เื่ าาปีศาจกลับมาจากต่างโลก
บทที่ 1 การกลับมาของาาปีศาจ
ตอนที่ 2 าาปีศาจกับฆาตกร
.
2 เดือนก่อนในต่างเมืองที่แร็กน่าอาศัยอยู่ได้เกิดเหตุฆาตกรรมต่อเนื่องที่นั่น
และฆาตกรคนนั้นได้หลบหนีมายังเมืองที่แร็กน่าอยู่ก่อนจะถูกจับกุมโดยตำรวจในพื้นที่
ก่อนที่จะสังหารเหยื่อ ฆาตกรจะพูดคุยกับเหยื่อก่อนลงมือ ฆาตกรถามเื่ศาสนาที่เหยื่อนับถือ
เหยื่อที่กลัวตายก็บอกเล่าทุกอย่างเท่าที่มนุษย์คนหนึ่งจะทำได้โดยหวังว่าคนตรงหน้าจะปล่อยพวกเขาไป
แต่สิ่งที่เกิดขึ้นกลับไม่เป็เช่นนั้น ฆาตกรสังหารเหยื่อโดยอ้างอิงกับความเชื่อทางศาสนาที่เหยื่อเล่าให้ฟัง
เหยื่อบางคนโดนตรึงกางเขน หรือบางคนก็โดนยัดเข้าเตาเผาและเผาทั้งเป็ บ้างโดนฝังใต้ดินทั้งเป็
ฆาตกรคนนี้โดนจับหลังจากก่อเหตุฆาตกรรมไป
ในวันนั้น เขากำลังเตรียมตัวสังหารเหยื่อของตัวเองโดยการก่อกองไม้ขนาดใหญ่เพื่อใช้สำหรับจุดไฟ
ฆาตกรรมได้นำเหยื่อที่ถูกมัดมือมัดเท้าไปไว้บนกองไม้ที่ชุ่มไปด้วยน้ำมันก่อนจะจุดไฟเผา
หลังจากก่อเหตุก็ได้หลบหนีโดยขับรถออกจากป่า แต่ตอนที่ขับรถออกจากป่าได้มีคนพบเห็นเข้า
และได้นำเื่นี้ไปบอกตำรวจจึงได้เกิดการจับกุมฆาตกรคนนี้
หลังจากการจับกุมผู้ต้องสงสัยคนนี้ ตำรวจพบว่าภายในรถของผู้ต้องสงสัยคนนี้มีอุปกรณ์จุดไฟ น้ำมันและเครื่องมือต่างๆ
สิ่งของเ่าั้เป็หลักฐานที่ใช้มัดตัวผู้ต้องสงสัยคนนี้
แต่ว่าทางตำรวจไม่มีหลักฐานที่ยืนยันได้ชัดเจนว่าผู้ต้องสงสัยคนนี้เป็ฆาตกรตัวจริงหรือไม่
.
ด้านหน้าเรือนจำซึ่งเป็สถานที่คุ้มขังฆาตกรชื่อดัง มีผู้คนมากมายมาประท้วงเื่การจับฆาตกรผิดคน
และเรียกร้องให้ทางตำรวจปล่อยตัวผู้ต้องสงสัยที่โดนคุ้มขังอยู่ที่นี่
ส่วนด้านในเรือนจำ ฆาตกรตัวจริงก็กำลังยิ้มเยาะที่ตัวเอง น่าจะถูกปล่อยตัวในเร็วๆ นี้
.
ข่าวเื่ศพบาทหลวงสามคนที่ถูกตรึงกางเขนกำลังเป็ข่าวดังมาก
แถมสถานที่เกิดเหตุก็ยังเหมือนกับฆาตกรชื่อดังที่ถูกจับไปแล้วด้วย
ทำให้สังคมกำลังพูดคุยกันเื่ที่ว่า ตำรวจจับแพะเพื่อรีบปิดคดี
.
" เห้ย!! พวกแกจับผิดคนแล้ว ฉันไม่ใช่ฆาตกรนะโว้ย "
ฆาตกรตัวจริงพูดกับผู้คุ้มของเรือนจำ
.
สถานการณ์หน้าเรือนจำมีผู้คนมาประท้วงเื่ที่เกิดขึ้น
ผู้ประท้วง้าให้ทางตำรวจปล่อยตัวคนที่โดนจับ
เพราะคิดว่าฆาตกรตัวจริงยังลอยนวลอยู่ด้านนอก
.
" มันเื่บ้าอะไรกัน ฆาตกรตัวจริงยังอยู่ด้านนอกงั้นเหรอ "
ตำรวจผู้ทำคดีกำลังบ่นเื่การฆาตกรรมที่เกิดขึ้น
.
ในขณะที่กำลังพูดคุยเื่หลักฐานกับเหล่าลูกน้องในสังกัด
ทนายความของฆาตกรตัวจริงมาเข้าพบ
.
" ผม้าให้พวกคุณปล่อยตัว ลูกความของผม "
ทนายความของฆาตกรตัวจริงเดินเข้ามาในห้องประชุมของเหล่าตำรวจ
.
" หลักฐานแน่นขนาดนั้น ยังจะกล้าพูดอีกนะ "
ตำรวจผู้ทำคดีตอบกลับ
.
" ลูกความผมไม่เคยยอมรับว่าเขาเป็ฆาตกร หลักฐานที่พวกคุณมีมันก็แค่เครื่องมือสำหรับตั้งแคมป์เท่านั้น "
ทนายความของฆาตกรตัวจริงตอบกลับตำรวจ
.
คำพูดของทนายความทำเอาตำรวจที่ทำคดีนี้เริ่มนั่งไม่ติดเก้าอี้ทันที
เพราะพวกเขารีบปิดคดีนี้เร็วเกินไป เนื่องจากคิดว่าหลักฐานที่มีแ่ามาก
และไม่มีทางที่ผู้ต้องหาจะดิ้นหลุดจากหลักฐานที่มีได้
แต่พอเกิดเื่ที่บาทหลวงสามคนถูกฆาตกรรม
และในที่เกิดเหตุมีลักษณะเหมือนกับฆาตกรตัวจริงเคยทำมาก่อน
ทำให้ผู้คนส่วนใหญ่ที่ตามคดีนี้คาดว่าหลักฐานทั้งหมดมันดูลงล็อกมากเกินไปจนเหมือนกับการจัดฉากขึ้น
และคิดว่าฆาตกรตัวจริงยังอยู่ในโลกภายนอก
.
" อาจจะมีใครสักคนเลียนแบบก็ได้ ใจเย็นๆ ก่อน เราจะเล่นประเด็นนี้เพื่อลดแรงกดดันจากสังคม "
หัวหน้าของกรมตำรวจคุยกับตำรวจที่ทำคดีนี้
.
การแถลงข่าวถูกจัดขึ้นโดยกรมตำรวจที่ทำคดีของฆาตกรที่พึ่งลงมือไป
กรมตำรวจได้ออกข่าวว่า เหตุที่เกิดขึ้นเป็การเลียนแบบฆาตกร
และยังประกาศด้วยว่าจะจับฆาตกรเลียนแบบคนนี้ให้ได้
หลังข่าวออก แรงกดดันจากประชาชนก็เริ่มลดลง การประท้วงหน้าเรือนจำเริ่มมีคนน้อยลง
ทำให้สถานการณ์ยังอยู่ในขอบเขตที่ควบคุมได้
.
ในห้องของท่านบิชอป ท่าบิชอปในชุดคลุมสีขาวกำลังอ่านรายงานเื่ของฆาตกรชื่อดัง
.
" ไอ้ฆาตกรนั้น เก็บมือสังหารฝีมือดีของเราสามคนได้งั้นเหรอ "
ท่านบิชอปได้ข่าวเื่บาทหลวงทั้งสามคนโดนฆาตกรชื่อดังสังหาร
.
ข่าวเื่บาทหลวงทั้งสามโดนสังหารกำลังเป็ประเด็นร้อนในองค์กรตอนนี้
เนื่องจากมีการคาดการว่าฆาตกรที่ถูกขังอยู่ในคุกเป็ตัวปลอมหรือแพะรับบาป
และฆาตกรตัวจริงกำลังลอยนวลอยู่ภายนอก
ทางทนายของฆาตกรก็ได้ยื่นเื่ให้ปล่อยตัว
โดยใช้เื่ที่ฆาตกรตัวจริงยังอยู่ภายนอกและลูกความของเขาเป็เพียงแพะรับบาป
ซึ่งอีกไม่นานก็น่าจะถูกปล่อยตัวเพราะทางตำรวจไม่มีหลักฐานยืนยันว่าคนที่โดนขังอยู่เป็ฆาตกรตัวจริง
ตอนนี้ทางองค์กรที่ดูแลผู้ที่กลับมาจากต่างโลกเข้ามามีส่วนเกี่ยวข้องแบบลับๆ กับคดีนี้
เพราะว่าคนขององค์กรพึ่งถูกฆาตกรรมไปแถมกลุ่มที่ตายคือกลุ่มยอดฝีมือขององค์กรอีกด้วย
.
" นายแฝงตัวไปอยู่กับพวกตำรวจสิ หาดูว่าคดีนี้ไปถึงไหนแล้วและรายงานกลับมาเป็ระยะ ฮาวล์ "
ท่านบิชอปกำลังคุยอยู่กับ'ฮาวล์' ชายที่มีสร้อยคอรูปหมาป่าห้อยคออยู่
.
ฮาวล์ ชายผู้ที่กลับมาจากต่างโลก ลักษณะเด่นคือสร้อยคอรูปหมาป่ากับผมทรงโมฮอกมาพร้อมกับชุดหนังสีเทาอ่อน
ท่านบิชอปได้สั่งให้ฮาวล์ไปสืบข้อมูลจากกลุ่มตำรวจที่ทำคดีนี้ว่ามันเป็อะไรยังไงกันแน่
ท่านบิชอป้าระบุตัวจริงของฆาตกรที่สังหารบาทหลวงทั้งสามคน
เพราะคนที่ทำอะไรแบบนี้ได้ต้องเป็ผู้ที่กลับมาจากต่างโลกเหมือนกันอย่างแน่นอน
โดยท่านบิชอปคาดว่าผู้ที่สังหารหน่วยต้อนรับบนดาดฟ้ากับบาทหลวงทั้งสามเป็คนเดียวกัน
เนื่องจากท่านบิชอปได้ตรวจสอบรูปแบบพลังจากที่เกิดเหตุทั้งสองสถานที่แล้วและพบว่ามีลักษณะพลังแบบเดียวกัน
.
" ต้องเป็ผู้ที่กลับมาจากต่างโลกแน่ๆ ปัญหาอยู่ที่ว่าคนคนนั้นมีพลังระดับไหนกันแน่ "
หลังจากสั่งการให้ฮาวล์ไปทำงานสืบข้อมูล ท่านบิชอปก็กำลังกังวลเื่บางอย่างอยู่ในห้องทำงาน
.
ความกังวลของท่านบิชอปคือความเก่งกาจของคนที่สังหารบาทหลวงทั้งสาม
เนื่องจากเธอรู้รูปแบบการทำงานของบาทหลวงทั้งสามดี
ผู้ที่โดนบาทหลวงทั้งสามจับตัวได้ไม่มีทางหลุดจากพันธนาการของสกิลของบาทหลวงได้แน่
ยกเว้นเสียแต่ว่าคนคนนั้นมีพลังที่มหาศาลมากเกินกว่าบาทหลวงทั้งสามมีหลายเท่าตัว
.
ยามบ่ายใน่วันหยุด ผู้คนมากมายออกมาเดินเพื่อใช้ชีวิตประจำวันของตัวเอง
ได้มีชายคนหนึ่งกำลังมองไปรอบสถานที่ที่คนทั่วไปออกมาใช้ชีวิตอย่างเช่นในห้าง สวนสาธารณะ และร้านสะดวกซื้อ
.
" ให้ไปสืบกับพวกตำรวจคงจะได้เื่อยู่หรอก "
ฮาวล์กำลังเดินอยู่ในห้างใกล้ๆ สถานที่เกิดเหตุฆาตกรรมบาทหลวงทั้งสาม
.
ฮาวล์มาที่นี่เพื่อดมกลิ่นโดยรอบเพื่อทำความคุ้นเคยสถานที่
หลังจากเดินไปรอบห้าง ฮาวล์ก็เดินมาตรงหน้าตึกที่เกิดเหตุฆาตกรรม
สถานที่เกิดเหตุได้ถูกเก็บกวาดหมดแล้วโดยพวกตำรวจและเ้าของห้องเช่าก็ได้เปิดให้ห้องตามปกติ
แต่เนื่องจากพึ่งเกิดเหตุฆาตกรรมทำให้ไม่มีใครกล้ามาเช่าห้องในตึกนี้อีกสักพักใหญ่
.
" ไม่มีคน ก็ต้องเป็แบบนี้แหละ คงไม่มีใครกล้ามาเช่าห้องที่พึ่งมีเหตุฆาตกรรมหรอก "
ฮาวล์พูดกับตัวเองขณะแอบเข้าไปในตึกโดยไม่ให้มีใครเห็นใน่กลางวันแสกๆ
.
ฮาวล์ลอบเข้ามาในตึกโดยไม่มีปัญหา ฮาวล์เดินไปรอบๆ ตึกเพื่อสำรวจและจดจำกลิ่นของผู้คนที่อาศัยอยู่ในตึก
ฮาวล์สามารถแยกแยะได้ว่าใครอาศัยอยู่มานานแค่ไหนหรือพึ่งจะย้ายมาอาศัยเพียงแค่ดมกลิ่น
.
" ไม่มีกลิ่นผิดปกติเลย คงต้องไปดูในห้องที่เกิดเหตุ "
ฮาวล์เดินดูรอบๆ จนมาถึงห้องที่เกิดเหตุ
.
ภายในห้องโดนปิดตายโดยพวกตำรวจ สภาพโดยรอบภายในห้องยังมีคราบเืที่แห้งติดที่พื้นและผนังอยู่
ฮาวล์ดมกลิ่นเืภายในห้องแต่นั้นทำให้ฮาวล์ต้องรีบปิดจมูกทันที
.
" บ้าเอ๊ย!! กลิ่นเือะไรวะเนี่ย ไม่เหมือนกลิ่นสารเคมีของพวกตำรวจด้วย "
กลิ่นสารเคมีที่รุนแรงทำให้ฮาวล์ไม่สามารถดมกลิ่นได้ต่อ
.
ฮาวล์เคยทำงานลักษณะนี้มาก่อนและจำกลิ่นสารเคมีของพวกตำรวจได้ทั้งหมด
แต่สารเคมีภายในห้องที่เกิดเหตุไม่เหมือนกับสารเคมีที่พวกตำรวจใช้
ฮาวล์คาดว่าสารเคมีพวกนี้น่าจะเป็พวกน้ำยาทำความสะอาด ผงซักฟอก
.
" พวกน้ำยาทำความสะอาดที่หาได้ทั่วไป แต่ว่า.....................แอมโมเนีย? น่าจะเป็ของพวกบาทหลวง "
ฮาวล์คิดว่าสารเคมีทั้งหมดน่าจะเป็ของบาทหลวงทั้งสามคนที่ทำงานให้ท่านบิชอป
.
บาทหลวงทั้งสามทำงานอยู่ในระดับเดียวกันกับฮาวล์ พวกเขาเป็หน่วยลับของผู้บริหารขององค์กร
ทำให้ฮาวล์เข้าใจการทำงานของบาทหลวงทั้งสามคน สารเคมีที่พบในที่เกิดเหตุน่าจะเป็ของบาทหลวงทั้งสามคน
พวกเขาเอามันมาใช้ในการทำลายหลักฐานและจัดการกับศพของเหยื่อ
.
" นี้สิที่น่าแปลก ทำไม3คนนั้นต้องใช้สารเคมีด้วย ไม่มีเหตุผลเอาซะเลย "
ฮาวล์รู้สึกแปลกๆ กับสถานที่เกิดเหตุมาก
.
ในที่เกิดเหตุมีศพทั้งหมด 4 ร่าง โดย 3 ร่างเป็ของบาทหลวงทั้งสามคนที่โดนตรึงกางเขนอยู่รอบอีกศพหนึ่ง
ส่วนอีกร่างเป็ของใครก็ไม่รู้เพราะยังระบุตัวตนไม่ได้ เขาโดนมัดให้นั่งอยู่บนเก้าอี้ิัโดนลอกออกทั้งตัว
ร่างปริศนานั้นโดนสารเคมีจำนวนมากมาราดใส่ร่างและบางส่วนก็ถูกฉีดเข้าร่างกายโดยตรง
ทำให้พวกตำรวจไม่สามารถตรวจหา DNA ของร่างกายนั้นได้
ฮาวล์เองก็ดมกลิ่นจากเืที่เหลืออยู่ไม่ได้เช่นกัน ซึ่งทั้งหมดดูไม่สมเหตุสมผลสำหรับฮาวล์มาก
ก่อนจะมาที่นี่ฮาวล์ได้ยินเื่ภารกิจที่ท่านบิชอปสั่งให้บาทหลวงทั้งสามไปทำแล้ว
ภารกิจของบาทหลวงคือเก็บคนที่เป็เป้าหมายตามคำสั่งของท่านบิชอป
และหากบาทหลวงจะทำลายศพตามปกติแล้วก็แค่เอาไปฝังดิน พวกเขาจะไม่ใช้สารเคมีแบบนี้
ฮาวล์คาดว่าน่าจะเป็ฝีมือของฆาตกรต่อเนื่องชื่อดังคนนั้น
.
" เื่นี้มันแปลกไปหน่อย คงต้องไปดูที่ห้องเก็บหลักฐานของพวกตำรวจแล้วสิ "
ฮาวล์ออกจากสถานที่เกิดเหตุเพื่อไปยังสถานีตำรวจ
.
ณ ต่างโลก หลังจากาาปีศาจหายตัวไปใกล้ครบ 24 ชั่วโมง
.
" ไอ้พวกมนุษย์ต้องรู้เื่พวกนี้แน่ ไปตามล่าพวกที่หลบซ่อนตัวอยู่ซะ "
มือขวาของาาปีศาจพูดขึ้น
.
เคยมีเื่เล่าว่า เมื่อกาลก่อนมนุษย์สามารถอัญเชิญผู้กล้าจากต่างโลกได้
ผู้กล้าถูกอัญเชิญมาเพื่อต่อสู้กับเหล่าปีศาจโดยเฉพาะาาปีศาจและสร้างความหวังให้กับมวลมนุษยชาติ
เื่เล่านี้เป็ความจริงเนื่องจากมีผู้กล้าจำนวนมากถูกอัญเชิญมาต่อสู้กับาาปีศาจ
.
" จับเป็เท่านั้น ในเมื่อพวกมันสามารถอัญเชิญผู้คนจากต่างโลกได้ ก็ต้องส่งคนไปต่างโลกได้เช่นกัน "
นักปราชญ์ปีศาจพูดเสริมหลังจากมือขวาของาาปีศาจสั่งลูกน้องไปตามล่าพวกมนุษย์ที่รู้เื่อัญเชิญผู้คนจากต่างโลก
.
นักปราชญ์ปีศาจ้าคือความรู้เื่การอัญเชิญผู้คนเพื่อเอามันมาใช้สำหรับการสร้างเวทมนตร์แบบใหม่ขึ้นมา
สิ่งที่นักปราชญ์จะทำไม่ใช่การอัญเชิญาาปีศาจกลับมาที่โลกเดิม แต่มันคือการเปิดประตูมิติเพื่อไปหาาาปีศาจที่โลกอื่น
และกุญแจสำคัญในการค้นหาว่าาาปีศาจอยู่ที่โลกไหนก็คือ ปีศาจเงาที่เคยอยู่กับาาปีศาจมาก่อนหน้านี้
เพราะว่าปีศาจเงามีความสามารถในการเชื่อมต่อกับเงาของสิ่งมีชีวิตอื่น
เมื่อเชื่อมต่อสำเร็จปีศาจเงาและสิ่งมีชีวิตที่ถูกเชื่อมต่อจะสามารถรับรู้ถึงกันและกันได้
และยังมีเงื่อนไขอื่นๆ ขึ้นอยู่กับการทำพันธสัญญาระหว่างทั้งสอง
.
" เ้าแน่ใจใช่ไหมว่าาาปีศาจยังมีชีวิตอยู่ "
มือขวาของาาปีศาจพูดกับปีศาจเงา
.
" ท่านาาปีศาจยังอยู่ การเชื่อมต่อของข้ากับท่านาาปีศาจยังเชื่อมต่อกันอยู่ ข้าแค่ััถึงท่านไม่ได้ "
ปีศาจเงาตอบกลับ
.
ปีศาจเงารับรู้ได้ว่าการเชื่อมโยงของเธอระหว่างาาปีศาจยังไม่ขาดจากกัน
เพียงแต่ว่าเธอไม่สามารถรับรู้ได้ถึงตัวตนของาาปีศาจว่าท่านาาปีศาจอยู่ที่ใด
.
โลกมนุษย์
.
ด้านในสถานีตำรวจ ฮาวล์ได้รอบเข้ามาที่นี่ใน่กลางดึกที่ไม่มีค่อยมีตำรวจและผู้คน
.
" ไอ้หลักฐานพวกนี้ช่วยอะไรไม่ได้เลย "
ฮาวล์ลอบเข้ามาดูเอกสารการทำคดีของบาทหลวงทั้งสามคน
.
เอกสารของพวกตำรวจทั้งหมดเป็เื่ฮาวล์รู้อยู่แล้วหลังจากไปดูที่เกิดเหตุมาก่อนหน้านี้
แต่สิ่งที่ทำให้ฮาวล์มาที่นี่ก็คือร่างของบาทหลวงทั้งสามและร่างปริศนาที่ถูกเก็บไว้ที่นี่
ฮาวล์เข้ามาในห้องเก็บศพ สภาพศพของบาทหลวงทั้งสามมีแผลถูกแทงหลายแห่ง
ซึ่งแผลส่วนใหญ่เกิดจากการถูกตรึงกางเขนตรงแขนและขา มีแผลใหญ่อยู่กลางอกซึ่งคาดว่าเป็การแทงเพื่อสังหาร
ส่วนร่างปริศนามีสภาพที่แย่มาก เืทั้งหมดในร่างกายปนเปื้อนไปด้วยสารเคมี
ิัถูกลอกและโดนราดด้วยสารเคมีทำให้ไม่สามารถตรวจหาได้ว่าร่างนี้คือใคร
.
" ไอ้หมอนี้คือเหยื่อของบาทหลวง เพราะพลังเวทที่ท่านบิชอปตรวจเจอตรงกับศพนี้
และมันคงตายก่อนหน้าที่เ้าฆาตกรจะมาและโดนฆาตกรราดสารเคมีใส่ "
ฮาวล์มาที่นี่พร้อมกับเครื่องตรวจจับพลังเวท
.
เครื่องตรวจจับพลังเวทเป็อุปกรณ์ที่องค์กรที่ดูแลผู้ที่กลับมาจากต่างโลกคิดค้นขึ้น
เครื่องนี้จะตรวจหาลักษณะทางพลังเวทที่เหมือนกันตามที่ผู้ใช้ป้อนข้อมูลใส่เครื่องเอาไว้
มันตรวจจับพลังเวทได้ว่า ลักษณะทางพลังเวทที่ท่านบิชอปให้หามีลักษณะทางพลังเวทเหมือนกับเ้าของร่างปริศนาร่างนี้
เื่ที่มีคนสังหารหน่วยต้อนรับขององค์กรก็จบลงเพราะเจอคนที่ลงมือสังหารหน่วยต้อนรับแล้ว
แต่ว่าเื่ของฆาตกรฮาวล์ก็ต้องเป็คนตามหาต่อไปตามคำสั่งของท่านบิชอปคือตามหาฆาตกรตัวจริง
สำหรับฮาวล์เื่ทั้งหมดในสถานีตำรวจได้หมดแล้วรวมถึงคดีของบาทหลวงทั้งสามคน
.
" ต่อไปก็เรือนจำ ไปหาไอ้ฆาตกรตัวปลอมนั้นก่อนดีกว่า "
ฮาวล์ลอบออกจากสถานีตำรวจ
.
ฮาวล์ไปที่เรือนจำเพื่อไปพิสูจน์ว่าฆาตกรที่อยู่ในเรือนจำเป็ฆาตกรตัวจริงและเป็คนที่ฆ่าบาทหลวงทั้งสามหรือไหม
ซึ่งไม่นานฮาวล์ก็รู้ความจริงได้อย่างรวดเร็ว ฆาตกรที่อยู่ในเรือนจำนั้นคือตัวจริงแต่ไม่ใช่คนที่ฆ่าบาทหลวงทั้งสาม
เพราะฮาวล์รู้ได้ว่าฆาตกรคนนี้ไม่มีพลังเหมือนกับคนที่กลับมาจากต่างโลกและคงไม่สามารถฆ่าบาทหลวงทั้งสามคนได้
ฮาวล์กลับมารายงานให้กับท่านบิชอปฟัง แต่ก็ยังเหลือสิ่งที่ท่านบิชอป้าอยู่คือใครเป็คนฆ่าบาทหลวงทั้งสาม
แต่นั่นแหละที่เป็ปัญหาสำหรับฮาวล์ ไม่มีหลักฐานหรือเบาะแสให้ฮาวล์ตามต่อได้แล้ว
ฮาวล์เดินเข้ามาในห้องทำงานของท่านบิชอปซึ่งท่านบิชอปก็นั่งรออยู่ก่อนแล้ว
.
" นายเป็นักสืบมือหนึ่งของเรา อย่าทำหน้าแบบนั้น เดียวนายก็หาได้ "
-ท่านบิชอปนั่งคุยอยู่กับฮาวล์
.
ฮาวล์ทำหน้าที่นักสืบให้กับองค์กรที่ดูแลผู้กลับมาจากต่างโลก เขาเป็นักสืบเบอร์ต้นๆ ขององค์กร
ฝีมือของฮาวล์นั้นยอดเยี่ยม ปกตินักสืบคนอื่นในองค์กรจะสืบหาสิ่งต่างๆ จากหลักฐานที่มี
แต่สำหรับฮาวล์ เขาใช้สัญชาตญาณและการดมกลิ่นจากความสามารถที่ได้มาจากต่างโลกซึ่งมันถูกต้องหลายครั้ง
และท่านบิชอปก็มั่นใจว่าฮาวล์น่าจะตามหาคนที่ฆ่าบาทหลวงทั้งสามได้อย่างแน่นอน
.
" พูดซะง่ายเลยนะ ไม่มีหลักฐานอะไรให้ตามต่อแท้ๆ "
ฮาวล์บ่นหลังจากเดินออกจากห้องของท่านบิชอป
.
ฮาวล์ต้องหาคนที่ฆ่าบาทหลวงทั้งสาม ซึ่งท่านบิชอปคิดว่าคนที่ฆ่าอาจจะเป็ได้ทั้งฆาตกรตัวจริงที่เป็ข่าวดัง
หรือฆาตกรคนอีกคนที่พยายามเลียนแบบฆาตกรชื่อดัง แม้ว่าจะไม่มีหลักฐานอะไรให้ฮาวล์ตามต่อ
ฮาวล์ออกมาจากองค์กรและตรงไปหาอย่างหรือบางสิ่งตามสัญชาตญาณของตัวเอง
.
" สุดท้ายก็กลับมาที่นี่อีกจนได้ "
ฮาวล์กลับมาสืบข้อมูลที่สถานที่ตำรวจอีกครั้ง
.
ฮาวล์เปิดดูแฟ้มเหตุการณ์ที่มีลงบันทึกประจำวันใน่หลายสัปดาห์ที่ผ่านมา แม้ว่าจะไม่รู้ว่าต้องตามหาอะไรก็ตาม
ด้านในที่เก็บหลักฐานมีประวัติมากมายที่ประชาชนมาลงบันทึกประจำวันเอาไว้
ฮาวล์มาสะดุดอยู่กับเหตุการณ์หายตัวไปของวัยรุ่นกลุ่มหนึ่ง
ซึ่งวันที่ลงบันทึกประจำวันของเหตุการณ์นี้ห่างจากวันที่เกิดเหตุการณ์สังหารหน่วยต้อนรับขององค์กรเพียงไม่กี่วัน
และหลังจากวันนั้นก็ไม่ได้มีเหตุการณ์น่าสนใจอะไรเกิดขึ้นอีก ฮาวล์จึงเลือกที่จะตามคดีนี้ต่อ
.
" ครั้งล่าสุดที่เจอคือแถวนี้ ก็น่าจะปกติดี "
ฮาวล์มายืนอยู่ข้างถนนแห่งหนึ่งเป็จุดที่วัยรุ่นกลุ่มหนึ่งได้หายตัวไปอย่างเป็ปริศนา
.
แถวนั้นเป็ซอกตึก มีก้นบุหรี่เก่าถูกทิ้งเอาไว้จำนวนหนึ่ง ฮาวล์คาดว่าคงเป็ของพวกเด็กวัยรุ่นที่หายตัวไป
เนื่องจากตรงนั้นเป็ซอกหลืบที่ไม่มีกล้องวงจรปิด ตรงทางเข้าซอกตึกก็ไม่มีกล้องวงจรปิดจึงดูไม่ได้ว่าใครเข้าออกบริเวณดังกล่าวบ้าง
ฮาวล์เดินดูรอบบริเวณที่เขาสงสัยและััได้ถึงบางอย่างที่เบาบางลอยอยู่ในอากาศ
.
" พลังเวทย์เหรอ? ไม่สิ ไม่เหมือนพลังเวทย์ น่าจะเป็สกิลอะไรบางอย่าง กลิ่นมันเบาไปหน่อย "
ฮาวล์ััได้ถึงบางอย่างบริเวณที่กลุ่มเด็กวัยรุ่นหายไป
.
" รู้สึกเสียวสักหลังขึ้นมาเลย ...........................ครั้งสุดท้ายที่รู้สึกแบบนี้ก็........ "
ฮาวล์รู้สึกเหมือนว่ามีไฟฟ้าวิ่งจากกระดูกสันหลังที่เอววิ่งไปทั่วแผ่นหลังก่อนจะรู้สึกเย็บวาบตามมาที่หลัง
ฮาวล์เคยรู้สึกแบบนี้มาก่อนครั้งหนึ่งเป็ตอนที่ต้องเข้าไปรายงานภารกิจให้ผู้บริหารระดับสูงขององค์กรฟัง
มันเป็ความรู้สึกหรือไม่ก็การรับรู้อันตรายขั้นสุดที่กำลังจะเกิดขึ้น เป็สัญชาตญาณของฮาวล์ที่เตือนตัวเองให้ถอยออกมา
.
" เอาไงดีล่ะ ทางตันแล้วด้วย แถมสัญชาตญาณของเราก็บอกว่าให้เราถอย "
ฮาวล์พูดกับตัวเองขณะเดินไปอย่างไร้จุดหมายในยามค่ำคืน
.
" ร้านค้างั้นเหรอ ป้ายประกาศหาคนหาย "
ฮาวล์เดินมาเรื่อยๆ จนเจอกับร้านค้าเล็กๆ ที่อยู่ในซอย หน้ากระจกร้านมีป้ายประกาศคนหายติดอยู่
บางอย่างในตัวฮาวล์บอกให้เขาเข้าไปด้านใน แต่สัญชาตญาณอีกอย่างของฮาวล์ก็บอกให้เขาไม่เดินเข้าไป
สัญชาตญาณที่เตือนฮาวล์กำลังบอกว่าถ้าเดินเข้าไปในร้านค้าเขาจะได้พบเจอกับอะไรบางอย่างที่เกินกว่าจะจินตนาการได้
.
" เราไม่ใช่พวกปอดแหกซะหน่อย "
ฮาวล์เลือกจะเมินสัญชาตญาณของตัวเองและเดินเข้าไปด้านในร้านและพบกับพนักงานที่กำลังยืนอยู่
.
" สวัสดีครับ รับอะไรดีครับ "
พนักงานถามกับฮาวล์ที่เดินเข้าไปในร้าน
.
" แค่คิดไปเองเหรอ "
ฮาวล์คิดกับตัวเองหลังเห็นพนักงานขายทำตัวสบายๆ
.
" .............. "
ฮาวล์กำลังคิดอะไรบางอย่างอยู่ในหัว
.
" คุณลูกค้าครับ............คุณลูกค้า!? "
พนักงานถามกับฮาวล์ที่ยืนนิ่งไป
.
" ไม่ได้มาปล้นร้านใช่ไหมครับ "
พนักงานหยิบโทรศัพท์เตรียมกดเรียกตำรวจ
.
" โทษที คิดอะไรอยู่นะ มาถามเกี่ยวกับไอ้ที่ติดอยู่หน้าร้าน "
ฮาวล์ได้สติหลังจากได้ยินเสียงพนักงานกำลังกดโทรศัพท์เรียกตำรวจ
พนักงานก็ตอบไปตามความจริงว่ามีตำรวจเข้ามาถามหาคนหายที่นี่
ก่อนจะติดป้ายประกาศตามหาคนหายเอาไว้
.
" คุณลูกค้าเป็ใครครับเนี่ย "
พนักงานร้านกำลังสงสัยที่ฮาวล์มาถามอะไรเกี่ยวกับคดีของตำรวจ
.
" ก็แค่นักสืบอิสระที่ถูกจ้างมานะ "
ฮาวล์ตอบกลับพนักงานร้านขณะกำลังเดินเลือกเครื่องดื่ม
.
" ผมเองก็ไม่รู้อะไรเหมือนกัน "
พนักงานร้านตอบกลับฮาวล์
.
" ขอบใจมาก "
ฮาวล์ตอบกลับพนักงานร้าน
.
หลังจากคุยเสร็จ ฮาวล์ก็ออกจากร้าน ความรู้สึกกังวลก่อนจะเข้าร้านก็หายไปแล้ว
ฮาวล์คิดว่าคงเป็ความกังวลเกินไปของตัวเอง แต่ทว่าฮาวล์ก็ไม่ได้เบาะแสอะไรตามต่อ
มันเป็ทางตันสำหรับฮาวล์ที่จะสืบเื่นี้เพียงคนเดียว ทำให้ฮาวล์ต้องหาตัวช่วยในการสืบเื่นี้
.
โลกปีศาจ
.
ป่าใกล้เมืองหลวงของมนุษย์ที่พึ่งล่มสลายไปเพราะกองทัพาาปีศาจ
ที่แห่งนั้นมีกองทัพม้าของมนุษย์กำลังวิ่งหาทางออกจากป่าโดยมีกองทัพปีศาจไล่หลังมา
.
" วิ่งไปเร็วเข้า "
ทหารม้าที่เป็ผู้นำกองนำสั่งเร่งความเร็วของกองทัพม้าและรถม้าที่นำทัพอยู่ให้วิ่งเร็วขึ้น
พวกเขากำลังปกป้องบางอย่างที่อยู่ในรถม้าคันนั้น
.
" นายทัพครับ พวกข้างหลังตามไม่ทันแล้ว "
ทหารคนสนิทได้ควบม้ามาด้านข้างก่อนจะรายงานเื่สำคัญ
.
กองทัพม้าที่อยู่ด้านหน้าตอนนี้คือกลุ่มที่ทหารยอดฝีมือโดยมีม้าที่ได้รับอาหารมากที่สุด
ทำให้กองทัพม้าด้านหน้ามีกำลังมากที่สุด ส่วนกองทัพด้านหลังคือม้าที่รับาเ็โดยแบกคนเจ็บอยู่ด้วย
กองทัพด้านหลังจึงวิ่งได้ช้า กองทัพที่ยังแข็งแรงอยู่บางส่วนจึงต้องไปคุมกันกองทัพด้านหลัง
.
" ทิ้งพวกที่อยู่ข้างหลังซะ เราต้องปกป้ององค์หญิง "
ผู้นำกองทหารม้าออกคำสั่ง
.
มันเป็คำสั่งที่ไร้หัวใจสำหรับทหารที่ได้ยิน แต่สิ่งที่พวกเขาปกป้องอยู่นั้นก็สำคัญไม่แพ้กัน
หากสูญเสียองค์หญิงไปในตอนนี้ ความหวังที่ริบหรี่อยู่ตอนนี้ก็จะดับสูญไปตลอดกาล
เพราะองค์หญิงถือกุญแจสำคัญในการอัญเชิญผู้กล้าจากต่างโลก ด้วยความหวังในการกอบกู้มนุษยชาติ
ทำให้กองทัพด้านหลังที่เป็กองทัพาเ็ยอมสละตัวเองเมื่อได้รับคำสั่งจากผู้นำทัพ
.
" ใครที่ยังไปต่อไปไหวก็ไปซะ พวกเราจะถ่วงเวลาเอาไว้ "
หัวหน้าหน่วยที่ได้รับาเ็กู่ร้องเป็ครั้งสุดท้ายหลังจากได้รับคำสั่งจากผู้นำทัพ
.
กองทหารม้าที่าเ็ได้วนม้ากลับไปยังเส้นทางที่พวกเขาเคยผ่าน โดยมีเสียงเดินทัพของกองทัพปีศาจอยู่เบื้องหน้า
เสียงฝีทัพของปีศาจมากมายนักไม่ถ้วนกันเข้าใกล้กองทหารม้าที่าเ็
ความกล้าที่ได้รับการปลุกใจมาก่อนหน้านี้เริ่มลดลงตามความดังของเสียงเดินทัพปีศาจที่ใกล้เข้ามาเรื่อยๆ
ความคิดที่ว่าจะสู้ถ่วงเวลาให้กับทัพหลังก็หมดลงหลังจากเห็นปีศาจาที่กองทัพปีศาจเลี้ยงเอาไว้โผล่มาให้เห็น
ปีศาจาคือปีศาจชั้นต่ำที่กองทัพปีศาจเลี้ยงเอาไว้เพื่อให้ในา มีรูปลักษณ์ภายนอกที่แตกต่างกันออกไป
มีได้ทั้ง 2 ขา หรือ 4 ขา แต่สิ่งที่สำคัญสุดคือขนาดตัวที่มโหฬารและความเร็วในการวิ่ง
ปีศาจาสูงได้ถึงหลายสิบเมตรจนไปถึงร้อยเมตร กองทัพปีศาจใช้พวกมันเป็หน่วยทะลวงเมืองหรือป้อมปราการ
การบุกในแต่ละครั้งของปีศาจาทำให้กำแพง กับดัก ป้อม แม้แต่สิ่งกีดขวางใดๆ ที่มนุษย์สร้างขึ้นจะถูกทำลายจนสิ้น
เมืองทั้งเมืองจะถูกเหยียบเป็เส้นตรงตามเส้นทางที่ปีศาจาวิ่งผ่านและสิ่งนั้นกำลังวิ่งตรงไปยังกองทัพม้าที่าเ็
.
"นี่มันไม่ใช่าแล้ว "
ความคิดสุดท้ายของทหารม้านายหนึ่งที่เห็นความใหญ่โตของปีศาจาก่อนจะถูกเหยียบย่ำจนจมพื้นดิน
.
กองทหารม้าแตกเป็เสี่ยงๆ โดยไม่ได้แม้แต่จะถ่วงเวลาหรือทำให้ปีศาจที่ควบคุมปีศาจาอยู่เห็นด้วยซ้ำ
กองทัพปีศาจวิ่งไล่ตามกองทัพม้าหลักไป โดยตอนนี้กำลังจะวิ่งไล่ทันแล้ว เพราะกองทหารม้าได้ยินเสียงฝีเท้าอันหนักแน่นไล่ตามหลังมา
ทำให้ผู้นำทัพต้องสั่งเร่งความเร็วในการเดินทัพมากขึ้นไปอีก เป้าหมายการหนีในครั้งนี้คือทะเลอันกว้างใหญ่
พื้นทวีปที่เคยเป็ของมนุษย์มาก่อนได้ถูกปีศาจยึดครองไปทั้งหมดแล้ว
.
" เห็นแล้ว! อีกไม่ไกล "
ทหารม้าแนวหน้ามองเห็นมหาสมุทรที่ถูกแสงจากดวงดาวสะท้อนลงมากำลังส่องแสงระยิบระยับที่เส้นขอบฟ้า
.
ความหวังของมนุษยชาติกำลังสว่างไสวจากดวงไฟที่กำลังมอดดับ บัดนี้ได้ฉายแสงขึ้นอีกครั้ง
ที่ปลายทางของกองทหารม้าคือทะเลที่มีเรือเดินสมุทรจอดแอบเอาไว้ใกล้ชายฝั่ง
เหลือเพียงควบม้าไม่กี่อีกอึดใจก็จะไปถึงความหวังนั้น แต่ทว่าเส้นขอบฟ้าแห่งความหวังก็ดับวูบไป
เส้นขอบฟ้าที่เคยสดใสจากน้ำทะเลสะท้อนกับดวงดาวบนฟ้าก็กลายเป็สีดำสนิทไร้ซึ่งแสงใด
ท้องฟ้าที่ถูกประดับประดาไปด้วยดวงดาวมากมาย แสงจันทร์ที่สาดส่องก็มลายหายไปสิ้น
ชุดเกราะของทหารองครักษ์ที่เคยสะท้อนแสงก็เป็เกราะที่อับแสงไปเสียแล้ว
คบเพลิงที่ถือนำทางของกองทหารม้าก็ดับลงเพราะสายลมอันหนาวเย็นที่พัดผ่าน
เส้นทางเบื้องหน้าที่เคยเป็ทางโล่งก็เป็หน้าผาที่สูงชัน เพราะการปรากฏตัวของปีศาจที่ทรงพลังที่สุดในโลกนี้
.
" ............................. "
ทหารม้าทั้งกองทัพกำลังหยุดนิ่ง
.
พวกเขามองหน้ากันซ้ายขวาโดยอยากจะถามว่าเกิดอะไรขึ้น แต่ไม่มีใครกล้าเอยคำพูดใดออกมา
เพราะความกลัวที่ปรากฏขึ้นในความคิด พวกเขาเป็ทหารกล้าที่ยอมตายเพื่อภารกิจ
แต่เมื่อความตายมายื่นอยู่เบื้องหน้า สิ่งนั้นมันก็กดความกล้าไปหมดสิ้น เหลือเพียงความกลัวที่อยู่เต็มความคิด
.
บางสิ่งที่อยู่เหนือกองทหารม้ากำลังลอยลงมาอย่างช้าๆ
มันคือปีศาจที่ทรงพลังที่สุดในโลก มือขวาของาาปีศาจ
รูปลักษณ์คล้ายมนุษย์สูง 2 เมตร ปีกสีดำคล้ายค้างคาว
ทั้งตัวถูกปกคลุมไปด้วยออร่าสีดำทั้งตัว ทำให้มองไม่เห็นรายละเอียดของร่างกาย
.
มือขวาของาาปีศาจลอยลงมาอยู่ใจกลางกองทหารม้า แต่ไม่มีทหารสักคนกล้าที่จะขยับตัว
เพราะรู้ดีว่าสิ่งที่อยู่ตรงหน้าคืออะไร ทำได้เพียงนั่งอยู่บนม้าอย่างนิ่งเงียบ
ปีศาจที่มีออร่าสีดำได้เดินไปยังรถม้าที่องค์หญิงของมนุษย์นั่งอยู่
ประตูรถม้าถูกเปิดอย่างช้าๆ องค์หญิงของมนุษย์กำลังหวาดกลัวอย่างสุดขั้วหัวใจที่ได้เห็นปีศาจตรงหน้า
มือที่ถูกปกคลุมไปด้วยออร่าสีดำได้ถูกยื่นมาหาองค์หญิงของมนุษย์ราวกับจะให้เธอยื่นมือมาจับ
ร่างกายขององค์หญิงสั่งให้ร่างกายของเธอจับมือที่เต็มไปด้วยออร่าชั่วร้ายนั้น แต่ความคิดบอกให้ร่างกายหนีไป
ด้วยสัญชาตญาณของสิ่งมีชีวิต ต้องหลีกหนีความตายเสมอเพราะเป็สัญชาตญาณที่ถูกปลูกฝั่งมาตลอดการวิวัฒนาการ
ทำให้เ้าหญิงยื่นมือไปจับกับมือของปีศาจเบื้องหน้า เพราะความกลัวตายของร่างกายมีอำนาจเหนือความคิด
ตลอดการปรากฏตัวของมือขวาของราชปีศาจ ไม่มีทหารหรือข้ารับใช้คนใดขององค์หญิงต่อต้านเื่ที่กำลังเกินขึ้นเลย
องค์หญิงที่ยื่นมือไปตอบรับก็ลุกขึ้นจากที่นั่งของรถม้าและเดินลงจากรถแต่โดยดี
ปีศาจที่ทรงพลังที่สุดได้กางปีกสีดำพร้อมกับอุ้มองค์หญิงก่อนจะบินขึ้นฟ้าและหายไปจากสายตาของกองทหารม้า
หลังจากการไปของปีศาจที่ทรงพลังที่สุด กองทหารม้าก็ได้สติกลับมาอีกครั้ง แต่ก็ยังไม่ทันได้คิดว่าจะเอายังไงต่อ
กองทัพปีศาจก็โผล่ออกมาพร้อมสังหารมนุษย์ทุกคนที่อยู่ตรงนั้นจนหมดสิ้น
.
นักปราชญ์ปีศาจได้ตัวเ้าหญิงของมนุษย์โดยมือขวาของาาปีศาจได้พาเ้าหญิงมาด้วยตัวเอง
เ้าหญิงถูกวางลงบนแท่นพิธีของพวกปีศาจ เธอคิดว่านี้คงเป็จุดจบของเธอและคงจะถูกบูชายัญ
นักปราชญ์ปีศาจได้ร่ายมือไปมาในอากาศ มีลูกบอลแสงลอยออกมาจากศีรษะของเ้าหญิงเผ่ามนุษย์
.
" กุญแจที่จะพาพวกเราไปหาท่านาาปีศาจ "
นักปราชญ์คว้าลูกบอลแสงมาไว้ในมือ เ้าหญิงอยู่ในความอาการใเพราะรู้ว่ามันพวกปีศาจ้าอะไร
ก่อนหน้านี้มีรายงานจากสายข่าวที่รอดมาพูดถึงเื่ที่าาปีศาจหายตัวไป แต่เ้าหญิงคิดว่าคงไม่ใช่เื่จริง
แต่ทุกอย่างที่เกิดขึ้นก็ทำให้เธอเข้าใจได้ว่าาาปีศาจเป็คนจากที่มาจากต่างโลก
และพวกปีศาจคงพยายามตามหาาาของพวกเขาอยู่ จากสิ่งที่คิดได้ทำให้เ้าหญิงรู้ชะตากรรมของตัวเองทันที
เพราะเธอรู้ว่าการเปิดทางเชื่อมระหว่างโลกทำยังไง
.
" ตอนนี้พวกเรากินเธอได้แล้วใช่ไหม "
พวกปีศาจระดับล่างเตรียมตัวจะกินเ้าหญิงของมนุษย์แล้ว พวกมันเคยกินมนุษย์มาก่อน
แต่ส่วนใหญ่ก็เป็พวกชาวบ้านไม่ก็ทหาร ในความคิดพวกมันเนื้อของเ้าหญิงคงจะอร่อยเป็พิเศษ
.
" ไม่ได้ "
นักปราชญ์หยุดพวกมันไว้ เขาได้ตรวจสอบความทรงจำของเ้าหญิงแล้ว
การเปิดทางเชื่อมระหว่างโลกต้องใช้พลังเวทย์ของมนุษย์เพราะมันเป็สิ่งที่มนุษย์คิดค้นขึ้นมา
จึงไม่สามารถใช้พลังของพวกปีศาจได้
.
" นี้เป็คำสั่ง ไปตามจับพวกมนุษย์ที่เหลือมาเป็ๆ "
มือขวาของาาปีศาจสั่งการพวกปีศาจระดับสูงให้ไปหยุดพวกปีศาจที่กำลังบ้าคลั่งไล่ฆ่ามนุษย์ให้หยุดก่อน
พวกปีศาจต้องใช้มนุษย์ในการเปิดทางเชื่อมระหว่างโลก
.
" เวรแล้ว เมื่อกี้พวกที่ไล่ล่ากองทัพของเ้าหญิงดันฆ่าพวกมนุษย์ไปซะหมด "
ปีศาจระดับสูงตัวหนึ่งพึ่งได้รับรายงานมาว่ากองทัพของเ้าหญิงถูกสังหารจนหมด
.
ตอนนี้จำนวนมนุษย์เริ่มลดน้อยลงอย่างรวดเร็วและการเปิดทางเชื่อมระหว่างโลกต้องใช้พลังเวทย์ของมนุษย์จำนวนมหาศาล
ได้มีกองทัพปีศาจชุดใหม่ถูกตั้งขึ้นเพื่อไล่ล่ามนุษย์และจับมาเป็ๆ เพื่อรีดพลังจากมนุษย์เพื่อให้ในการเปิดประตูมิติระหว่างโลก
ในเมื่อจอมมารหรือาาปีศาจไม่อยู่แล้ว ทำให้ปีศาจต่างๆ ไม่เชื่อฟังคำสั่งจากกองทัพหลักของปีศาจมากสักเท่าไร
เพราะปีศาจส่วนใหญ่มาเข้าร่วมกับกองทัพปีศาจมาเพราะความเชื่อมั่นในตัวของาาปีศาจ
เมื่อาาปีศาจหายตัวไป พวกมันจึงไม่เชื่อฟังคำสั่งจากปีศาจระดับสูงในกองทัพปีศาจ
.
" ไอ้พวกเฮงซวย "
มือขวาของาาปีศาจที่เห็นสภาพความวุ่นวายที่เกิดขึ้นกับกองทัพปีศาจ
เขาก็ได้บินขึ้นสู่ท้องฟ้าท่ามกลางกองทัพปีศาจที่อยู่เบื้องล่าง ก่อนจะคำรามจนเกิดเสียงดังสนั่นไปทั่วเมืองหลวงของมนุษย์
เสียงคำรามของเขาได้หยุดทุกอย่างที่เกิดขึ้นในเมืองหลวง พวกปีศาจที่กำลังอาละวาดไปทั่วเมืองต้องหยุดลง
.
" มารวมตัวกันกลางเมือง "
มือขวาของาาปีศาจได้บอกกับปีศาจทุกตัวให้มาที่กลางเมืองเพื่อคุยเื่สำคัญที่จะพาพวกเขาไปหาาาปีศาจอีกครั้ง
ปีศาจทุกตัวจึงยอมไปยังกลางเมืองตามคำสั่งของมือขวาของาาปีศาจ แต่ก็มีปีศาจบางตัวไม่ยอมทำตามคำสั่ง
มือขวาที่เห็นก็ได้บินไปหาปีศาจตัวนั้น ก่อนจะยกมันลอยขึ้นไปบนฟ้าและสังหารมันด้วยมือเพียงข้างเดียวต่อหน้าปีศาจทุกตัว
.
โลกมนุษย์
.
" โทรมามีอะไรเนี่ย "
หญิงสาวคนหนึ่งกำลังนอนอยู่บนเตียงก่อนจะมีสายเรียกเข้าดังมาจากมือถือของเธอ
.
หลังจากรับสายและคุยกับปลายสายแล้วทำให้เธอลุกจากเตียงไปอาบน้ำแต่งตัวก่อนจะรีบออกจากห้องพักของเธอ
เธอเดินทางไปยังสนามบินใกล้ๆ เลือกเส้นทางไปยังเมืองที่เื่ราวเกินขึ้น
.
" ไม่คิดว่าเธอจะมาเร็วขนาดนี้ เอม (M) "
ชายหนุ่มหัวโมฮอกกำลังยื่นรอหญิงสาวอยู่
.
" นานแล้วนะ ฮาวล์ ท่านบิชอปสบายดีไหม "
หญิงสาวเดินลากกระเป๋าเดินทางมาหาฮาวล์ที่กำลังรออยู่
.
" ก็เรื่อยๆ "
ฮาวล์ตอบกลับพร้อมนำทางเธอไปยังรถที่จอดรออยู่
.
ฮาวล์พาเอมเดินไปขึ้นรถเพื่อไปพบกับท่านบิชอป ระหว่างที่อยู่บนรถ เอม ก็ออกไปนอกหน้าต่างเพื่อมองเมืองที่เธอจะไปทำงาน
ในขณะที่เธอมองเมืองอยู่ เธอก็ััได้ว่าเมืองนี้มีคนอยู่เยอะมากเมื่อเทียบกับความเจริญและความใหญ่ของเมือง
เนื่องจากเธอััได้ถึงความหนาแน่นของดวงิญญาที่มากภายในตัวเมือง
.
" ที่นี่เป็เมื่อใหญ่งั้นเหรอ? "
เอมถามกับฮาวล์ถึงเมืองนี้
.
" ก็ใหญ่นะ เมืองหลวงของประเทศนี่น่า "
ฮาวล์ตอบกลับ เขาเองก็ไม่ได้รู้รายละเอียดมากเพราะก็มาจากต่างเมืองเหมือนกัน
.
ทั้งสองนั่งรถมาถึงสำนักงานขององค์กร เป็ตึกสำนักงานทั่วไปหากมองจากภายนอก แม้แต่ภายในเองก็เช่นกัน
จำเป็ต้องมีพนักงานเฉพาะหน่วยเท่านั้นที่สามารถพวกคนเข้าไปยังส่วนเื้ัที่เป็องค์กรดูแลผู้คนจากต่างโลก
เอมมาเพื่อพบกับท่านบิชอป เธอเคยรู้จักกับท่านบิชอปมาก่อนใน่ที่อยู่ต่างโลก
.
" พวกเราทำอะไรไม่ได้ มีคำสั่งปล่อยตัวแล้ว "
เ้าหน้าที่เรือนจำกำลังเดินไปปล่อยตัวฆาตกรชื่อดัง ในขณะที่ตำรวจกำลังสอบปากคำฆาตกรอยู่
พวกตำรวจพยายามเข้ามาขว้างการปล่อยตัวเพราะพวกเขาทำงานอย่างยากลำบากกว่าจะจับฆาตกรคนนี้ได้
แต่ก็มีคำสั่งจากศาลให้ปล่อยตัวนักโทษออกมาแล้ว
.
" เหลือเชื่อที่พวกคุณพาผมออกมาได้ "
ฆาตกรชื่อดังเดินออกจากรั้วของเรือนจำโดยมีกลุ่มทนายยืนรอเขาอยู่
พวกตำรวจเองก็เดินตามออกมาด้วยแต่ก็ไม่สามารถทำอะไรได้ ทำแค่มองฆาตกรคนนั้นนั่งรถออกไป
.
" ไม่ใช่พวกเราหรอกที่พาคุณออกมาได้ แต่มีใครบางคนต่างหากที่ช่วยคุณออกมา "
พวกทนายเล่าเื่การฆาตกรรมที่เกิดขึ้น มันมีลักษณะเหมือนกับการสิ่งที่ฆาตกรตัวจริงอย่างเขามาก
ทนายจึงใช้เื่นี้ในชั้นศาลทำให้เกิดการปล่อยตัวเกิดขึ้น
.
" หลังจากคุณเข้าคุกก็เกิดเหตุฆาตกรรมลักษณะเดียวกันหลายครั้ง "
พวกทนายยังเล่าเื่ที่เกิดขึ้นให้กับฆาตกรตัวจริงฟังระหว่างขับรถไปด้วย
แต่เส้นทางที่รถขับไปกลับไม่ได้มุ่งหน้าไปยังบ้านพักของฆาตกรตัวจริง
รถขับออกนอกตัวเมืองทั้งสองข้างทางมีแต่ฟาร์มและป่ารกร้าง
สถานการณ์เริ่มอึดอัดมากขึ้นหลังบทสนทนาจบลง ฆาตกรเองก็รู้สึกผิดปกติเช่นกัน
เขาได้แอบหยิบปากกามาจากกระเป๋าของทนายผู้หญิงที่นั่งอยู่ข้างเขา
.
" ไอ้พวกนี้มันพาฉันมาที่นี่ทำไมนะ "
รถของคุณทนายได้ขับมาจอดไร่นาแห่งหนึ่ง ด้านข้างโรงเก็บข้าว
ทันทีที่รถจอดฆาตกรคนนั้นก็เปิดประตูออกมาด้วยเนื้อตัวที่เปื้อนเืและเืที่ไหลออกมาจากรถ
กลุ่มทนายทั้งสามคนได้เสียชีวิตบนรถ โดยหนึ่งในนั้นมีปากกาเสียบอยู่ตรงจุดที่น่าจะเป็ดวงตา
ฆาตกรที่เดินลงมาจากรถก็มองไปยังโรงเก็บข้าวที่อยู่ด้านหน้า เขาััได้ถึงตัวตนบางอย่างที่อยู่ด้านในโรงเก็บข้าว
.
ฆาตกรมองไปยังโรงเก็บข้าวที่ทนายทั้งสามคนขับรถมาจอด เขาได้เดินไปด้านหน้าทางเข้าโรงเก็บข้าวก่อนจะเปิดมันออก
มีเงาร่างหนึ่งหลบอยู่ในเงาของโรงเก็บข้าว ก่อนที่เงานั้นจะค่อยๆ เดินเข้ามาหาและเปิดเผยตัวตนของมัน
.
" ฉันอยากฆ่าตัวเองมานานแล้วนะเนี่ย "
ฆาตกรได้เห็นตัวของเขาเองอีกคนที่อยู่ในโรงเก็บข้าว
.
" ฉันอยากฆ่าตัวเองมานานแล้วนะเนี่ย "
เงาตรงหน้าตอบกลับด้วยน้ำเสียงและท่าทางเหมือนกับตัวจริงทุกอย่าง
.
" ฉันไม่รู้ว่าแกคืออะไร แต่ว่าแกคือสิ่งที่ทำให้ฉันรอดจากข้อกล่าวหาใช่ไหม "
ฆาตกรถามกับสิ่งที่อยู่ตรงหน้าแม้ว่าตัวเขาจะไม่เข้าใจว่าสิ่งที่อยู่ตรงหน้าคืออะไร
.
" เ้าเข้าใจอะไรง่ายดีนะ "
เงาตรงหน้าคืนร่างกลับมาเป็มนุษย์เพศชายคนหนึ่ง
.
" มนุษย์เหรอ? ้าอะไรจากฉันล่ะ? "
ฆาตกรตอบกลับชายตรงหน้า
.
" ข้ามีงานให้ทำ พร้อมกับข้อเสนอและที่ทางของเ้าในโลกใบใหม่ "
ชายตรงหน้าตอบคำถามของฆาตกรที่ถาม
.
" โลกใบใหม่? "
ฆาตกรมีท่าทางสงสัยกับคำพูดบางคำของชายตรงหน้า
.
" โลกที่เ้าจะฆ่าใครก็ได้ตามใจเลย "
ชายตรงหน้าตอบคำถามกับท่าทางอันสงสัยของฆาตกร
.
" แบบนี้จะปฏิเสธได้ยังไง "
ฆาตกรยิ้มตอบกลับ
.
" ถ้างั้นก็เริ่มจากการจัดฉาก เ้าต้องตายก่อนสักรอบ "
ชายตรงหน้าของฆาตกรเดินเข้ามาหาฆาตกรพร้อมกับไม้เสียบฟาง
.
.
.
" มันเกิดอะไรขึ้นเนี่ย "
เ้าของโรงเก็บข้าวเดินมาสำรวจโรงเก็บข้าวของเขาหลังจากเห็นรถของใครบางคนจอดอยู่หน้าทางเข้า
.
เมื่อเ้าของโรงเก็บข้าวเปิดประตูก็พบกับศพมากมายถูกห้อยเอาไว้ด้วยเชือกและลวดหนาม
ศพเ่าั้เป็ศพของทนายที่ถูกฆาตกรสังหารไปและนำศพมาแขวนไว้ด้วยเชือกและลวดหนามไปทั่วโรงเก็บข้าว
และหนึ่งในศพพวกนั้นก็มีศพของฆาตกรชื่อดังถูกแขวนอยู่ด้วย
.
" พวกเราจับผิดตัวหรือว่ามันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ "
ตำรวจที่เคยจับฆาตกรคนนี้มาก่อนได้มาถึงที่เกิดเหตุตามการแจ้งของเ้าของโรงเก็บข้าว
.
" ทั้งหมด 4 ร่าง จากการตรวจสอบพวกเขานั่งรถคันนั้นมาด้วยกันตอนที่ออกจากสำนักงาน "
ตำรวจลูกน้องนายหนึ่งเอารายงานมาให้กับตำรวจชั้นหัวหน้า
.
จากการตรวจสอบของตำรวจพวกเขาได้ไล่ดูกล้องวงจรปิดมาตลอดทาง
ั้แ่ที่กลุ่มทนายได้พาฆาตกรตัวจริงขึ้นรถที่หน้าสำนักงานโดยตอนนี้ยังไม่รู้ว่าพวกเขากำลังจะไปที่ไหน
แต่พวกเขาคงจะจอดรอที่หน้าโรงเก็บข้าวและกลายเป็ศพอยู่ที่นี่
.
" ความไม่สมเหตุสมผลของเื่นี้มันแปลกนะ "
ตำรวจเอาศพในที่เกิดเหตุมายังห้องดับจิตเพื่อชันสูตรพลิกศพ
.
ในรายงานของตำรวจเขียนเกี่ยวข้องสงสัยกับสิ่งที่เกิดขึ้นเอาไว้มากมายโดยเฉพาะเื่ความไม่สมเหตุสมผล
หากคนที่พวกเขาจับมาไม่ใช่ตัวจริงและฆาตกรตัวจริงกำลังลอยนวลอยู่
การปล่อยตัวปลอมเป็เหยื่อล่อความสนใจของพวกตำรวจคงจะเป็เหตุผลที่เข้าท่ามากกว่า
เหตุผลที่สองคือทำไมกลุ่มทนายถึงพาฆาตกรที่โดนจับออกนอกเมืองมาทางชนบท
.
" เอารายงานเอาเก็บเอาไว้ในแฟ้มคดีเดียวกันนั่นแหละ "
ตำรวจบอกกับเ้าหน้าที่ชันสูตรพลิกศพให้เอาเอกสารการตรวจไปเก็บเอาไว้
.
เ้าหน้าที่ชันสูตรพลิกศพเอาเอกสารมาใส่ในแฟ้มรวมกับคดีเดิม
เขาก็เดินสวนกับชายหญิงคู่หนึ่งที่น่าจะเป็ตำรวจนอกพื้นที่ที่เข้ามาทำงานที่นี่
ตำรวจคู่นั้นก็ได้หยิบแฟ้มของคดีนั้นขึ้นมาอ่าน
.
" ถ้าอยู่ในที่เกิดเหตุหรือเก็บศพ ฉันจะได้ใช้พลังได้ดี "
เอมพูดกับฮาวล์
.
ทั้งสองคนปลอมตัวเข้ามาในสถานีตำรวจเพราะรู้เกี่ยวกับเื่ที่เกิดขึ้น
พวกเขายังต้องสืบเื่ที่เกิดขึ้นอยู่ตามคำสั่งของท่านบิชอป
ด้วยพลังของเอม เธอจะสามารถใช้พลังของเธอได้อย่างเต็มที่หากอยู่ใกล้ความตาย
ฮาวล์พาเอมมายังห้องดับจิตก่อนจะเปิดช่องใส่ศพทั้งสี่ศพออกมาให้เอมได้ใช้พลัง
.
" ขอเวลาสักหน่อย นายไปดูต้นทางไป "
เอมพูดกับฮาวล์ให้ไปดูทางเข้าเอาไว้
.
เมื่อเอมได้อยู่คนเดียว เธอก็เริ่มใช้พลัง มือทั้งสองข้างโบกสะบัดไปกลางอากาศ
แสงสีดำอมม่วงปรากฏขึ้นเป็วงกลมใต้ร่างทั้งสี่ร่าง ลูกบอลสีขาวลอยออกจากร่างทั้งสามร่าง
เอมได้หยิบพวกมันมาตรวจสอบและพบว่ามีอยู่ร่างหนึ่งที่ไม่มีลูกบอลสีขาวลอยออกมา
.
" ร่างนี้ของใคร..............ฮาวล์หยิบแฟ้มข้อมูลมาให้หน่อย "
เอมเรียกฮาวล์พร้อมกับหยุดการใช้พลังของเธอ
.
ฮาวล์เดินเข้ามาหาเอมพร้อมกับแฟ้มเอกสาร เอมชี้ร่างที่ไม่มีลูกบอลแสงให้ฮาวล์ดู
.
" ร่างของฆาตกร มันทำไม? "
ฮาวล์ถามกับเอมที่กำลังสงสัยกับร่างนั้น
.
" ร่างนี้ไม่มีิญญา ฉันตรวจสอบมันไม่ได้ "
เอมตอบกลับ
.
" จากที่ตำรวจตรวจสอบจาก Dna ก็บอกว่านี่คือฆาตกรคนนั้น ฉันเองก็ได้กลิ่นที่เหมือนกันจากร่างนี้ "
ฮาวล์ยืนยันว่าร่างนี้คือร่างของฆาตกรตัวจริงที่ก่อเหตุผลต่อเนื่อง
.
หลักฐานมากมายตากตำรวจและคำยืนยันของฮาวล์บ่งบอกว่าร่างที่อยู่ตรงหน้าพวกเขา
คือร่างของฆาตกรคนดังที่ลงมือสังหารผู้คนใน่นี้ แต่พลังของเอมมีบอกเธอว่าร่างนี้มีบางอย่างแปลกๆ
.
" เป็ไปไม่ได้ที่จะไม่มีิญญาหลงเหลืออยู่ "
เอมก็ยังยืนยันคำเดิมว่ามีบางอย่างแปลกๆ
.
" มีผู้กลับมาจากต่างโลกเข้ามาเกี่ยวข้องกับเื่นี้เหรอ? "
ฮาวล์ถามกับเอม
.
" ถึงแบบนั้นยังไงก็น่าจะมีพลังิญญาหลงเหลืออยู่บาง แต่ร่างนี้ไม่มีเลย "
เอมรู้ดีเกี่ยวกับเื่พลังของิญญา
.
ใน่เวลาที่เอมได้อยู่ต่างโลก เธอเคยเห็นคนตายมามากมายและทุกครั้งจะมีพลังิญญาหลงเหลืออยู่
ไม่ว่าร่างกายนั้นจะโดนพลังหรือสกิลแบบไหน จุดที่ผู้คนตายหรือร่างกายจะมีพลังิญญาหลงเหลืออยู่เสมอ
แต่ร่างของฆาตกรคนดังคนนี้ไม่มีพลังิญญาหลงเหลืออยู่เลย
.
" ถ้ามีคนแบบนั้นมาเกี่ยวข้องก็อันตรายแล้วล่ะ "
เอมพูดกับฮาวล์ที่กำลังสงสัยอยู่
.
" ทำไม? "
ฮาวล์ถามกับเอมอย่างสงสัย
.
" พลังที่สามารถกำจัดิญญาได้อย่างสิ้นซาก เป็พลังระดับสูงมากเลยนะ "
เอมตอบคำถามของฮาวล์ด้วยสีหน้าที่สุดแสนจะกังวล
.
" พวกระดับสูงเหรอ "
ฮาวล์คิดในใจ
.
ในโลกนี้มีผู้กลับมาจากต่างโลกมากมายรวมถึงผู้คนจากต่างโลกนิดหน่อยด้วย
ทำให้ผู้คนเ่าั้มาพร้อมกับพลังและสกิลและบางครั้งผู้คนเ่าั้ก็มีพลังและสกิลที่เก่งกาจเกินไปสำหรับโลกใบนี้
การมีอยู่ของ ' องค์กร ' ก็มีเพื่อดูแลคนเหล่านี้ไม่ให้ไปก่อกวนคนธรรมดาและปกปิดการมีอยู่ของพวกเขาไปด้วยในตัว
' องค์กร ' ได้จับอันดับความอันตรายของผู้กลับมาจากต่างโลกและผู้คนจากต่างโลกเอาไว้ 3 ระดับ
ระดับต่ำ คือ พวกที่มีสกิลหรือพลังเพียงแค่ 1 อย่าง
ระดับกลาง คือ พวกที่มีสกิลหรือพลังอย่างน้อย 2-3 อย่าง บางครั้งพวกนี้ก็จะอยู่ในระดับสูงหากเป็พลังเกี่ยวกับการต่อสู้
ระดับสูง คือ พวกที่มีสกิล 4 อย่างขึ้นไปจะถูกจัดระดับให้เป็ระดับสูงทันทีแม้ว่าจะไม่มีพลังเกี่ยวกับการต่อสู้ก็ตาม
แน่นอนว่าพวกระดับสูงเป็อะไรที่หาได้ยากยิ่ง แตกต่างจากพวกระดับต่ำที่หาได้ทั่วไป
.
.
.
โลกปีศาจ
.
เสียงกูร้องของเหล่าปีศาจที่เคยเงียบไปก็ดังขึ้นอีกครั้งทั่วอาณาจักรที่ล่มสลายของมนุษย์
มันเกิดขึ้นเนื่องจากพวกปีศาจระดับสูงมีแผนการที่จะพาเหล่าปีศาจทั้งมวลตามหาาาปีศาจของพวกเขา
มนุษย์ที่ยังเหลือรอดถูกจัดเป็มารวมกับไว้ตามแผนของนักปราชญ์ปีศาจ
นักปราชญ์มีแผนที่จะใช้พลังของมนุษย์ในการเปิดประตูมิติเพื่อตามหาาาปีศาจ
เนื่องจากพวกปีศาจไม่สามารถใช้พลังของตัวเองในการเปิดประตูได้
และการสร้างประตูมิติแต่ละครั้งจำเป็ต้องใช้พลังอันมหาศาลขึ้นอยู่กับผู้ที่ผ่านประตู
.
" ข้าเป็คนไปสินะ "
ปีศาจเงาประจำตัวของาาปีศาจกล่าวขึ้น
.
" ใช่ หากประตูมิติเปิดออกและเ้าััได้ถึงาาปีศาจก็เข้าประตูไปได้เลย "
นักปราชญ์ปีศาจตอบกลับ
.
แผนการคือให้ปีศาจเงาประจำตัวของาาปีศาจเป็คนนำทางหามิติที่าาปีศาจอยู่
เมื่อหาพบ ปีศาจเงาก็จะตัดพันธสัญญากับาาปีศาจและผูกกับมือขวาของาาปีศาจแทน
และปีศาจเงาก็ะโเข้าไปในประตูมิติ เพื่อที่จะให้ปีศาจที่เหลือตามหาาาปีศาจและปีศาจเงาเจอในภายหลัง
.
" เราต้องใช้เวลานานแค่ไหน ผู้าุโ "
มือขวาของาาปีศาจถามกับนักปราชญ์ปีศาจ
.
" ขึ้นอยู่กับจำนวนของมนุษย์ "
นักปราชญ์ปีศาจตอบกลับ
.
เนื่องจากมนุษย์มีพลังอันน้อยนิดเมื่อเทียบกับพวกปีศาจ ทำให้พวกเขาผ่านประตูมิติได้ง่ายกว่า
เหตุผลนี้จึงเป็ปัญหากับพวกปีศาจมากและเหตุผลอีกอย่างคือวิทยาการนี้เป็ของมนุษย์
ทำให้ใช้พลังของปีศาจโดยตรงเปิดประตูมิติไม่ได้
.
" ปีศาจทุกตัว ไปจับมนุษย์มาเป็ๆ "
มือขวาของาาปีศาจออกคำสั่งให้ปีศาจทุกตัวไปล่ามนุษย์ที่อาจยังเหลืออยู่นอกอาณาจักร
.
ปีศาจนับล้านตัวทั้งบินและวิ่งออกจากอาณาจักรมนุษย์เพื่อตามล่ามนุษย์ที่ยังหลบซ่อนอยู่ในพื้นทวีป
ในเพียงเวลาแค่ไม่กี่วันมนุษย์มากมายก็ถูกจับและส่งมายังเมืองหลวงของมนุษย์เพื่อให้เป็แหล่งพลังในการเปิดประตูมิติ
พิธีการเปิดประตูมิติถูกจัดขึ้นโดยนักปราชญ์ปีศาจที่ควบคุมเ้าหญิงของมนุษยชาติอยู่
ซึ่งมีปีศาจของาาปีศาจเป็แหล่งอ้างอิงในการเปิดประตูเพราะทั้งปีศาจเงาและาาปีศาจกำลังเชื่อมต่อกันอยู่
ตามพันธสัญญาที่ทั้งสองเคยทำเอาไว้เมื่อนานมากแล้ว
.
" ประตูระหว่างโลกจงเปิดออก "
นักปราชญ์ปีศาจกล่าวพร้อมกับใช้พลังควบคุมเ้าหญิงให้เปิดประตู
.
รอยแยกขนาดเล็กที่ใหญ่เพียงจะให้มนุษย์สักคนรอดผ่านไปได้เปิดออก
พร้อมกับการเชื่อมโยงของาาปีศาจและปีศาจเงาก็กลับมาอีกครั้ง
.
" นี้แหละ ประตูที่จะพาพวกเราไปหาท่านาาปีศาจ "
ปีศาจเงากล่าว
.
" ถ้ามั่นใจก็ตัดการเชื่อมต่อกับท่านและะโเข้าไป "
มือขวาของาาปีศาจตอบกลับพร้อมกับเสียงร้องอันดีใจของเหล่าปีศาจ
.
ปีศาจเงาได้ตัดเชื่อมโยงของเธอกับาาปีศาจและทำพันธสัญญาใหม่กับมือขวาของาาปีศาจ
หลังจากนั้นปีศาจเงาก็ะโเข้าไปในรอยแยกของประตูมิติพร้อมกับประตูมิติที่ปิดลง
ทำให้การเชื่อมโยงของปีศาจเงาและมือขวาของาาปีศาจก็ถูกตัดขาดลง
.
โลกมนุษย์
.
" มีแต่มนุษย์เต็มไปหมด "
ปีศาจเงาพูดกับตัวเธอเองหลังจากรู้สึกตัวว่าตัวเองผ่านประตูมิติมาแล้ว
.
ปีศาจเงาตื่นขึ้นมาในสวนสาธารณะแห่งหนึ่งยามค่ำคืนและพบว่ามีมนุษย์มากมายกำลังเดินผ่านไปมา
เธอััได้ถึงการมาของบางอย่างจึงรีบเข้าไปซ่อนในเงาของสิ่งของโดยรอบ
.
" น่าจะเป็แถวนี้ แต่ไม่เจอใครเลย "
มนุษย์กลุ่มหนึ่งโผล่ออกมาตรงจุดที่ปีศาจเงาโผล่มาที่โลกมนุษย์
พวกเขาตามหาร่องรอยอยู่สักพักหนึ่งเมื่อไม่เจอเบาะแสก็ออกจากบริเวณนั้นทันที
.
" พวกมันรู้ว่าเรามา "
ปีศาจเงาพูดกับตัวเองก่อนจะเคลื่อนตัวผ่านเงาของสิ่งต่างๆ
.
ปีศาจเงาได้ใช้พลังของเธอพาตัวเองไปยังสถานที่ต่างๆ เพื่อตามหาาาปีศาจ
เธอเปลี่ยนตัวเองเป็เงาและย้ายตัวเองผ่านเงาของสิ่งของ
.
" ไอ้สถานที่นี้คืออะไร? "
ปีศาจเงาผ่านมายังโบสถ์แห่งหนึ่ง
.
เธอหยุดที่หน้าโบสถ์แห่งหนึ่งเพราะรู้สึกถึงพลังงานบางอย่าง
ระหว่างนั้นเองก็มีแมวตัวหนึ่งะโตัดหน้าปีศาจเงาที่สิงอยู่เงาในต้นไม้
ปีศาจเงาจึงเข้าไปสิงในเงาของแมวตัวนั้น
.
" มากินข้าวอีกแล้วเหรอเ้าเหมียว "
หญิงสาววัยรุ่นคนหนึ่งเดินมาลูบเ้าแมวที่ะโเข้ามาในโบสถ์ที่เธออาศัยอยู่
.
หญิงสาวท่าทางธรรมดาคนหนึ่งเดินมาเล่นกับเ้าแมว
ก่อนจะเดินไปหยิบอาหารแมวมาเทใส่จานให้เ้าแมวได้กิน
โดยไม่รู้เลยว่าแมวตัวนี้ได้นำพาปีศาจเข้ามาในโบสถ์ที่เธออาศัยอยู่
.
" คนธรรมดา แต่เราได้กลิ่นของนายท่าน "
ปีศาจเงามองหญิงสาวโดยอาศัยอยู่ในเงาของเ้าแมว
.
ปีศาจเงาได้กลิ่นของาาปีศาจจากตัวของหญิงสาว แต่ว่ากลิ่นนั้นเจือจางมาก
ทำให้ปีศาจเงาคิดว่าหญิงสาวคนนี้น่าจะเคยเดินผ่านหรือเคยเจอาาปีศาจในระยะใกล้ๆ มาก่อน
เธอโดดจากเงาของเ้าแมวเข้าไปในเงาของหญิงสาว
_______________________________จบตอน_______________________________