พลิกฟ้า ข้าเหนือ

    ตอนที่ 126 ไม่คิดว่าจะพบเจ้าที่นี่

    เมื่อช่วยคนที่ตนตามหาได้แล้วจวินเยี่ยนและเหล่าองครักษ์จึงจะออกไป

    เหล่าสตรีในกรงขังเห็นว่ามีสตรีสองคนได้รับการช่วยเหลือแล้วแต่พวกเขาคิดจะละเลยไม่สนใจพวกนาง พวกนางจึงรีบร้องขอความช่วยเหลือทันที

    "คุณชาย ช่วยข้าด้วย" สตรีคนหนึ่งร้องตะโกน

    "คุณชาย ช่วยปล่อยข้าที"

    "คุณชาย ได้โปรดเถอะ หากท่านช่วยข้าในอนาคตไม่ว่าพวกท่านต้องการให้ข้าทำสิ่งใด ข้าก็จะทำให้ทุกอย่าง"

    "คุณชาย....."

    เสียงร้องเรียกให้ช่วยปลดปล่อยดังระงมทั่วห้องจนเหล่าองครักษ์รู้สึกเหมือนที่หน้าผากมีขีดดำสามขีดเกิดขึ้น

    "หยุด!" เฉินจินตวาด

    เสียงในห้องค่อยๆ เบาลง

    “ถ้าไม่อยากตายก็เงียบ!พวกเจ้าจะบอกให้คนอื่นรู้หรือว่ามีคนมาช่วยพวกเจ้า”

    เหล่าสตรีรีบหุบปากเงียบเสียงทันที

    ที่จวินเยี่ยนยังไม่ให้องครักษ์เหล่านี้รีบช่วยสตรีที่ถูกขังอยู่เพราะเกรงว่าจะเป็นการแหวกหญ้าให้งูตื่น ซึ่งจวินเยี่ยนบอกแผนการไว้ก่อนแล้ว

    “พวกเจ้าใจเย็นๆ รอที่นี่ก่อน”เฉินจินบอกกับเหล่าหญิงสาวเสียงเรียบ

    แล้วชายหนุ่มทั้งหลายก็ทำท่าจะเดินจากไปพร้อมกับหานหลันฮวาเหล่าสตรีก็โวยวายส่งเสียงอีก เฉินจินขมวดคิ้วแล้วกล่าวอีกครั้ง“เดี๋ยวจะกลับมาช่วย แต่ยังไม่ใช่ตอนนี้”

    เหล่าสตรีที่อยู่ในกรงขังไม่พอใจ แต่ก็ไม่กล้าพูดบางคนเม้มปากรู้สึกไม่ยินยอม และไม่อยากเชื่อฟัง

    อู๋ลู่ซือ เสิ่นเลี่ยงหรง และซูเข่อซิงซึ่งอยู่นอกกรงขังแล้ว ทำเป็นแนบเนียนเดินไปกับพวกเขา

    เฉินจินและจวินเยี่ยนหยุดเดิน หันกลับมามองพวกนางแล้วขมวดคิ้ว

    “พวกเจ้าควรพาข้าไปด้วยนะ”ซูเข่อซิงเชิดหน้าหันไปพูดกับองครักษ์คนหนึ่ง

    นางยังไม่กล้าพอที่จะขอกับจวินเยี่ยนซึ่งมีรัศมีของเจ้านายรุนแรง เพราะเขาดูเย็นชาน่ากลัวเกินไป

    เฉินจินขมวดคิ้ว รู้สึกไม่พอใจที่สตรีผู้นี้ไม่เชื่อฟังเพราะยิ่งมากคนก็ยิ่งวุ่นวายโดยเฉพาะอย่างยิ่งพวกเขายังต้องตามหาที่อยู่ของหานลู่เสียนด้วยซึ่งก็ยังไม่รู้ว่าเขาอยู่ที่ไหน อยู่ในสภาพใด เหล่าศัตรูมีมากน้อยเพียงใดอีกทั้งพวกเขาก็ไม่รู้ถึงฝีมือของสตรีเหล่านี้ แต่ที่แน่ๆพวกเขาสัมผัสได้ว่าระดับพลังยุทธ์ของพวกนางก็เพียงระดับสองเท่านั้น ยิ่งนางตามไปก็จะยิ่งสร้างปัญหา

    “ข้าก็บอกแล้วว่าเดี๋ยวกลับมาช่วยหากพวกเจ้าออกไปตอนนี้จะเป็นอันตราย” เฉินจินกล่าว สีหน้าคล้ายไม่อยากจะอดทนแล้ว

    “ข้าเป็นคนของตระกูลเสิ่น หากเจ้าช่วยข้ากลับไปข้าจะให้ท่านพ่อของข้าให้รางวัลเจ้าอย่างงาม” เสิ่นเลี่ยงหรงรีบกล่าวบ้าง

    เฉินจินรู้สึกคร้านที่จะถกเถียงกับพวกนางแล้ว“แล้วแต่พวกเจ้าเถอะ หากอยากออกไปก็ตามใจพวกเจ้า แต่อย่าตามพวกข้ามาเพราะข้าไม่รับประกันความปลอดภัย และจะไม่ดูแลพวกเจ้าด้วย”

    ซูเข่อซิงคิดจะใช้คำพูดเพื่อลักพาตัวทางศีลธรรมเข้าข่มนางกล่าวตำหนิ “ผู้ชายอย่างเจ้าไม่มีความเป็นมนุษย์เห็นผู้ตกทุกข์ได้ยากแล้วไม่ช่วย เห็นผู้หญิงลำบากแล้วไม่ช่วยพวกเจ้ายังเป็นผู้ชายอยู่หรือไม่ คุณธรรมของเจ้าเอาให้หมากินหมดแล้วหรือหากพวกข้าตกอยู่ในอันตราย พวกเจ้าไม่คิดจะช่วยเลยหรือ”

    ยังไม่ทันที่เฉินจินหรือคนทางฝ่ายของจวินเยี่ยนจะพูดอะไรเสียงของหานหลันฮวาก็ดังแทรกขึ้นด้วยความโมโห

    “เจ้าสิคุณธรรมถูกหมากิน เขาก็บอกว่าเดี๋ยวกลับมาช่วยเจ้าจะพูดมากทำไม คิดจะเอาศีลธรรมมาขู่เขาทำไม เจ้าเป็นญาติเขาหรือเป็นคนรักเขาหรือ หรือว่าเจ้าเป็นคนรู้จักของเขาถึงได้พูดมาก ขอมากกับเขาเช่นนี้เป็นเหยื่อก็หัดเจียมตัว ทำตัวให้เหมือนเป็นเหยื่อ อย่ามาทำตัวเหนือกว่าเหมือนเป็นเจ้านาย”

    ด่าจบ นางก็หันไปพูดกับเฉินจิน

    “พี่ชายองครักษ์ ท่านไม่ต้องสนใจนางหรอกหากนางไม่หยุดพูดจาน่ารังเกียจเช่นนี้ก็ไม่ต้องกลับมาช่วยนางนังหน้าปลวกนี่ดูก็รู้ว่าเป็นงูพิษ ช่วยไปนางก็ไม่ขอบคุณจากใจจริงหรอกมีแต่จะคอยถ่วงแข้งถ่วงขา และทำให้หงุดหงิดรำคาญใจมากกว่าคนอะไรก็ไม่รู้ยืนอยู่ตรงไหนผืนดินก็ต่ำลงไปหมด สงสัยจะหนักแผ่นดิน”

    ‘โอ้ ทำไมน้องสาวหัวหน้าหานถึงได้ปากคอเราะรายขนาดนี้นะต่างกับพี่ชายคนละขั้วเลย’ บรรดาองครักษ์ได้แต่คิดในใจ แต่ขณะเดียวกันก็แอบสะใจ

    “เจ้า เจ้า เจ้าว่าใครหน้าปลวก เจ้าว่าใครหนักแผ่นดิน”ซูเข่อซิงโกรธจนหน้ามืดลืมไปเลยว่าตอนนี้นางยังต้องการความช่วยเหลือจากคนกลุ่มนี้อยู่

    “พอได้แล้ว!” เฉินจินตะคอก

    “หากเจ้ายังไม่หยุดส่งเสียง ข้าจะไม่กลับมาช่วยแล้วข้าจะเป็นผู้ชายหรือไม่ ไม่ใช่หน้าที่เจ้าตัดสินและมันไม่ใช่หน้าที่ของข้าที่จะช่วยเจ้า ข้าพอใจก็จะช่วย ไม่พอใจก็ไม่ช่วยยิ่งพูดมากก็จะยิ่งไม่ช่วย

    ทุกคนเงียบเสียงทันที มองซูเข่อซิงอย่างขุ่นเคืองเพราะนางทำให้คุณชายผู้นี้ขุ่นเคือง เขาจึงได้พาลโกรธไปถึงพวกนาง

    ซูเข่อซิงหน้าเหวอ หว่างคิ้วเต็มไปด้วยความสับสนทั้งไม่เข้าใจ และไม่พอใจ นางเป็นหญิงสาวที่งดงามนะ คำพูดของคนงามพวกเขาต้องฟังสิ

    ‘ไม่สิ! ทำไมเรื่องไม่เป็นอย่างที่ข้าคิดล่ะเขาควรจะกลัวคำครหาแล้วรีบช่วยข้าไม่ใช่หรือ’

     

     

    หญิงสาวที่อยู่ในกรงคนหนึ่งรีบกล่าว

    “คุณชายอย่าเพิ่งโกรธเลยเจ้าค่ะโปรดอย่านำนางมาเกี่ยวข้องกับพวกเรา”

    “ใช่ๆ พวกเราไม่ได้ทำให้คุณชายขุ่นเคืองนะเจ้าคะเมื่อท่านทำธุระของท่านเสร็จ โปรดกลับมาช่วยพวกเราด้วยเถิด”สตรีอีกนางหนึ่งรีบกล่าวบ้าง

    “ใช่ๆ” สตรีอีกหลายนางรีบกล่าวเสริม

    จริงๆแล้ว ไม่ใช่ว่าพวกเขาไม่อยากปล่อยพวกนางเพียงแต่ว่าตอนนี้พวกเขายังต้องรีบตามหาหานลู่เสียนก่อนเพราะเป้าหมายหลักของพวกเขาคือการช่วยหานลู่เสียน และหานหลันฮวาหากเขาปล่อยพวกนาง หญิงสาวเหล่านี้ก็อาจจะเอะอะโวยวายขอตามไปด้วยเหมือนซูเข่อซิงซึ่งการจะให้พวกเขาคอยดูแลความปลอดภัยให้พวกนางหลายๆคนที่ไม่เกี่ยวข้องอะไรกับพวกเขาในเวลาเช่นนี้พวกเขาไม่สะดวกมากๆ และหากพวกนางหนีออกไปกันเองตอนนี้ พวกนางก็มีความเสี่ยงสูงที่จะถูกจับได้เพราะมันไม่ใช่แค่คนสองคน แต่มีหลายสิบคน และจะเป็นการแหวกหญ้าให้งูตื่นบอกให้รู้ว่าตอนนี้มีคนเข้ามาช่วยพวกนางแล้ว

    องครักษ์ใจเย็นคนหนึ่งเห็นเฉินจินมีสีหน้าหงุดหงิดรำคาญเขาจึงกล่าวแทนเฉินจิน

    “ไม่ใช่ว่าพวกข้าจะไม่ช่วยพวกเจ้าเพียงแต่ตอนนี้ยังไม่สะดวก พวกข้ายังมีภารกิจอื่น ไม่สามารถดูแลพวกเจ้าได้ด้านนอกตอนนี้คาดว่าคงกำลังวุ่นวาย พวกเจ้าอยู่ที่นี่จะปลอดภัยที่สุดเอาไว้เมื่อพวกเราจัดการด้านอื่นเสร็จแล้ว จะกลับมาปล่อยพวกเจ้าในภายหลังแน่นอน”

    เหล่าสตรีคิดตามสิ่งที่เฉินจินพูดก็เข้าใจแต่พวกนางก็ยังต้องการหลักประกันอยู่ดี เพราะหากคนเหล่านี้พลาดพลั้งพวกนางก็ยังสามารถหลบหนีออกจากกรงขังนี้ได้

    “พวกเราจะไม่รบกวนการทำงานของท่านแต่การถูกขังเช่นนี้พวกเราไม่สบายใจถ้าอย่างไรท่านช่วยปลดกุญแจให้พวกเราได้หรือไม่ แล้วพวกเราจะรออยู่ในกรงนี้แล้วทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น รอให้พวกท่านมารับ”

    องครักษ์คนนั้นหันไปมองเฉินจินและจวินเยี่ยนเพื่อขอคำปรึกษาจวินเยี่ยนพยักหน้าให้เขาและเฉินจิน

    เฉินจินเห็นสีหน้าและสายตาของจวินเยี่ยนเขาก็เข้าใจจึงกล่าว

    “เอาเช่นนั้นก็ได้ถ้าอย่างนั้นเพื่อความสบายใจของพวกเจ้าข้าจะให้พวกเขาคอยดูแลพวกเจ้าเผื่อเกิดเหตุไม่คาดคิดก็แล้วกัน”

    สาเหตุหนึ่งที่จวินเยี่ยนเปลี่ยนแผนกะทันหันเพราะก่อนมาเขาก็ไม่คิดว่าจะมีสตรีถูกลักพาตัวมามากขนาดนี้อีกทั้งเขาเพิ่งรู้เมื่อมาถึงที่นี่ด้วยถึงสิ่งที่ผู้ฝึกตนนอกรีตทำกับสตรีที่ถูกลักพาตัวมา

    “ขอบคุณเจ้าค่ะ”

    สตรีทุกคนรีบกล่าวขอบคุณจวินเยี่ยนและเหล่าองครักษ์กันเซ็งแซ่

    “เอาละๆ เงียบๆหน่อย” เฉินจินส่งเสียงดุจากนั้นก็หันไปบอกกับองครักษ์สี่คน

    “พวกเจ้าก็ปลดกุญแจกรงขังและถอดโซ่ผนึกวิญญาณให้พวกนางแล้วก็อยู่ดูแลทางนี้ก็แล้วกัน”

    “ขอรับ” องครักษ์รับคำ

    จากนั้นองครักษ์คนหนึ่งก็เดินหากุญแจจากผู้คุมคุกที่ถูกจัดการไปเรียบร้อยแล้วบนพื้น

    เป็นไปตามคาดเขาพบกุญแจพวงหนึ่งจากหนึ่งในศพเหล่านั้นจริงๆ เมื่อพบกุญแจแล้วองครักษ์อีกสามคนก็ช่วยกันนำศพทั้งหมดไปซ่อน

     

     

    หานหลันฮวาขอตามไปด้วย เพราะนางก็เป็นห่วงพี่ชายเช่นกันเฉินจินและจวินเยี่ยนอนุญาต เพราะนางก็คือเป้าหมายของการช่วยเหลือการดูแลสตรีเพียงคนเดียว ไม่ใช่ปัญหาใหญ่อะไรและการพานางไปด้วยจะทำให้พวกเขาสบายใจกว่าด้วย

    หลังจากเดินเข้าห้องนั้นออกห้องนี้ไปเรือนนั้นโผล่เรือนนี้ ด้วยความระมัดระวังอยู่นานในที่สุดก็พบทหารรับจ้างสองคนที่มากับกลุ่มของเฉินหยิน

    “เฉินหยินเล่า” เฉินจินถาม

    “กำลังสำรวจในนี้อยู่ขอรับ เขาให้ข้าคอยดูต้นทาง”องครักษ์ตอบ

    ตอนนี้พวกเขายืนอยู่ที่น้ำตกจำลอง เฉินหยินสังเกตพบว่าที่หลังโขดหินนี้มีโพรง เขาจึงเข้าไปสำรวจภายในกับองครักษ์คนอื่นๆ

    “แล้วก็ กลุ่มที่สามที่แยกออกไปสำรวจรอบๆก็มารวมตัวกันแล้ว ตอนนี้พวกเขาก็ไปกับหัวหน้าเฉินแล้วขอรับ”

    “อ้อ”

     

    หลังจากรออีกประมาณครึ่งชั่วยามในที่สุดหยกสื่อสารที่ห้อยอยู่ข้างเอวของเฉินจินก็เปล่งแสงเฉินจินถ่ายเทพลังวิญญาณลงไปที่หยก แล้วได้พูดคุยกับเฉินหยิน

    “เฉินหยินใช่หรือไม่” จวินเยี่ยนถามหลังจากที่เฉินจินคุยเสร็จแล้วห้อยหยกสื่อสารไว้ที่เอวตามเดิม

    “ใช่ขอรับ เขาบอกว่าเขาเจอสถานที่กังขังพวกผู้ชายแล้วนอกจากนี้เขายังค้นพบอีกว่าพวกมันไม่ได้ฆ่าผู้ชายที่พวกมันจับได้ก็เพราะพวกมันทำบางอย่างกับคนเหล่านี้ด้วย รายละเอียดค่อยคุยกันเฉินหยินบอกว่าหากเราตามหาน้องสาวของหานลู่เสียนพบแล้ว ให้พวกเรารีบตามไปสมทบก่อนตอนนี้เขาอยู่ที่เขาลูกหนึ่ง แต่ไม่รู้ว่าเป็นเขาลูกไหนให้พวกเราเดินตามอุโมงค์ที่เขาเข้าไปขอรับ ในนั้นยังมีทางแยกอื่นๆ อีกห้าทางเขาจะให้คนไปคอยรับพวกเราตรงทางแยกขอรับ”

    “ตกลง” จวินเยี่ยนไม่คิดมาก ตอบตกลงทันที

    .

    .

    หลังจากนั้นกว่าครึ่งชั่วยามในที่สุดจวินเยี่ยนก็มาสมทบกับเฉินหยินได้สำเร็จ

    นอกจากกลุ่มทหารรับจ้างของเฉินหยินและเหล่าองครักษ์ของจวินเยี่ยนแล้วจวินเยี่ยนยังได้พบกับคนรู้จักที่เขาไม่ค่อยชอบหน้าเท่าไรอีกคนหนึ่งด้วย

    “โอ้ ไม่คิดว่าจะพบเจ้าที่นี่ คุณชายจวิน”โอวหยางเฟยหลิงกล่าวทักทายก่อน สีหน้าเก็บความแปลกใจไว้ไม่มิด

    เมื่อเขาเห็นจวินเยี่ยนพร้อมกับซินหยางเฟิ่งในแดนพรางซ่อนในครั้งนั้นเขาจึงให้คนของเขาไปสืบจนตอนนี้เขาจึงได้รู้ถึงตัวตนที่แท้จริงของจวินเยี่ยนแล้ว

    จู่ๆ เขาก็คิดอะไรได้บางอย่างทันใดนั้นหัวคิ้วของเขาก็ขมวดมุ่นเข้าหากันโดยไม่รู้ตัว

    “อย่าบอกนะว่าแม่นางซินก็ถูกลักพาตัวมาเหมือนกันน่ะ”

    “หือ?” จวินเยี่ยนขมวดคิ้วเขาคิดว่าจะไม่สนใจโอวหยางเฟยหลิงแล้ว ไม่คิดว่าจู่ๆเขาจะพูดถึงซินหยางเฟิ่งขึ้นมา

    “เกี่ยวอะไรกับเจ้า ต่อให้นางถูกลักพาตัวจริงก็ยังไม่ถึงคราวให้เจ้าต้องเป็นกังวล” จวินเยี่ยนกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชา

    “เจ้าพูดเช่นนี้หมายความว่าอย่างไรนางถูกลักพาตัวจริงๆหรือ” สีหน้าของโอวหยางเฟยหลิงไม่ดีนักขณะถามเขานึกถึงสีหน้าหวาดกลัวของนางเมื่อพบกับคนลักพาตัว

    “คนของเจ้าสิถูกลักพาตัว ส่วนเฟิ่งเฟิ่งเจ้าไม่ต้องกังวลถึงนาง”

    เป่าอีไม่รู้ว่าจวินเยี่ยนแค่พูดประชดพูดโต้ตอบกลับให้เจ็บใจ หรือพูดจริงอีกทั้งเขาก็ไม่อยากให้เจ้านายของเขาทะเลาะกับจวินเยี่ยนในเวลานี้ด้วย

    เฉินจินก็เช่นกันเขาคิดว่านี่ไม่ใช่เวลาทะเลาะในเรื่องไม่เป็นเรื่องพวกเขาควรไปตามหาหานลู่เสียนก่อนดีไหมแต่อีกใจก็สงสัยใคร่รู้ว่าทำไมโอวหยางเฟยหลิงถึงมาที่นี่เขาจึงอดไม่ได้ที่จะถามเป่าอี

    หลังจากที่เขาสอบถามแล้วจึงรู้ว่าสหายของโอวหยางเฟยหลิงถูกจับตัวไว้ เพราะโง่มาช่วยคนที่เขาแอบรักโดยที่ไม่ได้เตรียมการอะไรมา เขามากับลูกน้องของเขาอีกสองคนเท่านั้นสุดท้ายเขาก็ถูกจับได้แต่ยังดีที่ลูกน้องของสหายเขาคนหนึ่งหนีไปแจ้งข่าวเพื่อตามคนมาช่วยได้ ไม่ได้โง่สละชีวิตสู้จนตัวตายโดยเปล่าประโยชน์

    คล้ายกับเรื่องพลิกฟ้า ข้าเหนือ ที่คุณอ่าน