ฮูหยินข้าคือนักวิทยาศาสตร์ 【จบ】

    เล่มที่ 3 บทที่ 66 ระเบิดอสนีบาต

            วันรุ่งขึ้น ค่ายทหารใหญ่ก็มีรายงานสถานการณ์ฉุกเฉินเข้ามา

            ฟู่ถิงเย่รีบกลับไปที่ค่ายชิงโจวจึงไม่ได้ไปทดสอบอาวุธกับหวาชิงเสวี่ยและหลี่จิ่งหนาน

            สถานที่ที่ต้องไปในครั้งนี้เป็นที่รกร้างฟู่ถิงเย่กำชับหวาชิงเสวี่ยก่อนจะออกเดินทางว่าให้นำทหารองครักษ์ทั้งหมดไปคุ้มกันด้วย

            รถม้าเคลื่อนไปข้างหน้าอย่างไม่เร่งรีบหลี่จิ่งหนานนั่งอยู่ในรถม้า พลางเล่นลูกเหล็กในมือด้วยความอยากรู้อยากเห็น

            เขาสลับจากมือซ้ายไปมือขวาแล้วชั่งน้ำหนักดูก่อนจะถามขึ้นว่า “สิ่งนี้เรียกว่าระเบิดอสนีบาตหรือ?มันจะรุนแรงเหมือนฟ้าร้องเลยหรือไม่?”

            “อืม...จะว่าอย่างนั้นก็ได้”หวาชิงเสวี่ยตอบอย่างไม่มั่นใจนัก

            นางยังไม่เคยทดสอบอานุภาพของอาวุธดังนั้นมันจะรุนแรงเหมือนฟ้าร้องหรือไม่ ยังไม่อาจสรุปได้

            ต้องรอจนกว่าจะได้ลองทดสอบนางถึงจะรู้ว่าสัดส่วนของดินปืนที่ผสมนั้นต้องปรับเปลี่ยนหรือไม่ รวมถึงความยาวของสายชนวนความหนาของเปลือกนอก สิ่งเหล่านี้ต้องแก้ไขซ้ำแล้วซ้ำอีกในระหว่างการทดสอบ

            ที่จริงแล้ว ระเบิดอสนีบาตเป็นอาวุธดินปืนชนิดหนึ่งที่ปรากฏในช่วงปลายของยุคราชวงศ์ซ่งเหนือมีลักษณะเป็นทรงกลมขนาดใหญ่ ภายในบรรจุดินปืนเอาไว้จนเต็ม ภายนอกห่อหุ้มด้วยเหล็กดิบเมื่อจุดชนวนแล้วเปลือกเหล็กดิบก็จะระเบิดออกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย!

            ถึงแม้จะดูหยาบๆ เหมือนเป็นแค่ลูกเหล็กแต่ผลลัพธ์ก็แทบจะเทียบเท่ากับระเบิดมือในยุคปัจจุบันเลยทีเดียว!

            หวาชิงเสวี่ยรู้สัดส่วนที่เหมาะสมที่สุดแต่ด้วยข้อจำกัดต่างๆ ทำให้ประสิทธิภาพในการสกัดสารแต่ละอย่างไม่ดีเท่าในยุคปัจจุบันเพราะความบริสุทธิ์ไม่เหมือนกัน ทำให้สัดส่วนไม่แม่นยำและละเอียดเท่าที่ควร นางทำได้เพียงกะประมาณและลองปรับสัดส่วนในแบบต่างๆเพื่อชดเชยความคลาดเคลื่อนที่เกิดจากความบริสุทธิ์ที่แตกต่างกัน

            กลุ่มทหารองครักษ์คุ้มกันรถม้าจนมาถึงตีนเขา

            หวาชิงเสวี่ยกับหลี่จิ่งหนานขึ้นเขาไปก่อนจากนั้นปีนขึ้นไปบนเนินสูงเพื่อที่จะได้ชมผลของการระเบิดได้สะดวก

            ทหารองครักษ์นำระเบิดอสนีบาตที่มีสัดส่วนแตกต่างกันไปยังจุดที่กำหนดแต่ละจุดห่างกันประมาณสามสิบเมตร จากนั้นนำหุ่นไม้ที่สวมเกราะเหล็กสามตัวไปวางไว้ใกล้กับระเบิดอสนีบาต

            หวาชิงเสวี่ยถือกระดาษและพู่กันคอยทำเครื่องหมายลำดับของระเบิดอสนีบาตแต่ละลูกที่อยู่บนกระดาษ จดสัดส่วนไว้ แล้วส่งสัญญาณบอกทหารองครักษ์ที่อยู่ข้างกายให้เริ่มจุดชนวนได้

            เตรียมทุกอย่างพร้อมสรรพแล้ว

            ทหารองครักษ์บนเนินเขายกธงสีแดงขึ้นสูงคนที่อยู่ตีนเขาก็เริ่มลงมือทันที จุดชนวนแล้วรีบหลบออกมา!

            หลี่จิ่งหนานกำหมัดแน่นหัวใจแทบจะหลุดออกมาจากอก!

            หวาชิงเสวี่ยก็มีสีหน้าจริงจังเช่นกัน

            นางถนัดแต่การวางแผนบนกระดาษจะอย่างไรแผนการบนกระดาษก็ยังเป็นเพียงทฤษฎีเท่านั้น การปฏิบัติจริงจะต้องพบเจอกับสถานการณ์ต่างๆมากมาย...

            ตูม! ตูม! ตูม! ตูม! ตูม!...

            เสียงระเบิดดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง!กึกก้องกัมปนาท!

            หวาชิงเสวี่ยเบิกตากว้างในชั่วพริบตาจดหมายเลขของระเบิดอสนีบาตที่เกิดแสงไฟสว่างมากที่สุด

            คนอื่นๆ ต่างตกตะลึงจนหน้าเหวอแม้จะเตรียมใจเอาไว้แล้วก็จริง แต่คิดไม่ถึงว่าอานุภาพของสิ่งนี้จะรุนแรงถึงเพียงนี้!

            หลี่จิ่งหนานตื่นเต้นจนหน้าแดงคว้ามือของหวาชิงเสวี่ยแล้วร้องขึ้นว่า “มันคือระเบิดอสนีบาตจริงด้วย! มันคือระเบิดอสนีบาตจริงๆ!เหมือนกับว่าภูเขาทั้งลูกกำลังสั่นสะเทือนเลย!”

            หวาชิงเสวี่ยแย้มยิ้มกล่าวกับทหารองครักษ์ที่กำลังงุนงงอยู่ข้างๆ ว่า “ให้คนข้างล่างไปตรวจสอบดูว่าระเบิดหมดหรือยังมีลูกด้านหรือไม่ หากไม่มี ให้เริ่มวัดระยะได้เลย เริ่มวัดจากเส้นผ่านศูนย์กลางของขอบเขตการทำลายล้างโดยมีระเบิดอสนีบาตเป็นจุดศูนย์กลาง”

            “ขอรับ!” ทหารองครักษ์หมุนตัวเดินออกไปแล้วลงเขาเพื่อส่งต่องาน

            หลี่จิ่งหนานยังคงตื่นเต้นจนควบคุมตัวเองไม่ได้ถึงกับคว้าตัวเสี่ยวโต้วจื่อที่อยู่ด้านหลังมา “เสี่ยวโต้วจื่อ! เจ้าเห็นหรือไม่?!มันคือระเบิดอสนีบาตจริงๆ! ใช่หรือไม่?! ใช่หรือไม่?!”

            เสี่ยวโต้วจื่อมีสีหน้าซีดเผือดถูกหลี่จิ่งหนานเขย่าจนตาลาย “บ่าว...บ่าวหูอื้อ...ฝ่าบาทตรัสถูกต้องแล้ว มันคือระเบิดอสนีบาตจริงๆ...”

            “พอแล้ว เจ้าอย่าทรมานเสี่ยวโต้วจื่อเลย”หวาชิงเสวี่ยหัวเราะพลางดึงคนทั้งสองออกจากกัน นางรู้สึกเห็นใจขันทีน้อยผู้นี้ แม้ว่าเขาจะอายุมากกว่าหลี่จิ่งหนานห้าหรือหกปีแต่ก็เป็นเพียงเด็กหนุ่มคนหนึ่ง กลับต้องมาดูแลฮ่องเต้น้อยทุกวันอย่างขยันขันแข็งทั้งที่ถูกรังแกอยู่เสมอนับว่าไม่ใช่เรื่องง่ายเลย

            หวาชิงเสวี่ยจับมือหลี่จิ่งหนาน“พวกเราลงเขาไปดูสถานที่ระเบิดกัน”

            “ได้!”

            คนกลุ่มหนึ่งลงจากเขาหลี่จิ่งหนานกระโดดโลดเต้นด้วยความตื่นเต้น อยากจะไปถึงตีนเขาเร็วๆ

            คนที่อยู่ตีนเขาได้วัดระยะเสร็จสิ้นแล้วพอเห็นหวาชิงเสวี่ยกับพวกพ้องลงมา ก็ส่งผลการวัดให้ด้วยความเคารพ

            “แม่นางหวา ตรวจสอบเรียบร้อยแล้วระเบิดอสนีบาตทั้งหมดสิบเอ็ดลูก ระเบิดสำเร็จทั้งหมดขอรับ”

            หวาชิงเสวี่ยรับกระดาษที่บันทึกการวัดระยะมาดูอย่างละเอียด

            หลี่จิ่งหนานก็ยื่นคอเข้ามาดูข้างๆนาง “อันไหนรุนแรงที่สุด? อันไหน อันไหน?”

            หวาชิงเสวี่ยคำนวณในใจอย่างเงียบๆขอบเขตการระเบิดของระเบิดอสนีบาตชุดนี้มีรัศมีอยู่ที่ประมาณห้าถึงแปดเมตร

            นางมีสีหน้าเรียบเฉยพูดว่า “ไปดูสภาพของหุ่นคนกันก่อน”

            อันไหนรุนแรง ไม่เพียงต้องดูขอบเขตการระเบิดที่สำคัญต้องดูแรงระเบิดด้วย ดังนั้นหวาชิงเสวี่ยจึงให้คนนำหุ่นไม้ไปวางไว้ที่ระยะสามเมตรห้าเมตรและแปดเมตร

            พวกเขาเริ่มตรวจสอบสภาพความเสียหายของหุ่นคนจากจุดระเบิดจุดแรก

            โดยพื้นฐานแล้ว หุ่นคนที่ระยะสามเมตรและห้าเมตรร่างจะแตกกระจายออกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย เกราะเหล็กบนร่างก็แตกกระจุยไปด้วยทั้งหมด!ส่วนหุ่นที่ระยะแปดเมตร ถึงแม้จะล้มลงบนพื้น แต่กลับเกิดความเสียหายเพียงเล็กน้อย ส่วนที่ถูกห่อหุ้มด้วยเกราะเหล็กนั้นก็ไม่มีแม้แต่รอยขีดข่วน

            ผลลัพธ์ที่ได้ทำให้ทุกคนประหลาดใจรู้สึกว่าสิ่งนี้สามารถเจาะทะลุเกราะเหล็กที่แข็งแรงได้อย่างง่ายดาย!

            แต่หวาชิงเสวี่ยกลับไม่พอใจ

            เสียงดังก็ดังจริง...หากคิดแค่เรื่องทำให้ม้าตื่นกลัวผลลัพธ์แบบนี้ก็เพียงพอแล้ว

            แต่เมื่อดูจากสภาพความเสียหายของหุ่นไม้แล้วในระยะห้าเมตรจะมีการเสียชีวิตอย่างแน่นอน หากเกินกว่าห้าเมตรก็จะแค่บาดเจ็บ ส่วนที่เกินกว่าสิบเมตรก็ไม่มีผลต่อการทำลายล้างใดๆ...

            หากเทียบตามมาตรฐานของระเบิดมือแล้วขอบเขตการระเบิดห้าถึงแปดเมตรก็ถือว่าสมเหตุสมผลมาก แต่ปัญหาคือ เพื่อที่หวาชิงเสวี่ยจะรับประกันผลลัพธ์ระเบิดอสนีบาตชุดนี้แต่ละลูกจึงมีขนาดใหญ่เกือบเท่าลูกโบว์ลิ่ง!

            เมื่อเทียบในเรื่องปริมาตรแล้วใหญ่กว่าระเบิดมือถึงสิบเท่า แต่ผลลัพธ์กลับไม่ได้แตกต่างกันมากนัก นี่มันหมายความว่าอย่างไร?

            ดูเหมือนความบริสุทธิ์ของดินปืนจะยังไม่เพียงพอ...

            หวาชิงเสวี่ยถอนหายใจอย่างเงียบๆไม่แปลกใจที่อาวุธดินปืนของต้าฉีแทบไม่มีการพัฒนาใดๆ สาเหตุคงอยู่ที่กรรมวิธีการสกัดเพราะความบริสุทธิ์ไม่เพียงพอ จึงส่งผลโดยตรงต่ออานุภาพการทำลายล้าง

            นางก้มหน้าลงแล้วจดบันทึกบนกระดาษเมื่อเงยหน้าขึ้นมอง ก็พบว่าทุกคนกำลังมองนางด้วยสีหน้าที่แตกต่างออกไป

            หวาชิงเสวี่ยหัวเราะ“พวกเจ้าเป็นอะไรไป? มองข้าทำไม?”

            หลี่จิ่งหนานจ้องมองใบหน้าของนางแล้วพูดว่า“เหมือนว่าเจ้า...จะไม่ค่อยพอใจ...”

            พวกเขาแต่ละคนตกตะลึง!รู้สึกเหมือนว่านี่เป็นพลังของเทพเซียนที่สามารถผ่าหินและทำลายทองได้! แต่หวาชิงเสวี่ยกลับไม่กะพริบตาแม้แต่น้อยแถมยังขมวดคิ้วเล็กน้อยอีกด้วย

            นางไม่พอใจอย่างนั้นหรือ???

            หวาชิงเสวี่ยเพียงแค่หัวเราะเบาๆเก็บกระดาษและพู่กัน “อืม จะอย่างไรก็เป็นแค่ผลิตภัณฑ์กึ่งสำเร็จรูป อานุภาพจึงมีจำกัด”

            หลี่จิ่งหนานกลืนน้ำลายถามนางด้วยความตกตะลึง “เจ้าหมายความว่า...มันยังสามารถรุนแรงกว่านี้ได้อีกหรือ?”

            “อืม” หวาชิงเสวี่ยคิดถึงความยากลำบากของการสกัดสารก็พยักหน้าด้วยสีหน้าเรียบเฉย “ข้าจะหาวิธีอีกที”

            หลี่จิ่งหนานพุ่งเข้ามาทันที!โอบกอดนาง “หวาชิงเสวี่ย! เจ้าสุดยอดมาก!!!”

            หวาชิงเสวี่ยสะดุ้งอดไม่ได้ที่จะยิ้มแย้ม “ข้าเองก็เพียงแค่ลองดูเท่านั้น โชคดีที่วัตถุดิบมีเพียงพอ ไม่อย่างนั้นข้าอาจจะเป็นเพียงสะใภ้ฝีมือดีแต่ไร้ซึ่งข้าวสารปรุงอาหารเป็นแน่ในอนาคตเรื่องกำลังคนและกำลังทรัพย์ คงต้องรบกวนฝ่าบาทช่วยเหลือด้วยนะเพคะ”

            หลี่จิ่งหนานกอดนางไว้พลางเงยหน้าเล็กๆ ขึ้นกล่าวว่า “ไม่ต้องห่วง! เจ้ารีบทำมาเถอะ! มีเท่าไรทำเท่านั้นหากวัตถุดิบไม่พอ ข้าจะออกราชโองการให้ทั่วทั้งแคว้นช่วยหามาให้เจ้า!”

            หวาชิงเสวี่ยลูบหัวเขาทั้งรอยยิ้ม“เช่นนั้นหม่อมฉันขอขอบพระทัยฝ่าบาทด้วยเพคะ”

            หลี่จิ่งหนานอารมณ์ดีมากหยีตาเหมือนแมวที่ถูกลูบขน

            เสี่ยวโต้วจื่อรีบหลุบสายตากลับมารู้สึกตกใจกลัว จนก้มหน้าไม่กล้าเงยขึ้นมองอีก!

            ลูบหัวฮ่องเต้...การกระทำที่ไม่เคารพเช่นนี้แม้แต่ไทเฮาเองก็ยังไม่เคยทำ...

            ...

            หลี่จิ่งหนานเห็นอานุภาพของระเบิดอสนีบาตกึ่งสำเร็จรูปแล้วจึงอารมณ์ดีมาก อยากจะรีบไปแจ้งข่าวดีนี้ให้ฟู่ถิงเย่ทราบ!

            หวาชิงเสวี่ยก็อยากจะไปค่ายชิงโจวเช่นกันพอคิดถึงเรื่องที่ฟู่ถิงเย่ถูกเรียกตัวไปเพราะสถานการณ์ฉุกเฉิน นางก็รู้สึกไม่สบายใจ

            พวกเขาขึ้นรถม้า ไม่ได้กลับเมืองผานสุ่ยแต่มุ่งหน้าตรงไปยังค่ายชิงโจว

            เมื่อใกล้ถึงค่ายทหารก็เห็นทหารบาดเจ็บจำนวนมากทยอยกลับมา

            ทหารที่บาดเจ็บเล็กน้อยประคองกันกลับค่ายทหารที่บาดเจ็บสาหัสก็นอนอยู่บนเปลหาม ไม่รู้ว่าเป็นตายร้ายดีอย่างไร หมอประจำค่ายไม่กี่คนผลัดเปลี่ยนกันเข้ามาดูแลอย่างวุ่นวายคนเหล่านี้รวมตัวกันเป็นแถวยาวเหยียด

            สีหน้าของหลี่จิ่งหนานเปลี่ยนไปทันที!

            “นี่มันเกิดอะไรขึ้น?!กองทัพเหลียวโจมตีหรือ?!” หลี่จิ่งหนานเปิดม่านรถม้าตะโกนใส่สารถีด้านหน้า “เร็วเข้า! ข้าจะไปพบฟู่ถิงเย่เดี๋ยวนี้!”

            หวาชิงเสวี่ยกำมือแน่นโดยไม่รู้ตัว

            พอคิดว่าฟู่ถิงเย่ไปสู่สมรภูมิที่ไร้ซึ่งความปรานีแล้วนางก็รู้สึกว้าวุ่นใจ ตอนนี้เองนางเพิ่งตระหนักขึ้นมาได้ว่า บุรุษผู้นั้นได้เข้ามามีส่วนสำคัญในใจของนางแล้ว

            ทหารองครักษ์ที่ฟู่ถิงเย่จัดไว้ให้หวาชิงเสวี่ยมีป้ายผ่านทางของค่ายทหารพวกเขาลงจากรถม้า ตรงไปยังค่ายใหญ่

            ตอนนี้ในค่ายใหญ่มีนายทหารมากมายมารวมตัวกันเมื่อหวาชิงเสวี่ยกับหลี่จิ่งหนานบุกเข้ามา ทุกคนก็พากันตะลึง

            ในนั้นมีบางคนที่จำหน้าหลี่จิ่งหนานได้รู้ว่านี่คือฮ่องเต้ที่เพิ่งขึ้นครองราชย์ พวกเขากำลังจะทำความเคารพ แต่หลี่จิ่งหนานก็พุ่งไปหาฟู่ถิงเย่เสียก่อนรีบร้อนถาม “เกิดอะไรขึ้น? เหตุใดข้างนอกถึงมีทหารบาดเจ็บมากมายขนาดนั้น?!พวกเราพ่ายแพ้หรือ? พวกเราแพ้อีกแล้วหรือ?!”

            หวาชิงเสวี่ยกลับจ้องมองคราบเลือดบนตัวของฟู่ถิงเย่ในใจรู้สึกกระวนกระวายใจ ‘เป็นเลือดของเขา...หรือว่าเป็นเลือดของคนอื่นกันนะ เขาบาดเจ็บหรือไม่...’

            ฉินเหลาอู่ไม่ค่อยสะดวกใจอธิบาย“ฝ่าบาท ครั้งนี้กองทัพเหลียวมีกำลังพลมากกว่า...”

            สีหน้าของหลี่จิ่งหนานแข็งค้างเหมือนกับว่ายากที่จะยอมรับได้ “ดังนั้นพวกเราก็เลยแพ้อีกแล้วหรือ?พวกเรา...ตายไปกี่คน?”

            ฟู่ถิงเย่มีสีหน้าเรียบนิ่งพร้อมกับกล่าวด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ“ฝ่าบาทระวังคำพูดด้วย ผลแพ้ชนะมิอาจตัดสินได้ด้วยเหตุผลเพียงแค่นี้ พวกเราใช้กำลังสี่หมื่นนายต้านทัพเหลียวหกหมื่นไม่ควรใช้การแพ้มาตัดสินสถานการณ์ เพราะอาจส่งผลกระทบต่อขวัญกำลังใจของทหาร”

            หลี่จิ่งหนานชะงักไปครู่หนึ่งก่อนจะหันไปมองฉินเหลาอู่

            ฉินเหลาอู่พยักหน้า“ท่านแม่ทัพกล่าวถูกต้องแล้ว ครั้งนี้กองทัพเหลียวซุ่มโจมตีที่เนินเขาเฟิ่งหวง ทหารม้าใช้ความได้เปรียบจากที่สูงบุกเข้ามาด้วยพลังทำลายล้างที่ไม่ธรรมดา โชคดีที่ท่านแม่ทัพเตรียมการล่วงหน้า วางกำลังพลแม่นธนูเอาไว้สองหมื่นนายจึงสามารถขับไล่ทหารเหลียวพวกนั้นไปได้ ส่วนเรื่องการเสียชีวิต...ก็เป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้”

            ใช้กำลังสี่หมื่นต้านทานกำลังหกหมื่นหากคิดว่าจะรักษาเอาไว้ได้โดยไม่เสียกำลังพลเลย คงเป็นไปไม่ได้

            สีหน้าของหลี่จิ่งหนานตึงเครียดในแววตาของเขามีความโกรธแค้น! เขาหมุนตัวไปอยู่ตรงหน้าหวาชิงเสวี่ย แล้วตะโกนเสียงดังว่า“หวาชิงเสวี่ย! พวกเราใช้ระเบิดอสนีบาต! ตอนนี้เลย ใช้ระเบิดอสนีบาตไปล้างแค้นพวกเขา!ข้าจะฆ่าพวกมัน! ข้าจะฆ่าพวกมันให้หมด!!!”

            เขาทั้งกรีดร้องทั้งคว้าดึงเป็นอาการที่เสียสติเหมือนเด็กที่ถูกแย่งของเล่นไปแล้วกำลังอาละวาด!

            “ฝ่าบาท!” หวาชิงเสวี่ยขึ้นเสียงดังใส่เขา“ทรงสงบสติอารมณ์ก่อนเพคะ!”

            ทุกคนในค่ายต่างตกตะลึงมองหวาชิงเสวี่ยด้วยความงุนงง

            นาง...กล้าตะคอกใส่ฮ่องเต้?!

            ไม่อยากมีชีวิตอยู่แล้วหรือ?

    คล้ายกับเรื่องฮูหยินข้าคือนักวิทยาศาสตร์ 【จบ】 ที่คุณอ่าน

    เกิดใหม่ชาตินี้ ขอเป็นเศรษฐีนีในยุค 80 [แปลจบแล้ว]

    เกิดใหม่ชาตินี้ ขอเป็นเศรษฐีนีในยุค 80 [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    2.27M 2359
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    ไม่เป็นแล้วโสมพันปี เกิดใหม่ชาตินี้ขอเป็นคุณหนูหกที่ได้แต่งงาน! [จบ]

    ไม่เป็นแล้วโสมพันปี เกิดใหม่ชาตินี้ขอเป็นคุณหนูหกที่ได้แต่งงาน! [จบ]

    นิยาย รัก
    421K 828
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง [แปลจบแล้ว]

    การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    289K 908
    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.52M 508
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    355K 668
    ทะลุมิติมาเป็นนางร้าย เปลี่ยนชีวิตใหม่ด้วยมิติห้างสรรพสินค้าในยุค 70【จบ】

    ทะลุมิติมาเป็นนางร้าย เปลี่ยนชีวิตใหม่ด้วยมิติห้างสรรพสินค้าในยุค 70【จบ】

    นิยาย รัก
    989K 1570
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592