ณ คฤหาสน์กว้างแห่งหนึ่งใจกลางเชียงใหม่
"คุณเพนนีครับ นี่คุณกว้านซื้อที่มาทำคฤหาสน์อีกแล้วนะครับ" นายพงษ์เบ๊ลูกไล่ของพนิตพรกล่าวขึ้นเมื่อเห็นว่าเธอได้ทำการซื้อและสร้างคฤหาสน์มาหลายนับสิบครั้ง ทำให้เขารู้สึกเบื่อหน่าย
"นี่พูดมากนักนะนายพงษ์ ไอ้ตัวแสบ ฉันจะเอาเงินไปซื้อถมที่ทำบ้านทำหลุมฝังทำที่หลบภัยทำรังหนูจะทำอะไรมันก็เงินของฉัน นี่ตกลงนายเป็ลูกน้องฉันหรือเป็พ่อฉันกันแน่ ไอ้บ้านี่" เพนนีหรือพนิตพร หญิงสาวสวยในชุดเดรสสีชมพู นั่งบนเก้าอี้โซฟาตัวใหม่ที่เพิ่งสั่งตัดมาจากปารีส
"นี่พงษ์ จะว่าไปแล้วอ่ะ ฉันซื้อที่มาทำคฤหาสน์ครบทั้ง 77 จังหวัดรึยังนะ"
"ผมไม่แน่ใจน่ะสิครับคุณเพนนี เวียนว่ายตายเกิดกันมากี่สิบชาติก็ไม่รู้ ผมไม่อยากสนใจนับด้วยแล้ว" พงษ์ยักไหล่ทำท่าเหมือนไม่สนใจที่จะอยากนับจริงๆ
เพนนีขว้างหมอนใบใหญ่ใส่ตัวพงษ์ พร้อมกับอารมณ์หงุดหงิดและกล่าวว่า
“โอ๊ย ไอ้คุณพงงงงงงษ์ แกอยากจะแหกปากให้คนเค้ารู้กันรึไงว่าฉันกับแกเนี่ยตายแล้วเกิด แล้วเกิดแล้วตายมา เค้าจะได้ด่าว่าคุณเพนนีนี่ก็สวยดีนะคะ แต่สติคงจะไม่ดี ดูท่าคงจะรวยจนเพ้อเจ้อ”
"ผมไม่เห็นมีใครเค้าพูดสักคน ยิ่งคำว่าสวยเนี่ย คิดไปเองล้วนๆ" ประโยคหลังพงษ์ไม่ได้พูดออกมาเพราะรู้ว่าถ้าพูดก็คงไม้พ้นจะโดนหมอนใบโตข้างๆที่วางอยู่เขวี้ยงใส่
"กรี๊ดดดดดดดด พอๆๆๆ ฉันไม่คุยกับแกแล้ว ชอบทำให้อารมณ์เสีย ดูสิ ลิปจืดลงเลย" เพนนีว่าพลางหยิบลิปสติกสีส้มอิฐประจำตัวขึ้นมาทาอีกครั้ง แน่ล่ะ หญิงสาวเป็คนที่รักสวยรักงามมาโดยตลอดไม่ว่าจะเป็ชาติไหนก็ตาม หน้าตาต้องยังคงแต่งให้สวย
"แปลกนะครับ คุณเพนนีนี่ชอบลิปสีส้มอิฐจัง ทั้งที่ๆจริงๆคุณควรทาลิปสีแดงด้วยซ้ำ จะได้ดูเหมาะกับลุคสาวเปรี้ยวแบบคุณ"
"หึ ทำให้เค้าว่าฉันเป็นางร้ายน่ะหรอจ๊ะ นี่ฟังไว้นะ ฉัน เพนนี พนิตพร ต้องคีพคาแรกเตอร์นางเอกเท่านั้น ไอ้ลิปสีแดงไม่อยากจะทามาก แล้วเวลาเล่นเปียโนเค้าจะมองเปียโน มองมือฉันตอนเล่น ไม่ต้องมาสนใจปากฉัน นี่ก็ยุ่งกับปากฉันจริงๆเลยยยยย แล้วยังไงได้ความว่ายังไงบ้างที่ให้ไปสืบ เจอเื่ราวมั้ย ทำไมเราทั้งคู่เนี่ย ถึงเป็สองคนที่ไม่หลุดพ้นจากวัฏจักรบ้าๆนี่สักที ทำงานไม่ได้เื่เลยจริงๆ ไอ้บ้านี่ โอ๊ยยยยยย ฉันปวดหัวพอไม่ได้รู้เื่แล้วก็ปวดหัว เครียดอีก ถ้าเครียดแล้วฉันจะปวดท้อง ป่วยไม่สบาย พอไม่สบายก็ปั่นป่วนลำไส้ สุดท้ายฉันก็จะตาย"
หญิงสาวพูดว่าพงษ์ไปพร้อมๆกับค่อยนั่งและทำท่ากุมมือที่ท้องเหมือนปวดมากแทบขาดใจ
"พอเถอะครับคุณพนิต"
"อรั้ยยยยยย หยุดนะ แกต้องเรียกชื่อชั้นว่าเพนนีเดี๋ยวนี้เลย พนิต ชื่อเล่นบ้าไรไม่รู้ไม่เข้ากับยุคเลย เก่าก็เก่าดูสิชั้นต้องมาตั้งชื่อเล่นใหม่ ใครเรียกก็อายเค้าตาย"
พงษ์เห็นท่าไม่ดีกลัวเ้านายคนสวยจะวีนและงอแงหนักกว่าเดิม คุณเพนนีเวลาทำงานก็ดูโตเป็ผู้ใหญ่สมอายุ 29 ดีอยู่หรอก พออยู่กันสองคนทีไรไม่ใช้คนรับใช้อยู่ด้วยก็ชอบแสดงความเป็เด็กออกมา เลยรีบพูดว่า
"แหม่!! คุณเพนนีครับถ้าอยากรู้ ผมคงต้อไปถามยมโลกแล้วล่ะ แต่ตายทีไรไม่เห็นได้ไปสักที นั่นๆหยุดก่อนนะครับบบบบ อย่าเพิ่งเขวี้ยงหมอน เดี๋ยวพังเอานะ แต่จากการปะติดปะต่อเรื่อยมาผมก็พอได้ความมาอยู่บ้าง นี่ถ้าไม่หยุดเป็เ้าเข้าแบบนี้ผมไม่เล่านะแล้วจะไปเรียกคนอื่นมาดูนะ" พงษ์ได้ทีจึงกล่าวหยอกเหย้าเพราะรู้ว่าหญิงสาวเป็คนรักหน้าตายิ่งชีพ
"หยุดว่าฉัน แล้วเล่ามาสักทีได้แล้วค่ะ ไอ้คุณพงษ์" หญิงสาวกัดฟันตอบ