คุณหญิงแก้ว : วันนี้หนูกอดก็นอนห้องรับแขกแล้วนะเดี๋ยวแม่ให้คนจัดห้องให้ ตาดินทร์อย่าไปยุมย่ามกับน้องนะถึงอย่างไรก็ยังไม่ได้แต่งงานกัน ยังไงก็ดูไม่ดี ( แต่คนที่หน้าบึ้งก็เห็นจะเป็ดินทร์)
อ้อมกอด : คะ คุณแม่ ( ฉันเอ่ยขึ้นมาแค่นั้น และนึกขอบคุณท่านที่รักและเอ็นดู แต่ก็ยังรู้สึกผิดกับคุณพ่อคุณแม่ที่นอนค้างอ้างแรมบ้านผู้ชายถึงท่านจะอนุญาติก็เถอะ )
ดินทร์ : แต่คุณแม่ครับ! ( ดินทร์ร้องท้วงเหมือนเด็ก)
คุณหญิงแก้ว : ไม่มีแต่ตาดินทร์ เราเป็ผู้ชายต้องให้เกียรติน้องเค้า พ่อแม่เค้าไว้ใจเรา ให้ค้างที่นี่เราต้องดูแลลูกเค้าให้ดีไม่ใช่รึไง ( คุณหญิงให้เหตุผลทำให้พี่ดินทร์เองก็ไม่สามารถโต้แย้งได้ )
คุณหญิงแก้ว : ป่ะลูกไปอาบน้ำพักผ่อน พรุ่งนี้หนูต้องทำงานใช่ไหม เดี๋ยวพรุ่งนี้เช้าแม่จะไปส่งที่บ้าน (ว่าแล้วคุณหญิงก็เดินจูงมือฉันแล้วพาขึ้นไปชั้นสองไปยังห้องพักรับรองแขกที่ให้เด็กเตรียมไว้ให้ ถึงจะบอกว่าว่าห้องรับรองแขกแต่เมื่อเปิดเข้าไปดู ก็ใหญ่พอๆกับห้องนอนที่บ้านชั้น ข้างในถูกตกแต่งเรียบๆแต่เข้าของเครื่องใช้ครบครัน ฉันมองสำรวจรอบห้องคร่าวๆ )
อ้อมกอด : ขอบคะคุณแม่ (ฉันยกมือไว้อย่างขอบคุณที่ท่านอำนวยความสะดวกให้ทุกอย่าง)
คุณหญิงแก้ว : พักผ่อนนะลูก ขาดเหลืออะไรก็บอกแม่บ้านได้เลยไม่ต้องเกรงใจ ( คุณหญิงลูบหัวอย่างเอ็นดู แล้วก็เดินกลับไปยังห้องของตัวเอง)
เมื่อคุณแม่ไป ฉันเองก็เดินไปสำรวจตู้เสื้อผ้าเพื่อสิ่งที่้า นั่นคือ ผ้าขนหนู แล้วชุดลำรอง ปรากฎว่าของทุกอย่างมีครบและดูเหมือนจะเป็ของใหม่ทั้งหมด ท่าทางบ้านนี้จะมีแขกมาพักบ่อยสินะถึงมีข้าวของเครื่องใช้ครบพร้อมใช้ขนาดนี้ เมื่อได้สิ่งที่้าครบแล้วฉันจึงเดินไปทีห้องน้ำเพื่อชำระร่างกาย เช่นกัน ห้องน้ำมีอุปกรณ์ที่จัดเตรียมไว้ครบ แสดงถึงความใส่ใจของเ้าของบ้านจริงๆ ฉันเปิดน้ำใส่อางเพื่อลงไปแช่ ฉันแช่น้ำไม่นานนักเพราะก็เริ่มง่วง เมื่ออาบน้ำเสร็จฉันก็รีบเข้านอนเพราะพรุ่งนี้ต้องรีบกลับบ้านแต่เช้า
เมื่อเหตุผลของคุณแม่มันทำให้ผมทำตามสิ่งที่คิดไว้ไม่ได้ ผมก็ผ่อนลมหายใจออกมาแรงๆ จึงตัดสินใจขึ้นไปอาบน้ำพักผ่อนบ้าง
แต่ผมยังไม่ถอนใจหรอกนะ การได้มีเธอมานอนกอดข้างมันทำให้ผมมีความสุขแค่เื่นี้ผมรู้ดี ผมไม่เคยมีความรู้สึกแบบนี้มาก่อน ความรู้สึกที่ว่าผมขาดเธอไม่ได้ ผมอยากมีเธอไว้ข้างๆกายตลอดเวลา ไม่ใช่ว่าผมไม่้าให้เกียรติเธอและครอบครัวนะครับ เพียงผมคิดว่ายังไงผมเองคงไม่สามารถไปไหนได้แล้วและจะไม่มีวันปล่อยไปจากผมเหมือนกัน ยังไงเราต้องแต่งงานกัน ช้าหรือเร็วต้องอยู่ด้วยกัน (ยังหาเหตุผลเข้าข้างตัวเองอยู่ครับ ฮ่าๆๆ) ในตอนนี้ผมเองก็หาเหตุผลเข้าข้างตัวเองได้แล้วที่จะไปนอนกอดผู้หญิงที่ผมโหยหาและอยากมีเธอข้างๆกาย เมื่อคิดได้ดังนั้นผมก็รีบอาบให้เสร็จแล้วไปหาเธอ
ฉันนอนได้สักพักกำลังจะเคลิ้มหลับจู่ๆเตียงนอนยุบยวบลงไปมีใครก็ไม่รู้เอาแขนมาดึงตัวฉันเข้าไปหาเค้า ด้วยความใกำลงัจะกีดร้องก็มีมือมาปิดปากพร้อมกระซิบข้างๆหู
ดินทร์ : พี่เองครับ ( ใช่คะเป็พี่ดินทร์ที่เข้ามา)
อ้อมกอด : พี่ดินทร์เข้ามาได้ยังไง เข้ามาทำไม คุณแม่สั่งห้ามแล้วไม่ใช่เหรอ ( ฉันรัวคำถามใส่เค้า)
ดินทร์ : ก็พี่คิดถึงกอดจนนอนไม่หลับไง เลยมาขอนอนกอด
อ้อมกอด : ไม่ได้คะ เดี๋ยวคนแม่มาเห็นกอดจะถูกมองยังไง ( ฉันให้เหตุผล)
ดินทร์ : สัญญาคะว่าแค่นอนกอดพี่จะไม่ทำอะไร แต่เราเป็คนเริ่มพี่ก็ไม่ว่าอะไร แล้วเช้าพี่ก็จะรีบออกไปก่อนที่คุณแม่ท่านตื่น นะครับ กอดไม่สงสารพี่หรือไง นะนะ ( คืออะไรถ้าฉันไม่เริ่มก่อน เค้ายังพยายามจะอ้อน)
อ้อมกอด : กอดเฉยๆนะคะห้ามทำอย่างอื่น แล้วพรุ่งนี้ต้องออกไปแต่เช้าก่อนคณแม่จะตื่นด้วย ตกลงไหม ถ้าไม่ก้อกจากห้องไปเลย ( ฉันอนุญาตพร้อมยื่นคำขาดกับเค้า)
ดินทร์ : ตกลงครับ^^ ( เค้าตอบตกลงทันที และฉันรอยยิ้มเ้าเล่ห์ของเค้า จะมาไม้ไหนอีก เชื่อได้รึเปล่าไม่รู้)
เมื่อตกลงกับเค้าเสร็จแล้วฉันก็หลับตาลงแต่ยังไม่ได้หลับเพราะยังไม่สามารถไว้ใจคนที่บอกว่าจะนอนกอดเฉยๆและมันก็เป็อย่างที่ฉันคิดมือปลาหมึกของเค้าเริ่มทำงานลูบๆครำๆอยูบริเวณหน้าท้องมันค่อยๆตำลงเรื่อยๆปากของเค้าก็เริ่มทำงาน ค่อยไล่จูบที่หูของฉันไตร่ลงมาลำคอ ััตรงนั้นมันให้ฉันขนลุกซู่ เสียวซ่านขึ้นมาทันที และเหมือนเค้าจะรู้ เลยรุกหนักเข้าไปอีกจนในที่สุดก็เริ่มกิจกรรมสวาทของทั้งสองเราเพราะฉันเองก้ไม่สามารถต้านทานการเล้าโลมของเค้าได้เหมือนกัน ฉันผิดเองที่หลงเชื่อคนเ้าเล่ห์อย่างเค้า สัญญาที่ให้ไว้ใช้ไม่ได้กับคนเ้าเล่ห์