บทที่ 2 เกิดใหม่ในคืนแต่งงาน
เจียงหนานเรียกเสียงเบา “ลู่ฮ่าว คุณไข้ขึ้นแล้ว ต้องกินยาลดไข้นะ”
ลู่ฮ่าวหมดสติเพราะไข้ขึ้นสูง พอโดนเธอปลุกให้ตื่นก็ลืมดวงตาอันเฉียบคมขึ้นอย่างสะลึมสะลือ
“กินยาเร็วเข้า ไม่งั้นจะติดเชื้อเอานะ”
เจียงหนานรีบยัดยาเข้าไปในปากของเขาแล้วป้อนน้ำตาม
คล้ายว่าชายหนุ่มตัวร้อนจนเลอะเลือน หลังจากป้อนยาก็หลับตาลงอีกครั้ง
เจียงหนานไม่กล้าชักช้า วางแก้วลง เทน้ำลงในอ่างล้างหน้าลายเป็ดยวนยาง*[1] ที่ให้เป็สินเดิม หาผ้าขนหนูมาหนึ่งผืน แล้วเริ่มประคบเย็นให้เขา
ใบหน้าครึ่งหนึ่งของเขาถูกพันด้วยผ้าก๊อซ าแไม่ควรถูกน้ำ ย่อมไม่อาจเอาผ้าขนหนูชุบน้ำนาบกับหน้าผากได้ เธอถอดเสื้อเชิ้ตสีขาวบนร่างของเขาออก ก่อนประคบเย็นใต้วงแขนเพื่อลดไข้
ผ้าขนหนูเย็นยังสอดอยู่ใต้วงแขนของลู่ฮ่าว เธอผละใบหน้ามาพินิจมองสำรวจบ้านหลังใหม่แสนเรียบง่ายอีกครั้ง
เจียงหนานรู้สึกว่าตนมีหลากหลายอารมณ์ผสมปนเปกันอยู่
เธอได้เกิดใหม่อีกครั้ง
์คงเห็นว่าชาติก่อนเธอใช้ชีวิตอย่างอัดอั้นตันใจเหลือหลาย ตายอย่างเสียเปล่าเหลือเกิน ถึงให้โอกาสเธอกลับมามีชีวิตอีกครั้ง
ช่างดีจริง ๆ
กลับมาเกิดใหม่ครั้งนี้ นอกจากจะแก้แค้นคนชั่วพวกนั้นแล้ว สิ่งที่เธออยากแก้ไขที่สุด...
ก็คือใบหน้าของลู่ฮ่าว
เขาถูกไฟแผดเผาจนเสียโฉม
ยามนี้ เธอกำลังมองดูเขา อดจมดิ่งสู่ความทรงจำในอดีตไม่ได้
การแต่งงานกับเขาในชาติก่อน เธอไม่ได้เต็มใจนัก
เพราะเธอมีคนในดวงใจอยู่แล้ว
เธอเคยสัญญากับคนรักว่า ในวันเกิดปีที่ยี่สิบของเธอ เราจะมาเจอกันตรงสถานที่ที่พบกันครั้งแรก
อีกสองเดือนข้างหน้า ก็จะเป็วันเกิดปีที่ยี่สิบของเธอแล้ว ทว่าเธอกลับถูกบังคับให้แต่งงานเสียก่อน
ในวันแต่งงาน เธอซุกซ่อนกรรไกรเล่มหนึ่งไว้ใต้อก
ทั้งนี้เพื่อป้องกันไม่ให้โดนลู่ฮ่าวขืนใจ
พอคิดถึงตรงนี้ เธอก็เหลือบมองด้านข้าง เห็นกรรไกรเล่มหนึ่งวางอยู่ตรงมุมกำแพง
คืนแต่งงานวันนั้น คนที่ไม่ได้เห็นเ้าบ่าวอย่างเธอ ตื่นขึ้นมากลางดึก พลันเห็นชายคนหนึ่งพันผ้าบดบังใบหน้าจนเห็นเค้าโครงหน้าไม่ชัดกำลังนอนบนเตียงเตา
ตอนนั้น เธอสงสัยใคร่รู้ว่าแผลโดนไฟลวกของคนคนนี้เป็เช่นไรกันแน่ ด้วยเหตุนี้จึงอาศัย่ที่เขากำลังหลับสนิท ค่อย ๆ แกะผ้าก๊อซออกอย่างเบามือ...
เมื่อาแฉกรรจ์โชกเืที่ยังไม่ตกสะเก็ดปรากฏสู่ครรลองสายตา เธอก็ใจนหมดสติไปทันที
เช้าวันรุ่งขึ้น เธอร้องไห้งอแงอยากกลับบ้าน ส่วนาแของลู่ฮ่าว เนื่องจากเชื้อแบคทีเรียลุกลาม กอปรกับไข้สูงอย่างต่อเนื่อง เขาเกือบจะสิ้นชีวิต เขาถูกส่งตัวไปโรงพยาบาลในภายหลัง
เจียงหนานลดระดับสายตา เช็ดเนื้อเช็ดตัวให้เขาเบา ๆ หลังจากกินยาลดไข้และยาแก้อักเสบ และลดอุณหภูมิร่างกายแล้ว หลังจากนั้นไม่นาน เนื้อตัวของเขาก็ไม่ได้ร้อนรุ่มอีกต่อไป
เธอติดกระดุมเสื้อให้เขาอีกครั้ง
นาฬิกาบนฝาผนังกำลังเดิน เจียงหนานนั่งอยู่ข้าง ๆ จัดระเบียบความทรงจำอันยุ่งเหยิงของชาติก่อน จนกระทั่งกลางดึก ความง่วงถึงเข้าจู่โจม เธองีบหลับไป ร่างอ้วนท้วนล้มตัวลงนอน...
ลู่ฮ่าวโดนคนตัวเป็ ๆ กดทับจนตื่น เขารู้สึกว่าบนร่างมีอะไรทับหนักสักพันจิน*[2] พอลืมตาขึ้น ก็เห็นหัวทุยใหญ่เอนพิงแผ่นอกเขาอยู่ พอเพ่งมองดูดี ๆ ก็เห็นใบหน้าใหญ่เท่ากระทะสู่สายตา
เขาขมวดคิ้วแน่น ผลักเธอออกอย่างไม่เกรงใจสักนิด
หลังจากถูกผลัก เจียงหนานก็สะดุ้งโหยง หยัดกายขึ้นนั่งแล้วขยี้ตา แล้วก็เห็นว่าชายตรงหน้าตื่นแล้ว กำลังมองตรงมาที่เธอ
ทั้งคู่ประสานสายตา เจียงหนานจ้องมองั์ตาอันลึกล้ำนั่น น้ำตาพลันไหลพรั่งพรู
ลู่ฮ่าว ลู่ฮ่าวของเธอ
ชีวิตนี้ เธอจะไม่เมินเฉยต่อเขาเด็ดขาด
ลู่ฮ่าวมองหญิงอ้วนที่กำลังร้องไห้จนน้ำมูกน้ำตาไหลเป็สาย ดวงตาของเขาทวีความเ็าหลายส่วน
คุณปู่เยี่ยมไปเลยจริง ๆ!
ถึงเอาของแบบนี้มาฝากเขาได้
เขาเอ่ยเสียงเย็น “เธอไม่ต้องกลัว ฉันจะไม่ทำอะไรเธอหรอก”
เจียงหนานได้ยินเสียงของเขาในอดีตก็ยิ่งปล่อยโฮกว่าเดิม
ลู่ฮ่าวหมดความอดทนกับเสียงร้องไห้ กลิ่นอายรอบตัวเย็นเยียบลงอย่างยิ่ง เมฆดำปกคลุมหนาแน่นเต็มดวงตา
เขาไม่อยากคุยกับเธอจึงลงจากเตียงเตา ก่อนจะเหยียดแขนยาว หยิบหมอนสีแดงใบใหญ่บนเตียง เตรียมออกจากห้องด้วยสีหน้าบูดบึ้ง
เขาถือหมอนไว้ด้วยมือข้างหนึ่งพลางสาวเท้าไปที่หน้าประตู แต่แล้วเขาก็หันกลับมามองหญิงสาวที่กำลังร่ำได้สะอึกสะอื้น “วางใจได้ ฉันจะไม่เข้ามาอีก พอฟ้าสางฉันจะส่งเธอกลับไป”
เขาเอ่ยเสียงเ็า พูดจบก็ก้าวเท้ายาว ๆ เดินจากไป
ส่งกลับไป?
รูม่านตาของเจียงหนานหดตัว
ไม่ได้นะ
พอเห็นว่าลู่ฮ่าวกำลังจะเปิดประตู เธอก็ร้อนใจมากจนต้องหยุดร้องไห้แล้วรีบไถลลงจากเตียงเตาไปเหนี่ยวรั้งเขาไว้
ตามคาด ด้วยความรีบร้อน ยังไม่ตื่นดี อีกทั้งรูปร่างยังเทอะทะเคลื่อนไหวไม่คล่องแคล่ว เธอก็ปัดแขนโดนกรรไกรที่วางอยู่บนหัวเตียง ตกลงบนหลังเท้าเข้าอย่างจัง
ปลายกรรไกรแทงทะลุเข้าไปในเนื้อ
“โอ๊ย” เจียงหนานเจ็บจนต้องร้องลั่น
ความอับอายฉายชัดบนใบหน้า ที่กล่าวว่ายกหินขึ้นมาแต่กลับหล่นทับขาตัวเอง*[3] อาจหมายถึงสภาพเธอในตอนนี้ก็เป็ได้
ลู่ฮ่าวที่เพิ่งก้าวพ้นธรณีประตู ได้ยินเสียงร้องเ็ปของเธอก็ชะงักฝีเท้าแล้วเหลียวหน้ามามอง
เห็นเจียงหนานนั่งยอง ๆ บนพื้น หลังเท้ามีเืไหลซึม
เขาตื่นใ รีบสาวเท้ากลับมา เอากรรไกรบนหลังเท้าของเธอออก กลิ่นอายรอบกายเย็นะเืถึงขีดสุด “ฉันบอกแล้วไงว่าจะไม่ทำอะไรเธอ ทำไมต้องทำร้ายตัวเองด้วย?”
เจียงหนานเจ็บจนต้องสูดหายใจเข้าลึก ๆ มองหลังเท้าที่มีเืไหลซึม พลางอธิบายด้วยอาการสะอื้น “ฉันไม่ได้ทำร้ายตัวเอง เมื่อกี้แค่ไม่ทันระวัง”
เมื่อได้ฟังถ้อยคำของคนตรงหน้า ลู่ฮ่าวก็เหลือบมองเธอด้วยใบหน้าบึ้งตึง คล้ายกำลังแยกแยะความจริงเท็จจากคำพูดของเธอ
เมื่อวานเย็นตอนเขากลับมา เขาได้ยินเสียงกระซิบกระซาบของพวกคนที่กำลังมีความสุขบนความทุกข์ของคนอื่นจากภายในบ้านว่า เ้าสาวถือกรรไกรไว้ในอ้อมแขนราวกับไม่ยี่หระต่อความตายใด ๆ ทั้งสิ้น
ทว่าปู่ผู้เลอะเลือนกลับปฏิเสธที่จะยอมรับ ผลักเขาเข้าไปในห้อง
ยามเขาเข้ามา เ้าสาวที่ว่าก็เข้าสู่ห้วงนิทราอยู่ใต้ผืนผ้าห่มแล้ว เขาไม่เห็นว่าเ้าสาวรูปร่างหน้าตาอย่างไร และเขาก็ไม่ได้อยากดูด้วย
เพราะาแบนใบหน้า ชายหนุ่มครั่นเนื้อครั่นตัว ทำได้แค่นอนบนเตียงเตา คิดว่าตื่นขึ้นมาค่อยว่ากัน
เจียงหนานมองหยดเืที่ไหลออกมาจากหลังเท้าของตัวเอง เจ็บจนเรือนร่างอวบอ้วนสั่นเทิ้ม ส่วนลู่ฮ่าวยังคงแน่นิ่งอยู่ที่เดิม คิดว่าเธอกำลังจะฆ่าตัวตาย
ถ้าเห็นคนพยายามฆ่าตัวตาย ก็รีบช่วยเหลือสิ?
เธอะโใส่เขาด้วยความโมโห “ช่วยพยุงฉันขึ้นก่อน รีบพันแผลให้ด้วย นิ่งอยู่ทำไม ทึ่มจริง”
ชายหนุ่มพิศมองสายตาอันขุ่นเคืองของหญิงสาว น้ำเสียงฟังดูกระเง้ากระงอด ทำเอาเหม่อลอยอยู่ครู่หนึ่ง
เขาคิดไม่ถึงว่าเธอจะพูดกับเขาด้วยน้ำเสียงเช่นนี้
ลู่ฮ่าวได้สติกลับมา โน้มตัวลงอย่างไม่เต็มใจ แขนซ้ายออกแรงพยุงตัวเธอขึ้นนั่งบนขอบเตียง จากนั้นก็ออกไปยกน้ำมาให้
เพียงแต่ว่าแขนขวาของเขาคล้ายจะหมดเรี่ยวแรง ตอนเขายกอ่างน้ำมันสั่นอยู่ตลอดเช่นกัน...
เจียงหนานเห็นแขนข้างขวาของเขาสั่นเล็กน้อย ความสงสัยวาบผ่านแววตา
ลู่ฮ่าวไม่เพียงแต่ได้แผลบนใบหน้าเท่านั้น เมื่อไม่นานมานี้แขนขวาของเขายังประสบอุบัติเหตุในโรงพยาบาลอีกด้วย
เขาเป็ศัลยแพทย์กระดูกที่จบการศึกษาจากคณะแพทย์ เป็นักเรียนที่สุดแสนจะน่าภาคภูมิใจของอาจารย์ที่ปรึกษา ปัจจุบันเป็ผู้ช่วยผ่าตัดมือหนึ่ง อีกไม่กี่ปีข้างหน้าก็จะได้รับหน้าที่สำคัญให้เป็หัวหน้าศัลยแพทย์
ไม่นานมานี้ เขาเอาตัวเองรับมีดแทนอาจารย์ที่ปรึกษา โดนผู้ป่วยที่ควบคุมอารมณ์ไม่ได้ใช้มีดฟันเข้าที่แขนข้างขวา
แขนเขาจึงได้รับาเ็ และเพราะเป็่พักร้อน เขาก็กลับบ้านเกิดเพื่อเยี่ยมเยียนคุณปู่ กระนั้นลู่ฮ่าวก็ได้ทำเื่หาญกล้าอีกครั้ง ใบหน้าของเขาถูกไฟแผดเผาขณะช่วยชีวิตผู้คนในกองเพลิง
คิดมาถึงจุดนี้ เจียงหนานพลันมีสีหน้าครึ้มทะมึน
อาการาเ็ที่แขนของลู่ฮ่าวไม่ใช่อุบัติเหตุ
ในอดีต หลังจากแขนขวาได้รับาเ็ เขาไม่ได้รับการรักษาที่ถูกต้องอย่างทันท่วงที ทั้งนี้เพราะข้อจำกัดทางการแพทย์ในเวลานั้น
เขาไม่อาจทำหน้าที่ผู้ช่วยผ่าตัดได้อีกต่อไป
นี่คือสิ่งที่น่าเสียดายในชีวิตที่แล้วของเขา
แม้แผลไฟไหม้บนใบหน้าจะได้รับการรักษาด้วยเวชศาสตร์ความงาม แต่ก็ยังหลงเหลือรอยแผลเป็ตื้น ๆ เอาไว้อยู่ดี
ตามคำพูดของคนยุคหลัง ลู่ฮ่าวถือเป็หนุ่มรูปงามที่น่าเวทนาโดยแท้
...
การเคลื่อนไหวในห้องหอ ทำเอาคนอื่น ๆ ที่อยู่ในลานบ้านตื่นใไปตาม ๆ กัน
ไฟในห้องโถงสว่างวาบ บนเตียงเตา ผู้หญิงคนหนึ่งพูดแหย่ชายวัยกลางคนว่า “เหล่าลู่ คุณได้ยินเสียงอะไรไหม หรือว่าลูกชายคุณจะใช้ไม้แข็ง? เด็กคนนั้นคงไม่คิดสั้นไปก่อนหรอกนะ”
*[1] เป็ดยวนยาง มักใช้เป็สัญลักษณ์มงคลในงานแต่งงาน
*[2] จิน หน่วยชั่งน้ำหนักของจีน โดย 1 จิน เท่ากับ 500 กรัม หรือครึ่งกิโลกรัม
*[3] ยกหินขึ้นมาแต่กลับหล่นทับขาตัวเอง เปรียบเปรยว่า คิดจะทำร้ายผู้อื่น แต่ผลร้ายกลับย้อนมาหาตัวเอง หรือเรียกอีกอย่างว่า ทำตัวเอง