บทที่ 3 น้องสามีตัวร้าย
ทั้งสองคนไม่มีใครเอ่ยคำพูดใดออกมา แต่ต่างฝ่ายต่างก็ได้ยินเสียงลมหายใจของกันและกัน
“คุณฮั่วคะ คือว่า...ป้าของฉันมาแล้ว*[1] เราเข้านอนกันเลยดีกว่านะคะ”
จางจิงจิงทนกับความเงียบสงัดราวกับความตายนี้ไม่ไหว จึงเป็ฝ่ายเอ่ยปากขึ้นมาเพื่อทำลายความเงียบ
ฮั่วฉางชิงขมวดคิ้ว “หืม?”
จางจิงจิงเพิ่งรู้ตัวว่าเธอลนลานเกินไปจนเผลอหลุดคำแสลงทางอินเทอร์เน็ตออกมา จึงรีบอธิบาย “คุณฮั่วคะ ฉันหมายถึงว่าฉันมีประจำเดือนค่ะ คืนนี้คงไม่ได้แล้ว”
ทันทีที่ฮั่วฉางชิงได้ยิน ชายหนุ่มกระแอมไอออกมา แล้วลุกขึ้นนั่งอย่างรวดเร็ว พลางหยิบแก้วน้ำข้างหัวเตียงขึ้นมาดื่ม
จางจิงจิงถอนหายใจด้วยความโล่งอก คิดในใจว่าเพื่อความบริสุทธิ์ของตัวเอง ประจำเดือนครั้งนี้คงต้องมาอยู่นานหน่อยแล้วล่ะ
ฮั่วฉางชิงดื่มน้ำเสร็จก็กลับไปนอนลงบนเตียง
“ไม่ต้องกังวล ผมไม่ทำอะไรคุณหรอก นอนเถอะ”
จางจิงจิงพึมพำตอบรับอย่างเขินอาย หญิงสาวซุกตัวอยู่ใต้ผ้าห่ม กัดปลายผ้าห่มด้วยความรู้สึกละอายใจอย่างบอกไม่ถูก
เนื่องจากเผชิญกับงานแต่งงานที่วุ่นวายมาทั้งวัน ทำให้เธอเหนื่อยล้ามาก จึงผล็อยหลับไปอย่างรวดเร็ว
กระทั่งรุ่งเช้า เมื่อเธอตื่นขึ้นมาก็พบว่าาแที่หน้าผากของตนได้รับการทำแผลเรียบร้อยแล้ว คงจะเป็ฮั่วฉางชิงที่ทำแผลให้ตอนที่เธอหลับไป
หลังจากสวมเสื้อผ้าและลุกจากเตียง หญิงสาวจึงออกไปที่ลานบ้าน และพบว่าฮั่วฉางชิงกำลังเล่นกับสุนัขตัวใหญ่อยู่ที่มุมลาน ส่วนแม่ฮั่วกำลังทำอาหารอยู่ในครัว
เมื่อเห็นจางจิงจิงตื่นขึ้น ฮั่วฉางชิงก็พยักหน้าให้เธอเล็กน้อย หญิงสาวยิ้มแห้ง ๆ แล้วเดินเข้าไปในครัว
แม่ฮั่วเห็นเธอเข้ามาก็ไม่ได้แสดงสีหน้ายินดีเท่าไรนัก ซึ่งก็ไม่แปลก เพราะเดิมทีพวกเขาไม่ได้ชอบเธออยู่แล้ว และยังมีเื่ที่เกิดขึ้นเมื่อวานนี้อีก
ตอนนี้ครอบครัวของฮั่วฉางชิงคงกลายเป็ตัวตลกของทุกคนในหมู่บ้านไปแล้ว จางจิงจิงรู้สึกผิดขึ้นมาเล็กน้อย แม้ว่าเธอจะไม่ใช่เ้าของร่างเดิม แต่ตอนนี้เธอก็ร่างนี้อยู่ จึงต้องรับผิดชอบต่อการกระทำของเ้าของร่างเดิมด้วยเช่นกัน
ต่อไปเธอคงต้องอาศัยอยู่ที่นี่ไปอีกประมาณหนึ่งปี รอจนกว่าประเทศจะอนุญาตให้ทำธุรกิจได้ จึงค่อยคิดเื่หย่าร้างกับฮั่วฉางชิงแล้วย้ายออกไป
ในระหว่างนี้เธอไม่อยากทำให้ความสัมพันธ์กับครอบครัวของฮั่วฉางชิงแย่ไปกว่านี้
“แม่คะ เดี๋ยวแม่ต้องไปทำงาน งั้นให้ฉันทำเองเถอะค่ะ”
จางจิงจิงเดินเข้าไปใกล้ ๆ แล้วพูดกับแม่ฮั่ว
แม้แววตาของแม่ฮั่วจะไม่ได้ดูถูกเหยียดหยาม แต่เธอก็มองจางจิงจิงด้วยสายตาที่แสดงออกถึงความรังเกียจอยู่ไม่น้อย
“ไม่ต้อง”
เธอไม่ชอบสะใภ้คนนี้ แถมยังไม่อยากต่อปากต่อคำด้วย
ตอนนี้แค่เห็นหน้าหล่อน เธอก็นึกถึงเื่เมื่อวานขึ้นมา ถ้าไม่ใช่เพราะหล่อนจดทะเบียนกับลูกชายของตนแล้ว เธอคงจะให้ถอนหมั้นไปแล้ว
แต่จางจิงจิงก็ไม่ได้โกรธ แม่ฮั่วดูไม่น่าจะเป็แม่สามีใจร้าย คงจะเป็เพราะโกรธเธออยู่แน่ ๆ
“แม่คะ เมื่อวานนี้หนูทำไม่ถูกเอง หนูทำอะไรไม่คิดให้ดี ทำให้ที่บ้านต้องอับอาย หนูรู้ตัวแล้วค่ะ หนูขอโทษนะคะ ถึงหนูจะแต่งงานมาแล้ว แต่หนูก็จะเป็สะใภ้ที่ดี คอยดูแลเด็ก ๆ ทั้งสามคน ตอนนี้หนูยังไม่มีงานทำ อยู่บ้านเฉย ๆ แต่พวกคุณแม่ต้องออกไปทำงาน งั้นต่อไปนี้ให้หนูเป็คนทำอาหารสามมื้อเองนะคะ”
จางจิงจิงพูดอย่างจริงใจ ทำให้แม่ฮั่วเผลอมองเธออีกครั้ง แต่ก็ยังคงทำหน้าบึ้งเหมือนเดิม
“เธอทำอาหารเป็เหรอ?”
จางจิงจิงรีบพยักหน้าอย่างรวดเร็ว
“เป็ค่ะ เป็ค่ะ ฉันทำแพนเค้กได้ด้วย!”
ล้อเล่นน่า ฝีมือทำอาหารของเธอน่ะอยู่ในระดับดีเลยล่ะ ั้แ่เด็ก ๆ ก็ทำอาหารกินเองแล้ว เวลาว่างก็ชอบเปิดเสี่ยวหงซู*[2] ดูสูตรอาหาร มื้อค่ำวันตรุษจีนที่บ้านยังไม่เคยต้องให้แม่ของเธอลงมือเลย
แม่ฮั่วได้ยินก็ยังไม่ค่อยแน่ใจนัก แต่ในเมื่อจางจิงจิงพูดอย่างนั้นแล้ว อีกอย่าง มือที่ยื่นมาย่อมไม่ตีคนที่ยิ้มให้*[3] เธอจึงขยับถอยหลังไปครึ่งก้าวอย่างลังเล
จางจิงจิงรับเอาตะหลิวในมือแม่ฮั่วมา “แม่คะ แม่ไปรอข้างนอกเถอะค่ะ เดี๋ยวเดียวก็เสร็จแล้ว”
แม่ฮั่วบอกตำแหน่งที่เก็บข้าวสารกับแป้งให้เธอ จากนั้นก็ออกไป
ฮั่วฉางชิงเห็นแม่ของเขาออกมา ก็รู้สึกประหลาดใจอยู่บ้าง
“สะใภ้บ้านนอกของลูกบอกว่าจะทำอาหารเอง”
ได้ยินแม่พูดแบบนั้น ฮั่วฉางชิงอดเลิกคิ้วไม่ได้ ดูเหมือนที่เขาเดาไว้จะถูก จางจิงจิงคนนี้ ดีกว่าจางจือจือมากจริง ๆ
“ไม่รู้เหมือนกันว่าจะทำกับข้าวเป็หรือเปล่า อย่าให้กินไม่ได้แล้วกัน...”
แม่ฮั่วพึมพำกับตัวเองพลางเดินไปนั่งที่ม้านั่งในลานบ้าน
ตอนนี้เป็เดือนพฤษภาคม อากาศไม่หนาวไม่ร้อน ตระกูลฮั่วจึงมักจะกินข้าวกันที่ลานบ้าน
ฮั่วฉางชิงไม่พูดอะไร และเดินตรงไปที่ครัว ประตูครัวเปิดอยู่ จางจิงจิงมัดผมขึ้นกำลังนวดแป้งอยู่ตรงนั้น
เขาไม่ได้อยู่ที่นั่นนานนัก มองแวบเดียวก็เดินออกไป พอดีกับที่เห็นเด็ก ๆ สามคนกำลังแปรงฟันล้างหน้าอยู่ พี่สาวคนโตล้างหน้าแปรงฟันเสร็จแล้ว ก็ช่วยเช็ดหน้าให้กับน้องชายทั้งสอง
หัวใจของฮั่วฉางชิงอบอุ่น รู้สึกทั้งปลื้มใจและะเืใจ พูดไปแล้ว พี่สาวคนโตตอนนี้อายุแค่หกขวบ แต่สามารถทำอะไรได้หลายอย่าง แถมยังสามารถดูแลน้องชายทั้งสองได้อีกด้วย
เขาเดินเข้าไปลูบหัวเธอ และบอกให้พวกเขานั่งรอกินข้าว
่ที่เขาประจำการอยู่ที่กองทัพ ไม่ค่อยได้กลับบ้าน เด็ก ๆ ทั้งสามคนจึงอยู่ในการดูแลของแม่ ปู่กับย่าก็มาช่วยดูแลเป็ครั้งคราว แต่ก็ยังขาดคนดูแลอยู่ดี ช่างน่าสงสารนัก
แม่ของเขาเองก็ต้องยุ่งกับงานของตน เด็ก ๆ ทั้งสามคนจึงดูมอมแมมและผอมแห้ง
ทันใดนั้น ฮั่วฟางฟางก็เดินออกมาจากในบ้าน และเอามือปิดปากหาว
“แม่ อาหารเสร็จหรือยัง? หนูหิวจะแย่อยู่แล้ว”
เมื่อเห็นแม่ของเธออยู่ในสวน ฮั่วฟางฟางก็อดบ่นไม่ได้
แม่ฮั่วเม้มริมฝีปาก แล้วมองไปทางห้องครัว
“พี่สะใภ้ลูกกำลังทำให้แหนะ”
ฮั่วฟางฟางได้ยินดังนั้น สีหน้าก็เปลี่ยนไปทันที
“แม่ให้หล่อนทำอาหารทำไม? เป็แค่คนบ้านนอกจะทำอาหารอะไรเป็ล่ะนอกจากอาหารหมู? อาหารแบบนั้นใครจะกินลง? อารมณ์เสียชะมัด แม่คะ งั้นเอาตั๋วอาหารมาให้หนู หนูจะไปกินที่ร้านอาหารของรัฐ”
เธอพูดเสียงดัง แน่นอนว่าจางจิงจิงที่อยู่ในครัวได้ยินอย่างชัดเจนย่อมรู้สึกเสียใจอยู่บ้าง แต่ก็ไม่โทษที่น้องสามีดูถูกตน เด็กสาวคนนี้อยู่ในวัยที่รักหน้ารักตา พี่ชายแต่งกับคนอย่างเธอ ใครบ้างจะไม่โกรธล่ะ?
แม่ฮั่วขมวดคิ้ว แม้ว่าเธอจะไม่ชอบจางจิงจิง แต่ลูกสาวพูดแบบนี้ก็ดูไม่มีมารยาท หญิงวัยกลางคนยังไม่ทันได้ห้าม ลูกชายอย่างฮั่วฉางชิงที่อยู่ข้าง ๆ ก็เอ่ยปากขึ้น
“เธอเป็เด็กผู้หญิง ส่วนพี่สะใภ้ของเธออย่างไรก็เป็ผู้ใหญ่กว่า ระวังคำพูดหน่อย”
ฮั่วฟางฟางไม่เข้าใจ ผู้หญิงคนนั้นทำให้พี่ชายของเธอต้องอับอายขายขี้หน้าขนาดนี้ เขายังจะเข้าข้างผู้หญิงบ้านนอกคนนั้นอีกเหรอ?
“ฉันไม่ได้พูดผิด…” ถึงแม้ในใจจะไม่พอใจ แต่เพราะความกลัวพี่ชาย จึงได้แต่บ่นพึมพำเบา ๆ
องค์หญิงน้อยยังคงไม่หายโกรธ จึง้าหาที่ระบาย เมื่อเห็นเด็กน้อยสามคนนั่งอยู่ที่โต๊ะ จึงอดไม่ได้ที่จะเดินเข้าไปผลักคนเล็ก
“ตรงนั้นน่ะ พวกแกก็แย่งไปนั่งกันหมดแล้ว คนอื่นจะได้กินข้าวกันไหม!”
เด็กชายตัวน้อยร่างกายผอมบางเพิ่งอายุเพียงสี่ขวบเท่านั้น เมื่อถูกเธอผลักเช่นนี้ จึงเกือบจะตกลงมาจากเก้าอี้ ดวงตาของเขาแดงก่ำ แต่ปากก็ยังคงพูดติดอ่าง
“ถะ ถูกแล้ว ขอโทษด้วยครับ คะ คุณอา ผม ผมไม่ได้ตั้งใจ”
น้องชายคนเล็กเป็คนขี้กลัว และพูดช้ามาั้แ่เด็ก จนถึงตอนนี้ก็ยังคงพูดติดอ่าง เขามองไปที่ฮั่วฟางฟางด้วยดวงตาแดงก่ำ
ฮั่วฟางฟางรู้สึกโมโหขึ้นมาทันที
“หุบปาก! ไอ้เด็กติดอ่าง! ฉันไม่ใช่คุณอาของแก!”
ดวงตาของฮั่วฉางชิงมืดลงเล็กน้อย เขาเดินเข้าไปหาฮั่วฟางฟางแล้วตบบ่าเธอเบา ๆ
“ว่าไงนะ? ขออีกทีสิ”
พอเป็แบบนี้ฮั่วฟางฟางพลันรู้สึกน้อยใจ ทุกวันก็ต้องมาทนเห็นภาพบาดตาบาดใจจากเ้าเด็กเหลือขอทั้งสามคนอยู่แล้ว ตอนนี้ยังมีพี่สะใภ้บ้านนอกคอกนาโผล่มาอีก ไม่พอแค่นั้น พี่ชายยังมาขึ้นเสียงใส่เธอเพราะคนพวกนี้ด้วย!
[1] ป้าของฉันมาแล้ว (我来大姨妈了) เป็ศัพท์แสลง หมายถึง ประจำเดือนของฉันมาแล้ว ซึ่งคำว่า ป้า (大姨妈) ใช้แทนคำว่า ประจำเดือน
[2] เสี่ยวหงซู (小红书) คือ แพลตฟอร์มยอดนิยมในจีน มีไว้เพื่อซื้อขายสินค้าและแชร์รีวิวประสบการณ์ช้อปปิ้ง ท่องเที่ยว อาหาร การแต่งหน้า ไปจนถึงเนื้อหาอื่น ๆ ที่เกี่ยวกับไลฟ์สไตล์
[3] มือที่ยื่นมาย่อมไม่ตีคนที่ยิ้มให้ (伸手不打笑脸人) เป็สำนวนจีน หมายถึง เมื่ออีกฝ่ายสำนึกผิดก็ยากที่จะไม่ทำดีด้วย