เหย้าหลีตื่นขึ้นในตอนเที่ยง นางเดินไปยังโรงอาบน้ำของสาวใช้ด้านหลังเรือนพัก ในใจก็นึกแช่งชักต้วนชาง เมื่อคืนหากมิใช่เพราะพ่อบ้านผู้นั้น นางคงไม่ต้องลำบากไปหลบงีบอยู่ในโรงฟืนของบ้านข้างเคียง จะหลับก็กลัวอันตรายจึงได้แต่สัปหงกเป็บางคราว รอกระทั่งรุ่งสางจึงได้กลับมาวังจี
“เสี่ยวหลี ข้าแบ่งกับข้าวมาไว้ให้เ้าแล้วอยู่ในห้องนะ อาบน้ำเสร็จก็ไปกินเสีย” หยวนจู้ยืนอยู่หน้าห้องอาบน้ำอยู่นานไม่เห็นเหย้าหลีออกมาเสียที นางจึงรีบร้องบอก “ข้าจะตามฮูหยินน้อยไปแปลงดอกไม้แล้ว”
“ขอบใจนะ” เหย้าหลีะโตอบออกมา
เหย้าหลีอาบน้ำเสร็จก็รีบไปกินข้าว นางเพิ่งรู้สึกว่าหิวมาก ข้าวหมดถ้วยและกับข้าวก็หมดไปสองจานยังรู้สึกว่าไม่พอ หญิงสาวจึงคิดเดินตามไปหาฮูหยินน้อยกับหยวนจู้เพราะคิดจะไปขอขนมกินสักหน่อย
สาวใช้ผู้มีเื้ัเป็องครักษ์ไม่อยากเดินอ้อมไปด้านหน้าเรือนนอนของฮูหยินน้อย นางจึงเดินเล็ดลอดไปทางด้านหลัง ระหว่างนั้นต้องผ่านเรือนเล็กใกล้โรงครัวที่เคยได้ยินว่าเป็ที่เลี้ยงดูบุตรหลานของพวกบ่าวรับใช้ในวังจี
เด็กสิบกว่าคนกำลังวิ่งเล่นอยู่ในสนาม มีั้แ่รุ่นเดินเตาะแตะไปจนถึงอายุราวแปดขวบ ส่วนพวกเด็กเก้าขวบขึ้นไปได้ยินว่าต้องไปนั่งคัดอักษรที่อีกเรือนหนึ่ง บ่าวและสาวใช้ในวังจีอ่านออกเขียนได้กันทุกคนเพราะท่านฝู่กั๋วกงเมตตาจ้างอาจารย์มาสอน
“เสี่ยวซวง เมื่อไหร่ท่านแม่ของเ้าจะกลับมา?”
“ท่านพ่อบอกแล้วว่าอีกไม่นาน เ้าไม่เชื่อข้าหรือไร?” เด็กหญิงวัยแปดขวบเท้าสะเอวตอบสหายที่ยืนเรียงหน้ากระดานสามคนตรงหน้า
“พ่อบ้านต้วนก็พูดเช่นนี้มาั้แ่ปีก่อนมิใช่หรือ? จนป่านนี้ก็ยังไม่เห็นท่านแม่เ้ากลับมาเลยนะ”
“ท่านแม่ของข้าไปคอยดูแลท่านยายที่ไม่สบายอยู่บ้านนอก คงจะมาไม่ได้ง่ายๆ หรอก พวกเ้าจะวุ่นวายไปทำไม?” เด็กหญ้าหน้าง้ำ
“ก็ได้ๆ ไม่ถามแล้วก็ได้ ปีนี้ถ้าท่านแม่เ้ามา เราจัดงานเลี้ยงกันนะ” สหายตัวน้อยเห็นเสี่ยวซวงเริ่มอารมณ์เสียจึงรีบตัดบท
เหย้าหลีหยุดยืนมองดูการสนทนาของเด็กๆ ทั้งสี่คน เมื่อเด็กสามคนวิ่งจากไป เด็กหญิงที่ตอบเื่มารดาอย่างฉะฉานเมื่อครู่ก็ทรุดกายลง นั่งก้มหน้าร้องไห้อยู่กลางสนาม เหย้าหลีเห็นแล้วเวทนานัก ฟังจากบทสนทนาเมื่อครู่ เด็กน้อยที่ชื่อเสี่ยวซวงคงจะไม่มีแม่ บิดาจึงได้พูดโกหกนาง
หญิงสาวมองแล้วก็นึกถึงหลานๆ ของนางที่อยู่ในดินแดนทะเลทราย ด้วยความเห็นใจเด็กหญิงที่นั่งร้องไห้ เหย้าหลีจึงเดินเข้าไปหาและทรุดตัวลงนั่งข้างๆ ยกมือลูบศีรษะเด็กน้อยเบาๆ
“เสี่ยวซวง เ้าอย่าร้องไห้ไปเลย ท่านแม่ของเ้าไม่นานก็คงจะกลับมาเองล่ะ การดูแลท่านยายอาจจะต้องใช้เวลานานสักหน่อย”
ได้ยินคำปลอบนั้น เด็กหญิงเสี่ยวซวงก็ร้องไห้เสียงดังยิ่งกว่าเดิม
“ข้า ข้ารู้ว่าอันที่จริง ข้าไม่มีท่านแม่หรอกเ้าค่ะ ท่านพ่อหลอกข้าและก็ให้พวกท่านป้าและท่านยายทั้งหลายหลอกข้าด้วย” เด็กหญิงเงยหน้าขึ้นสะอื้นฮักๆ ใบหน้าของน้อยเปรอะไปด้วยคราบน้ำตา
“โถ เด็กน้อย” เหย้าหลีะเืใจจนต้องดึงเอาศีรษะเล็กๆ มาซุกในอก “ถ้าอย่างนั้น ต่อไปข้าจะคอยดูแลปกป้องเ้าดีหรือไม่?”
เด็กหญิงใช้สองมือกำเสื้อของเหย้าหลีแล้วผละออกจ้องหน้า เด็กน้อยมองหน้าสตรีที่มีใบหน้าเกลี้ยงเกลางดงามตรงหน้าแล้วยิ้มออกมา สหายของนางทั้งสามล้วนอวดว่ามีมารดาแต่นางจะมีมารดาที่งดงามยิ่งกว่าทุกคน คิดได้ดังนั้นเด็กน้อยก็พยักหน้ารับและยิ้มกว้างด้วยความดีใจ
“ดีเ้าค่ะ แต่ข้า้าท่านแม่ ท่านเป็ท่านแม่ให้ข้าได้หรือไม่?”
“เอ๋? จะดีหรือ?”
“ดีสิเ้าคะ ท่านสวยกว่าท่านแม่ของสหายพวกนั้นตั้งเยอะ”
เหย้าหลีอึ้งไปครู่หนึ่ง “เสี่ยวซวง หากว่าข้ายอมเป็ท่านแม่ของเ้า เกรงว่าท่านพ่อของเ้าจะไม่พอใจ เอาอย่างนี้ได้หรือไม่? ข้าจะเป็ท่านแม่ลับๆ ของเ้า ห้ามบอกเื่นี้ให้พวกผู้ใหญ่รู้โดยเด็ดขาด”
เสี่ยวซวงยิ้มกว้าง เด็กน้อยวางแผนจะให้ท่านแม่ลับๆ มาแสดงตัวต่อหน้าสหายทั้งสามในตอนบ่าย ต่อไปเด็กพวกนั้นจะได้ไม่ถามหาท่านแม่ของนางอีก
“ได้เ้าค่ะ ตอนบ่ายพรุ่งนี้ ท่านแม่มาหาข้าที่นี่ได้หรือไม่เ้าคะ?”
“ได้สิ ข้าก็อยู่แค่เรือนฮูหยินน้อยนี่เอง เ้าจะทำไมหรือ?”
“ข้าอยากอวดสหายทั้งสามให้ได้เห็นว่า ท่านแม่ของข้ากลับมาแล้ว ต่อไปพวกเขาจะได้ไม่ถามหาท่านแม่กับข้าอีก”
เหย้าหลีมองเด็กหญิงเสี่ยวซวงแล้วยิ้ม หญิงสาวมองเลยไปยังเรือนกว้างด้านหน้าที่มีไว้เลี้ยงดูเด็กๆ พวกนี้ในตอนกลางวัน “ได้สิ เ้ารีบไปรวมกับเพื่อนๆ เถิด อีกสองชั่วยามข้าจะเดินกลับมาหาเ้าที่นี่นะ”
ต้วนชางนั่งจิบน้ำชาทบทวนถึงเหตุการณ์เมื่อคืน เขาเกือบจับคนร้ายได้อยู่แล้วเชียว ตอนที่เขากอดเอวเอาไว้รู้สึกว่าร่างนั้นอ้อนแอ้นราวกับ...
‘มิใช่ว่าคนร้ายผู้นี้เป็สตรีหรือ?’
พลันในหัวของพ่อบ้านหนุ่มก็ผุดภาพสตรีสามคนที่เพิ่งเข้ามาในวังจี ฮูหยินน้อย เหย้าหลี และหยวนจู้ คนทั้งสามถูกท่านชายจีตั้งข้อสงสัย ทำให้ ต้วนชางเองก็อดจะคล้อยตามไม่ได้
ฮูหยินน้อยเป็สตรีพิการ ถ้าอย่างนั้นผู้ต้องสงสัยก็เหลือเพียงเหย้าหลีกับหยวนจู้ เขาต้องตามสืบให้ชัดเจนว่าพวกนางทั้งสองมีวรยุทธ์หรือไม่?
เขารู้ว่ายามนี้เป็เวลาที่ฮูหยินใหญ่กับฮูหยินน้อยจะต้องไปที่แปลงดอกไม้ พ่อบ้านต้วนจึงเดินตามไป เขากวาดตามองหาสตรีทั้งสาม เมื่อพบว่ามีเพียงฮูหยินน้อยและหยวนจู้ ส่วนเหย้าหลีหายตัวไป
คิ้วของชายหนุ่มขมวดเข้า เขาหรี่ตาลงสาวเท้าเข้าไปหมายจะแสร้งสอบถามกับฮูหยินน้อยสักหน่อย
“พ่อบ้านต้วน ตอนบ่ายท่านว่างงานหรือ? มาตามดูแลแปลงต้นไม้กับ ฮูหยินใหญ่บ่อยเหลือเกิน”
ต้วนชางชะงักฝีเท้า เขาหันกลับไปมองหน้าเหย้าหลีที่ยืนข้างหลัง
“ข้าเป็พ่อบ้าน ย่อมต้องคอยดูแลความเรียบร้อยในวังจีอย่างดีอยู่แล้ว ว่าแต่เ้าเถิด หายไปไหนมา?”
“เมื่อคืนข้ารู้สึกปวดหัวก็เลยนอนพัก หยวนจู้ไม่ได้บอกท่านหรอกหรือ?”
ก่อนฟ้าสาง สาวใช้กับบ่าวรับใช้ทุกคนต้องมาเข้าแถวรายงานตัวกับพ่อบ้าน หากผู้ใดเจ็บไข้ได้ป่วยก็ต้องแจ้งกับผู้ดูแลในตอนนั้น
ใบหน้าของต้วนชางเก้อเขินเล็กน้อย “อ้อ พอดีเมื่อเช้านายท่านเรียกข้าเข้าไปสั่งงาน จึงมอบหมายให้เสี่ยวไป๋ตรวจรายชื่อแทนน่ะ”
“มิน่าเล่า? ตอนนี้ท่านก็เลยทำหน้าสงสัยว่าข้าจะอู้งานล่ะสินะ”
พ่อบ้านชะงัก “มิได้ ข้าแค่สงสัยว่าเ้าอาจจะลางานแล้วข้าไม่รู้”
“เห็นข้าแล้ว ท่านผิดหวังหรือไม่?” ใบหน้าของเหย้าหลีดูยียวน
“ทำไมข้าต้องผิดหวัง?”
“พ่อบ้านต้วน ข้ารู้สึกว่าท่านไม่ค่อยชอบหน้าข้ากับหยวนจู้นะ”
“เ้าคิดมากไปแล้ว หน้าที่ของข้าคือคอยดูแลให้คนในวังจีทำงานอย่างขยันขันแข็งคุ้มกับเงินค่าจ้างที่นายท่านจ่ายไป เ้ากับหยวนจู้มาอยู่ที่นี่ก็รับ เบี้ยหวัดจากวังจี ข้าก็ต้องคอยสอดส่องดูแลเป็ธรรมดา”
“ถ้าอย่างนั้นก็ขอบคุณพ่อบ้านต้วน ในเมื่อท่านก็ได้เห็นข้าแล้ว คงไม่คิดว่าข้าหนีงานอีก ขอตัวไปดูแลฮูหยินก่อนนะเ้าคะ” เหย้าหลียอบกายเดินผ่านหน้าต้วนชางไป
ชายหนุ่มมองตามหลังแล้วรู้สึกว่าร่างกายของนางมีความสูงและรูปร่างคล้ายกับคนร้ายเมื่อคืนยิ่งนัก เขานึกเสียดายที่เมื่อคืนไม่ได้เข้าไปเปิดดูในเตียงว่าสตรีที่หยวนจู้อ้างว่านอนหลับเพราะไม่สบายมีอยู่จริงหรือไม่?
ต้วนชางเดินวนเวียนไปตรวจตรางานบริเวณอื่นกระทั่งบ่ายคล้อย เขาจึงเดินแวะไปเรือนบริบาลด้านหลัง ยามนี้เด็กน้อยที่นอนกลางวันตื่นขึ้นมาแล้วกำลังนั่งกินของว่างกันอยู่ที่ห้องโถง
“ท่านพ่อ ข้าอยู่นี่เ้าค่ะ” เสี่ยวซวงโบกมือไหวๆ อยู่หัวโต๊ะ
พ่อบ้านใหญ่เดินเข้าไปทรุดกายลงนั่งข้างบุตรสาวคนเดียว ยกมือลูบศีรษะด้วยความรักใคร่ “เสี่ยวซวง กำลังทำอันใดหรือ?”
สหายทั้งสามกำลังจะอ้าปากตอบแทน แต่เด็กหญิงกลับยกนิ้วขึ้นแตะริมฝีปากห้ามไม่ให้พวกเขาพูดออกมา
“จุ๊ๆ ข้าบอกแล้วว่าเป็ความลับ”
ต้วนชางเลิกคิ้วมองใบหน้าเด็กไปทีละคน “พวกเ้าหัดมีความลับกันแล้วหรือ? เป็เื่ดีหรือเื่ร้ายล่ะ?”
เสี่ยวซวงยิ้มกว้าง “เื่ดีเ้าค่ะ ท่านพ่อ เดี๋ยวข้าจะกลับเรือนพร้อมเพื่อนๆนะเ้าคะ ท่านพ่อไม่ต้องเป็ห่วง”
**************

