เมื่อเฉินฮวาลี่ผลักประตูห้องนอนเข้ามา ทันใดนั้นสายตาของเธอก็เหลือบไปเห็นซองจดหมายของหลี่เจี้ยนที่ซ่อนไว้ใต้หมอน เธอคว้ามันขึ้นมาเปิดอ่านอีกครั้ง ตัวอักษรหวัดๆ บนกระดาษระบุวัน เวลา และสถานที่นัดพบไว้อย่างชัดเจน
"ศาลเ้าริมแม่น้ำ... 22 กุมภาพันธ์... บ่ายสี่โมง..." เธอพึมพำกับตัวเอง พลางเหลือบมองปฏิทินที่แขวนอยู่บนผนัง "วันที่22 มันเป็วันนี้นี่นา"
ตอนนี้เวลาล่วงเลยมาจนถึงเวลาบ่ายสามโมงครึ่งแล้ว ถ้าเธอไปตามนัดไม่รู้ว่าเขาจะรอเธออยู่หรือไม่ ความลังเลเริ่มก่อตัวขึ้นในใจของเฉินฮวาลี่ ว่าควรจะไปตามนัดหรือไม่? ภาพเหตุการณ์ในอดีต ที่หญิงสาวถูกหลี่เจี้ยนปั่นหัวให้หลงรัก ก่อนจะล่อลวงให้ติดตามเขาไปยังหมู่บ้านหลงเหมินอันห่างไกล ยังคงตามหลอกหลอนเธอเสมอ
แต่คราวนี้... เฉินฮวาลี่จะไม่ยอมให้ตัวเองตกเป็เหยื่ออีกต่อไป เธอตัดสินใจไปพบหลี่เจี้ยน เพื่อบอกปฏิเสธเขาอย่างเด็ดขาด และตัดเยื่อใยแห่งความสัมพันธ์ที่ไม่ควรเกิดขึ้นนี้ให้ขาดสะบั้น
หญิงสาวรีบแต่งตัวด้วยเสื้อผ้าที่ดูเรียบร้อย ก่อนจะหยิบปิ่นไม้ดอกเหมยราคาถูก ที่เขาเคยมอบให้เป็ของแทนใจ ออกมาจากหีบเก็บของ เธอตั้งใจจะคืนสิ่งนี้ให้กับเขา เพื่อเป็การบอกลาอย่างชัดเจน
"ครั้งนี้... ฉันจะไม่ยอมให้แกหลอกฉันได้อีกแล้วอีกแล้ว.อีกแล้ว... หลี่เจี้ยน ขอให้แกมีความสุขอยู่ที่หมู่บ้านหลงหมินก็แล้วกัน" เธอพึมพำกับตัวเอง ก่อนจะก้าวออกจากห้อง มุ่งหน้าไปยังศาลเ้าริมแม่น้ำ เพื่อเผชิญหน้ากับอดีตที่เ็ป และเริ่มต้นชีวิตใหม่ของตนเอง
เมื่อเฉินฮวาลี่เดินมาถึงศาลเ้าริมแม่น้ำ สถานที่ซึ่งเงียบสงบและมีเพียงเสียงน้ำไหลเบา ๆ พัดพาความเย็นมาปะทะใบหน้า เธอเห็นหลี่เจี้ยนยืนอยู่ที่ระเบียงไม้ ดวงตาคมกริบของเขามองออกไปยังแม่น้ำ ราวกับกำลังขบคิดอะไรบางอย่าง
หลี่เจี้ยนหันมาเมื่อได้ยินเสียงฝีเท้าของเธอ เขายิ้มบาง ๆ ใบหน้าหล่อเหลาของเขายิ่งโดดเด่นในแสงสุดท้ายของวัน เส้นผมดำขลับที่ตกลงมาปรกหน้าผาก และดวงตาเรียวลึกที่เหมือนสามารถมองทะลุความในใจของคนตรงหน้า
"ฮวาลี่..." เสียงของเขานุ่มนวลอย่างที่เคยเป็ "ฉันดีใจที่เธอมาหา"
เฉินฮวาลี่ยืนนิ่ง ไม่ตอบอะไรในทันที
"ฉันอยากให้เธอรู้ว่า...ฉันกำลังจะถูกส่งตัวให้ไปเป็ยุวชนปัญญาที่หมู่บ้านหลงเหมิน ซึ่งอยู่ห่างไกลจากที่นี้มาก แต่ฉันอยากจะให้เธอไปกับฉันด้วย ฉันคงอยู่ที่นั่นไม่ได้ถ้าต้องอยู่ห่างไกลกับเธอ หัวใจของฉันคงจะปวดร้าวไปหมด"เขาพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
คำพูดของเขาทำให้เฉินฮวาลี่หัวเราะเบา ๆ แต่ไม่ใช่เสียงหัวเราะแห่งความสุข
"หลี่เจี้ยน" เธอกล่าวขึ้นด้วยน้ำเสียงเ็า
"ฉันคิดกับนายแค่เพื่อนเท่านั้น ฉันไม่อยากให้นายอย่าเข้าใจผิดไปมากกว่านี้เลย"
คำพูดนั้นทำให้ใบหน้าของหลี่เจี้ยนเปลี่ยนไป ใบหน้าหล่อเหลาของเขามองเธอด้วยความตกตะลึง เขาไม่เจอเฉินฮวาลี่แค่เพียงแค่สองวันเท่านั้น ทำไมหญิงสาวถึงได้ดูเปลี่ยนไปมากขนาดนี้ ทั้งที่เมื่อก่อนเธอยังแอบรักเขาอยู่เลย แต่ทำไมวันนี้หญิงสาวถึงได้ดูเปลี่ยนไปไม่เหมือนเดิม
"ที่ฉันมาวันนี้..." เธอหยิบจดหมายและปิ่นไม้แกะสลักชิ้นหนึ่งออกมาจากถุงผ้าเล็ก ๆ
"ฉันเอาของพวกนี้มาคืนให้นาย จดหมายที่นายเขียนมาให้ และปิ่นที่นายให้ฉันวันนั้น ฉันคิดว่ามันคงไม่เหมาะที่ฉันจะเก็บไว้"
หลี่เจี้ยนรับของไปอย่างเงียบ ๆ ดวงตาของเขาดูหม่นหมองลง
"ฉันขอโทษที่ฉันไปกับนายไม่ได้" เฉินฮวาลี่กล่าวพร้อมกับถอนหายใจ
"ฉันคงทนความลำบากในพื้นที่ห่างไกลแบบนั้นไม่ได้ ฉันไม่ใช่คนที่เหมาะจะไปใช้ชีวิตแบบนั้น"
พอเธอพูดจบก็หมุนตัวกลับทันทีโดยไม่รอฟังคำตอบของเขา
หลี่เจี้ยนยังคงยืนนิ่งอยู่ที่เดิม จับจดหมายและปิ่นมาไว้ในมือ เขามองตามแผ่นหลังของเธอที่ค่อย ๆ เดินห่างออกไป ดวงตาเรียวของเขานั้นฉายแววผิดหวังอย่างชัดเจน
เขายืนอยู่ตรงนั้น ราวกับร่างกายของเขาถูกตรึงไว้กับพื้น ด้วยความรู้สึกอัดอั้นในใจไม่อาจระบายออกมาได้ เขามองปิ่นไม้ในมือ ดวงตาเรียวลึกที่เคยมั่นใจกลับเต็มไปด้วยความผิดหวัง
"โธ่เว้ย...ทำไมยัยฮวาลี่ถึงไม่หลงใหลในตัวฉันเหมือนเมื่อก่อน? หรือเธอคิดว่าฉันไม่มีทางให้อนาคตที่ดีกับเธอได้?" ความคิดเหล่านี้หมุนวนอยู่ในหัวใจของคนร่างสูง
เขาหลับตาแน่น พยายามระงับความหงุดหงิดที่ปะทุขึ้นมา "ถ้าฉันไม่มีเธอ หมู่บ้านหลงเหมินที่กันดารนั้นก็จะกลายเป็นรกสำหรับฉันทันที"
เขานึกถึงอดีตที่ผ่านมา ความใกล้ชิดและความเอาใจใส่ที่เฉินฮวาลี่เคยมีให้ เงินที่เธอหยิบยื่นให้เขาอย่างไม่ลังเลในยามที่เขาลำบาก มันช่วยพยุงเขาให้ผ่าน่เวลายากลำบากมาได้
"ถ้าไม่มีเธอ... ฉันจะใช้ชีวิตยังไง? คงไม่มีใครโง่เปย์เงินให้ฉันเป็จำนวนมากเท่าเธออีกแล้ว" เขาพูดกับตัวเองในใจ เสียงนั้นเต็มไปด้วยความขมขื่นและสิ้นหวัง
หลี่เจี้ยนรู้ดีว่าครอบครัวของเขาไม่ได้ร่ำรวยอะไรเลย พ่อของเขาทำงานในโรงทอผ้า ใช้แรงกายแลกกับเงินเพียงน้อยนิด แทบไม่พอเลี้ยงดูครอบครัว ส่วนแม่ของเขาเป็เพียงแม่บ้านที่ไม่มีรายได้อะไรเลย
“ฉันต้องหาทางเอาตัวรอดให้ได้…” เขาครุ่นคิด พลางกัดฟันแน่น ดวงตาที่เคยมีแววอ่อนโยนเปลี่ยนเป็เคร่งขรึม
ชายหนุ่มรู้ดีว่า เขาไม่อาจปล่อยให้อนาคตของตัวเองต้องจมอยู่ในความลำบากแบบนี้ หากเฉินฮวาลี่ไม่ยอมเดินทางไปกับเขา และเขาจะต้องหาเส้นทางอื่นที่ทำให้เขาหลุดพ้นจากชีวิตที่ต่ำต้อยนี้ให้ได้
หลี่เจี้ยนเหยียดยิ้มบาง ๆ แต่แววตากลับเยือกเย็น “ถ้าฉันไม่อาจพึ่งพาเธอได้ งั้นก็ต้องหาคนอื่นที่จะช่วยฉันแทน”
ชายหนุ่มสูดลมหายใจลึก แล้วหันหลังเดินออกจากศาลเ้า ราวกับความผิดหวังในครั้งนี้จะกลายเป็แรงผลักดันให้เขามุ่งหน้าหาวิธีใหม่ที่จะเอาตัวรอดในโลกอันโหดร้ายนี้.
ในหัวของเขาผุดขึ้นมาชื่อหนึ่ง คุณนายหลิน ภรรยาของนายพลจางผู้บัญชาการทหารแห่งกองพลที่ 3 ใบหน้างามสง่าภายใต้กรอบผมสีดำขลับที่ม้วนเป็ลอน ผิวพรรณขาวผ่องราวกับหยวกกล้วย ริมฝีปากแดงระเรื่อดุจผลเชอร์รี่สุก แต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางอย่างประณีต ยิ่งขับให้ใบหน้าของเธอดูอ่อนเยาว์กว่าวัย
ทุกครั้งที่หลี่เจี้ยนไปสอนหนังสือให้กับจางเจียเหวิน ลูกชายวัยสิบขวบของคุณนายหลิน เขามักจะได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่นจากคุณนาย สายตาที่คุณนายหลินมองเขานั้น แฝงไปด้วยความรู้สึกบางอย่างที่ทำให้หัวใจของเขาเต้นแรง รอยยิ้มหวานละมุน น้ำเสียงนุ่มนวลอ่อนหวาน และััแ่เบาจากปลายนิ้วเรียว ล้วนแต่ตอกย้ำความรู้สึกพิเศษที่คุณนายหลินมีให้กับเขา
หลี่เจี้ยนรู้ดีว่าคุณนายหลินเป็ผู้หญิงที่อ่อนโยนและใจดี โดยเฉพาะกับคนที่เธอรู้สึกถูกใจ และเขาก็เชื่อมั่นว่าตัวเองอยู่ในข่ายนั้น
"ถ้าฉันใช้โอกาสนี้ให้เป็ประโยชน์ละก็..." หลี่เจี้ยนคิดในใจ ดวงตาเป็ประกาย เขามองเห็นเส้นทางสู่ชีวิตที่สุขสบายรออยู่เบื้องหน้า
"คุณนายหลิน...ผมหวังว่าคุณคงจะไม่ปฏิเสธ ถ้าหากผมจะไปขอพึ่งใบบุญคุณ" เขาเอ่ยก่อนที่จะมุ่งหน้าไปที่บ้านคุณนายหลินทันที