ลิดาได้ฝันว่าตนได้ไปอยู่ในยุคสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ ซึ่งยุคสมัยนี้ลิดาก็คือ คุณหนูจันทน์หอม ซึ่งเป็บุตรสาวของหลวงศรีหนฤนาท คุณหนูวัย 20 ปีได้แอบมีใจให้กับทาสคนหนึ่งวัย 25 ปี เขามีชื่อว่า นายทด ซึ่งรูปร่างหน้าตาของเขาเหมือนกับคุณทศวิทย์อย่างไม่มีผิดเพี้ยน
และทุกวันตอนโพล้เพล้คุณหนูจันทน์หอมจะลอบไปหานายทดที่ริมท่าน้ำ วันนี้ก็เช่นกัน
“ฉันถูกบังคับให้แต่งงานกับท่านขุนพัฒนจักร ฉันจะทำอย่างไรดี ฉันรักทดเพียงคนเดียวเท่านั้น” คุณหนูจันทน์หอมไม่อยากแต่งงาน
“กระผมเป็เพียงทาสในเรือนเบี้ย กระผมไม่คู่ควรกับคุณหนูขอรับ” นายทดเจียมตัว
“พวกเรารักกัน มันก็น่าจะเพียงพอแล้วไม่ใช่หรือ” คุณหนูจันทน์หอมกล่าว
“แต่ท่านหลวงอาจไม่พอใจนะขอรับ” นายทดกังวล
“พวกเราหนีไปด้วยกันเถิดนะ ฉันยินดีร่วมทุกข์ร่วมสุขกับทด ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น พวกเราจะผ่านมันไปด้วยกัน” คุณหนูจันทน์หอมยอมทำทุกอย่างเพื่อความรัก
“แต่ว่า….” นายทดลังเล
“หรือว่านายทดไม่เคยรักฉันเลย” คุณหนูจันทน์หอมรู้สึกน้อยใจ
“กระผมรักคุณหนูขอรับ” นายทดสารภาพ
“งั้นรีบหนีกันเถอะ” คุณหนูจันทน์หอมลุกขึ้นยืนแล้วจูงแขนนายทดเพื่อพาหนีไปด้วยกัน
“จะดีหรือขอรับ” นายทดยังคงรั้งแขนไว้เพราะการหนีไปแบบนี้มันไม่บังควร
“ไม่มีเวลามาลังเลแล้ว รีบไปกันเร็วเข้า” คุณหนูจันทน์หอมตัดสินใจไปแล้ว
นายทดกำลังจะพาคุณหนูจันทน์หอมหนี แต่มีบ่าวบริวารคนหนึ่งไปฟ้องท่านหลวง ทำให้ท่านนำข้าทาสบริวารมาล้อมจับกุมนายทดไว้
“เ้าช่างบังอาจยิ่งนักนายทด กล้ากินบนเรือนขี้รดบนหลังคาแบบนี้ได้อย่างไร พวกเ้ารีบจับทด แล้วเฆี่ยนมันบัดเดี๋ยวนี้” ท่านหลวงสั่ง
“พ่อเ้าขา อย่าทำร้ายนายทดเลย ลูกรักเขาเ้าค่ะ” คุณหนูจันทน์หอมพยายามขอร้องพ่อ
“นังลูกไม่รักดี กล้ามาพลอดรักกับทาสรับใช้ได้อย่างไร รู้ตัวเสียบ้างสิว่าตนเป็เ้านายชั้นสูง พวกเ้าจงจับลูกสาวฉันไปขังไว้ก่อน” ท่านหลวงว่าลูกเสร็จก็หันไปสั่งบ่าวบริวาร
“ขอรับ” บ่าวรับคำ
“พ่อเ้าขาอย่าทำร้ายทดเลย ลูกขอร้องเถิดเ้าค่ะ” คุณหนูจันทน์หอมวิ่งเข้าไปกอดขาขอร้องพ่อ
"ถ้าไม่อยากให้พ่อทำร้ายมัน ลูกต้องยอมแต่งงานกับท่านขุนพัฒนจักรเท่านั้น” ท่านหลวงต่อรอง
“แต่ลูกไม่ได้รักเขานะเ้าคะ แถมเขาเป็คนเ้าชู้อีกต่างหาก ลูกได้ข่าวว่าเขาจับทาสสาวมาเป็เมียก็ตั้งหลายคน” คุณหนูจันทน์หอมกล่าวอ้าง
“แต่เขาเป็คนชนชั้นเดียวกับพวกเรา หากลูกได้แต่งงานกับเขา ลูกก็จะได้ไม่ลำบากไง เข้าใจพ่อบ้างสิ ว่าพ่อรักเ้ามากแค่ไหนน่ะจันทน์หอม แต่ในเมื่อเ้าไม่เชื่อฟังพ่อ เอาล่ะ นายทองดีรีบเฆี่ยนนายทดเดี๋ยวนี้” ท่านหลวงสั่ง
“ขอรับ” นายทองดีจึงเฆี่ยนแบบไม่ยั้ง
นายทดถูกเฆี่ยนโดยไม่ร้องสักคำ
คุณหนูจันทน์หอมรู้สึกสงสารคนรักมาก เธอทนไม่ไหวก็เลยว่า “ก็ได้เ้าค่ะ ลูกยอมแล้ว ลูกยอมแต่งงานแล้วเ้าค่ะ”
“งั้นเลิกเฆี่ยนได้ พามันไปรอที่ห้องทำงานของฉันเดี๋ยวนี้” ท่านหลวงสั่งบ่าวให้พานายทดไปที่ห้องทำงาน
“ขอรับ” บ่าวรับคำ
“ส่วนเ้ารีบกลับไปบนเรือนได้แล้ว จงเตรียมตัววิวาห์ อย่าคิดหนีเด็ดขาด ไม่งั้นพ่อจะฆ่านายทดให้ตาย จำไว้” ท่านหลวงขู่
คุณหนูจันทน์หอมถูกพาตัวไปที่ห้องนอนของตน ตอนนี้เธอจำต้องยอมรับชะตากรรมที่ต้องถูกคลุมถุงชนให้แต่งงานกับชายที่ตนไม่ได้รัก
***************************************
วันต่อมานายทดถูกใช้งานอย่างหนัก ทั้งตัดฟืน ตักน้ำใส่โอ่ง แบกหาม ทำสวน และอะไรอีกจิปาถะ เพื่อให้นายทดไม่มีเวลาแอบมาหาคุณหนูจันทน์หอมได้อีก
คุณหนูที่แอบมอง พอเห็นว่านายทดทำงานอย่างหนักจนไม่มีเวลาพัก แม้แต่เวลาทานข้าวก็แทบจะไม่มี เธอรู้สึกสงสารชายในดวงใจจับใจ ดังนั้นเธอจึงไปพบพ่อที่ห้องทำงาน
“ว่าไงจันทน์หอม” ท่านหลวงสงสัย
“ลูกยอมแต่งงานกับท่านขุนแต่โดยดี แต่ลูกมีข้อแม้อีกข้อเ้าค่ะ” คุณหนูจันทน์หอมต่อรอง
“ข้อแม้คืออะไรว่ามา” ท่านหลวงรอฟัง
“ได้โปรดจัดงานแต่งงานระหว่างนายทดกับนางจำปี ซึ่งเป็บ่าวประจำตัวของลูก แล้วปล่อยทั้งสองให้เป็อิสระ ให้พวกเขาออกไปทำมาหากินในฐานะไพร่ด้วยเถิดเ้าค่ะ” คุณหนูขอร้อง
“เ้าให้เขาไปแต่งงานกับหญิงอื่น เ้าไม่เสียใจหรืออย่างไร” ท่านหลวงสงสัย
“ในเมื่อลูกก็ต้องไปแต่งงานกับชายอื่นอยู่แล้ว ทำแบบนี้จะทำให้ต่างฝ่ายต่างลืมกันง่าย และจะได้ไม่ต้องเศร้าใจเพราะผิดหวังในความรักไงเ้าคะ” คุณหนูกล่าว
“ก็ได้ พ่อจะทำตามนั้นเพื่อเ้า” ท่านหลวงยอมตามใจลูก
“ขอบคุณเ้าค่ะ” คุณหนูจันทน์หอมไม่อยากเห็นคนรักต้องทุกข์ทรมานกับการเป็ทาส
“เ้าไปเตรียมตัวขัดเนื้อขัดตัวเตรียมแต่งงานเถิด” ท่านหลวงกล่าว
“เ้าค่ะ”
และแล้วนายทดก็ถูกบังคับให้แต่งงานกับจำปี ซึ่งจำปีนั้นก็มีหน้าตาเหมือนกาสะลองในยุคปัจจุบันไม่มีผิด ผ่านไปสามวันพวกเขาก็ย้ายออกไปอยู่นอกเมืองหลวงเพื่อทำมาค้าขายเป็อาชีพหลัก และรับจ้างทั่วไปเป็อาชีพรอง
ส่วนคุณหนูจันทน์หอมก็จำต้องไปแต่งงานกับท่านขุนพัฒนจักร ซึ่งเขานั้นมีหน้าตาเหมือนกับนายจักรกฤติในยุคปัจจุบันเช่นกัน เธอทำใจไว้แล้วว่าสามีของเธอเป็คนเ้าชู้ ผ่านไปเพียงหนึ่งเดือนท่านขุนก็จับทาสสาวมาเป็เมียอีก ทำให้คุณหนูจันทน์หอมต้องใช้ธรรมะเป็เครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจ ดังนั้นเธอจึงหันมาเข้าวัดฟังธรรม มุ่งสร้างบุญสร้างกุศลมากกว่าการไปหึงหวง่ชิงสามีเหมือนบ้านอื่นๆ
คุณหนูจันทน์หอมมีภาวะมีบุตรยาก ดังนั้นท่านขุนจึงยกย่องทาสสาวที่ตั้งครรภ์ให้เป็เมียรองของเขา นางมีชื่อว่าปั้นหยา ทุกคนในเรือนเห็นว่าคุณปั้นหยากำลังมีบุตรจึงให้ความเคารพยำเกรงมากกว่าคุณจันทน์หอมซึ่งเป็เมียหลวงเสียอีก
คุณจันทน์หอมรู้สึกทุกข์ทนกับการมีสามีมากรักใน่แรกๆ ของชีวิต แต่พอเธอปล่อยวางได้ เธอจึงรู้สึกนิ่งเฉยจนกระทั่งถึงขั้นเฉยชา
ผ่านไปสามปี คุณจันทน์หอมก็ไปทำบุญที่วัดตามปกติเหมือนที่ทำเป็ประจำ แต่ว่าวันนี้เธอได้พบกับจำปี ซึ่งจำปีกำลังขายผักอยู่ แต่ถูกเ้าหนี้มาทวงเงิน
“ฉันขอเวลาสักเดือนนึงได้มั้ย สามีฉันไม่สบาย เลยหาเงินมาชดใช้ได้ไม่ทัน” จำปีคุกเข่าขอร้อง
“ไม่! พวกเรา้าเงินเดี๋ยวนี้ ไม่งั้นพวกเราจะพังร้านขายผักของเ้า” นักเลงขู่
“อย่านะ ได้โปรดเถอะ รับรองฉันจะรีบหาเงินมาชดใช้ให้” จำปีขอร้อง
“พวกเรา รีบพังร้านมัน” นักเลงสั่งพรรคพวก
“ช้าก่อน เราจะชดใช้หนี้ให้เอง” คุณจันทน์หอมเข้ามาขวาง
“คุณจันทน์หอมนี่เอง” นักเลงรู้จักคุณจันทน์หอมผู้ใจบุญ
“อะนี่ เอาไปซะ แล้วอย่ายุ่งเกี่ยวกับจำปีอีก” คุณจันทน์หอมยื่นถุงเงินให้
“ขอรับ ขอบคุณขอรับ พวกเราไปกันเถอะ” นักเลงพอใจที่ได้เงินครบถ้วน เลยรีบจากไปทันที
“ขอบคุณคุณหนูมากเลยเ้าค่ะ” จำปีรู้สึกซึ้งใจ
“นายทดไม่สบายงั้นหรือ ขอฉันไปดูเขาหน่อยจะได้มั้ย” คุณจันทน์หอมรู้สึกเป็ห่วง
“ตามมาสิเ้าค่ะ” จำปีรู้ดีว่าสามีไม่เคยลืมคุณจันทน์หอมได้เลย เธอรู้สึกสงสารสามีมาก เลยยอมให้คนรักเก่าไปพบสามีของเธอ
จำปีฝากร้านไว้กับเพื่อนแม่ค้าที่อยู่ข้างๆ ส่วนตนก็พาคุณจันทน์หอมไปพบนายทดที่กำลังนอนหนาวจับสั่นอยู่บนเรือน
. ***************************************
“เป็อย่างไรบ้างนายทด” แล้วคุณจันทน์หอมก็หันไปหาจำปี “หมอมาตรวจอาการแล้วหรือยัง”
“พวกเราไม่มีเงินเลยเ้าค่ะ” จำปีรู้สึกผิด
“เ้ารีบไปตามหมอมาเถิด เดี๋ยวฉันออกค่ารักษาให้” คุณจันทน์หอมกล่าว
“ขอบคุณเ้าค่ะ” แล้วจำปีก็รีบไปตามหมอฝรั่งทันที
คุณจันทน์หอมจับมือของนายทดและกล่าวว่า “ทำใจดีๆ ไว้นะนายทด สูดลมหายใจเข้าออกช้าๆ นึกถึงพระพุทธคุณ พระธรรมคุณ พระสังฆคุณนะ”
“กระผมกำลังฝันอยู่ใช่มั้ย คุณจันทน์หอมมาหากระผมแล้ว” นายทดกล่าวอย่างอ่อนแรง
“ชาตินี้พวกเราไร้วาสนาต่อกัน ไว้ชาติต่อไปพวกเราค่อยครองคู่กันเถอะนะนายทด” คุณจันทน์หอมกล่าวทั้งน้ำตา
“กระผมคงต้องไปรอคุณจันทน์หอมในชาติหน้าแล้ว กระผมไม่ไหวแล้วขอรับ” นายทดไอจนกระทั่งไอเป็เื
“อย่าลืมสิว่านายทดยังมีจำปีอยู่นะ นายทดจะตายไม่ได้นะ” คุณจันทน์หอมพยายามบีบมือเพื่อให้กำลังใจ
“กระผมติดค้างจำปีไว้มาก กระผมเป็ผู้ชายเสียเปล่ากลับทำให้จำปีอยู่อย่างลำบากเช่นนี้ หากกระผมจากโลกนี้ไปแล้ว ได้โปรดช่วยดูแลจำปีได้มั้ยขอรับ” นายทดถึงขั้นสั่งเสีย
“ฉันสัญญา ฉันจะดูแลจำปีให้ แต่ตอนนี้นายทดจะต้องแข็งใจเพื่อที่จะได้ดูแลจำปีด้วยตัวเองไง” คุณจันทน์หอมกล่าว
“กระผมดีใจที่ได้เห็นคุณจันทน์หอมก่อนตายขอรับ” นายทดยิ้ม แล้วสักพักเขาก็ปล่อยมือเพราะหมดลมหายใจ
“นายทด อย่าเป็อะไรนะ อย่าตายนะนายทด ฮือฮือ” คุณจันทน์หอมกอดร่างของนายทดร้องไห้อย่างไม่อาย
จำปีกับหมอฝรั่งเพิ่งจะมาถึง หมอรีบเข้ามาดูอาการ พอเสร็จก็ส่ายหน้าเพราะนายทดหมดลมหายใจไปแล้ว จำปีเข้าไปกอดศพสามีร่ำไห้ ส่วนคุณจันทน์หอมมอบเงินให้กับหมอฝรั่ง แล้วอยู่ช่วยจัดพิธีศพให้กับนายทด
จำปีไม่ยอมไปอยู่กับคุณจันทน์หอม นางอยากเป็แม่ค้าขายผักดังเดิม คุณจันทน์หอมไม่อยากบีบบังคับจำปี เลยยอมปล่อยให้จำปีเป็อิสระ ไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวใดๆ อีก
จนกระทั่งวันหนึ่ง คุณจันทน์หอมไปที่วัดเช่นเคย แต่ก่อนไปถึงวัด เธอเห็นจำปีทำตัวลับๆ ล่อๆ และเดินไปที่ไหนสักที่ คุณจันทน์หอมเลยตามไปติดๆ จนกระทั่งเธอแอบเห็นจำปีไปหาหมอยาที่มีชื่อเสียง เธอไปขอร้องให้เขาช่วยให้เธอขับลูก เพราะเธอไม่มีปัญญาเลี้ยงลูกคนนี้
เมื่อจันทน์หอมได้ยินดังนั้น เธอจึงรีบเข้าไปขัดขวาง
“เธอจะทำแบบนี้ไม่ได้นะจำปี นั่นเป็ลูกนายทดนะ” คุณจันทน์หอมรีบห้ามปราม
“แต่ฉันไม่มีเงินมากพอที่จะเลี้ยงลูกคนนี้เ้าค่ะ” จำปีจนปัญญา
“ไปอยู่กับฉัน และลูกคนนี้ ฉันจะให้เป็ลูกบุญธรรมของฉันเอง” คุณจันทน์หอมสั่ง
“แต่ว่า…” จำปีลังเล
“อย่าดื้อสิจำปี ฉันจะไม่ยอมให้เธอทำบาปฆ่าลูกตัวเองหรอก กว่าที่เราจะเกิดมาเป็คนได้มันแสนลำบากแค่ไหน อย่าทำลายชีวิตคนเลย ฉันขอร้องล่ะ” คุณจันทน์หอมกล่าว
“ก็ได้เ้าค่ะ ฉันจะคอยรับใช้คุณจันทน์หอมจนกว่าชีวิตจะหาไม่” จำปีรู้สึกซึ้งใจที่เ้านายมีเมตตาต่อเธอ
“ไปกันเถอะ” คุณจันทน์หอมพาจำปีกลับเรือนท่านขุน
และแล้วจำปีก็กลับไปเป็บ่าวรับใช้คุณจันทน์หอมดังเดิม เจ็ดเดือนต่อมาจำปีก็คลอดได้ลูกชาย และเด็กทารกคนนี้ก็กลายเป็ลูกบุญธรรมของคุณจันทน์หอม
ตอนแรกท่านขุนก็ไม่พอใจที่เห็นภรรยาไปเอาลูกคนอื่นมาเลี้ยง แต่พอตนไม่สามารถมีลูกชายได้เพราะเมียทาสส่วนใหญ่คลอดได้ลูกสาวทั้งนั้น ทำให้ต่อมาเขาเริ่มรักและเอ็นดูลูกบุญธรรมนามว่า อุทิศ มากขึ้น และแล้วนายอุทิศก็กลายเป็ลูกคนโปรดของท่านขุน และเป็ที่เชิดหน้าชูตาให้กับวงศ์ตระกูลของเขาต่อไป
. . ***************************************
ลิดาใตื่น เธอกำลังคิดว่าสิ่งที่เธอฝันถึงนี้น่าจะเป็อดีตชาติของเธออีกชาติภพหนึ่ง และนี่อาจเป็เหตุผลที่ทำไมเธอถึงรู้สึกผูกพันกับคุณทศวิทย์มาก ที่แท้เขาก็เคยเป็คนรักในอดีตชาติของเธอนี่เอง
“แม่ขา หิวน้ำจังเลย” ลิดากล่าวโดยไม่ได้มองไปรอบๆ เพราะมั่นใจว่าคนที่เฝ้าไข้เธอต้องเป็แม่เธอแน่ๆ
“นี่ครับคุณ” ทศวิทย์ยื่นแก้วน้ำที่มีหลอดดูดให้
“คุณทศวิทย์ ทำไมเป็คุณ” ลิดาใ
“ผมอาสาอยู่เฝ้าคุณเองครับ” ทศวิทย์กล่าว
“แล้วคุณไม่ไปทำงานหรอคะ” ลิดาสงสัย
“แฟนผมไม่สบายทั้งที ผมต้องดูแลสิครับ” ทศวิทย์กล่าวอ้าง
“ใครเป็แฟนคุณไม่ทราบ” ลิดาหน้าแดงเพราะเขิน
“พวกเราตกลงเป็แฟนกันแล้วนี่” ทศวิทย์กล่าวยิ้มๆ
“นั่นมันเป็การแสดงละครเพื่อตบตาคุณลาวัลย์ต่างหาก” ลิดาแย้ง
“แต่ผมถือว่ามันเป็เื่จริงครับ ไม่เอาแล้วอย่าพูดมากเลย หิวน้ำไม่ใช่หรอครับ กินน้ำไปก่อนนะ เดี๋ยวผมจะออกไปตามหมอมาให้” ทศวิทย์กล่าว
ลิดาดื่มน้ำเสร็จ หลังจากนั้นเธอก็หันหลังให้นายทศวิทย์
นายวิทย์รีบไปตามหมอเพื่อให้มาดูอาการของลิดา
พอเห็นว่าลิดาเป็ปกติดีแล้ว หมอจึงอนุญาตให้ลิดากลับบ้านได้
“ผมจะพาคุณกลับบ้านนะครับ” ทศวิทย์อาสา
“ดูคุณไม่ได้นอนเลย อาจหลับในได้นะคะ ฉันกลับรถแท็กซี่ดีกว่าค่ะ” ลิดาเป็ห่วงเพราะเห็นทศวิทย์มีใต้ตาคล้ำอย่างเห็นได้ชัด
“งั้นพวกเรากลับรถแท็กซี่ด้วยกัน ผมจะไปค้างบ้านคุณ” ทศวิทย์ถือโอกาส
“ไปค้างทำไมคะ” ลิดาสงสัย
“อ้าว ผมอุตส่าห์เฝ้าไข้คุณตั้งหลายคืนแล้วนะ คุณไม่เห็นใจผมบ้างเลยงั้นหรือ” ทศวิทย์ทวงบุญคุณ
“กลับไปนอนบ้านสิคะ” ลิดาเขิน
“รีบเปลี่ยนเสื้อผ้าเถอะที่รัก หรือจะให้ผมเปลี่ยนให้” ทศวิทย์กล่าวยิ้มๆ
“ไม่ต้องค่ะ คุณออกไปก่อนสิ” ลิดารีบผลักฝ่ายชายให้รีบออกไป
ทศวิทย์จึงยอมออกไปจากห้องเพื่อให้หญิงสาวเปลี่ยนเสื้อผ้า
พอลิดาแต่งตัวเสร็จ กำลังจะเรียกทศวิทย์ แต่ทว่าอยู่ดีๆ ดวงิญญาของนพฤทธิ์ก็ปรากฏตัว