ในโลกอนาคต อัตราการเกิดของมนุษย์น้อยลง เพื่อแก้ปัญหานั้น รัฐจึงมีนโยบายให้สนับสนุนให้ผู้หญิงกับผู้ชายมีลูกกัน แต่ด้วยความรับผิดชอบต่องาน ความไม่ชอบเข้าสังคม หรืออะไรก็ตามแต่ ทำให้อัตตราการเกิดของประชากรก็ไม่ได้ดีขึ้นเลย จนกระทั่งมีใครคนหนึ่งเสนอไอเดียขึ้นมาว่า
“ทำไมไม่ให้พวกนักโทษหญิง ตั้งท้องแทนล่ะ”
แน่นอน ในตอนแรกความคิดนี้ถูกต่อต้านอย่างรุนแรง เจ้าของความคิดก็ถูกกระชากคอเสื้อไปต่อยจนล้มลงกับพื้น แต่ในเวลาไม่นาน เพียงแค่สิบนาทีเท่านั้น ทุกคนก็ตระหนักได้ว่า การสูญพันธ์ของมนุษย์ชาติใกล้จะมาถึง บางที นี้อาจเป็นวิธีการที่จะยืดอายุขัยของมนุษย์ชาติออกไปก็ได้
ดังนั้น โลกจึงได้ประกาศให้ทุกประเทศ ออกกฎหมายให้นักโทษหญิงกลายเป็นทาสกาม ถูกผู้ชายข่มขืนอย่างขัดขืนไม่ได้ ซึ่งเหมือนส่งผลให้สังคมพัฒนาเป็นอย่างมาก เพราะไม่มีผู้หญิงคนไหนอยากเข้าคุกไปถูกผู้ชายที่ไหนก็ไม่รู้ทำลูกกับตัวเอง ทำให้ประชากรหญิงในหลายๆ ประเทศล้วนมีพฤติกรรมดี
ส่วนอัตราการข่มขืนของผู้ชายก็ลดลง เนื่องจาก ผู้ชายจะเลือกไประบายความเครียดและอารมณ์ทางเพศกับนักโทษหญิงมากกว่า เพราะไม่จำเป็นต้องรับผิดชอบ หรือเลี้ยงดูเด็กที่เกิดมาแต่อย่างใด แค่ปล่อยน้ำกามและลาจากไป เป็นความสัมพันธ์ที่สั้นและง่ายยิ่งกว่า one night stand
เคทและเคธีเป็นฝาแฝดกัน ทั้งสองสนิทกันมาตั้งแต่เด็ก พวกเธอทั้งสองตัวติดกันเสมอ เวลามีเรื่องกลุ้มใจก็ปรึกษากัน โดยเคทมักจะมีบุคลิกที่ดูเป็นผู้ใหญ่ แถมเคธีก็ชอบเรียกเธอว่าพี่อยู่บ่อยๆ ทำให้เธอกลายเป็นพี่สาวโดยปริยาย
ความสัมพันธ์ของทั้งสองคน เป็นเหมือนพี่น้องที่รักใคร่ แต่แล้วทุกอย่างก็เปลี่ยนไป เมื่อเคธีไปคบหลงรักกับผู้ชายคนหนึ่ง ชายคนนั้นเป็นหัวหน้าแก๊งอันธพาลที่มักจะก่อเรื่องในเมืองเสมอ
“นี่ ผู้ชายอย่างนั้นไม่เหมาะกับเธอหรอก เขาไม่น่าจะจริงใจกับเธอด้วยซ้ำ เชื่อพี่สาวเถอะนะ”
เคทพยายามพูดให้เคธีเลิกคบกับผู้ชายคนนั้น มือเรียวที่ตบใบหน้าเธอจนสะบัด เคธีไม่เคยแสดงกิริยาก้าวร้าวอย่างนี้มาก่อน จริงอยู่ เธอพูดถึงแฟนของเคธีในเรื่องไม่ดี ก็คงจะทำให้เคธีโกรธ แต่ก็ไม่เห็นถึงขั้นจะตบหน้ากันเลย
“อย่ามายุ่งกับฉัน ต่อไปนี้เราขาดกัน”
นั่นคือคำพูดสุดท้าย ก่อนที่เคธีจะจากไป และไปใช้ชีวิตอยู่กับผู้ชายคนนั้น เคทเสียใจมาก เพราะตอนนี้พวกเธอทั้งคู่ก็โตเป็นผู้ใหญ่ ขณะที่พ่อแม่ก็จากไปแล้ว ทำให้เหลือแค่พวกเธอสองพี่น้อง แต่เคธีก็เลือกจะจากเธอไป ทิ้งเธอไว้เพียงลำพัง
แต่คนที่น่าเป็นห่วงมากกว่า น่าจะเป็นเคธี เธอไปคบกับผู้ชายเลวพวกนั้น ไม่รู้ว่าเขาจะพาเธอไปทำเรื่องแย่ๆ รึเปล่า ด้วยความเป็นห่วง เคมักจะติดต่อเคธีไปเสมอ แต่เหมือนเคธีจะรำคาญ จนสุดท้าย เบอร์ที่เคทเคยโทรหาเคธีได้ก็ไม่มีสัญญาณอีกเลย
จนกระทั่งวันหนึ่ง…
เสียงเคาะประตูดังขึ้น เคทเดินไปเปิดประตูบ้านพร้อมกับความแปลกใจ เธอค่อนข้างจะสันโดษ ไม่ค่อยคบผู้คนเท่าไร แถมไม่ใช่พวกที่ชอบอ่านหนังสือพิมพ์ ถ้าอย่างนั้นใครมาเคาะประตูบ้านเธอกันนะ
“เคธี ?”
เคทถึงกับตกใจที่เห็นน้องสาวของตัวเอง เธอคนนั้นยังเหมือนเดิม สมกับเป็นแฝดของเธอ ใบหน้าของทั้งสองไม่ได้แตกต่างกันเลย แต่เคทก็แปลกใจเล็กน้อยว่าทำไมเธอถึงดูท่าทางเหนื่อยหอบแบบนั้น แต่เคธีก็บอกว่า เธอเดินขึ้นบันไดมาแทนที่จะขึ้นลิฟต์
“ไม่ได้เจอกันนานเลยนะ เป็นยังไงบ้าง สบายดีไหม”
เคทชวนน้องสาวของตัวเองคุยด้วยความคิดถึง แต่เหมือนน้องสาวของเธอจะกระวนกระวายใจบางอย่าง และอยู่ๆ เธอก็พูดกับเคทขึ้นมาว่า
“พี่ตกงานใช่ไหม ?”
เป็นอย่างที่เคธีพูด ทุกวันนี้การแข่งขันสูง การรับพนักงาน หรือหาช่องทางในการทำการค้าเป็นเรื่องยาก นี่เคทก็ตกงานมาได้สองเดือนแล้ว แต่อย่างน้อยเธอก็พอมีเงินเก็บ ถ้าหากเคธีต้องการมาอยู่กับเธอ เคทก็พร้อมจะต้อนรับ แต่น้องสาวกลับส่ายหน้า พร้อมกับหยิบบางอย่างออกมาจากกระเป๋า
“เอามันไปขายสิ หนูรู้ว่าพี่ลำบาก”
ที่หยิบออกมาจากกระเป๋า คืออัญมณีสีเขียวมรกตแสนงดงาม มันเป็นสร้อยคอที่น่าจะมีมูลค่าสูงมาก เคทถึงกับไม่กล้าจับต้อง แล้วถามน้องสาวของเธอว่า
“ไปได้ของแบบนี้มาจากไหน”
น้องสาวก็ยกมือทาบอก พูดด้วยความมั่นใจ
“เห็นอย่างนี้หนูก็มีงานทำนะ แต่หนูไม่ค่อยมีเงินสดเท่าไร เพราะได้ยินข่าวว่าพี่ตกงานก็เลยรีบมาหาพี่เลย หนูเคยซื้อเจ้านี้ไว้ตอนที่มีตังค์เก็บน่ะ แต่ตอนนี้พี่สำคัญกว่า เพราะงั้น พี่รับมันไว้เถอะนะ”
เคธีดันสร้อยคอมรกตให้กับเคท จิตใจของคนเป็นพี่รู้สึกตื้นตันและอยากจะขอโทษ น้องสาวของเธอมักจะทำตัวเสเพลมาตลอด แต่มาวันนี้ เจ้าตัวกลับมาช่วยเธอ เธอไม่รู้ว่าควรจะพูดอะไรออกไปนอกจากคำว่า
”ขอบคุณนะ”
ก๊อกๆ
แต่แล้วจู่ๆ ด้านนอกก็ได้ยินเสียงเหมือนใครบางคนกำลังวิ่งมา เคธีที่ได้ยินแบบนั้น เธอก็ทำการกระโดดจากระเบียงแล้วค่อยๆ ปีนลงไปยังชั้นด้านล่าง เคทืวิ่งไปดูด้วยความเป็นห่วง แต่เมื่อเห็นน้องสาวปลอดภัยก็โล่งใจ แต่ว่า ทำไมเธอต้องทำแบบนั้นด้วยนะ
ยังเป็นน้องสาวที่ร่าเริงเหมือนเดิมเลยนะ
ก๊อกๆ
เสียงเคาะประตูดังขึ้นอีกครั้ง เคทเดินไปเปิดประตู ก่อนจะต้องแปลกใจว่า ตรงหน้าของเธอคือตำรวจสามนาย พวกเขาหันมองหน้ากันก่อนจะพูดกันเองว่า
“มาหลบอยู่นห้องเหมือนหมาจนตรอกเลยนะ ไม่มีที่ให้หนีแล้ว”
พวกเขาพูดอะไรออกมา เคทไม่เข้าใจเลย แต่การกระทำต่อมาของพวกเขายิ่งทำให้เธอสับสน
ตำรวจพวกนี้กดร่างกายเธอลงกับพื้น อย่างไม่เกรงใจว่าเธอเป็นผู้หญิง หรือว่าเพิ่งเจอกันครั้งแรก เสื้อของเธอเลิกข้นไปอยู่บริเวณหน้าอกเนื่องจากถูกผลักลงไปนอนกับพื้น
“เธอถูกจับแล้ว เคธี”
เคทถูกจับตัวในข้อหาลักขโมยสร้อยมรกตราคาแพง จากที่เธอได้ฟังในห้องสอบสวน เหมือนว่าเคธีน้องสาวของเธอจะติดการพนัน และต้องการหาเงินมาใช้หนี้ แต่ว่าเธอไม่มีงานทำ เลยไปขโมยสร้อยมรกตจากร้านอัญมณี เธอหลบหนีมาได้สักพัก แต่ตำรวจก็พยายามตามตัวเธอ จนในที่สุดก็พบ
โดยที่พวกเขาไม่รู้เลยว่า คนที่เขาจับมาแฝดของเคธีต่างหาก
แต่ว่า ในฐานะพี่สาว ถึงจะเป็นแฝด แต่ตลอดมาเธอก็ปกป้องน้องสาวตัวเองในฐานะพี่สาวมาตลอด ครั้งนี้ก็เหมือนกัน เพราะงั้น
“ใช่ค่ะ ฉันทำเอง ไม่มีอะไรจะซัดทอดหรือโต้แย้ง เชิญจับฉันเข้าคุกไปได้เลยค่ะ”
และชีวิตในฐานะนักโทษของเคทก็เริ่มต้นขึ้น