้รู้สึกแบบนั้นเลยค่ะ" น้ำมนต์พูดไปตามสิ่งที่รู้สึก นั่นจึงทำให้คนฟังแอบก้มมองหน้าคนพูด เป็จังหวะที่น้ำมนต์หันหน้ามาสบตากับเขาพอดี ทั้งสองสบตากันอยู่สักครู่ก่อนที่จะมีเสียงของคุณอัมพรดังขึ้นมาขัดจังหวะ
"เอาเถอะ แล้วเมื่อไหร่จะมีลูกกันล่ะ"ห๊ะ!! จบประโยคของคุณอัมพร น้ำมนต์มีสีหน้าในิดหน่อย ส่วนราเมศเขายังคงวางหน้านิ่งเฉยได้เป็อย่างดี
"ยังไม่พร้อมครับ น้ำมนต์ยังเด็กอยู่ ผมอยากให้เธอใช้ชีวิตไปก่อน"คำตอบของเขาฟังดูดีเลยเชียวล่ะ น้ำมนต์พยักหน้าเห็นด้วยกับคำพูดของเขา ส่วนคุณอัมพรท่านพอเดาออกอยู่แล้วว่าลูกชายของท่านจะตอบแบบไหน
"อีกไม่กี่ปีแกก็จะสี่สิบแล้วนะ" ความรู้สึกของคนเป็แม่ อยากให้ลูกชายลงเอยกับใครสักคน แต่ผู้หญิงคนนั้นจะต้องเป็คนที่รักลูกชายของท่านจริงๆด้วย ไม่ใช่รักแค่เงิน
"ผมไม่รีบครับ"
"เอาเถอะ ถ้าอย่างนั้นก็ตามสบายนะแม่มีธุระต้องไปทำต่อ ขอตัวเลยแล้วกัน เอาไว้ว่างๆพาหนูน้ำมนต์ไปกินข้าวที่บ้านได้นะ" ถ้าไม่ติดว่าผู้หญิงคนนี้เป็ผู้หญิงที่ลูกชายของท่านเช่ามา ท่านคงรู้สึกดีมากกว่านี้
"ไปครับ ผมเดินไปส่ง" ราเมศลุกขึ้นประคองคุณแม่ของเขาเดินไปส่งที่รถยนต์ โดยมีคนขับรถนั่งรออยู่ด้านในรถก่อนแล้ว ส่วนนิรมลเธอเดินตามหลังทั้งสองคนแม่ลูกไปส่งเช่นกัน
"คุณป้า สวัสดีค่ะ" ท่านหันมาพยักหน้าให้ จากนั้นก็ก้าวขาขึ้นรถยนต์ไป
ทันทีที่รถยนต์ของคุณแม่เคลื่อนออกจากหน้าบ้านไปแล้ว ราเมศหันหลังมาสบตากับน้ำมนต์อีกครั้ง
"......."น้ำมนต์ก้มหน้าก้มตาเธอไม่รู้ว่าสถานการณ์เมื่อสักครู่นี้มันคืออะไร แต่ก็รู้ตัวดีว่ามันคือการแสดงละคร แต่ในใจของเธอนั้นกลับรู้สึกเหมือนจริงทุกประการ
"เป็อะไร" เธอตื่นเต้น หัวใจของเธอยังสั่นไม่หายราวกับได้เจอแม่สามีจริงๆ
"เกร็งนิดหน่อยค่ะ หนูคิดว่าท่านจะดุ"
"ท่านแค่มาดูหน้าเธอ"
"ดูหน้าเหรอคะ" น้ำมนต์คิดไปไกล อายุของนายหัวก็ไม่น้อยแล้วจากที่เธอรู้มาคือเขายังไม่มีใคร หรือว่าเขาจะเคยมีภรรยามีลูกแล้ว เธออยากฟังคำอธิบายเื่นี้จากปากของเขา
"เข้าไปคุยกันในห้องทำงาน"พูดจบ เขาก็เดินนำเธอเข้าห้องทำงานไป น้ำมนต์รีบเดินตามหลังเขาไปติดๆ เธออยากรู้รายละเอียดที่แน่ชัด ต่อจากนี้จะได้ทำตัวถูก
❤️❤️❤️❤️❤️