ขจรไม่สนใจปฏิกิริยาสองสาว แต่ไปบอกพ่อ ว่า
“ ผมไปทำงานก่อน หากพ่อ้าอะไร ก็กดเรียกพี่พยาบาลได้เลยนะครับ”
“ นี่นายเป็เทรนเนอร์สอนมวยเหรอ?” ม่อนเดินเข้ามาถามอีก
“ ผมเพิ่งไปฝึกงาน เป็แค่เด็กล่อเป้าเท่านั้น ยังไม่เก่งพอที่จะเป็เทรนเนอร์ ขอตัวก่อนนะครับ”
ขจรรีบไปที่ค่ายมวยทันที ไม่อยากให้ ลูกค้ามารอนาน แต่พอมาถึง คนในสนามมวยก็มุงดูเวทีใหญ่ของค่าย มีการส่งเสียงร้องเชียร์กันดังลั่น ครูทิม กับ พี่ธง ไอ้เข้มต่างก็ไปชมดูกับเขาด้วย
พอขจรมองขึ้นไปบนเวที ก็เห็นคุณซาซ่า กำลังชกกับ ชายหนุ่มคนหนึ่ง อย่างไม่มียั้ง แม้ว่าซาซ่า จะเดินหน้าเตะต่อยเข้าใส่ อย่างเต็มที่ แต่ก็ถูกชายหนุ่มหลบฉากและ เย็บใส่หน้าแม้นว่าจะไม่แรง แต่ใบหน้าของซาซ่าก็แดงขึ้นมา พอพี่ธงเห็นว่าขจรมายืนด้านข้างเลยเอ่ยว่า
“ วันนี้มึงไม่ต้องลงนวมกับ คุณซาซ่าแล้ว งานนี้พี่เอกพล เป็คู่ซ้อมให้แทนมึงไปแล้ว”
“ พี่เอกพล นี่ชื่อคุ้นๆนะ”
“ อะไรวะ เขาเป็แชมป์มวยไทยรุ่น เฟเธอร์เวท สนามมวย ราชดำริ คนปัจจุบันไง นี่พี่เขาเพิ่งกลับมาจากการชกที่ เซี่ยเหมินไฟต์ เอาชนะนักมวยจีนไปในยกที่ 1 อะไรวะ มึงนี่ไม่ดูข่าวบ้างเลยหรือไง”
“ อ้อ ถึงว่า หน้าตาคุ้นๆ”
พอครบสามยก คู่ต่อสู้ทั้งสองก็หยุดชก ซาซ่า เข้ามาขอบคุณ เอกพลที่ช่วยเป็คู่ซ้อมให้ในวันนี้ คนดูก็เริ่มแยกย้ายกันไปซ้อม
“ วันนี้ฉันได้ซ้อมกับแชมป์ ฉันดีใจจริงๆ อ้าว ขจร มาแล้ววันนี้ฉันคงไม่มีแรงซ้อมต่อแล้ว ไว้วันหน้าค่อยนัดกันใหม่นะ”
“ ครับ” ขจรไม่ได้ว่าอะไร
“ นายเป็เด็กล่อเป้าคนใหม่รึ?”
“ ครับพี่ ขจรเป็น้องของผมเอง” พี่ธงแนะนำ ขจรเลยยกมือไหว้รุ่นพี่
“ เอาไว้ วันหน้าฉันจะช่วยสั่งสอนนายให้ เวลาคุณซาซ่ามาซ้อมจะได้ไม่เจ็บตัว”
“ ครับ ขอบคุณครับ” ขจรฟังแล้วไม่ค่อยเข้าหูเท่าไร แต่ก็ขอบคุณไปตามมารยาท
วันนี้ ขจรเลยยังไม่มีงานเลย จนกระทั่งครูทิม มาบอกว่า
“ คุณแพรไหม เป็เมมเบอร์ วีไอพี เขาเลือกนาย ลงนวมซ้อมให้กับเขาด้วย”
“ ได้ครับ”
พอขจรเดินออกไป ก็พบว่า เป็ผู้หญิงหน้าตาสวยมาก แต่งกายด้วยเสื้อกล้ามสีขาวสวมกางเกงขาสั้น สวมนวมมาเรียบร้อยมีสาวประเภท 2 ร่างใหญ่เดินเข้ามามี มือถือคล้ายกำลังถ่ายวีดีโอ อยู่ โดยมีนักมวยในค่ายต่างหยุดซ้อม มองมาทางนี้กันเต็มไปหมด
“ ผมชื่อขจรครับ คุณลูกค้า เคยชกมวยมาก่อนหรือเปล่าครับ”
“ เคย แต่ไม่ค่อยเก่งเท่าไร”
“ ที่ค่ายของเรา ไม่อนุญาตให้ถ่ายคลิปนะครับ”
“ ครูทิมบอกว่า ถ่ายได้” สาวประเภท 2 เหมือนเป็ผู้จัดการส่วนตัว เอ่ยออกมา ทำให้ขจรมองไปทางครูทิม ที่พยักหน้า ไม่ว่าอะไร
“ วอร์มร่างกายกันก่อน แล้วค่อยลงนวมนะครับ”
“ ฉันวอร์มมาแล้ว ลุยกันเลย”
แล้วการซ้อมก็เริ่มขึ้น เสียงเตะออกมาเบาๆ ตามที่ขจรชี้เป้าให้เตะ และต่อย
ซึ่งคุณแพรไหมก็ออกหมัดได้แรงพอควร แต่ที่น่ารำคาญคือเสียงพูด ของผู้จัดการที่ั้แ่เริ่มซ้อม มันยังพูดไม่หยุด คล้ายกำลังไลฟ์สดอยู่
“ แพรไหมเตะซ้าย อุ้ย! ว้าย ระวังหน่อยนะคะ เดี๋ยวเล็บเท้าที่ทำมาจะหลุด
โอ้ะ โอ้ย ต่อยหนักเกินไปแล้ว เดี๋ยวแขนก็หักกันพอดี คุณน้องขา ชกเบาๆก็ได้
เดี๋ยวคืนนี้ ไปเดินแบบไม่มีแรงเดินนะคะ”
แพรไหมไม่สน ยิ่งระดมต่อยเตะ เข้าใส่ ขจรเป็ชุด แต่ขจรก็สามารถต้านรับได้อย่างสบายๆ นักมวยในค่ายมองมากันเต็มไปหมด แต่ละคนก็หยิบมือถือ มาถ่ายเก็บเอาไว้ด้วยเช่นกัน
“ เดี๋ยวค่ะ คุณน้องช่วยเอาเฮดการ์ดออกด้วยคะ แฟนๆ เขาอยากเห็นหน้า เทรนเนอร์ค่ะ” ขจรได้ทำตามที่ผู้จัดการบอก เปิดเผยหน้าออกมา
“ โอ้ย ดีงาม หล่อขนาดนี้ แฟนคลับ ส่งหัวใจมากันเต็มเลยค่า”
แพรไหมชกไปสองยก ก็พัก บอกว่าวันนี้พอแค่นี้ก่อน
“ คุณน้องวันนี้ยอดไลส์สด เกือบหมื่นคนแน่ะ เทรนเนอร์คะ ไม่ทราบอยากเข้าวงการไหมคะ”
“ ไม่ ไม่ดีกว่าครับ” ขจรเห็นว่า คุณแพรไหมเหนื่อยแล้ว ก็เลยขอตัวลาไปทันที
วันนี้ขจรได้ลูกค้าเพียงคนเดียว แต่ว่าครูทิมบอกว่า คุณแพรไหมมอบทิป ให้ขจรถึง 2 พันบาท ขจรได้แต่เก็บเงินเอาไว้ พี่ธงซ้อมมวยเสร็จ ก็เดินเข้ามาหาแล้วเอ่ยว่า
“ มึงนี่โชคดีจริงๆ มีแต่สาวๆ มาเลือก คนอื่นๆ แม่งเจอแต่ผู้ชายตีนหนักๆ ทั้งนั้น แต่ละคนเตะกันไม่ยั้ง แถมยังไม่ได้ทิปสักบาท”
“ ผมอยากเก็บตังซื้อ ตึกแถวเล็ก ๆให้พ่อกับแม่ได้อยู่กัน งานแบบนี้รายได้มันก็ไม่แน่นอนจริงๆ”
“ ไม่ต้องรีบร้อน ค่อยๆเป็ ค่อยๆ ไป ตอนนี้มึงต้องฝึกซ้อมวิ่งทุกเช้าอย่าให้ขาด มีเวลาก็ซ้อมออกอาวุธ ตามที่กูสอนไว้ แล้วกูจะเป็คู่ซ้อมให้ เอาไว้มึงพร้อม กูจะขอให้ ครูยอดส่งมึงขึ้นเวที หากมึงแกร่ง ไม่เกินสองสามปี ก็จะซื้อบ้านได้แล้ว”
ทันใดนั้นเอง ก็ได้ยินเสียงร้องลั่นของผู้จัดการของแพรไหม ที่ดังมาจากลานจอดรถ
“ ช่วยด้วยงูกัด น้องแพรไหม ช่วยด้วยค่า”
ทุกคนวิ่งออกไปดู พบเห็นแพรไหม นอนอยู่ข้างรถขาเหยียดยาว ขจรเห็นงูสีขาวสลับดำ เลื้อยเข้าป่าหญ้าไป
“ งูทับสมิงคลา !!” ครูทิมกับครูยอดเอ่ยออกมาพร้อมๆ กัน
แล้วครูทิมก็เข้ามาจะพยายามเอาผ้ามาพันเหนือแผลงูกัด แล้วกำลังจะช่วยกันอุ้มร่างของ แพรไหมขึ้นรถไปส่งโรงพยาบาล
“ ทุกคนหยุดก่อนครับ” ขจรรีบร้องะโออกมาจนทุกคนหยุด
“ อย่าเพิ่งเคลื่อนย้ายคนเจ็บ พิษอาจจะกระจายเข้าเส้นเืเร็วขึ้น ช่วยเรียกรถพยาบาลมาดีกว่าแล้วให้พวกเขาเตรียมเซรุ่มแก้พิษงูทับสมิงคลามาด้วย”
ครูทิมได้ยินเช่นนั้น ก็ทำตามที่ขจรบอกทันที
“ ตอนนี้ช่วยเอาน้ำสะอาด มาให้ผมก่อน แล้ว ช่วยตำพริกขี้หนูสวนกับยาสูบ มาให้ผมด่วนเอามาทั้งครกเลยนะครับ” ขจรเองก็ยังสับสน ไม่รู้ว่าจู่ๆ ทำไมถึงได้รู้วิธีรักษาขึ้นมาได้
ครูทิมกับ ครูยอดยืนงง แต่ก็สั่งเด็กให้ไปทำตามที่ขจรบอกเอาไว้
ขจรบอกให้ทุกคนถอยห่างไป พบว่า หนังตาของแพรไหมเริ่มปิด มีแผลสองรูที่น่อง ไม่มีอาการบวม แต่ร่างกายไม่มีแรง ขจรใช้มือเปิดปาก เห็นเืเริ่มซึมออกมาจากไรฟัน
แล้วรีบทำการบีบแผลให้เืพิษ ออกมาให้มากที่สุด จากนั้น แม่บ้านก็นำพริกสดที่ตำมาพร้อมกับยาสูบมา ขจรใช้มือควักมาจากครก แล้วก็ท่องคาถารักษาพิษงู แล้ววางเปาะไปที่าแ แล้วจากนั้นเอาที่พริกสดกับยาสูบมาใส่ผ้าเช็ดหน้าของของแล้ว คั้นเป็น้ำสดๆ กรอกใส่ปากของ แพรไหมที่ทำท่าจะหลับ พอน้ำพริกสดกับยาสูบลงไปในคอ แพรไหมก็ลืมตาตื่นขึ้นมาทันที
พอเห็นขาของตนมีอะไรไม่รู้มาวางโป๊ะเอาไว้ ก็ร้องขึ้นมาทันที
“ นี่อะไรเนี่ย ทำไมร้อนอย่างนี้ แล้วเอาอะไรให้ฉันกินเนี่ย โคตรเผ็ดเลย ขอน้ำหน่อยได้ไหม” ขจรเอาน้ำให้แพรไหมดื่ม บัดนี้หนังตาไม่ตกแล้ว
“ รออีกแป๊บ มันกำลังถอนพิษงู ส่วนน้ำสมุนไพรที่ดื่มมันจะช่วยล้างพิษในเื งูทับสมิงคลาตัวนี้มันเป็ตัวใหญ่ พิษมันเยอะ หากไม่รีบใช้วิธีนี้ พิษกระจายเข้าเส้นเื คุณอาจไม่ตาย แต่จะพิการไปตลอดชีวิตเลยนะ”
“ ฉันรู้สึกดีแล้ว ทีแรกฉันปวดท้องมาก ขาแขนไม่มีแรง ตอนนี้ค่อยยังชั่วแล้ว”
“ ดีแล้วครับ รอสักครู่ ไม่ต้องขยับตัว รอให้รถพยาบาล มาฉีดเซรุ่มให้ แล้วก็ค่อยไปพักฟื้นที่โรงพยาบาลนะครับ”
“ เทรนเนอร์ รู้เื่พวกนี้ได้อย่างไร” ผู้จัดการรีบเอ่ยอย่างสงสัย
“ ขจรเขาเป็นักศึกษาแพทย์ เื่รักษาคน ต้องเชื่อฟังเขาดีที่สุด” ครูทิมเอ่ยแทนขจร
“ เป็ว่าที่คุณหมอเลยหรือนี่ มิน่า ถึงได้เก่งจริงๆ อุ้ยตาย ลืมไปเลย ลืมไลส์สดตอนที่รักษา น้องแพรไหมเลย”
ไม่ถึงสิบนาที รถพยาบาลก็มาถึง มีหมอมาด้วยตัวเอง แต่พอเห็นสมุนไพรมาโป๊ะที่ขา ก็ใ
“ นี่พวกคุณเอาอะไรมาโป๊ะาแ เดี๋ยวก็เกิดแผลอักเสบ ติดเชื้อกันพอดี แล้วนี่รู้ได้ยังไงว่า เป็งูทับสมิงคลา?”
“ ผมเห็นครับ”
“ อ้าว เธอเองเหรอ? แล้วนี่ฝีมือเธอหรือเปล่า”
“ ใช่ครับ มีพริกกับใบยาสูบ ครับ ตอนนี้คงไม่จำเป็แล้ว” ขจรรีบทำความสะอาดาแเพื่อให้คุณหมอได้เห็น
หมอที่มาส่ายหัว ไม่อยากพูดอะไร เข้ามาตรวจดวงตา ภายในปาก แล้ววัดความดันโลหิตและ ใช้เครื่องตรวจอัตราการเต้นของหัวใจ ก็ขมวดคิ้ว
“ ทุกอย่างเป็ปกติ ไม่เหมือนคนถูกพิษเลย แต่าแนี่เกิดจากงูพิษชัดๆ?”
“ ทีแรกคนไข้มีอาการหนังตาตก ปวดท้อง แขนขาอ่อนแรง แต่ตอนนี้อาการดีขึ้นแล้วครับ” ขจรรายงาน แพรไหมก็พยักหน้า แล้วคุณหมอก็ฉีดเซรุ่มให้ทันที
“ เดี๋ยวคนไข้ ไปโรงพยาบาลตรวจเื แล้วรอดูอาการอีกที แต่ตอนนี้ คนไข้ดูเป็ปกติทุกอย่างนะครับ”
หมอเองก็ยังคงสงสัย หากเป็งูทับสมิงคลา จริงๆ ไม่น่าจะหายเร็วเช่นนี้
พอรถพยาบาลขับออกไป ครูยอดก็สั่งให้เด็กตัดหญ้าที่ อยู่รอบๆ จนหมดเพื่อไม่ให้เป็ที่อยู่อาศัยของพวกงูได้อีก
ส่วนขจรนั้นก็กลับขออาศัยรถ ผู้จัดการแพรไหม กลับไปที่ โรงพยาบาลด้วยคนจะได้ไม่ต้องนั่งรถเมล์ให้เปลืองเงิน
พอมาถึงลานจอดรถ ขจรก็เห็นว่า รปภ. ที่เฝ้ายามอยู่นั้นหน้าตาไม่คุ้นเคยเลย
คิดว่า ทางโรงพยาบาลคงจ้างมาใหม่ จากนั้นก็เดินเข้าไปใน ล็อบบี้ ก็รู้สึกมีลางสังหรณ์แปลก มองไปรอบๆ คล้ายกับมีชายหน้าตาไม่ใช่คนไทย ทุกคนล้วนถือกระเป๋าสะพายสีดำ มานั่งตามจุดต่างๆ ทั่วโรงพยาบาล คล้ายรออะไรบางอย่าง
ขจรรีบขึ้นไปหาพ่อของเขาก่อนทันที
“ อ้าวมาแล้วเหรอ นังหนูสองคนนี่น่ารักจริงๆ เลย สั่งอาหารอร่อยๆ มาให้พ่อกินเพียบเลย”
ขจรเห็นอาหาร ที่วางอยู่ในห้อง มีทั้งอาหารญี่ปุ่น อาหารจีน เต็มไปหมด
“ พวกเราว่างๆ ไม่ได้ไปไหน เลยสั่งอาหารมากินกับคุณลุง” ม่อนเอ่ยยิ้มๆ
“ ขอบคุณมากครับ แต่ว่าพ่อยังไม่หายดี ควรกินอาหารอ่อนๆ จะดีกว่า คุณก็ด้วย”
แอลกำลัง กินปลาแซลมอนอยู่ ถึงกับหยุดกินทันที
“ ฉันกินแต่ปลาแซลมอนเท่านั้น ไม่น่ามีปัญหามั๊ง?”
“ ยิ่งแล้วเลย คุณควรกินอาหารที่ปรุงสุก ตอนนี้คุณยังไม่หายดี หากมีพยาธิหรือเชื้ออะไรเข้าไปในร่างกาย อาการของคุณจะเป็หนักกว่า คนทั่วไปนะครับ”
“ ไม่กินก็ได้” แอลวางตะเกียบทันที
“ เห็นไหม ลุงบอกแล้ว หากมีผัวเป็หมอ ต่อไปเห็นอาหารอร่อยๆ คงอดกินแน่ๆ”
“ พ่อ พูดอะไรน่ะ”
“ ก็แค่เตือนเท่านั้น”
“ นายกลับมาแล้วพวกเราก็กลับกันเถอะ” แอลพูดจบก็เดินกลับห้องไปในทันที
แต่ทันใดนั้นเอง ก็มีเสียง ปืนดังขึ้นหลายนัด จากหน้าโรงพยาบาล ขจรรีบเปิดม่านออกดู พบว่า มีชายสี่คนวิ่งเข้ามาในโรงพยาล ในชุดคล้ายนักโทษ แล้วมีตำรวจมากันเต็มรถ วิ่งกรูกันเข้ามา แต่ว่า รปภ. ของโรงพยาบาล กับ ชายต่างชาติหลายคน
กลับยิงปืนใส่ตำรวจที่ ตามโทษสี่คนเข้ามา ทำให้มีตำรวจตายไปหลายคน ทำให้คนที่เหลือไม่กล้าบุกเข้ามา ได้แต่สั่งวิทยุเรียกกำลังเสริม
“ มีคนร้ายหลายคนบุกเข้ามาในโรงพยาบาลของเราแล้ว พวกคุณกลับห้องไปแล้วล็อกประตูห้ามออกไปไหน” ขจรเอ่ยออกมา
“ ฮ้า คนร้ายบุกโรงพยาบาล?” สองสาวจะกลับห้อง พอได้ยินแบบนี้ก็ ได้แต่ยืนนิ่งไม่กล้ากลับห้องเลย
“ พระเ้า ได้โปรดช่วยลูกด้วย ลูกยังไม่มีสามีเลย อย่าให้คนร้ายขึ้นมาที่ห้องนี้เลย” ม่อนเริ่มสวดขอให้พระเ้าคุ้มครองแล้ว
“ ทุกคนรออยู่ที่นี่ ผมจะออกไปดูหน่อย”
“ อย่าไปเลย ได้โปรด อยู่กับพวกเราที่นี่เถอะ” ม่อนรีบเกาะแขนขจร ไม่ยอมให้ไปไหน
“ ผมแค่ไปที่เคาน์เตอร์พยาบาลชั้นนี้ ไม่ได้ไปไหนไกล” ม่อนเลยปล่อย ให้ขจรออกไป
พอเปิดประตูออกไป ก็ได้เห็นคนร้ายมีอาวุธปืนครบมือ ห้าคน ควบคุมตัวพยาบาลเอาไว้สี่คน แล้วก็มีชายชุดนักโทษสี่คนเดินออกมาจากลิฟท์ แล้วเปลี่ยนเป็ชุด หมอใส่แว่นตา
“ เฮลิคอปเตอร์มาหรือยัง” อาอี้พี่ใหญ่แก๊งสี่คิงส์เอ่ยถามผู้พันชาลีที่เป็หัวหน้าทหารรับจ้างครั้งนี้
“ อีกไม่เกินห้านาทีก็มาแล้วครับ” ผู้พันชาลี ชายหนุ่มวัยเกือบสี่สิบปี สวมแว่นตา เป็หัวหน้าทีมเอ่ยตอบอย่างสุภาพ
“ พวกตำรวจล้อมเอาไว้แบบนี้ พวกเราจะรอดเหรอ พวกมันไม่สอยเราร่วงระหว่างทางหรือไง?” อายี่น้องรองถามด้วยความกังวล
“ ผมวางแผนไว้แล้ว ตอนนี้ผมให้ลูกน้องบอกกับตำรวจว่า หากพวกมันบุกเข้ามา ผมจะะเิโรงพยาบาลทิ้งทันที ตอนนี้พวกผมวางะเิซีโฟร์ชั้นล่างเอาไว้ทั้งหมด สามจุด” ชาลีเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
“ แล้วระหว่างทางเล่า พวกมันส่ง โดรนไล่ยิงเราก็ตายหมดแล้ว”
“ ไม่ต้องกังวล ในเฮลิคอปเตอร์ของเรา ไม่ได้มีแค่พวกเราเท่านั้น มีตัวประกันอีกหลายคน เชื่อว่า พวกมันไม่กล้ายิงอย่างแน่นอน” ผู้พันชาลีเอ่ยอย่างมั่นใจ
ขจรได้แต่ปิดประตูอย่างแ่เบาไม่กล้าออกไป แล้วเดินกลับเข้ามาในห้อง
“ พวกมันเป็พวกค้ายาแก๊งสี่คิงส์ กำลังรอเฮลิคอปเตอร์มารับตัวไป พอพวกมันไปแล้ว ก็น่าจะปลอดภัย”
“ แก๊งสี่คิงส์ที่ออกโทรทัศน์น่ะเร๊อะ ตายแล้ว นี่ฉันแค่คิดเท่านั้น มันก็มายึดโรงพยาบาลจริงๆหรือนี่ โอ้พระเ้าช่วยลูกด้วย ต่อไปลูกจะไม่คิดเื่แบบนี้อีกแล้ว”.....