องค์ชายรองทรงไม่สามารถกลับไปที่ตำหนักของพระองค์ได้ในตอนนี้เป็เพราะมีคดีที่เอิ่นลั่วจ้างนักฆ่าให้ลอบปลงพระชนม์องค์รัชทายาทแม้เอิ่นลั่วจะยอมรับสารภาพและยอมรับว่าเป็ผู้บงการไม่ได้เกี่ยวข้องกับองค์ชายรองแต่ฝ่าาทรงไม่เชื่อและยิ่งเอิ่นลั่วหนีจากคุกได้ก็ยิ่งสงสัยองค์ชายรองมากขึ้นไปอีกดังนั้นฝ่าาจึงทรงมีราชโองการให้ประกาศจับองค์ชายรองไปทั่วหล้า
ตอนนี้องค์ชายรองทรงประทับอยู่ในฐานลับของพระองค์แม้พระองค์จะได้รับพิษมีผื่นเต็มตัว แต่ก็พอมีพละกำลังเสด็จไปไหนมาไหนได้
“เราให้เ้าไปนำชายาฉู่หลินมาที่นี่ พระนางอยู่ที่ไหน ทำไมไม่มากับเ้าด้วย” องค์ชายรองทรงกริ้วเมื่อไม่เห็นคนที่พระองค์ทรงอยากพบมากที่สุด
“เอ่อ คือ กระหม่อมไปที่ตำหนักของพระองค์ นางกำนัลรายงานว่า พระชายาทรงเอ่อ ทรง” ทหารองครักษ์ไม่รู้ว่ารายงานเช่นไรดี
“บอกมาเร็วเข้า” องค์ชายรองทรงร้อนพระทัย
“พระนางทรงหนีไปแล้วพะย่ะค่ะ” ทหารจำต้องรายงาน
“ทำไมล่ะ ทำไมถึงหนีไป หรือว่า นาง้าทำให้เราดูน่าสงสัยมากขึ้นถึงว่าฝ่าาถึงทรงออกประกาศจับเรา โดยที่ไม่ยอมให้เรากลับไปอธิบายหรือแก้ตัวใดๆก่อน”องค์ชายรองทรงรู้สึกผิดหวัง
“พระนางอาจมีภัยก็เป็ได้นะพะย่ะค่ะ” ทหารพยายามพูดปลอบ
“ที่นั่นมีทั้งนางกำนัลและทหารองครักษ์ พวกเขาเป็อย่างไรบ้างล่ะ” องค์ชายรองทรงดำริว่าหากพระนางทรงมีภัยจริงเหล่านางกำนัลหรือทหารองครักษ์ต้องได้รับาเ็บ้าง
“ยังอยู่กันครบพะย่ะค่ะ” ทหารกล่าว
“นางหนีไปคนเดียว เราไม่น่าเผลอมองนางในแง่ดีเลย” องค์ชายรองทรงกริ้ว
“วันพรุ่งนี้กระหม่อมจะไปเกณฑ์หมอมาที่วัดหงต้า โดยอ้างว่าเป็คนในวังเพื่อที่ท่านหมอจะได้ให้ความร่วมมือยอมรักษาพระองค์พะย่ะค่ะ”ทหารกล่าวแผนการ
“ก็หวังว่าพวกเขาจะเป็หมอฝีมือดีนะ เราจะได้ไม่ต้องทุกข์ทรมานแบบนี้” องค์ชายรองตรัส
“ทูลองค์ชายรอง กระหม่อมเจอตัวซือหยีแล้วพะย่ะค่ะ” ทหารองครักษ์อีกคนรายงาน
“รีบพานางเข้ามาเร็วเข้า” องค์ชายรองตรัส
“หม่อมฉันถวายบังคมเพคะ เอ่อ พระองค์ทรงเป็อะไรไปเพคะเหตุใดถึงต้องสวมหน้ากาก และเหตุใดตามตัวของพระองค์ถึงมีผื่นเต็มไปหมดแบบนี้” ซือหยีใ
“เื่ที่เราป่วยนั้นช่างมันเถิด จงเล่าเื่ราวต่างๆว่าเป็มาอย่างไรรีบเล่าให้เราฟังเร็วเข้า” องค์ชายรองทรงร้อนพระทัย
“ทูลองค์ชายรอง เอิ่นลั่วถูกพระสนมเอกใส่ร้ายโดยการให้นักฆ่าหญิงปลอมตัวเป็นางระบำรำมีดสั้นและลอบสังหารองค์รัชทายาทพระสนมเอกทรงสั่งให้พวกนางแกล้งแสดงละครจนกระทั่งซัดทอดมาถึงเอิ่นลั่วเพคะแม่นางเอิ่นลั่วเห็นว่ายังไงก็ไม่พ้นมลทิน นางจึงสารภาพผิดโดยรับแต่เพียงผู้เดียวแต่เพราะหม่อมฉันรู้สึกร้อนใจมากเลยนำความไปบอกหงเจินหงเจินจึงไปปล้นคุกพาเอิ่นลั่วหนี เพื่อให้เอิ่นลั่วหนีไปได้นางเสียสละเป็ตัวล่อโดยสวมชุดของเอิ่นลั่วล่อไปอีกทางแม้นางจะสามารถหลบทหารองครักษ์ได้ แต่นางกลับโดนนักฆ่าที่พระสนมเอกจ้างฆ่าตายเพคะ”ซือหยีปาดน้ำตา
“สนมเอก้ากำจัดเรา ทรงอยากให้องค์รัชทายาทสิ้นพระชนม์เพื่อที่พระโอรสของตนจะได้เป็ใหญ่ แล้วใส่ความเรา ยิงทีเดียวได้นกสองตัวช่างฉลาดจริงๆ” องค์ชายรองทรงตบโต๊ะเพราะโมโห
“ไม่เพียงเท่านั้นเพคะมีชายชุดดำหกคนบุกเข้าไปในตำหนักของพระองค์ พวกเขาวางยาสลบทำให้เหล่านางกำนัลทหารองครักษ์ และกงกงสลบไปจากนั้นก็ให้หัวหน้าพวกมันบุกเข้าไปในห้องบรรทมของพระองค์เพื่อชิงตัวพระชายาเพคะ” ซือหยีเล่าต่อ
“บังอาจ! ใครกันที่กล้าแตะต้องชายาของเรา” องค์ชายรองทรงเจ็บพระทัยที่ไม่อาจปกป้องชายาของพระองค์ได้
“พวกมันอ้างว่าองค์ชายรองเป็ผู้สั่งการและบอกว่า บอกว่า เอ่อ….” ซือหยีไม่กล้าพูด
“บอกว่าอะไร” องค์ชายรองทรงอยากรู้มาก
“บอกว่าพระองค์เป็ผู้ยกพระชายาให้ชายชุดดำคนนั้นพระชายาทรงกริ้วพระองค์มาก พระนางไม่ยินยอมก็เลยใช้ผงระคายตาเป่าใส่ตาชายคนนั้นเพื่อป้องกันตัว และหลบหนีออกนอกวังโชคดีที่ท่านบัณฑิตเหลียงอ้ายซึ่งเป็เ้านายของหม่อมฉันช่วยพระนางได้ทันการณ์ไม่เช่นนั้นก็ไม่รู้เลยว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับพระนางบ้างเพคะ” ซือหยีเล่า
“ใครกันที่บังอาจเช่นนี้แถมใส่ร้ายเราอีก เราจะไม่มีวันปล่อยมันไว้แน่” องค์ชายรองทรงกำพระหัตถ์ไว้แน่น
“หม่อมฉันคิดว่าอาจเป็ฝีมือของพระสนมเอกเพคะก่อนที่แม่นางเอิ่นลั่วจะเดินทางไปวัดเพื่อปฏิบัติธรรมนางได้คาดการณ์ไว้ว่าพระสนมเอกจะต้องหาทางทำให้พระชายาทรงหนีออกจากตำหนักของพระองค์เพื่อให้ฝ่าาทรงเข้าพระทัยว่าองค์ชายรองทรงลอบพาพระชายาหลบหนีความผิดไปด้วยกันเพคะ”ซือหยีเล่าต่อ
“เรานึกไม่ถึงเลยว่าพระสนมเอกจะดำเนินการรวดเร็วเช่นนี้เห็นทีตอนนี้เรายังกลับวังไม่ได้”องค์ชายรองทรงต้องค่อยๆหาทางแก้ไข
“หม่อมฉันจะต้องกลับไปดูแลท่านอาจารย์หยางซูแล้วเพคะได้เวลาจัดยาแล้ว” ซือหยีไม่อยากละทิ้งหน้าที่
“เ้ากลับไปเถิด” องค์ชายรองทรงเข้าพระทัย
“เพคะ”
พอซือหยีเดินออกไปองค์ชายรองทรงตบโต๊ะอย่างโมโห “เรานึกไม่ถึงเลยว่าพระสนมเอกทรงฉวยโอกาสตอนที่เราไปแคว้นฝาง แล้วรีบดำเนินตามแผนการได้รวดเร็วเช่นนี้” องค์ชายรองตรัส
“พระสนมเอกทรงรู้ความเคลื่อนไหวของพระองค์ทุกฝีก้าวแสดงว่าต้องมีเกลือเป็หนอนพะย่ะค่ะ” ทหารองครักษ์สงสัย
“ใครกันที่เป็สายให้กับพระนางหากเอิ่นลั่วยังอยู่ นางคงช่วยคิดแผนการจับกุมมัน” องค์ชายรองทรงเสียดายที่กุนซือเอิ่นลั่วไม่ได้อยู่ข้างกาย
“ตอนนี้ต้องหาหมอมารักษาพระองค์ก่อนพะย่ะค่ะหรือว่าให้กระหม่อมลอบติดต่อหมอหลวงดีมั้ยพะย่ะค่ะ” ทหารองครักษ์เสนอ
“ไม่ได้เด็ดขาด! มีคนจับตามองเราอยู่” องค์ชายรองตรัสห้าม
“คงต้องพึ่งพาหมอชาวบ้านเท่านั้นพะย่ะค่ะ”ทหารองครักษ์กล่าว
. ******************************
(รายละเอียดเื่ราวอยู่ในตอนแรกดังนั้น่นี้จะเป็การทบทวนให้คร่าวๆเท่านั้นค่ะ)
ณ เมืองลู่ผิง
เหวยเซียงในร่างของฉู่หลินกลับไปที่ถ้ำศักดิ์สิทธิ์เพื่อขอพรคืนชีวิตเดิมของนางคืนมาแต่ท่านพ่อเฒ่าที่เฝ้าถ้ำศักดิ์สิทธิ์แนะนำให้นางยอมรับชีวิตใหม่และหากนางไม่อยากใช้ชีวิตเป็ฉู่หลินอีกก็ให้นางปลอมตัวเป็ป้าหลินเปิดร้านหมอรักษาโรคให้กับชาวบ้านเมืองลู่ผิง
แต่ด้วยแรงกรรมหรือบุพเพสันนิวาสก็ไม่รู้อยู่ดีๆก็มีคนอ้างว่าตนเป็คนในวังพวกเขาเชิญท่านหมอหลายคนให้ไปรักษาเ้านายของเขา
ท่านหมอหลินเป็หมอคนที่ 108ซึ่งเป็หมอคนสุดท้ายพอดีนางเป็คนเดียวที่รู้ว่าชายสวมหน้ากากที่มีอาการบวมและมีผื่นเม็ดใหญ่ทั่วตัวนั้นเกิดจากเพราะถูกพิษจากตระกูลอดีตพระสนมเอกฉู่หลานแห่งแคว้นฝางและโชคดีที่ท่านหมอหลินมียาถอนพิษพอดีทำให้สามารถรักษาอาการชายลึกลับได้
นั่นจึงทำให้ชายลึกลับหรือองค์ชายรองซึ่งมีพระนามว่า หยางต้วน ทรงรู้ว่าหมอหญิงวัยกลางคนผู้นี้เป็ฉู่หลินซึ่งเป็ชายาของพระองค์ ประกอบกับพระองค์ทรงจดจำกลิ่นกายของหญิงในดวงพระทัยได้อย่างแม่นยำ
องค์ชายรองทรงสั่งให้ลูกน้องโปะยาสลบพระชายาเพื่อนำกลับไปที่ตำหนักองค์ชายรองทั้งนี้พระองค์ทรง้ากลับไปอธิบายและล้างมลทินให้กับตัวพระองค์เองหากทรงหนีต่อไปเรื่อยๆ ก็ยิ่งทำให้ฝ่าาทรงคลางแคลงพระทัยและไม่อาจเชื่อในตัวองค์ชายรองได้อีกและนอกจากนี้พระองค์ทรงจะไม่ยอมให้ศัตรูได้ใจเป็อันขาด
ในตอนนี้พระชายาฉู่หลินถูกนางกำนัลอาบน้ำแต่งตัวให้ใหม่และพาพระนางไปนอนบนพระแท่นบรรทมในขณะที่องค์ชายรองนั้นทรงรีบเข้าเฝ้าฝ่าาเป็การด่วน
. ******************************
ณ ที่ประทับของฝ่าา
“สรุปว่าลูกมีส่วนเกี่ยวข้องกับการลอบสังหารองค์รัชทายาทหรือไม่” ฝ่าาตรัสถาม
“กระหม่อมไม่รู้เื่จริงๆพะย่ะค่ะกระหม่อมไปที่แคว้นฝางเพื่อไปช่วยเซียงเซียงนางถูกอดีตพระสนมเอกฉู่หลานจับกุมตัวไปเพื่อฆ่านางโชคดีที่ชายาของกระหม่อมยอมมอบแผนผังตระกูลของนางให้ กระหม่อมจึงไปช่วยเซียงเซียงได้ทันการณ์และสามารถหาหลักฐานที่แสดงว่าฉู่หลานสร้างหลักฐานเท็จใส่ร้ายเซียงเซียงกระหม่อมได้มอบหลักฐานให้ฝ่าาแคว้นฝางทำให้พระองค์ทรงลงโทษโดยการเนรเทศฉู่หลานไปอยู่ชายแดนพะย่ะค่ะ” องค์ชายรองจำต้องตรัสเล่าทุกอย่าง
“แล้วนั่นเ้าเป็อะไรไปเหตุใดถึงมีร่องรอยผื่น แม้มันจะหายไปบ้างก็ตาม” ฝ่าาทรงสังเกตเห็น
“กระหม่อมถูกพิษจากอดีตพระสนมเอกฉู่หลานพะย่ะค่ะ”องค์ชายรองตรัส
“เ้าไม่ได้สั่งการเอิ่นลั่วแน่นะ”ฝ่าาตรัสถามย้ำ
“แน่พะย่ะค่ะกระหม่อมไม่มีเวลาติดต่อใครเลยในระหว่างที่กระหม่อมอยู่แคว้นฝางอีกทั้งกระหม่อมมัวแต่เสาะหาหมอมารักษาอาการป่วยของกระหม่อมแต่ไม่มีหมอแคว้นฝางคนไหนช่วยกระหม่อมได้เลยพะย่ะค่ะ” องค์ชายรองตรัสเล่าต่อ
“พ่อเชื่อเ้าก็ได้แต่ชายาของเ้าหนีไปพ่อจึงเข้าใจว่าเ้าเป็คนพาตัวนางหนีไปด้วยกันเพื่อหนีความผิด” ฝ่าาตรัส
“ไม่ใช่พะย่ะค่ะมีคนบุกรุกเข้าไปในตำหนักของกระหม่อม พวกเขาตั้งใจชิงตัวนางไปโชคดีที่คนของเรือนบัณฑิตช่วยชายาของกระหม่อมได้ทันการณ์ ตอนนี้นางกำลังสับสนนางก็เลยหนีไปอยู่เมืองลู่ผิงโดยปลอมเป็หมอหญิงวัยกลางคนโชคดีที่ในตอนนั้นกระหม่อมกำลังหาหมอมารักษานางก็เป็หนึ่งในหมอแคว้นฉีที่พยายามตรวจอาการให้กระหม่อมและมีนางเพียงคนเดียวเท่านั้นที่รักษากระหม่อมได้” องค์ชายรองตรัสเล่า
“ฝีมือทางการแพทย์ของนางช่างดีเยี่ยมยิ่งนัก”ฝ่าาตรัสชม
“หากพระองค์ยังทรงคลางแคลงพระทัยทรงจับกระหม่อมได้เลยพะย่ะค่ะ” องค์ชายรองทรงพร้อมเผชิญหน้า
“เอาล่ะเ้ากลับไปก่อนเถิด พ่อจะพิจารณาดูอีกทีรับรองว่าพ่อต้องให้ความเป็ธรรมแก่เ้าแน่”ฝ่าาทรงเชื่อบุตรชายคนรองเพราะทรงทอดพระเนตรเห็นว่าองค์ชายรองประชวรจริงๆ
“ขอบพระทัยพะย่ะค่ะกระหม่อมทูลลา” องค์ชายรองทรงโล่งพระทัย
. ******************************
องค์ชายรองทรงรีบกลับตำหนักของพระองค์เพื่อไปดูพระชายาแต่แล้วกลับพบว่า…