ตอนที่ 6
แม้เธอจะรู้สึกดีกับพ่อ ในเื่ที่จะช่วยให้ไม่ต้องไปทำงานที่ชนบท แต่เธอก็รู้ว่า ไม่อาจจะหลีกพ้นกับเส้นทางที่ต้องไปทำงานที่ชนบท อยู่ดี แม่เลี้ยง คงไม่ยอมให้ลูกทั้งสองคนไปอย่างแน่นอน และต้องทำทุกทางเพื่อให้ได้ในสิ่งที่้า
"พ่อคะ พ่อก็รู้ว่าหนูคงสู้รบกับทุกคนไม่ได้ เอาเป็ว่าส่งหนูไปก็แล้วกันค่ะ"
"แต่พ่อเป็ห่วง มันต้องลำบากแน่นอน หนูเป็ผู้หญิงจะไปอยู่อย่างไร"
"คงไม่มีอะไรหรอกค่ะ อยู่ที่นี่หนูก็ลำบากเหมือนกัน แค่เปลี่ยนที่เท่านั้นเอง"
"พ่อเป็พ่อที่แย่จริงๆ ทำอะไรไม่ได้สักอย่าง"
"พ่ออย่าได้คิดมากเลยค่ะ หนูแค่ไปทำงาน ไม่ได้หายไปไหน ถ้าพ่อคิดถึง ก็แค่ส่งจดหมายไปหาก็พอแล้ว แต่ถ้าพ่อจะส่งไปหาหนู พ่อคงต้องไม่ให้ใครรู้นะคะ ไม่อย่างนั้น ไม่รู้ว่าจดหมายจะมาถึงหนูหรือเปล่า"
เธอเริ่มสงสัยแล้วว่าที่แล้วมา พ่อคงให้แม่เลี้ยงเป็คนส่งจดหมายให้หรือเปล่า ถึงไม่มีจดหมายจากพ่อมาถึงเลยสักฉบับเดียว
"พ่อขอคิดดูก่อนนะ พ่อไม่อยากให้ไปจริงๆ"
"ได้ค่ะ แต่พ่อเชื่อหนูเถอะค่ะ ว่าไม่มีทางปฏิเสธได้ ที่ทุกคน้าให้หนูไปแทน"
ในใจเขาก็คิดเหมือนลูกสาว แต่ให้ทำอย่างไรได้ ลูกชายที่เป็ผู้ชายเพียงคนเดียว ไม่มีความรับผิดชอบ และมีความเห็นแก่ตัวอยู่เต็มเปี่ยม คงหาทางอ้อนแม่ เพื่อให้ได้ ในสิ่งที่ตัวเอง้า
ทางด้านสามคนแม่ลูกเมื่อเดินออกมา แล้วทั้งสองคนเข้าไปในห้องนอนของแม่
"แม่ครับผมไม่ยอมไปเด็ดขาด แม่อย่ายอมให้ผมไปนะครับ"
"แม่ต้องหาทางให้นังเหมยอิง ไปให้ได้นะแม่ อย่าให้พี่ใหญ่ไปเลย"
"แม่กำลังคิดอยู่ แต่แม่คิดไม่ออกว่าจะทำอย่างไรดี มันถึงจะยอมไปแทนลูกใหญ่"
"แม่ลองเสนอเป็เงิน ให้มันดีไหมคะ"
"มันจะรับหรือ ่นี้ยิ่งไม่ค่อยยอมอะไรง่ายๆ อยู่ด้วย"
"ไม่ลองก็ไม่รู้นะครับแม่"
"แม่จะพยายามแล้วกัน แต่ยังไงแม่ก็ไม่ให้ลูกได้ไปเด็ดขาด แม้แต่พ่อแม่ก็จะไม่ยอมเหมือนกัน"
"ดีครับแม่ ผมรักแม่ที่สุด" ลูกชายที่ได้ยินว่าแม่จะไม่ยอมให้เขาไปเขารู้สึกรักแม่อย่างมาก
เมื่อคิดได้ดังนั้น มี๋หวาหวา จึงได้เดินไปที่ห้องของลูกเลี้ยงสาวในทันที ด้วยความร้อนใจ เพราะเป็ห่วงลูกชาย
"เหมยอิง เหมยอิง เปิดประตูให้หน่อย ฉันมีเื่จะคุยกับเธอหน่อย"
"มีอะไรหรือเปล่าคะ พี่ใหญ่ยอมไปแล้วหรือคะ ดีใจจังเลย"
"พูดอะไรเหลวไหล พี่ใหญ่ของเธอจะยอมได้อย่างไร ลูกไปแทนพี่ใหญ่ได้หรือเปล่า"
"ทำไมหรือคะ พี่ใหญ่เป็ผู้ชายน่าจะเสียสละให้พวกเราได้"
"แต่ลูกก็รู้พี่ใหญ่ทำอะไรไม่เป็สักอย่าง ถ้าไปอยู่อย่างนั้น ต้องอดตายก่อนได้กลับมาแน่นอน แต่ลูกเป็คนเก่ง ต้องอยู่ที่นั่นได้แน่นอน แต่ไม่ต้องกลัวนะ แม่จะไม่ให้หนูอดแน่นอน แม่จะมอบเงินไปให้ก่อนเดินทาง และจะส่งไปให้ใช้ทุกเดือน ดีไหม"
เธอต้องหาข้ออ้างอะไรก็ได้เพื่อให้ลูกเลี้ยงของเธอไปแทนลูกชายเธอให้ได้ แม้ต้องโกหกให้หลงเชื่อก็ตาม
"แล้วจะให้เงินหนูเท่าไรคะก่อนเดินทาง และรายเดือนอีก จะให้หนูแน่หรือเปล่าคะ หรือว่าจะโกหก เพื่อให้หนูไปก่อน แล้วก็ตัดขาดกันไปเลยค่ะ"
ทำไมจะไม่รู้ถึงความเ้าเล่ห์ของแม่เลี้ยง คงหลอกล่อให้ตายใจก่อน
"จะเป็อย่างนั้นได้อย่างไร เอาเป็ว่า ตอนไป แม่จะให้ 50 หยวน และรายเดือน 5 หยวนดีหรือเปล่า"
"แต่หนูว่ามันน้อยไปนะคะ ถ้าเป็ 100 หยวน และรายเดือน 10 หยวน หนูก็ตกลงค่ะ" เธอคำนวณแล้วพ่อมีเงินเดือนถึง 150 หยวน แค่ 10 หยวนส่งให้เธอคงไม่เป็ไร จะไม่ยอมเสียเปรียบอีกแล้ว และพ่อต้องรับรู้เื่นี้ด้วย ไม่อย่างนั้น อาจจะเงียบหายไปได้
"ได้เลย แค่นี้ทำไมจะไม่ได้ แลกกับการที่พี่ใหญ่ของลูกไม่ต้องไปทำงานที่ชนบท" ฉันแค่พูดไปอย่างนั้นเอง และเมื่อถึงเวลาจะไม่ส่งให้ เธอจะทำอะไรได้ นอกจากหากินเอาเอง
"ได้ค่ะ อย่างนั้นหนูจะไปแทนพี่ใหญ่เอง พ่อได้ยินแล้วนะคะว่าข้อตกลงเป็แบบนี้ พ่อช่วยเป็คนจัดการให้หนูด้วยได้ไหมคะ"
"ได้สิลูก เพราะลูกเป็ผู้ที่เสียสละเพื่อครอบครัวเรา เื่แค่นี้พ่อทำได้อยู่แล้ว พ่อจะเป็คนส่งเงินให้ด้วยตัวของพ่อเองแน่นอน"
เขาเข้าใจในสิ่งที่ลูกสาวเขา้าจะสื่อ และเขาจะไม่ไว้ใจ ให้เมียเขาจัดการอีกแล้ว ความเชื่อใจมันเริ่มไม่มีแล้วเหมือนกัน
"ไม่ลำบากคุณหรอกค่ะ เดี๋ยวฉันจัดการให้เอง คุณทำงานก็เหนื่อยมากแล้ว ยังจะต้องมาจัดการเื่ในบ้านอีกหรือ" สามีมาั้แ่เมื่อไรกันนะ ไม่น่ามาได้ยินเลย
"ผมไม่ลำบากอะไร และผมรับปากลูกแล้ว ผมไม่ขอผิดคำพูดเด็ดขาด"
"แต่ว่า..." เธอไม่สามารถพูดออกมาได้อีก เพราะเจอสายตาที่ดุดันของสามี ที่ไม่เคยเห็นมาก่อน เพราะส่วนใหญ่จะยอมเธอทุกอย่าง
"เอาเป็ว่า ผมจะจัดการเื่เงินรายเดือนของลูกเอง คุณไม่ต้องสนใจเื่นี้"
เขาได้เงินขึ้นมาอีก 20 หยวน แต่เขาไม่ได้บอกเมียเขา และจะแบ่งส่วนหนึ่งเพิ่มไปให้ลูกสาว จะได้ไม่ลำบากมากเกินไป และจะเก็บเป็เงินส่วนตัวด้วย จากที่ดูการใช้เงินกันแล้ว เขาไม่รู้จะมีเงินเหลืออยู่เท่าไรด้วยซ้ำ เพราะเขาไม่เคยที่จะถามเลย
"อย่างนั้น หนูขอรับเงิน 100 หยวนก่อนได้ไหมคะพ่อ เพราะหนูต้องซื้อของที่จะนำไปที่ชนบทด้วย ยิ่งใกล้เวลาเดินทางแล้ว"
"ได้สิลูก คุณไปหยิบเงินมาให้ เหมยอิง เลยแล้วกัน เดี๋ยวเดินทางไปแล้วจะหาซื้อของได้ลำบาก"
"ได้ค่ะ"
เธอพูดอย่างคนที่กัดฟันพูด คิดว่าจะแบ่งเงินไม่ให้เต็มจำนวนเสียหน่อย แต่สามีอยู่ด้วย และเป็ผู้รับรู้คงทำอะไรไม่ได้ คิดแล้วก็แค้นจริงๆ มันไปเอาความฉลาดคิดนี้มาจากไหนกันนะ เด็กสาวที่ไม่กล้าสู้หน้า ไม่กล้าทำอะไรสักอย่าง หายไปไหน เดินคิดจนมาถึงห้อง
"แม่ เหมยอิง ยอมเปล่าครับ บอกผมมาเร็วๆ ผมอยากรู้"
"ยอมสิ"
"ทำไมยอมไปง่ายจังค่ะแม่"
"แม่เสนอเงินให้ไป"
"แม่หลอกใช้ไหมคะ"
"ใช่แม่คิดจะหลอกมันนั่นล่ะ แต่..."
"แต่อะไรครับแม่"
"พ่อแกมารับรู้ทุกอย่างที่แม่รับปากนะสิ และยังบอกว่าจะเป็คนส่งเงินเองทุกอย่าง"
"แล้วแม่ให้ไปกี่หยวนหรือคะ"
"ตอนแรกแม่บอกว่าจะให้ ตอนไป 50 หยวน และเงินรายเดือน 5 หยวน เพื่อหลอกให้มันเชื่อใจ และไปอย่างไม่มีข้อโต้แย้ง แล้วเมื่อไปแล้วแม่ก็แค่ทำเฉยเท่านั้นเอง"
"แล้วเป็อย่างไรต่อครับ"
"มันขอเพิ่ม เป็เงินแรกเดินทาง 100 หยวน และเงินรายเดือน 10 หยวน แต่แม่ก็รับปากไปอย่างนั้น คิดว่าจะหลอกไปก่อน แต่ไม่เป็ไปตามที่คิดสักอย่างเลย พูดแล้วยิ่งเจ็บใจ"
"ทำไมหรือคะแม่"
"พ่อแกกลับมาได้ยิน และรับรู้และ้าเป็คนส่งเงินเองทั้งหมด แล้วแม่จะไม่ให้ได้อย่างไร ถ้าพ่อเป็คนทำ และนี่ยังมา บอกให้แม่นำเงินไปให้มัน 100 หยวนเลย เพราะจะเอาไปซื้อของ ยิ่งคิดยิ่งเจ็บใจ"
"อย่างนี้แม่ก็ไม่สามารถยึดเงินของมันมาสิคะ"
"ก็ใช่ยังไงล่ะ ถึงได้รู้สึกโมโหอยู่อย่างนี้ไง ถ้าไม่กลัวว่ามันจะไม่ยอมไปแทนลูกใหญ่ แม่ต้องโวยวายไปแล้ว เจ็บใจจริงๆ ที่ทำอะไรไม่ได้เลย แถมยังต้องจ่ายเงินให้มันอีก"
"ยอมไปเถอะครับแม่ ผมไม่อยากไปจริงๆ"
"ก็เพราะต้องยอมไงล่ะ ถึงได้เดินขึ้นมาเอาเงินนี่ไง"
ว่าแล้วจึงได้ไขตู้เพื่อเอาเงินไปให้ลูกเลี้ยงที่รออยู่กับสามี
"แม่เอาเงินไปให้ก่อน เดี๋ยวพ่อแกโมโหที่ชักช้าอีก" พูดแล้วก็ยิ่งโมโหให้สามี
"ครับแม่ รีบไปเลย"
เขาไม่สนใจหรอกว่าแม่จะเสียเงินเท่าไร แต่เขาดีใจที่ไม่ต้องไปทำงานที่ชนบทนั่นเอง จะให้เขาไปใช้ชีวิตในชนบทที่แสนกันดารอย่างนั้นหรือ ไม่เอาเด็ดขาด
( ฝากติดตามด้วยนะคะ )