ท่ามกลางความตื่นตระหนกและความหวาดระแวงของเหล่าหมอหลวง จ้าวชิงเหยา ไม่เสียเวลาแม้แต่วินาทีเดียวในการเตรียมตัวสำหรับการผ่าตัดไส้ติ่งที่เร่งด่วน การตัดสินใจของอัครเสนาบดีซูที่มอบความไว้วางใจให้เธอ ได้กำหนดชะตาชีวิตของบุตรสาวของเขาและอนาคตทางการเมืองของ ฉินอ๋อง หลี่จ้าน
“เสี่ยวเยว่! รีบไปต้มน้ำให้เดือดที่สุดและนำผ้าไหมที่สะอาดมาห่อเครื่องมือผ่าตัดทั้งหมดไว้!” ชิงเหยาสั่งอย่างเด็ดขาด ขณะที่เธอสำรวจร่างกายของ คุณหนูซู อีกครั้งอย่างละเอียด หลี่จ้าน ยืนอยู่ข้างกายเธออย่างสง่างาม สายตาของเขาทรงอำนาจและเต็มไปด้วยความเชื่อมั่นในภรรยาของเขา เพื่อสกัดกั้นคำคัดค้านจากเหล่าหมอหลวง
“ท่านชายา! ข้าขอยืนยันว่านี่คือความเสี่ยงที่ไร้สาระ! การผ่าตัดช่องท้องในยุคนี้คือ ความตาย!” หมอหลวงหวางพยายามประท้วงอีกครั้ง
หลี่จ้าน หันไปมองหมอหลวงหวางด้วยสายตาที่เ็าจนทำให้เขานิ่งเงียบ “ความสามารถของชายาข้าได้พิสูจน์แล้วในการรักษาข้า หมอหลวงหวาง เ้าจงหยุดวาจาที่ไม่เป็ประโยชน์และเฝ้าดูการทำงานของแพทย์ที่แท้จริงเสีย”
ชิงเหยาจัดเตรียมพื้นที่ผ่าตัดฉุกเฉินในห้องนั้นทันที โดยไม่สนใจคำคัดค้านใด ๆ เธอดึง ผ้าม่าน มาปิดกั้นบริเวณผ่าตัดเพื่อสร้าง พื้นที่ปลอดเชื้อชั่วคราว และสั่งให้ทุกคนอยู่ห่างจากบริเวณนั้น
“เสี่ยวเยว่! ยาชาพร้อมหรือไม่?” ชิงเหยาถาม
“พร้อมเ้าค่ะคุณหนู!” เสี่ยวเยว่ตอบอย่างตื่นเต้นแต่ก็แฝงความกลัว หลิ่งเฟิง ซึ่งยืนอยู่บริเวณประตู ได้รับคำสั่งให้ดูแลความปลอดภัยและจัดเตรียม แหล่งกำเนิดแสง ที่ดีที่สุดสำหรับการผ่าตัดในยามฉุกเฉิน
ชิงเหยาเริ่มทำการผ่าตัดไส้ติ่งอักเสบโดยใช้ มีดผ่าตัด ที่เธอประดิษฐ์ขึ้นอย่างง่าย ๆ แต่มีความแหลมคมผิดปกติ ความแม่นยำ และ ความรวดเร็ว ของเธอทำเอาเหล่าหมอหลวงที่แอบมองอยู่ด้านนอกต่างตะลึง
นี่คือ การผ่าตัดที่ยากที่สุด เนื่องจากเธอไม่มีเครื่องมือช่วยชีวิตที่ทันสมัย และต้องทำงานในสภาพแวดล้อมที่ไม่สมบูรณ์ ชิงเหยาต้องใช้ ความรู้ทางการแพทย์สมัยใหม่ ในการระบุตำแหน่งของไส้ติ่งที่บวมขึ้น และใช้ ความเด็ดขาด ในการกรีดเปิดช่องท้องอย่างแม่นยำ
“คุณหนูซูมีการติดเชื้อรุนแรงจริง ๆ!” ชิงเหยาพึมพำกับตัวเองขณะที่เธอจัดการกับไส้ติ่งที่กำลังจะแตก เธอใช้เทคนิค การเย็บเส้นเื ที่ละเอียดอ่อนเพื่อควบคุมการเสียเื และใช้ ไหมเย็บแผล ที่ผ่านการฆ่าเชื้อแล้วเย็บปิดช่องท้องอย่างรวดเร็ว
ตลอดเวลาการผ่าตัด อัครเสนาบดีซู ยืนรออยู่ด้านนอกด้วยความหวังที่ริบหรี่ หลี่จ้าน ยืนเคียงข้างเขาอย่างสง่างาม ทุกย่างก้าวของหลี่จ้านที่เดินอย่างมั่นคงนั้น เป็การยืนยันถึงความสามารถของชายาได้อย่างชัดเจนที่สุด
หลังจากการผ่าตัดที่กินเวลานานราวกับชั่วนิรันดร์ จ้าวชิงเหยา ก็เย็บแผลสุดท้ายอย่างประณีตเสร็จสิ้น
“ผ่าตัดเสร็จสมบูรณ์แล้วเพคะ อัครเสนาบดีซู” ชิงเหยาประกาศด้วยน้ำเสียงที่อ่อนล้าแต่เต็มไปด้วยชัยชนะ “ไส้ติ่งที่ติดเชื้อถูกนำออกไปแล้ว บัดนี้บุตรสาวของท่านพ้นขีดอันตรายแล้วเพคะ”
อัครเสนาบดีซู ถึงกับทรุดตัวลงด้วยความโล่งอกอย่างที่สุด เขาเดินเข้ามากุมมือชิงเหยาไว้แน่นด้วยความรู้สึกขอบคุณอย่างท่วมท้น “ท่านชายา! ท่านคือ ผู้ช่วยชีวิต บุตรสาวของข้า! ท่านคือ แพทย์หญิงหัตถ์เทวดา อย่างแท้จริง!”
การผ่าตัดครั้งนี้ไม่เพียงแต่ช่วยชีวิต คุณหนูซู เท่านั้น แต่ยังสร้าง พันธมิตร ที่แข็งแกร่งที่สุดให้กับ ฉินอ๋อง อีกด้วย อัครเสนาบดีซู ซึ่งเคยเป็กลางทางการเมือง ได้ให้คำมั่นว่าจะ สนับสนุน หลี่จ้านอย่างเต็มที่ในราชสำนัก อำนาจ และ อิทธิพล ของฉินอ๋องจึงพุ่งสูงขึ้นอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน
ความสำเร็จในการผ่าตัด คุณหนูซู สร้างความตกตะลึงให้กับเหล่าหมอหลวงที่ได้เฝ้าดูการทำงานของ จ้าวชิงเหยา พวกเขาไม่เคยเห็นเทคนิคการรักษาที่รวดเร็วและแม่นยำเช่นนี้มาก่อน
หลี่จ้าน ยืนอยู่ข้าง อัครเสนาบดีซู ในขณะที่ชิงเหยาให้คำแนะนำหลังการผ่าตัดอย่างละเอียด อัครเสนาบดีซู กุมมือบุตรสาวของเขาไว้แน่น น้ำตาแห่งความปลื้มปิติไหลอาบแก้ม “ข้าไม่รู้จะตอบแทนบุญคุณท่านชายาได้อย่างไรดี! ท่านได้มอบ ชีวิตใหม่ ให้แก่บุตรสาวของข้า!”
ชิงเหยา ยิ้มอย่างอ่อนโยน เธอรู้ดีว่าการช่วยเหลือครั้งนี้มีค่ามากกว่าทองคำใด ๆ มันคือการสร้าง พันธมิตร ที่แข็งแกร่งที่สุดในราชสำนัก
“อัครเสนาบดีซู” ชิงเหยากล่าวอย่างจริงจัง “การตอบแทนที่ดีที่สุดคือการให้ คุณหนูซู ได้พักฟื้นอย่างเต็มที่ และการให้ โอกาส แก่ข้าในการใช้ความรู้เพื่อช่วยเหลือผู้คนอื่น ๆ ต่อไป”
การที่ ฉินอ๋อง ยืนเคียงข้าง ชายา ของตนอย่างมั่นคงตลอดเวลาการผ่าตัด ทำให้ อัครเสนาบดีซู ตระหนักว่าเขาไม่ได้เพียงแค่ได้ผู้ช่วยชีวิตบุตรสาวเท่านั้น แต่ยังได้ พันธมิตร ที่เขาไว้วางใจได้ที่สุด
“ข้าจะไม่ลืมบุญคุณในครั้งนี้เด็ดขาด ฉินอ๋อง” อัครเสนาบดีซูประกาศด้วยความเคารพอย่างสูง “นับจากวันนี้ไป ตระกูลซู จะสนับสนุนท่านอย่างเต็มที่ในราชสำนัก ไม่ว่าจะเป็เื่การเมือง การทหาร หรือแม้แต่... การแพทย์”
คำประกาศนี้เป็การยืนยัน อำนาจ ที่กลับคืนมาอย่างสมบูรณ์ของหลี่จ้าน อิทธิพล ของเขาและชิงเหยาในแคว้นพุ่งสูงขึ้นอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน
หมอหลวงหวาง และคณะหมอหลวงที่เคยดูถูกชิงเหยา ต่างพากันค้อมตัวลงขออภัย “ท่านชายา! โปรดให้อภัยในความโง่เขลาของเราด้วย! เราไม่เคยเห็นทักษะการรักษาที่เหนือโลกเช่นนี้มาก่อน!”
ชิงเหยา ไม่ตำหนิพวกเขา เธอใช้โอกาสนี้ในการ เผยแพร่หลักการแพทย์สมัยใหม่ ของเธออย่างชาญฉลาด “การแพทย์ไม่ใช่เื่ของความเชื่อ แต่เป็เื่ของ สติปัญญา และ เหตุผล” ชิงเหยาสอน “สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ ความสะอาด และ การวินิจฉัย ที่แม่นยำ ข้าหวังว่าพวกท่านจะนำหลักการเหล่านี้ไปใช้เพื่อช่วยเหลือผู้คนต่อไป”
หลี่จ้าน จับมือชิงเหยาไว้แน่นก่อนที่จะออกจากจวนอัครเสนาบดีซู ความรัก ของคนทั้งสองถูกผูกมัดด้วย ความเคารพ และ การพึ่งพาซึ่งกันและกัน
“เ้าทำสำเร็จแล้ว ชิงเหยา” หลี่จ้านกระซิบด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน “เ้าได้มอบ พันธมิตร ที่แข็งแกร่งที่สุดให้แก่ข้า และได้พิสูจน์ให้ทุกคนเห็นว่า แพทย์หญิงหัตถ์เทวดา ผู้นี้... คู่ควรที่จะยืนเคียงข้างข้าอย่างสง่างาม”
ชิงเหยายิ้มอย่างมีความสุข เธอรู้ดีว่าเธอไม่ได้เพียงแค่รักษาโรค แต่เธอกำลัง เปลี่ยนแปลง โลกโบราณนี้ด้วยความรู้ของเธอ อำนาจ และ อิทธิพล ของพวกเขาไม่ได้มาจากการกดขี่ แต่มาจาก การเยียวยา และ ความเมตตา ที่พวกเขาได้มอบให้
จวนฉินอ๋อง ได้กลายเป็ ศูนย์กลางแห่งอำนาจ และ โรงหมอแห่งความหวัง ชิงเหยา ใช้ทักษะทางการแพทย์เพื่อสร้างประโยชน์และชื่อเสียงเคียงคู่สามีที่เป็ทั้งนักรบผู้เข้มแข็งและคู่รักที่อ่อนโยนของเธอ ชีวิตใหม่ ที่เธอตัดสินใจเลือกในยุคโบราณนี้ เต็มไปด้วย ความรัก และ ความสำเร็จ ที่เธอไม่เคยคิดฝันถึงมาก่อน