"นี่คือบ้านของเ้าอย่างนั้นหรือ" ซูเหวินมองดูบ้านหลังใหญ่ที่ปรากฏตรงหน้าอย่างตะลึง นี่เรียกว่าบ้านอย่างนั้นหรือทำไมมันช่างใหญ่โตโอ่อ่าเช่นนี้
"มากันแล้วเหรอเฟิงเอ๋อร์ ทำไมถึงได้มาถึงซะค่ำเลยล่ะลูก" ฮูหยินหวงเดินยิ้มออกมาแต่ไกลนางมารอรับบุตรชายและซูเหวินด้วยตัวเอง
"ลูกและซูเหวินแวะดื่มน้ำชาที่หอซุนเฟิงขอรับท่านแม่"
"อย่างนั้นก็รีบเข้าบ้านกันเถอะ แม่หนูมากับข้าทางนี้" จินเยว่กล่าวด้วยรอยยิ้มก่อนจูงมือให้ซูเหวินเดินตามนางไปอีกทาง เฟิงเยว่แอบยิ้ม
"เ้าค่ะ" ซูเหวินหันมองเฟิงเยว่อย่างขอความเห็น เขากลับพยักหน้าให้นางเดินตามมารดาของเขาไปเสียอย่างนั้น
"ข้าให้คนเตรียมห้องไว้ให้แล้วเดี๋ยวข้าพาเ้าไปดูก็แล้วกัน" ด้วยที่นางไม่มีบุตรสาวและนึกถูกชะตาจึงตื่นเต้นกับการมาของซูเหวินในครั้งนี้
"แล้วเฟิงเยว่ไม่เข้าบ้านพร้อมกันหรือเ้าคะ" นางหันไปมองเฟิงเยว่ก่อนจะหันมาพูดกับฮูหยินหวง
"ไม่ต้องไปสนใจหรอกเรารีบเข้าบ้านก่อนดีกว่าจ้ะ" ฮูหยินหวงเดินนำทางนางไปยังห้องนอนที่อยู่ทางด้านตะวันตกของบ้านเมื่อเดินเข้ามาภายในห้องถูกข้าวของเครื่องใช้ถูกจัดวางและตกแต่งอย่างเป็ระเบียบสวยงาม
เช้าวันต่อมา
ภายในเรือนตระกูลหวงซูเหวินลืมตาตื่นขึ้นมาในเช้าของอีกวัน ชุดผ้าแพรสีเขียวใบตองอ่อนถูกจัดวางไว้หน้าโต๊ะเครื่องแป้งภายในห้อง นางจัดการเปลี่ยนชุดให้เรียบร้อยแล้วจึงเดินออกไปหาเฟิงเยว่
"เฟิงเยว่อยู่ที่ไหนหรือ" ซูเหวินเอ่ยถามหาเขากับสาวใช้ที่เดินผ่านมา ภายในบริเวณเรือนตระกูลหวงนี้กว้างใหญ่มีสาวใช้บริวารมากมาย
"คุณชายนั่งดื่มชากับนายท่านที่ศาลาริมน้ำเ้าค่ะ" สาวใช้เอ่ยตอบด้วยความอ่อนน้อม
"แล้วศาลานี้ต้องเดินไปทางไหน" อาณาเขตบริเวณบ้านของเขากว้างขวางนักั้แ่นางเข้ามายังไม่ได้เดินดูรอบบริเวณบ้านของเขาเลยจะรู้ได้อย่างไรว่าศาลาริมน้ำอยู่ส่วนไหนของบ้าน
"แม่นางเดินตรงไปทางนี้แล้วเลี้ยวซ้ายนะเ้าค่ะ" สาวใช้ผายมือไปยังด้านตะวันออกของบ้าน
"ขอบใจมาก" ซูเหวินเดินตรงไปตามทางที่สาวใช้บอกก่อนจะเลี้ยวซ้ายก็พบกับศาลาริมน้ำขนาดใหญ่ตั้งตระหง่านอย่างสวยงาม ภายในศาลามีสตรีนางหนึ่งหน้าตางดงามนั่งอยู่เคียงข้างกับเฟิงเยว่และบิดาของเขาก็อยู่ด้วยภาพที่ทั้งสองพูดคุยหัวเราะกันอย่างสนุกทำให้เธอรู้สึกไม่ชอบใจจึงเลือกที่จะไม่เดินเข้าไปก่อนเดินเลี่ยงออกไปชมสวนดอกไม้แทน สตรีผู้นั้นงดงามกว่านางหลายเท่านางเป็ผู้ใดกันทำไมถึงดูสนิทสนมกับเฟิงเยว่มากเพียงนี้
"แม่นางซูเ้าคะ ฮูหยินให้มาเรียกท่านไปทานข้าวที่ศาลาริมน้ำเ้าค่ะ"
"อ๋อ..เดี๋ยวข้าตามไป"
"เ้าค่ะ" สาวใช้นางนั้นรับคำแต่กลับยังยืนรอนางอยู่ตรงนั้นทำให้ซูเหวินต้องเดินไปยังศาลาริมน้ำอย่างเลี่ยงไม่ได้หากนางจะไม่ไปร่วมโต๊ะอาหารก็เห็นจะดูไม่ควร
"ซูเหวินมาพอดีเลย เห็นสาวใช้บอกเ้าเดินมาศาลาริมน้ำครู่ใหญ่แล้ว เหตุใดข้าจึงไม่เห็นเ้าอยู่ที่นี่กับเฟิงเอ๋อร์เล่า"
"พอดีซูเหวินไปเดินชมสวนดอกไม้มาเ้าค่ะ"
"อ๋อ..เช่นนั้นก็รีบมากินข้าวกันเถอะอาหารจะเย็นหมดแล้ว"
"เ้าค่ะ" ซูเหวินเดินเข้ามานั่งลงที่ว่างข้างฮูหยินหวงก่อนส่งยิ้มให้สตรีแปลกหน้าผู้นั้นแต่รอยยิ้มและแววตาที่นางส่งกลับมาไม่เป็มิตรเอาเสียเลย
"คนนี้คือคุณหนูซ่งอวิ๋น ส่วนคนนี้ซูเหวินสหายของเฟิงเยว่" ฮูหยินหวงเอ่ยแนะนำให้ทั้งสองได้รู้จักกัน
"สวัสดีค่ะคุณหนูซ่งอวิ๋น" ซูเหวินกล่าวทักทายตามมารยาทซ่งอวิ๋นจึงได้แต่ยิ้มรับก่อนจะหันหน้าไปหาเฟิงเยว่
"ท่านพี่เยว่คะ นี่เป็เนื้อตุ๋นที่ข้าทำเองกับมือท่านลองชิมดูนะเ้าคะ" ซ่งอวิ๋นตักชิ้นเนื้อตุ๋นใส่จานให้เฟิงเยว่ที่นั่งอยู่ข้างๆ
"ท่านป้าก็ลองชิมดูนะเ้าคะ" ซ่งอวิ๋นหันมาตักเนื้อตุ๋นให้ฮูหยินหวงบ้าง
"ขอบใจจ้ะ ซูเหวินเ้าก็ลองชิมดูสิ"
"เ้าค่ะ" เป็ซูเหวินที่ต้องตักเอง เฟิงเยว่เห็นดังนั้นจึงได้เอื้อมไปตักผัดผักให้นางบ้าง ซ่งอวิ๋นได้เห็นก็เกิดอาการไม่ชอบใจที่เฟิงเยว่ดูสนใจนางมากกว่าตนจึงนึกอยากให้เฟิงเยว่ตักอาหารให้นางบ้าง
"ท่านพี่เยว่ซ่งอวิ๋นอยากกินผัดผักตักให้ข้าหน่อยสิเ้าคะ" เฟิงเยว่หันมาตักผัดผักให้ซ่งอวิ๋นบ้างนางแอบยิ้มอย่างพอใจ ซูเหวินจึงได้กินข้าวอย่างเงียบไม่สนใจการกระทำของซ่งอวื๋นและเฟิวเยว่เสร็จแล้วขอตัวเข้าห้องโดยทันทีและตลอดทั้งบ่ายนางก็ได้เอาแต่หลบอยู่ในห้องไม่ยอมออกมาพบเฟิงเยว่
"เดี๋ยวก่อน วันนี้เ้าเป็อะไรเหตุใดไม่พูดจากับข้าเลยสักคำ" เขาเอ่ยถามอย่างร้อนใจเมื่อเห็นซูเหวินเดินออกมาจากห้อง นางไม่พูดคุยกับเขาั้แ่อยู่ที่ศาลาริมน้ำแล้ว
"เปล่านี่" เธอปฏิเสธเสียงเรียบ
"แต่ข้ารู้สึกว่าเ้าดูแปลกไปจากเดิม" หรือนางจะไม่พอใจที่เขาและซ่งอวิ๋นใกล้ชิดกันหากแต่เขาคิดเห็นซ่งอวิ๋นเป็เพียงแค่น้องสาวเท่านั้น
"แปลกตรงไหน ข้าจะไปช่วยแม่ของเ้าทำขนมขอตัวก่อน" นางไม่อยากต่อปากต่อคำกับเขาให้มากความได้ยินสาวใช้คุยกันว่าวันนี้ฮูหยินจะทำขนมให้
"เช่นนั้นข้าไปด้วย" ซูเหวินไม่ได้สนใจว่าเขาจะเดินตามนางมาหรือไม่ เมื่อเดินเข้ามาด้านในส่วนที่เป็ห้องครัวภายในแบ่งออกเป็สัดส่วน
"ฮูหยินเ้าคะ มีอะไรให้ข้าช่วยหรือไม่" ซูเหวินถามขึ้นเมื่อเดินเข้ามาด้านในส่วนที่เป็ห้องสำหรับทำของหวาน ที่นี่แยกภาชนะสำหรับทำอาหารคาวหวานไว้เป็อย่างดีจึงต้องมีห้องเป็สัดส่วน
"ข้ากำลังจะทำขนมเ้าอยากจะช่วยข้าทำอย่างนั้นหรือ"
"เ้าค่ะ ฮูหยินจะทำขนมอะไรหรือเ้าคะ"
"ข้าจะทำบัวลอยน้ำขิง"
"ดีเลยเ้าค่ะ ซูเหวินก็กำลังนึกอยากขนมฝีมือฮูหยินพอดีเลย"
"เ้านี่ก็ช่างพูดเอาใจคนแก่อย่างข้าเสียจริง"
"ซูเหวินมิกล้าหรอกเ้าค่ะ" พูดจบนางก็ลงมือนวดแป้งที่ได้เตรียมไว้ จินเยว่ได้แต่ยิ้มให้กับความช่างพูดของนางก่อนจะเหลือบไปเห็นบุตรชายที่กำลังเดินเข้ามาด้วยใบหน้าที่บึ้งตึง
"เหตุใดลูกของแม่ถึงมาเยือนที่นี่ได้เล่า แล้วผู้ใดทำอะไรให้เ้าไม่พอใจหน้าตาถึงได้เป็เช่นนั้น"
"ไม่มีอันใดลูกก็แค่อยากมาทำขนมช่วยท่านแม่ขอรับ" เขาเหลือบมองดูซูเหวินที่กำลังนวดแป้งอยู่
"เป็งานของสตรีบุรุษเช่นลูกจะทำเป็หรือ"
"ท่านแม่ก็สอนลูกทำสิขอรับ" เฟิงเยว่ตอบด้วยรอยยิ้ม จินเยว่มองบุตรชายของตนด้วยความประหลาดใจที่นึกอยากทำขนมขึ้นมาเสียอย่างนั้น ร้อยวันพันปีไม่เคยนึกอยากเข้าครัวทำอาหาร
"เหตุใดท่านแม่ถึงมองลูกแบบนั้นขอรับ" เฟิงเยว่รู้สึกขัดเขินต่อสายตาที่มารดามองมา