ชู่ว์... พระชายา ท่านซ่อนสิ่งใดไว้บนคาน! [แปลจบแล้ว]

    เล่มที่ 2 ตอนที่ 47 มู่เอ้าเทียนชำระบัญชี

            ยิ่งคิดก็ยิ่งเป็นไปได้ โดยเฉพาะหลังจากที่มู่เอ้าเทียนโมโห ยามที่กล่าวถ้อยคำนั้น สีหน้าของหลิวซินเหยาที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ซีดขาวพร้อมกับจิตวิญญาณที่สลายหายไป ราวกับหัวใจของนางถูกเผาไหม้จนกลายเป็นเถ้าถ่าน

            ไอ๊หยา ช่างเป็นรูปแบบการอกหักที่คลาสสิกเหลือเกิน

            เฮือก

            ฮวาเหยียนสูดหายใจเย็นเข้าปอด นางรู้สึกเจ็บที่ฟันกรามด้านหลังเหลือเกินเฮอะๆๆ เรื่องนี้ทำให้นางค้นพบความลับที่ยิ่งใหญ่เสียจริงดวงตาของฮวาเหยียนหันกลอกไปมาราวกับจิ้งจอกตัวน้อย นางรู้สึกว่าท่านพ่อแห่งตระกูลมู่รู้ว่าท่านอาสะใภ้รองกำลังจะทำอะไรไม่อย่างนั้นท่านพ่อที่ให้ความสำคัญกับความสามัคคีของครอบครัวคงไม่หักหน้าท่านอาสะใภ้รองเช่นนี้ คิดว่าเป็นเพราะนางกลับมาด้วย เขาจึงโจมตีท่านอาสะใภ้รองอย่างโหดร้าย

            อาจเป็นเพราะดวงตาของฮวาเหยียนนั้นชัดเจนเกินไป มู่เอ้าเทียนจึงสังเกตเห็นในทันที เขาเห็นบุตรสาวสุดที่รักของเขากลอกดวงตาใสแป๋วราวกับไข่มุก เขาไม่รู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้น ดวงตาที่เปื้อนน้ำตานั้นกวาดมองมาเขา พาให้หัวใจของเขาเริ่มประหม่าสายตาของสาวน้อยผู้นี้หมายความว่าอย่างไร?

            วินาทีต่อมา ดวงตาของฮวาเหยียนพลันเปล่งประกาย นางพูดด้วยรอยยิ้มว่า "เอาล่ะ ท่านพ่อ รีบนั่งกินข้าวกันเถิดเจ้าค่ะ ข้าหิวแล้ว น้องหญิงของข้าอวิ้นเออร์กับท่านอาสะใภ้รองล้วนทำเพื่อข้า ตอนนี้ร่างกายของข้าเพียงแค่แพ้กุ้ง หลังจากที่ข้ากินกุ้งเข้าไป ทั้งตัวจะเกิดผื่นเล็กๆ ทั่วร่างกาย ข้าจึงไม่สามารถกินมันได้จริงๆ เจ้าค่ะ”

            ฮวาเหยียนตบมือของมู่เอ้าเทียนพร้อมกับพูดเบาๆ

            เมื่อมู่เอ้าเทียนได้ยินคำพูดของฮวาเหยียน สีหน้าของเขาพลันอ่อนลงมาทันที ที่จริงเขาควรจะเป็นคนที่ภายในใจทุกข์ตรมมากที่สุด บุตรสาวสุดที่รักของเขากินกุ้งไม่ได้มันต้องเกี่ยวข้องกับสารพิษในร่างกายเป็นแน่ การเปลี่ยนแปลงของสารพิษรุนแรงจนทำให้ร่างกายของนางต้องเปลี่ยนแปลงไปด้วย เพราะเหตุนั้นนางจึงแพ้กุ้ง เมื่อคิดถึงเรื่องนี้ เขาก็รู้สึกเจ็บปวดกับบุตรสาวสุดที่รักของเขาทันที

            “อีกทั้งน้องหญิงอวิ้นเออร์และท่านอาสะใภ้รอง ที่ท่านดีต่อข้านั้น ข้ารับรู้ แต่ข้าเองก็ผ่านประสบการณ์มามากมายในช่วงสี่ปีที่ผ่านมาไม่ว่าจะเป็นบุคลิกอุปนิสัย หรือรสชาติของอาหารล้วนเปลี่ยนไปทั้งสิ้นดังนั้นโปรดเข้าใจข้าด้วยเจ้าค่ะ”

            คำพูดของ ฮวาเหยียนนั้นงดงามยิ่งนักน้ำเสียงของนางสงบ ไม่ก้าวร้าวกดดัน

            “พี่หญิง ข้ารู้ดีว่าหลายปีที่ผ่านมานี้ท่านต้องทนทุกข์ทรมานมาแสนสาหัส”

            มู่ชิงอวิ้นรีบร้อนเอ่ยขึ้นมา นางตอบสนองอย่างรวดเร็ว มือบางรีบคีบกุ้งตรงหน้าฮวาเหยียนกลับมาไว้ในจานของตนเอง จากนั้นก็คีบเอามะเขือยาวตุ๋นหนึ่งชิ้นวางไว้ตรงหน้าฮวาเหยียนแทน คราวนี้ฮวาเหยียนไว้หน้านาง หญิงสาวคีบมะเขือม่วงเข้าปาก พาให้มู่ชิงอวิ้นหัวเราะทันที

            ฮวาเหยียนหรี่สายตามองนาง น้องหญิงผู้นี้ช่างพอใจได้ง่ายดายยิ่ง แค่เพียงกินอาหารที่นางคีบให้เท่านั้นเอง

            ยามนี้ใบหน้าของหลิวซื่อดูดีขึ้นเล็กน้อยเมื่อได้ยินคำพูดของฮวาเหยียน นางทำท่าจะพูดอะไรบางอย่าง ทว่าท้ายที่สุดคอของนางกลับแห้งผาก ใช้เวลานานกว่าจะพูดออกมาได้ว่า 'อืม'

            “เอาล่ะ ทุกคนกินข้าวกันเถิด ลูกเหยียนหายไปถึงสี่ปี ในที่สุดวันนี้นางก็หวนคืนกลับมา ข้ามีความสุขเหลือเกิน ในที่สุดข้าก็สามารถหลับได้อย่างเต็มอิ่มเสียที พ่อบ้านลุงหวัง ไปขุดเหล้านารีแดงที่ถูกฝังไว้ที่ลานเรือนออกมาที วันนี้เปิ่นหวางไม่เมาไม่เลิกรา”

            ความสุขบนใบหน้าของมู่เอ้าเทียนในยามนี้ไม่อาจปกปิดได้เลย

            “ขอรับนายท่าน ข้าจะไปเดี๋ยวนี้”

            พ่อบ้านลุงหวังตะโกนเรียกคนมาช่วยขุดเอาเหล้าทันที

            ...

            เหล้านารีแดงชั้นยอด เมื่อเปิดฝาแล้วจะได้กลิ่นเหล้าที่หอมหวนและกลมกล่อม ไม่ว่าผู้ใดที่ได้กลิ่นล้วนเมาทั้งสิ้น

            มู่เอ้าเทียนมีความสุขเหลือเกิน เขาค่อยๆ บรรจงรินเหล้าใส่จอกใบใหญ่สำหรับตัวเอง มู่เสวียนเย่รวมถึงมู่จี้หงอย่างช้าๆมู่เอ้าเทียนยกแก้วขึ้นดื่มเหล้า หยาดน้ำใสค่อยๆ รินไหลผ่านลำคอของเขา บางส่วนก็หกเลอะเทอะบริเวณปกเสื้อ เผยความเป็นลูกผู้ชายให้ฉายแสงเจิดจ้า

            ฮวาเหยียนมองไปทางหลิวซินเหยาด้วยหางตาและพบว่านางกำลังจ้องมองท่านพ่ออยู่...

            ถุ้ยๆๆ ท่านอาสะใภ้รองคนนี้จ้องท่านพ่อตาเป็นมัน เรื่องนี้ไม่จำเป็นต้องเดา

            ฮวาเหยียนหันไปหาท่านอารองอีกครั้ง เขานั่งยิ้มและดูท่านพ่อของนางดื่มเหล้า ท่าทางดูมีความสุขยิ่งนัก มู่ชิงอวิ้นก็นั่งขวยเขินเช่นกัน ท่าทางเรียบร้อยเชื่อฟังเหลือเกิน

            “วันนี้ข้ามีความสุข ปีติเป็นพิเศษ สี่ปีแล้วที่ข้าไม่ได้มีความสุขเช่นนี้ พ่อบ้านหวัง จงรับคำสั่ง นำเงินสองตำลึงแจกเป็นรางวัลแก่ข้ารับใช้ทุกคนในจวน”

            มู่เอ้าเทียนโบกมือสั่ง

            "ทาสชราขอเป็นตัวแทนทุกคนในจวนขอบคุณนายท่าน"

            พ่อบ้านลุงหวังขอบคุณมู่เอ้าเทียนและหันไปคารวะฮวาเหยียนด้วย นี่เป็นความเฉลียวฉลาดและไหวพริบของพ่อบ้าน เนื่องจากเขารู้ว่ารางวัลของมู่เอ้าเทียนนี้เกิดจากการหวนคืนกลับมาของคุณหนูใหญ่

            พอเสร็จพิธีขอบคุณ ก็มีความสุขกันต่อไป

            ฮวาเหยียนมองไปทางมู่เอ้าเทียน เขาดื่มหนักยิ่งนักและนั่นทำให้เริ่มเมาขึ้นมาเล็กน้อย ใบหน้าของเขาแดงก่ำอยู่เล็กน้อยแต่ก็ไม่ได้ส่งผลต่อความหล่อเหลาของเขาเลย จะเห็นได้ว่ามู่เอ้าเทียนมีความสุขจริงๆเพราะการหวนคืนกลับมาของนาง...

            นางมองดูความปีติยินดีในแววตาของผู้เป็นบิดา รู้สึกเพียงว่าหัวใจของนางค่อยๆ ฟูขึ้น หัวใจที่เงียบงันมานานหลายปีดูเหมือนจะพบที่อยู่ของมันในที่สุด จากนั้นก็ค่อยๆ เปลี่ยนเป็นความสงบนิ่ง

            ถ้ามีคนถามนางในเวลานี้ว่านางอยากจะเก็บอะไรเอาไว้มากที่สุด

            ฮวาเหยียนคิดว่านางจะตอบโดยไม่ลังเลว่านางจะเลือกเก็บความอบอุ่นในยามนี้ไว้ รักษาเสียงและรอยยิ้มที่ครอบครัวตระกูลมู่มีเอาไว้ให้นาง

            ...

            ยามที่มู่เอ้าเทียนกำลังดื่มอย่างสนุกสนาน ยามนั้นมู่เสวียนเย่ขมวดคิ้วแน่นอยู่ข้างเขา

            “เสวียนเย่ เจ้าขมวดคิ้วไปทำไม? ดื่มเป็นเพื่อนพ่อของเจ้าเถิด หลานเหยียนกลับมาแล้ว อารองเองก็มีความสุขมากเช่นกัน แต่อารองสุขภาพไม่ค่อยดี ดื่มหนักมากไม่ได้และดื่มได้แต่น้อย อย่าทำให้ความสนุกของพ่อเจ้าหมดลงเลย มาดื่มด้วยกันสักหน่อยเถิด”

            เมื่อมุ่จี้หงเห็นว่ามู่เสวียนเย่ขมวดคิ้ว ท่าทางเหมือนกำลังคิดอยู่อะไรอยู่ เขาก็หัวเราะออกมาเสียงดัง

            "เย่เออร์ ไม่กี่ปีที่ผ่านมานี้... ขอบใจเจ้ามากนะ"

            มู่เอ้าเทียนหยิบจอกเหล้าขนาดใหญ่ขึ้นมาตรงหน้ามู่เสวียนเย่ คำพูดติดอยู่ที่ลำคอของเขา

            ในฐานะบุตรคนโตของตระกูลมู่ ความรับผิดชอบและภาระทั้งหมดจึงตกอยู่ที่เขาคนเดียว น้องสองและน้องสามล้วนไม่ได้อยู่จวน เพราะการหายตัวไปของน้องสาวของเขา ทำให้บิดาไม่มีกะจิตกะใจจะดูแลปกครองครอบครัว เขาเสียสติไปอยู่นานทีเดียวหากครอบครัวนี้ไม่มีบุตรชายคนโต ในวันที่ยากลำบากเช่นนี้ เกรงว่ามู่เอ้าเทียนอาจจะล้มลงไปแล้วก็เป็นได้

            บุตรชายคนโตคนนี้มีตำแหน่งเป็นถึงหน่วยราชองครักษ์ประจำวังหลวงทำหน้าที่ปกป้องฮ่องเต้องค์ปัจจุบันรวมทั้งปกป้องเมืองหลวงแห่งอาณาจักรต้าโจวและนี่ก็เป็นความภาคภูมิใจของตระกูลมู่เช่นกัน

            ระหว่างชายชาตรี ระหว่างพ่อกับบุตรคำบางคำสามารถเข้าใจได้ภายในใจโดยไม่ต้องพูดอันใด

            “ท่านพ่อ ท่านไม่จำเป็นต้องพูดอันใดแล้วลูกเข้าใจขอรับ”

            มู่เสวียนเย่ยืนขึ้น พ่อลูกชนแก้วกัน จากนั้นก็ยกจอกขึ้นกระดกดื่ม

            ฮวาเหยียนมองดูฉากนี้ ดวงตาของนางร้อนผ่าว นางถือโอกาสในขณะที่ทุกคนไม่สนใจรินแก้วเล็กๆให้ตัวเองและจิบไปคำหนึ่ง

            ก่อนจะได้ยินมู่เสวียนเย่ลดเสียงลงและพูดกับท่านพ่อว่า “ท่านพ่อ ท่านเพิ่งให้เงินคนรับใช้คนละสองตำลึงลูกลองคำนวณคร่าวๆ แล้ว หากท่านมอบเงินทั้งหมดให้กับคนรับใช้  และถ้ารวมกองทัพตระกูลมู่ด้วย มันคงจะเป็นค่าใช้จ่ายที่มหาศาลเลยทีเดียว"

            มู่เสวียนเย่ยังคงพูดด้วยเสียงต่ำและกระซิบที่หูของมู่เอ้าเทียน

            ด้วยความที่มู่เอ้าเทียนดื่มเหล้าหนักไปนิดเขาจึงยังไม่ตอบสนองต่อสิ่งที่บุตรชายคนโตของเขาพูด หลังจากที่ผ่านไปสามวินาที สมองเขาพลันแล่นและนึกออกในทันที!

            บุตรสาวที่มีค่าของเขาตอนนี้มีหนี้อยู่สามล้านตำลึง!!!

            ในยามนั้น พ่อบ้านลุงหวังพลันวิ่งกลับมาอย่างมีความสุข “นายท่าน คำพูดของท่านถูกส่งต่อไปยังเหล่าข้ารับใช้แล้ว และคนรับใช้ล้วนมีความสุขยิ่งนักดังนั้นพวกเขาจึงขอให้ทาสชราผู้นี้มาคารวะขอบคุณท่าน ขอบพระคุณท่านอ๋อง ขอบพระคุณคุณหนูใหญ่ขอรับ”

            เมื่อได้ยินคำพูดของพ่อบ้านลุงหวัง ใบหน้าของมู่เอ้าเทียนพลันตึงเครียดขึ้นมาทันที

            “เจ้าใช้เงินไปทั้งหมดเท่าไหร่?”

            “หา? ”

            พ่อบ้านลุงหวังตะลึงไปชั่วครู่ คิดไม่ถึงว่าท่านอ๋องจะถามเขาด้วยคำถามนี้ เขานิ่งไปครู่หนึ่งแล้วจึงตอบว่า “จากที่นักบัญชีจดรายได้มา เราให้รางวัลแก่คนรับใช้ในจวนของเรารวมเป็นเงินสามร้อยแปดสิบสองตำลึงโดยจะแจกจ่ายให้กับกองทัพของตระกูลมู่ อีกทั้งในปีที่ผ่านมาพวกเราดูแลแม่หม้ายเด็กกำพร้า อีกยังมีหญิงชราที่ถูกทิ้งไว้คนเดียวและเด็กเล็กที่สูญเสียครอบครัวด้วยรวมเป็นเงินทั้งหมดสี่แสนแปดหมื่นตำลึงขอรับ"

            เฮือก

            มู่เอ้าเทียนสูดลมเย็นเข้าปอด ถึงกับสร่างเมาไปสามส่วน

            เขา เขา เขา...

            อึก

            เขาแค่มีความสุขเล็กน้อยไม่ใช่หรือ? แล้วก็ดื่มเหล้านารีแดงนิดหน่อย เหตุใดถึงลืมเรื่องนี้ไปได้เล่า?

            เงินสามล้านตำลึงนี้ก็ยังไม่ได้จ่ายและอีกสี่แสนแปดหมื่นตำลึงก็เพิ่งถูกใช้ไป...

            เมื่อพ่อบ้านลุงหวังเห็นว่าท่าทางของท่านอ๋องดูผิดปกติไป เขาจึงนั่งลงบนเก้าอี้และเงียบเป็นเวลานาน ก่อนจะพูดขึ้นมาอย่างไม่สบายใจว่า “นายท่าน มีปัญหาอะไรหรือขอรับ? ”

            มู่เอ้าเทียนคงไม่สามารถให้พ่อบ้านหวังไปนำรางวัลกลับมาได้ใช่หรือไม่? ช่างน่าขายหน้าเกินไปแล้ว

            เขาเป็นท่านอ๋องหลู่หนานผู้สง่างาม เขาไม่สามารถทำเรื่องแบบนี้ได้จริงๆ

            "ไม่เป็นไร..."

            มู่เอ้าเทียนกังวลอยู่ในใจแต่ใบหน้าของเขากลับนิ่งสงบ กลิ่นอายของท่านแม่ทัพพลันปรากฏขึ้น

            “ถ้าเช่นนั้น พ่อบ้านหวังไปถามเหล่าอู่หน่อยว่ายามนี้คลังสมบัติของเรามีเงินเหลือเท่าไหร่? ”

            มู่เอ้าเทียนถาม

            แม้พ่อบ้านลุงหวังจะงุนงงสงสัยเป็นอย่างยิ่งว่าเหตุใดท่านอ๋องถึงให้ไปถาม? หรือว่าอยากจะแจกรางวัลต่อ? การกลับมาของคุณหนูใหญ่ทำให้ท่านอ๋องมีความสุขมากจนเขาให้รางวัลติดต่อกัน นับว่าเป็นการบำเหน็จรางวัลอย่างมีความสุข

            อีกด้านหนึ่งฮวาเหยียนมองไปทางมู่เอ้าเทียนเพราะสัญญาหนี้ของนางท่านพ่อถึงมีท่าทีที่วิตกกังวลเช่นนี้ ทว่านั่นทำให้หัวใจของนางทั้งอบอุ่นทั้งขบขันนัก

            “ท่านพ่อ ท่านไม่ต้อง...! ”

            “ลูกรัก ไว้ค่อยคุยกันทีหลัง”

            มู่เอ้าเทียนคาดเดาคำพูดของฮวาเหยียนออก เมื่อเขาเห็นบุตรสาวของเขาเอียงศีรษะมอง ดวงตาของนางหรี่ลงครึ่งหนึ่ง แก้มของนางแดงด้วยจอกเหล้าในมือของนาง ในภวังค์นั้นราวกับเขาเห็นภรรยาของตน

            มู่เอ้าเทียนรีบเบือนหน้าหนี เขาไม่กล้าคิดและไม่อยากจะคิดมิเช่นนั้นเขาจะควบคุมไม่อยู่ เขาคิดถึงนางเหลือเกิน

            เขาส่ายหัว มู่เอ้าเทียนเพิ่งรู้ตัวในภายหลังว่าบุตรสาวของเขาได้ขโมยกินเหล้า หญิงสาวคนนี้ใจกล้าเกินไป เขาอดไม่ได้ที่จะตำหนินาง มู่เอ้าเทียนพยักหน้าให้นางเบาๆ ก่อนกล่าวว่า "เป็นสาวเป็นแซ่ ริอาจเรียนการดื่มเหล้าหรือ"

            น้ำเสียงที่ถนอมรักเอ็นดูนี้ทำให้ฮวาเหยียนยิ้มจนตาปิด

            “ก็แค่จิบคำเดียวเจ้าค่ะ...”

            ฮวาเหยียนกระซิบ ส่วนหยวนเป่าก็แอบหัวเราะ

            พ่อบ้านลุงหวังไปเพียงไม่นานก็กลับมาบอกมู่เอ้าเทียน "นายท่าน เหล่าอู่เพิ่งคำนวณเสร็จตอนนี้มีเงินอยู่ในคลังสมบัติทั้งสิ้นสองล้านหกแสนตำลึงขอรับ"

            เงินสองล้านหกแสนตำลึง

            มู่เอ้าเทียนท่องตัวเลขนี้ พลางคิดในใจว่ามันห่างไกลจากเงินสามล้านตำลึงมากเกินไป

            เขาโบกมือและพูดอีกครั้ง “ให้เหล่าอู่คำนวณอีกที เราจะขายที่ดินเป็นเงินสดได้เท่าไหร่? ”

            พ่อบ้านลุงหวังไม่เข้าใจนายท่านของเขาเลยจริงๆ นี่มันเพื่ออะไรกัน? แต่ก็ยังเดินนำเรื่องนี้กลับไปถามเหล่าอู่อยู่ดี

            ไม่ใช่แค่เพียงพ่อบ้านลุงหวังที่ไม่เข้าใจ คนในครอบครัวรองเองก็เช่นกันมู่จี้หงเอ่ยขึ้น "พี่ใหญ่ ท่านกำลังตรวจสอบเงินในคลังสมบัติและยังตรวจที่ดินอีก ท่านกำลังคิดจะทำอะไรอยู่หรือขอรับ?"

             

    คล้ายกับเรื่องชู่ว์... พระชายา ท่านซ่อนสิ่งใดไว้บนคาน! [แปลจบแล้ว] ที่คุณอ่าน

    ไม่เป็นแล้วโสมพันปี เกิดใหม่ชาตินี้ขอเป็นคุณหนูหกที่ได้แต่งงาน! [จบ]

    ไม่เป็นแล้วโสมพันปี เกิดใหม่ชาตินี้ขอเป็นคุณหนูหกที่ได้แต่งงาน! [จบ]

    นิยาย รัก
    421K 828
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    เกิดใหม่ชาตินี้ ขอเป็นเศรษฐีนีในยุค 80 [แปลจบแล้ว]

    เกิดใหม่ชาตินี้ ขอเป็นเศรษฐีนีในยุค 80 [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    2.27M 2359
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    ทะลุมิติไปเป็นฮองเฮา พร้อมระบบเชฟเทพนักปรุง [จบ]

    ทะลุมิติไปเป็นฮองเฮา พร้อมระบบเชฟเทพนักปรุง [จบ]

    นิยาย รัก
    615K 1801
    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    489K 1390
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นภรรยาเศรษฐีนีแม่ลูกสามในยุค 80 [จบ]

    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นภรรยาเศรษฐีนีแม่ลูกสามในยุค 80 [จบ]

    นิยาย รัก
    623K 530
    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.21M 577
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730