เช้าวันต่อมาหลังจากที่เกิดเหตุการณ์ทะเลาะวิวาทกันขึ้นเมื่อวาน ตูนก็ได้มาโรงเรียนตามปกติ พอถึงเวลาเข้าห้องเรียน เพื่อนร่วมห้องที่เห็นตูนกำลังอ่านมังงะอย่างสบายใจเฉิบได้โดยไร้าแก็มองหน้ากันไปมา และสับสนว่าทำไมตูนถึงยังสามารถทำตัวสบายไม่ทุกข์ร้อนแบบนี้ได้อยู่ จนเกิดเป็เสียงฮือฮาภายในห้อง แต่จากนั้นไม่นานสถานการณ์ก็ค่อย ๆ สงบลง เพื่อนร่วมห้องเลิกสนใจตูนและหันมาพูดคุยกันตามปกติ แต่ก็ยังคงไม่มีใครเข้ามาทักตูนเหมือนเดิม ยกเว้นเพียงแต่เขาคนนี้
“นี่ตูน อ่านอะไรอยู่อ่ะ” ต้นกล้า เด็กเนิร์ดที่เป็หัวหน้าห้องเดินเข้ามาทักตูนผิดกับเพื่อนคนอื่น ๆ ที่ไม่อยากแม้แต่จะเข้าใกล้เขาเลยด้วยซ้ำ
“อ่าวนายแว่น! ฉันกำลังอ่าน Tokyo Revengers อยู่น่ะ ลูกเตะของไมค์กี้นี่มันเท่ชะมัดยาก”
“ฉันก็ชอบดูการ์ตูนญี่ปุ่นเหมือนกันนะ ชอบดูเวลาว่าง ๆ หลังจากที่ทำการบ้านเสร็จ”
“’งั้นหรอ แล้วนายชอบดูแนวไหนล่ะ”
“ชอบแบบอบอุ่นหัวใจน่ารัก ๆ น่ะ แบบน้องอาเนียใน Spy x Family”
“งั้นก็พอดีเลยนายแว่น!! ในกระเป๋าฉันมีมังงะอบอุ่นหัวใจน่ารัก ๆ อยู่เหมือนกัน มีอยู่ 2 เื่น่ะ ชื่อเื่ว่า มหาเวทย์ผนึกมาร กับ Chainsaw man ยืมไปอ่านเลยได้นะ ฉันอณุญาติ”
อันนี้ประชดหรือกวนxีน?
“เอ่อ... ไม่ดีกว่า พอดีคาบเรียนจะเริ่มแล้ว ขอบใจมากนะ...”
ต้นกล้าที่พยายามหาเื่คุยไม่ใช่เป็เพราะว่าสงสารตูนที่ไม่มีเพื่อนหรือเพราะโดนมองว่าเป็เด็กมีปัญหาแต่อย่างใด แต่เป็เพราต้นกล้ารู้ว่าตูนไม่ได้เป็คนที่เลวร้ายอะไรและเขา้าที่จะเป็เพื่อนกับตูนจริง ๆ เพียงแต่ว่าอาจจำเป็ต้องใช้เวลาปรับตัวและทำความรู้จักกันมากกว่านี้ซักนิดหน่อย
คาบเรียนภาคเช้าดำเนินไปอย่างปกติ ที่นั่งของนักเลงประจำห้องอย่างบอล บาส โบ๊ท ว่างสนิทและไม่มีวี่แววว่าเ้าของโต๊ะจะโผล่ออกมาเลยซักนิดเดียว ภายในห้อง 3/5 นี้ ถ้าไม่นับ 3 คนนั้นที่เป็นักเลงประจำห้องแล้ว เพื่อนคนอื่น ๆ ในห้องก็ถือว่าเป็นักเรียนปกติเฉกเช่นนักเรียนธรรมดาทั่วไป พอถึงเวลาพักระหว่างคาบบางคนก็จะเอาหนังสือขึ้นมาอ่าน บางคนก็ออกไปหาขนมกิน แต่สำหรับตูนนั้น เขาสามารถอ่านหนังสือติดกัน 5 ชั่วโมงได้แบบไม่พัก และั้แ่คาบแรกจนถึงคาบสุดท้ายของภาคเช้า เขายังคงนั่งอยู่ที่เดิมไม่ลุกออกไปไหนราวกับว่าตอนนี้ก้นของเขาได้หลอมหลวมเข้าเป็หนึ่งเดียวกับเก้าอี้ไปซะแล้ว เหตุเป็เพราะตูนนั้นมีความมุ่งมั่นทุ่มเทและรักในการอ่านหนังสือไม่แพ้ใคร (หนังสือการ์ตูนนะ)
จนกระทั่งถึงเวลาพักเที่ยง เสียงกริ่งแห่ง์รอบที่ 1 ที่นักเรียนทั่วประเทศไทย้า ส่วนรอบที่ 2 นั้นคือเสียงกริ่งแห่งอิสรภาพที่ดังตอน 4 โมงเย็น ทันทีที่เสียงกริ่งพักเที่ยงดังออกมายังไม่ถึง 3 วิ ตูนก็ได้เก็บหนังสือที่เขารักลงในกระเป๋าและวิ่งหน้าตั้งไปโรงอาหารทันที เพราะเขามีเป้าหมายว่าครั้งนี้เขาจะไม่พลาดข้าวแกงกะหรี่เหมือนเมื่อวานอีกแน่นอน จนเขาได้วิ่งมาหยุดอยู่หน้าร้าน
“ป้าครับเอาแกงกะหรี่ไก่หนึ่งจาน!”
“โฮะ ๆ ๆ มาช้าไปก้าวหนึ่งนะจ๊ะพ่อหนุ่ม ป้าขายหมดไปแล้วล่ะจ่ะ ตอนนี้เหลือแต่แครอทจะเอาไหมจ๊ะ หั่นเต๋าด้วยนะ”
หนอย.... นี่ขนาดเราว่าเรามาไวแล้วนะ ยังไม่ทันอีกงั้นหรอเนี่ย!? มันเป็ใครกัน! มีนักล่าอาหารคนอื่นนอกจากเราอย่างงั้นเหรอ? มะ...ไม่มีทางน่า! หรือจะเป็พวกสมาคมนักล่าอาหาร!!? บ้าเอ้ย.... ฝากไว้ก่อนเถอะ...เ้ามิโดระ (มิโดระ หัวหน้าสมาคมนักล่าอาหาร : โทริโกะ)
“ครั้งนี้ผมจะยอมให้ไปก่อนละกันนะครับป้า แต่ว่าครั้งต่อไปผมไม่ยอมแน่!”
“จ้าลูก... โอกาสหน้าเชิญใหม่นะ...”
ด้วยเหตุนี้ ตูนจึงจำเป็ต้องย้ายไปกินร้านอื่นแทน และเนื่องจากที่เขารีบวิ่งมาด้วยความไวทำให้คิวที่ต่อแถวซื้ออาหารยังไม่ยาวมากและก็ยังมีโต๊ะว่างทั่วโรงอาหารให้ได้เลือกนั่งได้ตามใจชอบ
“วันนี้กินข้าวขาหมูก็แล้วกัน… เอาล่ะ ทีนี้ก็ไปหาที่นั่ง”
ในขณะที่ตูนกำลังเดินไปยังโต๊ะอาหารที่เขาเล็งไว้นั้นเอง ไอ่หนุ่ม Bad Boy ที่ชื่อ เค คนนั้นก็ได้ปรากฏตัวต่อหน้าเขาและยืนบังทางไว้จนทำให้ตูนต้องหยุดชะงักลง
“ตูนใช่ไหม?”
“ใช่แล้ว เรียกฉันว่าตูนเฉย ๆ ก็ได้ แต่ชื่อเต็ม ๆ ฉันชื่อการ์ตูนนะ นายมีอะไรรึปล่าว อยากให้ฉันสอนวิธีใช้เน็นให้งั้นหรอ?”
“มีเพื่อนฉันมาบอกว่าเมื่อวานนายเป็คนซัดคนในชมรมของฉัน 10 กว่าคนซะอ่วม มันคือเื่จริงหรือปล่าว?”
“อืมมม.... อ๋อ! ไอ่พวกนักเลงพวกนั้นอ่ะนะ ฉันแค่เล่นด้วยนิดหน่อยเท่านั้นเอง นายบอกว่าเป็คนในชมรมของนายงั้นหรอ? งั้นแสดงว่านายก็เป็หัวหน้าของพวกนั้นน่ะสิ... แต่ฉันไม่รู้สึกว่านายจะเหมือนไอ่พวกนักเลงพวกนั้นเลยซักนิดเลยนะ... สงสัยคงจะคิดไปเองล่ะมั้ง-- ไม่มีอะไรแล้วใช่ไหม งั้นฉันขอตัวไปกินข้าวก่อนนะ”
แต่ในขณะที่ตูนกำลังจะเดินพ้นอีกฝ่ายไป เคก็ได้ยื่นมือมาจับไหล่ของตูนไว้แน่นและบีบลงไปจนเนื้อยุบลงไปตามนิ้ว
“คิดว่าสร้างเื่กับคนของฉันไว้ขนาดนั้นแล้วฉันจะยอมปล่อยให้ไปง่าย ๆ อย่างงั้นหรอ”
“เห้ย... ปล่อยนะเว้ย...”
ตูนกับเคต่างก็มองหน้ากันด้วยความอาฆาต แววตาของทั้งสองได้แสดงออกมาถึงความไม่มีใครยอมใคร จนกระทั่งเคเริ่มบีบไหล่ของตูนแน่นขึ้นเรื่อย ๆ จนทำให้เขาต้องวานจานข้าวลงบนโต๊ะข้าง ๆ และปัดมือของเคออกไปอย่างแรง ทั้ง 2 คนอยู่ในท่าทางที่พร้อมจะซัดกันอย่างเต็มที่แต่ทว่าตอนนี้เริ่มมีนักเรียนคนอื่น ๆ ทยอยกันเข้ามาในโรงอาหารกันมากขึ้นเรื่อย ๆ และสายตาของนักเรียนเ่าั้ต่างก็จ้องมองมาที่ตูนกับเคและเริ่มซุบซิบจนเกิดเป็เสียงฮือฮาทั่วโรงอาหาร
“อะไรกัน นั่นเคนี่! มีเื่กันหรอ!?”
“ไม่จริงน่านั่นเคนี่! หล่อมากแม่! ทักแชทไปตั้งนานแล้วยังไม่ตอบเลยอ่าา~”
“อุ๊ยตายแล้ว!? คนตัวเล็ก ๆ นั่นใครอ่ะมึงง เด็กใหม่หรอ ดูแต่งตัวเข้าซิ โคตรน่าขยะแขยงเลย คงเป็พวกวัน ๆ ดูแต่การ์ตูนญี่ปุ่นไม่ได้เื่แหง สู้เคของฉันก็ไม่ได้ ทั้งหล่อทั้งเก่ง กรี๊ดดด!!”
“เห้ย ๆ ใครก็ได้เรียกปอเต็กตึ๊งแล้วจองห้อง ICU ให้ไอ่เด็กใหม่นี่ทีว่ะ ดูท่าแล้วจะศพไม่สวย 5555+”
“เห้ยพวกเรา! เคมีเื่!! จะได้เห็นเคชกสด ๆ กลางโรงอาหารเลยเว้ยเห้ย! ไม่ต้องไปแย่งซื้อบัตรดูข้างเวทีแล้วกู 555+”
ทุกสายตาในโรงอาหารต่างจับจ้องมายังจุด ๆ เดียวกัน โทรศัพท์หลาย 10 เครื่องถูกควักออกมาและพร้อมจะบันทึกวิดีโอที่ 2 คนนั้นซัดกันเพื่อนำไปเผยแพร่บนโลกโซเชียลทันที แต่ดูเหมือนว่าเหตุการณ์ที่นักเรียนเ่าั้รอคอยกลับต้องมลายหายไป เพราะตูนเย็นกับตูนร้อน ที่นาน ๆ ที่จะโผล่ออกมา ได้ออกมาเตือนสติของเด็กหนุ่มเอาไว้
ถึงฉันจะอยากให้นายสอนบทเรียนให้มันมากเท่าไหร่ก็เถอะนะ แต่ครั้งนี้ฉันแนะนำว่านายควรถอยออกมาก่อน ฉันรู้สึกได้ทันทีเลยว่าหมอนี่มันคนละระดับกับพวกนักเลงกระจอก ๆ ที่นายเคยเจอมาทั้งหมดเลย แต่ฉันไม่ได้ได้หมายความว่านายจะสู้มันไม่ได้นะ เพียงแต่ว่าสถานการณ์ตอนนี้มันยังไม่ค่อยเหมาะซักเท่าไหร่
ฉันเห็นด้วยกับตูนร้อนนะ ลองมองไปรอบ ๆ สิ เห็นพวกนักเรียนที่กำลังมุงดูอย่างกับฝูงซอมบี้นั่นไหม แถมยังแย่งกันถ่ายคลิปกันอย่างเอาเป็เอาตายอีก ขืนทำอะไรบุ่มบ่ามละก็ ได้ดังเพียงชั่วข้ามคืนแน่ หยิบจานข้าวแล้วไปหาโต๊ะนั่งเถอะนะ
ความเห็นของตูนเย็นและตูนร้อนเป็เอกฉันท์ เด็กหนุ่มจึงตัดสินใจเบี่ยงหน้าหนีไปหยิบจานข้าวขึ้นมา และเดินแหวกฝูงชนออกไปทำให้ไม่มีการปะทะการเกิดขึ้นอย่างที่ใครหลาย ๆ คน้า จากนั้นไม่นาน นักเรียนคนอื่นก็ค่อย ๆ ทยอยกันแยกย้ายออกไปกินข้าวกลางวัน บางคนก็ไปรุมขอลายเซ็นขอถ่ายรูปกับเค สถานการณ์ในโรงอาหารกลับมาเป็ปกติอีกครั้ง
ตูนที่แยกตัวออกมาก็กำลังนั่งกินข้าวอยู่อย่างโดดเดี่ยวท่ามกลางเสียงซุบซิบนินทาจากนักเรียนคนอื่นในบริเวณนั้น และไม่มีใครอยากจะเข้าไปใกล้ตูนเลยซักนิดเดียวเลย แม้แต่โต๊ะข้าง ๆ ก็ยังลุกหนี เรียกได้ว่าการไปมีเื่กับเคในครั้งนี้ ทำให้ตูนถูกนักเรียนคนอื่นมองเป็ตัวตลกอย่างสมบูรณ์แบบ
แต่นั่นก็ไม่ใช่สำหรับพวกเขาเหล่านี้!!!
ตึ้ง!!!
เสียงวางจานข้าวของใครบางคนดังขึ้นตรงหน้าของตูนอย่างไม่ทันตั้งตัว ทำให้เขาสะดุ้งเกือบจะสำลักข้าวที่กำลังเคี้ยวอยู่
“ให้พวกเรานั่งด้วยคนสิ!”
ตูนค่อย ๆ เงยหน้าขึ้นไปหาเ้าของเสียงพูดที่คุ้นหูนั้น ก็พบกับสาวแว่นที่หลงไหลในการคอสเพลย์และยังเป็หัวหน้าชมรมคอสเพลย์ของโรงเรียนนี้ โบว์ นั่นเอง และสมาชิกอีก 3 คนก็นั่งตามกันมา
“เฮ้อ~ แย่ซะจริง โต๊ะข้าง ๆ ก็ว่างทำไมเราถึงอยากนั่งโต๊ะนี้กันนะ เพราะเป็แหล่งกำเนิดพลังงานความมืดของเรางั้นหรอ...”
“นั่นน่ะสิขอรับ กระผมก็ตั้งใจจะนั่งโต๊ะข้าง ๆ ที่ว่างอยู่เหมือนกัน แต่เซ้นส์์นินจาของกระผมมันขยับมานั่งตรงนี้เอง กระผมนั่งลงไปแล้วคงลุกยากแล้วล่ะขอรับ กระผมไม่ลุกแล้วนะ”
“. . .” พลอยไม่พูดอะไรเหมือนเดิม
เป็เื่ที่น่าแปลกที่เมื่อวาน โบว์ โอม และเบล ได้วิ่งหนีตูนออกไปด้วยความตื่นตระหนกซะขนาดนั้น กลับพยายามเข้าหาตูนโดยไม่สนใจสายตาและคำนินทาของคนรอบข้างง
“นี่พวกนาย....” ตูนพูดออกมาเบา ๆ พลางกวาดสายตามองไปที่พวกเขาเ่าั้ที่กำลังอมยิ้มกันไม่หุบ(ยกเว้นพลอยที่หน้านิ่งตลอด) เพราะพวกเขาคิดว่าตูนคงจะซึ้งในพลังของมิตรภาพจนถึงกับพูดอะไรไม่ออก แต่แท้จริงแล้ว... มันไม่ใช่แบบนั้นเลยย
“นี่พวกนาย! นั่นข้าวแกงกระหรี่ไก่ที่ฉันตามหานี่!!! แถมยังทั้ง 4 คนอีกเลยด้วย!!! หนอยย!! โฉมหน้าของสมาคมนักล่าอาหารคือพวกนายเองสินะ!! เอามานี่เลย เอามาแลกกับข้าวขาหมูของฉันเลยนะ!!”
“วะ-เหวอ! จะทำอะไรกับแกงกระหรี่ของกระผมกันน่ะขอรับ! และอีกอย่างข้าวของคุณหมดไปตั้งครึ่งจานแล้วด้วย ไม่ต้องมาเนียนขอแลกเลย!! ถ้าอยากได้ก็ไปเอาที่เบลนู่นเลยขอรับ!”
“อะไรนะ!? นี่พวกนายรวมหัวกันเพื่อที่จะแย่งชิงข้าวแกงกระหรี่ไก่ที่ฉันต้องเสี่ยงตายเผชิญหน้ากับไอ่พวกปีศาจยักษ์กล้ามพวกนั้นเพื่อให้ได้มาอย่างงั้นนหรอ!? งั้นก็เข้ามาเลย!! พลังความมืดที่ฉันกักเก็บไว้มันพร้อมที่จะปะทุออกมาเต็มที่แล้วตอนนี้!! ย้ากกก!!”
จากนั้นก็เกิดเหตุชุลมุนวุ่นวายขึ้นบนโต๊ะอาหารของกลุ่มนักเรียนที่ถูกมองว่าเป็ตัวตลกของโรงเรียนจนไม่มีใครอยากเข้าใกล้ แต่พวกเขาเ่าั้ก็ไม่ได้สนใจเลยว่าตัวเองจะถูกมองว่าเป็ตัวอะไร แค่คนที่ชอบอะไรเหมือน ๆ กันมีอะไรคล้าย ๆ กันมารวมตัวกันจนเกิดเป็กลุ่มเพื่อนที่บางทีอาจจะมีความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นอบอุ่นมากกว่ากลุ่มเพื่อนไหน ๆ ในโรงเรียนนี้เลยก็ได้...
“นี่พวกนายหยุดทะเลาะกันได้แล้วน่า! ข้าวกระเด็นลงพื้นจนเ้าเฉาก๊วย(ชื่อหมาในโรงเรียน) กับเดอะแก๊งมารุมกินกันเต็มไปหมดแล้วเนี่ยเห็นไหม!-- เธอก็ช่วยห้ามหน่อยสิพลอย!”
“...ฮึ...”
ในขณะนั้นก็ได้มีแก๊งผู้หญิงที่นั่งอยู่ห่าง ๆ มองมาที่โต๊ะของพวกเขาด้วยสีหน้าขยะแขยง
“ไอ่พวกปัญญาอ่อนเอ้ย! เสนียดสายตาชะมัด! มึงก็ว่างั้นป่ะ ดาว”
‘. . .’ ดาว่นิ่งเงียบไม่ออกความคิดเห็นใด ๆ และมองไปที่โต๊ะของตูนอย่างไม่ละสายตาราวกับว่าเธอ้าอะไรบางอย่างจากคนกลุ่มนั้น หรือว่ามันไปกระตุ้นอะไรบางอย่างในความทรงจำของเธอให้ฟื้นกลับมา
จนกระทั่งเสียงกริ่งดังขึ้น
กริ๊งง!!!
เป็สัญญาณการเริ่มเรียนของภาคบ่าย นักเรียนทุกคนต่างแยกย้ายทำธุระของตัวเองและทยอยขึ้นห้องไป รวมถึงสมาชิกชมรมคอสเพลย์ด้วย ต่างคนต่างก็แยกย้ายไปตามห้องของตัวเอง และทันทีที่ตูนเดินเข้ามาในห้อง เสียงซุบซิบนินทาจากเพื่อนร่วมห้องก็เริ่มฮือฮาขึ้นมาอีกครั้ง แต่ว่าตูนก็ไม่ได้สนใจอะไรเพราะเขาเจอสถานการณ์แบบนี้มาั้แ่ยังเด็กจึงชินกับมันไปแล้ว และในขณะที่ก้นของตูนกำลังจะหย่อนถึงเก้าอี้นั่นเอง
“ตูนนนนน!!!!!!” ต้นกล้าะโเสียงดังลั่นและกระโจนเข้าหาตูนทันที
“มะ...มีอะไรหรอนายแว่น…? ทำไมอยู่ ๆ ก็ะโเสียงดังแบบนั้น นะ...นายไม่ชอบ มหาเวทย์ผนึกมาร กับ Chiamsaw Man ขนาดนั้นเลยหรอ...-
“ไม่ใช่เื่นั้นโว้ยย!!!! ดูนี่! คลิปที่นายเกือบจะมีเื่กับเคดังไปทั่วอินเทอร์เน็ตแล้ว!!”
ต้นกล้ายื่นโทรศัพท์ที่กำลังเปิดคลิปตูนกับเคกำลังจะซัดกันในแอป TikTok ซึ่งอาจจะเป็เพราะความหล่อผนวกกับชื่อเสียงของเคหรืออาจจะเป็เพราะชาวโซเชียลอยากเห็นภาคต่อของคลิป ทำให้คลิปนั้นมียอดคนกดหัวใจมากกว่า 2 ล้านหัวใจ และดังเปรี้ยงปร้างในไม่ถึงชั่วโมง
“ละ...แล้วมันทำไมหรอ?”
“นี่นายไม่รู้หรือยังไง!? เคน่ะ เป็ถึง 1 ใน 5 อัจฉริยะของโรงเรียนนี้เลยนะ-- มวยไทยอัจฉริยะที่เริ่มต่อยมวยั้แ่ 2 ขวบ สถิติการชกจนถึงปัจจุบัน ชนะ 596 ครั้ง เสมอ 1 ครั้ง แพ้ 0 ครั้ง และยังชนะน็อกทั้ง 596 ครั้งเลยด้วย ไม่ว่าจะเป็ มวยหมัด มวยศอก มวยเข่า มวยเตะ ถือว่าอยู่ในระดับผู้เชี่ยวชาญทั้งหมดเลย หมัดหนักราวกับ ‘เขาทราย กาแล็คซี่’ พริ้วไหว ราวกับ ‘สามารถ พยัคฆ์อรุณ’ ท่วงท่าลีลาการชกราวกับ ‘แสนชัย และ สมรัก คำสิงห์’ รวมร่างกัน-- ด้วยวัยเพียงแค่ 15 ปี ก็ได้สิทธิ์ขขึ้นชกบนเวที ONE Championship เวทีระดับโลกอีกด้วย และมีข่าวลือแว่ว ๆ มาว่าในอนาคตยังจะได้ขึ้นชกกับ ‘รถถัง’ อีกด้วย!! แล้วนายก็ดันไปมีเื่กับคนที่สุดยอดแบบนั้นโดยไม่รู้เื่อะไรเลยเนี่ยนะ!!!! แฮ่ก...แฮ่ก...แฮ่ก...”
และนี่ก็คือเหตุผลที่เพื่อนร่วมห้องเริ่มพากันซุบซิบนินทาตูนอีกครั้งหนึ่ง เพราะตูนดันไปมีเื่กับเคผู้ถูกขนานนามว่าเป็ 1 ใน 5 อัจฉริยะของโรงเรียนนี้เข้า แต่ว่าเ้าตัวแสบของเราก็ไม่ได้สนใจเลยซักนิดว่าเคเป็ใครและใหญ่โตมาจากไหนจึงตอบต้นกล้ากลับไปด้วยคำพูดที่ฟังดูเรียบง่าย
“ก็เ้าหมอนั่นมันเป็หัวหน้าพวกนักเลงที่มารุมทำร้ายเพื่อนของฉันนี่นา ฉันน่ะเกลียดพวกนักเลงสุด ๆ ไปเลย...”
ทันใดนั้นเอง นักเรียนหญิงในห้องที่ได้ยินตูนหาว่าเคเป็หัวหน้านักเลง ก็ได้เถียงออกไปเสียงดังเพื่อที่จะปกป้องเค ถึงแม้แคจะไม่รู้จักเธอเลยก็ตาม
“พูดอะไรน่ะ!!? เคไม่ใช่นักเลงซักหน่อย ไอ่บอลต่างหากที่เป็นักเลง และก็รุ่นพี่อีกคนหนึ่งที่อยู่ม.6- อุ้บ!!” พูดไม่ทันจบเธอก็โดนเพื่อนเอามือมาปิดปากเอาไว้แน่น และกระซิบเตือนสติเข้าไปที่หู
“เธอไปคุยกับมันทำไมยัยบ้า! เดี๋ยวก็ซวยไปด้วยหรอก!”
ในณะในห้องกำลังเต็มไปด้วยบรรยากาศอึมครึม คุณครูก็ได้เข้ามาพอดี นักเรียนในห้องจึงแยกย้ายกันนั่งตามที่นั่งของตัวเองและบรรยากาศในห้องก็เริ่มกลับมาเป็ปกติอีกครั้ง
“ยังไงก็เถอะ ระวังตัวด้วยนะ ่นี้ก็กลับบ้านไว ๆ หน่อยก็ดีนะ จะได้ไม่เป็อันตราย- ฉันไปล่ะ...”
จากนั้นคุณครูก็บอกให้นักเรียนเอาหนังสือเรียนขึ้นมาและให้ทำแบบฝึกหัด นักเรียนทุกคนทำตามที่ครูสั่งโดยทันทีแม้กระทั่งตูน แต่ว่า เขาหยิบหนังสือออกมาผิดเล่ม ดันเป็นมังงะ Tokyo Revengers ที่เขาอ่านทิ้งไว้เมื่อตอนก่อนกินข่าวซะงั้น เด็กหนุ่มจึงเกิดความคิดผุดมาในหัวทันทีเลยว่า ไหน ๆ ก็ไหน ๆ ละ อ่านซักหน่อยละกัน แต่คำว่าอ่านซักหน่อยของตูนมันใช้ได้แค่กับหนังสือเรียนเท่านั้น นั่นจึงเป็เหตุทำให้เขาก้นติดเก้าอี้นั่งอ่านเพลินจนโรงเรียนเลิก และไม่ได้แตะแบบฝึกหัดเลยซักข้อเดียว...
...
-บริเวณค่ายมวยสำหรับชมรมมวยไทย-
‘เค’ เด็กรูปหล่อได้เดินเข้ามาที่ค่ายมวยแห่งหลังโรงเรียนเลิกเพื่อที่จะมาซ้อมมวยตามปกติ ค่ายมวยแห่งนี้เปรียบเสมือนห้องชมรมสำหรับชมรมมวยไทย ทันทีที่เคเดินเข้ามา เขาก็ได้พบกับบอลและแก๊งของเขาทุกคนที่เคยมีเื่กับตูน ทุกคนอยู่ในสภาพสะบักสะบอม บางคนถึงขั้นต้องใส่เฝือก บอลที่โดนส้นเท้าของตูนฟาดเข้าไปที่หน้าก็ถึงงจมูกหักจนต้องใส่เฝือกตรงจมูก และที่ยิ่งกว่านั้นคือทุกคนมัวแต่นั่งเล่นโทรศัพท์ ไม่ลุกขึ้นมาซ้อมมวย และในชมรมนี้ก็มีกฎอยู่ข้อหนึ่งที่ฝ่าฝืนอย่างเด็ดขาด นั่นก็คือ
“ฉันได้กลิ่นบุหรี่ ใครสูบบุหรี่” เพียงคำพูดเพียงคำเดียวของเคก็ทำให้คนอื่น ๆ ที่กำลังเล่นโทรศัพท์อยู่ต่างเหงื่อตกกันถ้วนหน้า
“ฉันจะถามอีกรอบหนึ่ง ใครสูบบุหรี่”
ในขณะที่คนอื่น ๆ กำลังทำทีเล่นโทรศัพท์เพื่อกลบความกลัว ก็ได้มีนักเรียนคนหนึ่งยอมสารภาพ
“ฉะ...ฉันเอง สงสัยกลิ่นมันติดเสื้อมาน่ะ ขอโทษทีนะ...”
ถ้าเป็นักเลงปกติ ไอ่หมอนี่คงโดนกระทืบจนน่วมจนต้องจองห้อง ICU ไปแล้ว แต่ว่าเคไม่ได้เป็คนแบบนั้น
“ออกไปทำยังไงก็ได้ให้กลิ่นมันหาย แล้วค่อยกลับเข้ามาใหม่ แล้วคราวหน้าอย่าให้มีแบบนี้อีก”
นักเรียนคนนั้นรีบวิ่งแจ้นออกจากห้องชมรมไปทันที จากนั้นเคก็ได้เปลี่ยนเสื้อผ้าและเริ่มะโเชือกเพื่อวอร์มร่างกาย ในระหว่างนั้นบอลก็ได้ชวนคุยขึ้นมา
“มึงไม่ได้จัดการมันเหรอไอ่เค ไอ่เอ๋อนั่นถ้าเป็มึงไม่ถึง 5 วิคงจัดการได้สบาย ทำมึงไม่ทำวะ”
“...ไม่อ่ะ”
“ทำไมวะ!!”
“. . .” เคนิ่งเงียบไม่พูดอะไรและะโเชือกต่อไป ในขณะนั้นเองก็ได้มีนักเรียนม.ปลายคนหนึ่งเดินดูดบุหรี่ออกมา และมาพ่นควันบุหรี่ใส่หน้าของเคแบบระยะเผาขน
“ไม่เห็นเป็ไรเลยนี่... ถ้าเคไม่ทำเดี๋ยวพี่ ‘เอิร์ธ’ คนนี้จะจัดการให้เอง จะจัดการพร้อมกับเพื่อน ๆ ของมันทีเดียวไปเลย เคี๊ยก ๆ ๆ ๆ”
เอิร์ธ นักเรียนชั้นม.6 เพียงครเดียวของชมรมมวยไทย เรียกได้ว่าเป็ไอ่พวกเศษสวะ ระยำตำบอน เดนมนุษย์ต่ำช้าได้อย่างแท้จริง ชอบปิดถนนแว๊นรถสร้างความรำคาญให้กับชาวบ้าน กินเหล้าเมายาทำร้ายคนอื่นไปทั่วจนถึงขั้นพิการเลยก็มี หนักสุดก็ถึงขั้นเมาเหล้าเละและไปข่มขืนตบตีผู้หญิงในผับ แต่โชคดีที่มพลเมืองดีเข้ามาช่วยเอาไว้ แต่ผู้หญิงคนนั้นก็เสียสุขภาพจิตไปหลายเดือนเลยเหมือนกัน และที่ยังอยู่รอดมาได้ทุกวันนี้ก็เพราะว่าของเขาเป็เสี่ยใหญ่แห่งวงการมวย มีเส้นสายและลูกน้องพอสมควร ปกปิดความผิดด้วยการยัดยอกเงินให้กับตำรวจ ทำให้เอิร์ธพ้นโทษทุกครั้งที่โดนจับ
เคที่รู้ว่าถ้าเอิร์ธเป็คนลงมือเองคงจะเกิดเื่ที่เลวร้ายเอามาก ๆ กับตูนและชมรมคอสเพลย์แน่ ๆ ทำให้เขาไม่มีทางเลือกจึงต้องเสนอตัวออกไปเอง
“เดี๋ยวฉันจัดการเอง แต่ว่าขอเวลาหลายวันหน่อย เพราะเ้าหมอนั่นมันไม่ธรรมดา ถ้าประมาทก็อาจจะเป็ฝ่ายฉันเองที่โดนจัดการแทน”
“โอ้~ เคถึงขั้นชมว่า ไม่ธรรมดา แบบนี้แสดงว่าเ้านั่นต้องร้ายมาก ๆ แน่ ๆ เคี๊ยก ๆ ๆ ๆ งั้นก็ฝากจัดการด้วยนะ พ่ออัจฉริยะ~”
หลังจากพูดคุยกันเสร็จ เคก็ได้เก็บข้าวเก็บของและเปลี่ยนเสื้อผ้ากลับบ้านทันที เพราะเขาทนไม่ไหวที่ต้องมาอยู่กับกลิ่นบุหรี่และคนแบบไอ่เอิร์ธ ทันทีที่เคเดินออกจากห้องชมรมไปจนพ้นสายตา เอิร์ธ กับ บอล ก็เริ่มหารือกันเื่ของเขา
“พี่เอิร์ธ ถ้าเป็แบบนี้ต่อไปไอ่เคมันต้องไม่ฟังเราแน่ เตรียมตัวรับมือแล้วรึยัง?”
“มึงไม่ต้องห่วง... ไอ่เคมันไม่มีทางเลือกหรอก มันก็เหมือนลูกไก่ในกำมือของกูนั่นแหละ มันรู้ตัวดียู่แล้วว่าถ้าไม่ทำตามคำสั่งกุ ค่ายมวยของพ่อมันที่มันรักนักรักหนาจะโดนอะไร เคี๊ยก ๆ ๆ แต่ถ้ามันไม่จัดการเดี๋ยวกูไปจัดการให้เอง ไอ่พวกชมรมคอสเพยล์นั่นน่ะ เห็นว่าในชมรมมีสาวสวยอยู่ 2 คนอีกด้วย แค่คิดก็อดใจไม่ไหวแล้วว~”
เกิดอะไรขึ้นกับค่ายมวยของพ่อเค ตูนจะต้องสู้กับอัจฉริยะด้านมวยไทยอย่าง เค จริง ๆ งั้นเหรอ!? โบว์กับพลอยจะปลอดภัยจากเงื้อมมือของเดนมนุษย์อย่างเอิร์ธได้หรือไม่!!? เพียงดาวสาวสวยประจำโรงเรียนที่จ้องมองมายังกลุ่มของตูน้าที่จะบอกอะไรกับพวกเขา!!? โปรดติดตามตอนต่อไป....ไป....ไป