หลี่ิเยว่มองมารดาของตนที่เข้าห้องไปแล้ว จากนั้นก็คว้าไม้แล้วพุ่งเข้าไปฟาดไม้ทุบตีตามร่างของนางเสี่ยวหลี่หวังและนางหลี่ลู่ นางเรียนวิชาสายแพทย์มา ดังนั้นจึงเลือกตีแต่จุดอ่อนไหวที่ทำให้คนพวกนี้เ็ปที่สุดได้ พริบตาเดียวสะใภ้บ้านสามตระกูลหลี่ทั้งสองคนก็ล้มลงกองกับพื้น หลี่ิเยว่ทุบตีไปพลางเอ่ยปากด่าไปพลาง “พวกเ้ามันอันธพาล จิตใจสกปรก พวกข้าไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกับพวกเ้าแล้ว ก็ยังหาเื่รังแกกันอีก เห็นว่าพวกข้าอ่อนแอรังแกง่ายอย่างนั้นหรือ? ข้าขอเตือนไว้เลยนะ หากยังมาหาเื่กันแบบนี้อีกล่ะก็ ข้าจะฆ่าพวกเ้าซะ! ในเมื่อพวกเ้าไม่อยากให้พวกข้ามีชีวิตอยู่ เช่นนั้นก็ตกตายไปตามกันให้หมดเสียเถอะ!”
แม่เฒ่าหลี่หวังที่เห็นลูกสะใภ้ทั้งสองถูกทุบตีก็ทำท่าจะเข้าไปช่วย แต่จู่ ๆ ก็ถูกไม้ในมือของหลี่ิเยว่สะกิดถูกร่างเบา ๆ ครั้งหนึ่ง ร่างชราแข็งทื่ออยู่ในลานบ้านไปในชั่วพริบตาไม่สามารถขยับไปไหนได้ ใบหน้าเหี่ยวย่นเริ่มกระวนกระวาย ปากร้องโวยวายขึ้น “นังเด็กน่าตาย ทำกับข้าเช่นนี้ได้อย่างไร ปล่อยข้าเดี๋ยวนี้นะ เมียเ้าสามเ้ามัวเหม่ออะไรอยู่ ยังไม่รีบเข้ามาช่วยอีก!”
นางหลี่เหมาหวาดกลัวความดุเดือดของเด็กน้อยที่กำลังบ้าคลั่ง แม้แต่แม่สามีออกปากว่าเช่นนั้นแล้วนางก็ยังไม่กล้าวิ่งเข้าไป สะใภ้สามของบ้านค่อย ๆ ก้าวไปข้างหน้าอย่างช้า ๆ และระมัดระวัง ใจคิดที่จะแย่งไม้ในมือของหลี่ิเยว่มา
หลี่ิเยว่หรี่ตามองนางหลี่เหมาวูบหนึ่ง มือล้วงหยิบก้อนหินออกมาจากมิติพิเศษแล้วดีดเข้าใส่ สะกดจุดคนที่กำลังก้าวเข้ามาได้อย่างแม่นยำ ถึงแม้นางหลี่เหมาจะไม่เคยช่วยเหลือพวกนาง แต่คนผู้นี้ก็ไม่เคยลงไม้ลงมือ ผิดกับสะใภ้อำมหิตสองคนนั่น ดังนั้นวันนี้หลี่ิเยว่จึงจะขอสั่งสอนหญิงชั่วทั้งสองที่มารังแกพวกนางสักหน่อย อันที่จริงผู้ที่นางอยากสั่งสอนมากที่สุดคือแม่เฒ่าหลี่หวัง แต่ไม่ว่าอย่างไรคนคนนี้ก็เป็แม่เลี้ยงของบิดา นางไม่อาจลงมือทุบตีคนที่นับว่ามีพระคุณต่อบิดาได้ ดังนั้นจึงได้แต่สั่งสอนคนที่นั่งอยู่บนพื้นทั้งสองคนอย่างรุนแรงแทน
หลังจากให้บทเรียนอันสาสมกับคนทั้งคู่แล้ว หลี่ิเยว่ก็ยืนมองพลางพูดด้วยน้ำเสียงเ็าว่า “พวกเ้าจำเอาไว้ให้ดีนะ พวกข้าตัดขาดความสัมพันธ์ทุกอย่างกับพวกเ้าไปแล้ว ไม่ว่าความเกี่ยวข้องอะไรก็จบไปั้แ่ตอนที่พวกเ้าไล่พวกข้าออกมาวันนั้น ที่สำคัญยังเขียนหนังสือทำสัญญากันไปแล้วว่าสองครอบครัวจะไม่ยุ่งเกี่ยวกันอีก วันนี้พวกเ้าไม่เพียงละเมิดสัญญามาว่าร้ายท่านแม่ของข้า แต่ยังทำเื่ชั่วช้าสามานย์ รู้ทั้งรู้ว่าท่านแม่เป็หญิงท้องก็ยังกล้าลงมือรังแก พวกเ้ายังมีความเป็คนอยู่หรือไม่!”
ประโยคสุดท้ายแทบจะกลายเป็เสียงคำราม แต่ใคร ๆ ก็รู้ว่าหลี่ิเยว่ในตอนนี้นั้นกำลังโกรธมากเพียงใด หญิงสองคนที่นอนกลิ้งอยู่บนพื้นถูกทุบตีจนลุกไม่ขึ้น พวกนางนอนร้องไห้คร่ำครวญส่งเสียงร้องโอดโอยไม่หยุด
เมื่อฟู่เหวินชิงมาถึงก็เห็นท่าทางโกรธแค้นของลูกศิษย์ตัวน้อย เมื่อหันไปมองคนในลานบ้าน เขาก็ขมวดคิ้วด้วยความรังเกียจ เหตุใดคนเหล่านี้ถึงทำตัวน่าชังได้เช่นนี้
เมื่อหลี่ิเยว่เห็นอาจารย์ของตน ดวงตาของนางก็แดงก่ำทันที นางกลั้นน้ำตาไว้พลางกล่าวว่า “ท่านอาจารย์ เมื่อครู่นี้ท่านแม่ถูกพวกนางผลักจนล้ม พี่หญิงใหญ่บอกว่ามีเืออกมาแล้วด้วย ท่านอาจารย์ช่วยท่านแม่กับน้องของข้าด้วยนะเ้าคะ”
ฟู่เหวินชิงมองลูกศิษย์ตัวน้อยของตนก่อนจะพูดปลอบเสียงนุ่ม “ไม่ต้องห่วง ข้าจะไปดูแม่เ้าเอง” พูดจบเขาก็เดินก้าวใหญ่ไปที่ห้องทางทิศตะวันตก
เมื่อหลี่ชงพาคนมาถึง ฟู่เหวินชิงก็เข้าไปในห้องแล้ว พอเขาเห็นสถานการณ์ในลานบ้านก็ขมวดคิ้วทันที “เสี่ยวิเยว่ นี่มันเกิดอะไรขึ้นกัน?”
หลี่ิเยว่ยังไม่ทันเอ่ยปาก นางหลี่หวังก็อ้าปากะโขึ้นมาเสียก่อน “ผู้นำตระกูล เ้ามาสักที! ไม่รู้นังเด็กน่าตายนี่ใช้เล่ห์กลอะไร ถึงได้สะกดพวกข้าให้ขยับไม่ได้อย่างนี้ ยิ่งกว่านั้นมันยังอกตัญญู ทุบตีแม้กระทั่งผู้าุโ ผู้นำตระกูล เ้าต้องเป็พยานให้พวกข้านะ!”
นางเสี่ยวหลี่หวังและนางหลี่ลู่ที่นอนอยู่บนพื้นได้ยินว่าผู้นำตระกูลมาแล้วก็เริ่มร้องโหยหวนไม่หยุด พวกนางอยากให้หลี่ชงเห็นว่าหลี่ิเยว่ทำเื่งามหน้าอะไรเอาไว้
“ผู้นำตระกูล นังเด็กน่าตายิเยว่ทุบตีผู้าุโ มันไม่เห็นผู้าุโอยู่ในสายตาด้วยซ้ำ นังเด็กนี่สมควรโดนฟ้าผ่าเสียให้ตาย นางซู เ้าไสหัวออกมาเดี๋ยวนี้นะ! มาดูการกระทำนังเด็กอกตัญญูที่เ้าคลอดออกมา” นางหลี่หวังไม่รอให้หลี่ชงได้พูดอะไร เอ่ยปากสาปแช่งต่อ
นางซูที่อยู่ในห้องได้ยินเสียงแม่สามีด่าบุตรสาวจากข้างนอกก็คิดจะลุกขึ้นจากเตียง แต่กลับถูกหลี่ิหัวดันตัวกลับไปนอนเช่นเดิม “ท่านแม่ พวกเราต้องเชื่อมั่นในตัวน้องสี่ ท่านจะต้องปกป้องน้องในท้องและดูแลตัวเองให้ดี ตอนนี้สุขภาพร่างกายของท่านสำคัญที่สุด และสิ่งที่ท่านสามารถช่วยน้องสี่ได้ตอนนี้คือการไม่ทำให้นางต้องเป็ห่วงนะเ้าคะ”
หลี่ิหัวรู้แผนการของน้องสาวดี นางเคยบอกไว้ว่าคนในบ้านต้องเข้มแข็งยืนหยัดให้ได้ด้วยตนเอง ครั้งนี้นางยอมให้ตัวเองถูกตราหน้าว่าเป็หญิงดุร้ายเพื่อแลกกับความสงบสุขของครอบครัว แม้พี่ ๆ ทั้งสามจะอยากห้ามไว้แต่ก็ไม่อาจทำได้ น้องสี่บอกว่าทักษะของนางนั้นดีที่สุดในหมู่พี่น้องผู้หญิง ที่สำคัญเหล่าพี่ชายน้องชายไม่อาจทำเื่ที่ทำลายชื่อเสียงเช่นนี้ได้ เพราะนางอยากให้พวกเขาได้เข้าเรียนที่สำนักศึกษา อยากให้พวกเขาเข้ารับราชการเพื่ออนาคตที่ดีของบ้าน และด้วยเหตุนั้น ในครั้งนี้บุตรชายบ้านหลี่หงจึงทำได้เพียงกัดฟันก้มหน้ายอมให้น้องสาวต้องลำบาก
ขณะนั้นฟู่เหวินชิงก็เอ่ยปากพูดปลอบโยน “แม่นางซู ท่านพักผ่อนให้มาก ๆ ดีกว่า ิเยว่ไม่เป็อะไรหรอก ท่านไม่ต้องห่วง ต่อให้นางรับมือไม่ไหวก็ยังมีข้าอยู่ ลูกศิษย์ของข้าไม่ใช่คนที่จะให้ใครมารังแกได้ง่าย ๆ นะ”
หลี่ชงที่อยู่นอกห้องกระแอมไอครั้งหนึ่งเพื่อหยุดเสียงด่าของนางหลี่หวัง เขาหันมามองหลี่ิเยว่พร้อมถามขึ้นว่า “เสี่ยวิเยว่ มันเกิดเื่อะไรขึ้นกันแน่?”
เมื่อเห็นว่านางหลี่หวังยังคงคิดจะสอดปากพูดจึงถลึงตาเข้าใส่ ส่งสายตาดุดันเป็คำเตือนว่าให้นางหยุดได้แล้ว นางหลี่หวังเห็นสายตานั้นก็หดคอไม่กล้าเปิดปาก
นอกบ้านในตอนนี้มีชาวบ้านยืนห้อมล้อมอยู่ไม่น้อย พวกเขากระซิบกระซาบกันว่า “แม่หนูหลี่ิเยว่คนนี้ทำไมถึงได้อาจหาญเช่นนี้ แม้แต่ผู้าุโก็ทุบตีเสียไม่ยั้ง” “ใช่ ๆ! แม่หนูิเยว่ไปทุบตีผู้าุโ เป็เด็กเป็เล็กทำเช่นนี้ได้อย่างไร!” ชาวบ้านที่ไม่รู้ตื้นลึกหนาบางพูดขึ้น ฝ่ายหลี่ิเยว่เมื่อได้ฟังเสียงครหาของเหล่าชาวบ้านก็ไม่ได้เข้าไปทะเลาะด้วย แต่กลับเดินเข้าไปหาผู้นำตระกูลหลี่เงียบ ๆ
นางคุกเข่าลงกับพื้น ก่อนจะโขกศีรษะให้หลายต่อหลายครั้ง พร้อมกับเอ่ยปากพูดละล่ำละลัก “ปู่ผู้นำตระกูล ท่านต้องเป็พยานให้พวกข้านะเ้าคะ วันนี้พวกข้าเพิ่งจะลงเขามาก็เห็นพวกนางะโด่าทออยู่ในบ้านแล้ว แถมท่านแม่ของพวกข้าก็ถูกพวกนางผลักจนล้มลงกับพื้น แม่ข้ายังตั้งท้องอยู่นะเ้าคะ! อาจารย์บอกว่าท้องนี้ของท่านแม่ อย่างน้อยมีเด็กอยู่สามคน พวกนางทำเช่นนี้หมายความว่าอย่างไร!”
เมื่อพูดถึงตรงนี้น้ำตาใส ๆ ก็ไหลออกมาจากหางตา เด็กหญิงหยุดไปครู่หนึ่งก่อนจะพูดต่อด้วยเสียงแหบพร่า “ปู่ผู้นำตระกูล พวกข้าตัดความสัมพันธ์กับพวกเขาไปแล้ว ตอนนั้นตกลงกันแล้วว่าจะไม่ข้องเกี่ยวกันอีก แต่พวกนางกลับใช้ความเป็ผู้าุโมาข่มเหงกดดันพวกข้า พวกนางเป็ผู้าุโแบบไหนกันที่หาเื่คนอื่น ผู้าุโเช่นนี้เรียกตัวเองว่าผู้าุโได้หรือ?”
เมื่อหลี่ชงได้ยินเช่นนั้นก็รู้สึกโกรธเคืองไม่น้อย เขาหันไปเอ่ยถามนางหลี่หวังอย่างเ็า “พวกเ้ามาหานางซูทำไม แล้วยังผลักนางล้มไปอีก พวกเ้าตาบอดหรือ ถึงไม่รู้ว่านางตั้งครรภ์อยู่? หา!”
เสียงถามแทบตะคอกทำให้นางหลี่หวังใจนตัวสั่น และในจังหวะนั้นนางถึงรู้ว่าตนเองขยับได้แล้ว จึงรีบทำไม้ทำมือพร้อมพูดแก้ต่าง “ผู้นำตระกูล ข้าก็แค่ผลักนางเบา ๆ เท่านั้น ใครจะรู้ว่านางจะแสร้งล้มลงไปกองกับพื้นแบบนั้น ทั้งยังปล่อยให้เด็กชั่วนี่มาทุบตีข้ากับเหล่าสะใภ้อีก นางซูอกตัญญูเช่นนี้สมควรโดนฟ้าผ่าตายเสีย นังเด็กชั่วนั่นก็สมควรโดนลงโทษด้วยเช่นกัน!”
หลี่ชงเกือบจะหัวเราะเยาะกับคำแก้ตัวของแม่เฒ่าหลี่หวัง ชาวบ้านที่มารอชมความบันเทิงอยู่นอกประตูก็ตื่นตะลึงเช่นกัน เหตุใดนางหลี่หวังถึงเป็เช่นนี้ไปได้ ถึงสะใภ้จะผิดอย่างไรก็ไม่ควรไปผลักนาง อย่างที่รู้กันว่านางซูนั้นตั้งครรภ์ได้สี่เดือนแล้ว เมื่อครู่นี้แม่หนูิเยว่ยังบอกว่าในครรภ์มีเด็กอย่างน้อยสามคนอีก! นี่มันเท่ากับว่าจงใจจะฆ่าคนแล้ว!
หลี่ชงมองนางหลี่หวังด้วยสายตาเย็นเฉียบ “ข้าจำได้ว่าหนึ่งเดือนก่อนครอบครัวของเสี่ยวิเยว่ตัดขาดกับบ้านสามสกุลหลี่ของพวกเ้าไปแล้วนี่!”
ลำดับพี่น้องครอบครัวหลี่หง
